08/31/2026
ฉันแกล้งยอมจำนนและยอมถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงสิ้นคิดที่ยอมทนความรุนแรงของไกรวิชญ์มาตลอดสองปีเต็มในบ้านย่านพระราม 9
แจกันดอกไม้ข้างเตียงคนไข้สั่นสะเทือนตามแรงลมแอร์
ผ้าพันแผลรอบซี่โครงรัดแน่นจนเจ็บแปลบทุกครั้งที่หายใจ
ช่อดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่ถูกวางทิ้งไว้ตรงโต๊ะข้างเตียง
การ์ดอวยพรแนบใบเสร็จร้านสะดวกซื้อพิมพ์ชื่อ เพ็ญพิชชา อายุ 36 ปี ติดอยู่
กลิ่นดอกลิลลี่หวานเลี่ยนลอยคลุ้งปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ
ห้องพักฟื้นพิเศษเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำเกลือ
เครื่องปรับอากาศส่งเสียงหึ่งๆ แผ่วเบาในความเงียบ
ประตูห้องพักถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ
ทนายความประจำตัวของสามีเดินก้าวเข้ามาในห้อง
เขาสวมสูทสีเทาเรียบกริบและถือกระเป๋าเอกสารหนัง
"คุณไกรวิชญ์ส่งผมมาจัดการเรื่องข้อตกลงครับ"
ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกวางลงบนโต๊ะข้างเตียงคนไข้
"นี่คือหนังสือยินยอมหย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการ"
ฉันมองดูเอกสารตรงหน้านิ่งๆ โดยไม่ขยับตัว
ความเจ็บที่ซี่โครงทั้งสามซี่ยังคงแล่นริ้วทุกจังหวะหายใจ
"เขาอยู่ที่ไหน"
"คุณไกรวิชญ์เดินทางไปปารีสกับคุณวิภาวีแล้วครับ"
ทนายความตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและไร้อารมณ์
"พวกเขาจะไปเตรียมงานหมั้นใหม่ที่นั่น"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้หัวใจของฉันสั่นไหวแม้แต่น้อย
"เขาฝากเช็คเงินสดสองแสนบาทมาให้เป็นค่าทำขวัญครับ"
เช็คเงินสดใบนั้นถูกเลื่อนมาวางข้างซองเอกสาร
ฉันปรายตามองตัวเลขบนกระดาษเพียงเสี้ยววินาที
เงินสองแสนบาทแลกกับชีวิตคู่สองปีและการถูกทำร้าย
"บอกเขาว่าฉันไม่ต้องการเงินแม้แต่บาทเดียว"
ฉันเอื้อมมือไปหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้
"คุณจะไม่เรียกร้องทรัพย์สินอื่นเพิ่มเติมจริงๆ หรือครับ"
"ฉันไม่ต้องการสิ่งของใดๆ จากตระกูลธนวัฒน์กุลค่ะ"
ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษแผ่นสุดท้าย
ฉันตวัดลายเซ็นลงไปอย่างหนักแน่นและเด็ดขาด
ทนายความเก็บเอกสารใส่กระเป๋าหนังสีดำอย่างรวดเร็ว
"คุณไกรวิชญ์หวังว่าจะไม่เห็นคุณในย่านพระราม 9 อีก"
"ฉันจะไม่กลับไปเหยียบที่นั่นอีกแน่นอนค่ะ"
เขายกมือไหว้ลาแล้วเดินออกจากห้องพักไปทันที
สายน้ำเกลือบนหลังมือของฉันมีหยดเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
ความเงียบสงัดกลับคืนสู่ห้องพักผู้ป่วยอีกครั้ง
ฉันค่อยๆ หลับตาลงเพื่อพักผ่อนร่างกายที่อ่อนล้า
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งแสงตะวันลับขอบฟ้า
แสงไฟนีออนสลัวยามค่ำคืนสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นหยุดลงที่หน้าประตูห้องพักอีกครั้ง
ลูกบิดประตูหมุนเปิดออกอย่างแผ่วเบา
ชายในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวเข้ามาด้านใน
บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนเป็นน่าเกรงขามในพริบตา
ชายคนหน้าสุดถือแฟ้มเอกสารปกหนังสีแดงเข้มไว้ในมือ
ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลเลิศวิไลสีทองเด่นตระหง่านอยู่บนหน้าแฟ้ม
"ในที่สุดพวกเราก็หาคุณหนูพบแล้วครับ"
เขาค้อมศีรษะลงทำความเคารพอย่างนอบน้อมสูงสุด
ฉันมองดูชายแปลกหน้าตรงหน้าด้วยความแปลกใจ
"พวกคุณเป็นใครกันแน่"
"พวกเราคือตัวแทนของประธานใหญ่แห่งเลิศวิไลกรุ๊ปครับ"
แฟ้มเอกสารสีแดงถูกเปิดออกตรงหน้าเตียงของฉัน
แผ่นกระดาษพิมพ์ลายนิ้วมือแนบอยู่กับเอกสารรับรองบุตร
ตราประทับสีแดงสดของสำนักงานใหญ่ต่างประเทศเด่นหรา
ภาพถ่ายของผู้หญิงคนหนึ่งในชุดผ้าไหมโบราณวางซ้อนอยู่
ใบหน้าของผู้หญิงในรูปเหมือนกับฉันราวกับคนเดียวกัน
สลิปโอนหุ้นบริษัทข้ามชาติสามสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์วางเปิดอยู่ด้านใน
เอกสารคำสั่งแต่งตั้งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ระบุวันที่มีผลทันที
ชายชุดสูทค่อยๆ คุกเข่าลงข้างเตียงคนไข้ช้าๆ
กล่องกำมะหยี่สีดำใบหนึ่งถูกเปิดออกต่อหน้าฉัน
ตราสัญลักษณ์ทองคำบริสุทธิ์ส่องประกายวาววับสะท้อนเงาเพดานห้อง
อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไหมคะ?
กดไลค์แล้วคอมเมนต์คำว่า YES ด้านล่างนะคะ
📖 เรื่องราวเล่าต่อในคอมเมนต์แรก 👇