SKP - Space Krenovation Park

SKP - Space Krenovation Park Cluster, Connectivity, and Co-creation

Space Krenovation Park (SKP) อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กำกับการดูแลโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมด้านอวกาศ ให้บริการ และคำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนธุรกิจอวกาศควบคู่กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลเชิงพาณิชย์ โดย สทอภ. มีโครงสร้างพ

ื้นฐานสนับสนุนธุรกิจด้านอวกาศ ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ/IP ด้านการเงิน มีการพัฒนาเครือข่ายทางธุรกิจร่วมกับบริษัทเอกชนชั้นนำ การพัฒนางานวิจัย และวิชาการร่วมกับหน่วยงานภาคการศึกษา มีการจัดฝึกอบรมการสร้างแบรนด์ รวมถึงด้านการบริการจัดการ และการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor (EEC) สทอภ. ได้จัดทำ Space Directory หนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญในการเชื่อมโยง และเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอวกาศเพื่อสร้างระบบนิเวศด้านอวกาศ (Space Ecosystem) เป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับด้านอวกาศ รวมถึงผู้ประกอบการและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดาวเทียม มีการจัดหมวดหมู่หรือกลุ่มข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ค้นหาสามารถค้นหาและเรียกดูข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายขึ้น เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอวกาศ

14/08/2026

ไทยทดสอบยิงจรวดเอกชนครั้งแรก ยังไม่สำเร็จ แต่ปูทางสู่ Spaceport

ก้าวแรกของไทยกับการทดสอบจรวดเอกชนในสภาพแวดล้อมจริง วางรากฐานสร้างท่าอวกาศยานไทย
13/08/2026

ก้าวแรกของไทยกับการทดสอบจรวดเอกชนในสภาพแวดล้อมจริง วางรากฐานสร้างท่าอวกาศยานไทย

ก้าวแรกของไทยกับการทดสอบ #จรวดเอกชน ในสภาพแวดล้อมจริง วางรากฐานสร้าง #ท่าอวกาศยานไทย
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมมือกับพันธมิตรเปิดฉากทดสอบการปล่อยจรวดของภาคเอกชนเป็นครั้งแรกบนแผ่นดินไทย ณ กองพันทหารปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมรอบด้านสู่การสร้างท่าอวกาศยานไทย (Thailand Spaceport) ในอนาคต
การทดสอบภาคสนามครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการ "การทดสอบความเป็นไปได้ทางเทคนิคและการศึกษากรอบกฎหมายสำหรับท่าอวกาศยานไทย" (Technical Feasibility Test & Regulatory Framework Study for Thailand Spaceport) ผ่านกลไกแซนด์บ็อกซ์กำกับดูแลท่าอวกาศยาน (Spaceport Regulatory Sandbox) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง GISTDA สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (Defence Technology Institute หรือ DTI) กองทัพบก และบริษัท เอเควทอเรียล สเปซ (ประเทศไทย) จำกัด (Equatorial Space (Thailand)) นับเป็นการข้ามขีดจำกัดจากการศึกษาบนตัวหนังสือ มาสู่การปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ควบคุม
สำหรับยานพาหนะที่ใช้ในการทดสอบเป็น #จรวดขับดันเชื้อเพลิงผสม (Hybrid Propulsion Rocket) แบบไม่นำวิถี มีความยาว 3.96 เมตร น้ำหนักตัวเรือนเปล่า 32.3 กิโลกรัม โดยวางเป้าหมายทำความสูงทดสอบไว้ที่ระยะ 4 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์หลักของการทดสอบในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่วิศวกรรมตัวจรวดว่าจะบินได้ไกลเท่าใด แต่มุ่งเน้นการทดสอบความพร้อมของระบบนิเวศอวกาศ (Space Ecosystem) ทั้งระบบ ตั้งแต่กระบวนการเตรียมการ การประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การจัดการความปลอดภัยในพื้นที่จริง การบริหารจัดการน่านฟ้า ตลอดจนการศึกษากระบวนการอนุมัติตามกฎหมาย
ในวันทดสอบจริง จรวดยังไม่สามารถพุ่งทะยานขึ้นสู่ขอบฟ้าได้เนื่องจากทีมวิศวกรตรวจพบปัญหาทางเทคนิคบางประการ ทั้งเรื่องการควบคุมอุณหภูมิของก๊าซไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide) ให้คงที่ก่อนการบรรจุลงจรวด และปัญหาการขาดหายของสัญญาณสื่อสารระหว่างตัวจรวดกับระบบซอฟต์แวร์ควบคุมการจุดระเบิด ซึ่งแม้ทีมงานจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที แต่เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ต้องยุติการยิง คือการคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากมอเตอร์ยกฐานยิงมีกำลังไม่เพียงพอ และต้องกลับไปประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างฐานยิงใหม่อีกครั้งเพื่อป้องกันอันตรายรุนแรง
ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล โฆษกและผู้เชี่ยวชาญจาก GISTDA เปิดเผยว่า โครงการอวกาศมีความซับซ้อนสูงมาก ความปลอดภัยและการเรียนรู้จากอุปสรรคถือเป็นหัวใจสำคัญ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศ และช่วยกระตุ้น #เศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ให้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในกลุ่มธุรกิจการขนส่งสมัยใหม่ การประกันภัยอวกาศ ตลอดจนอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนความแม่นยำสูง ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย
สำหรับก้าวต่อไป GISTDA และ DTI จะร่วมกันสรุปบทเรียนและประเมินข้อมูลทางเทคนิคที่ได้จากการทดสอบครั้งนี้อย่างรอบคอบ เพื่อปรับปรุงระบบให้มีความพร้อมสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก่อนจะกำหนดวันทดสอบปล่อยจรวดใหม่อีกครั้ง การกล้าที่จะทดลองและเรียนรู้จากสนามจริงในวันนี้ คือหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเนรมิตความฝันเรื่องการมีท่าอวกาศยานให้เกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้

______________
👨‍🚀 ข้อมูลอ้างอิง: GISTDA

#เทคโนโลยีอวกาศ #ข่าวอวกาศ

โอกาสสำคัญภาคเอกชน! GISTDA ผนึกกำลังไทย–ญี่ปุ่นเปิดเวทีดึงผู้ประกอบการไทยลุยธุรกิจด้วยข้อมูลพิกัดดาวเทียมแม่นยำสูงระดับเ...
11/08/2026

โอกาสสำคัญภาคเอกชน! GISTDA ผนึกกำลังไทย–ญี่ปุ่นเปิดเวทีดึงผู้ประกอบการไทยลุยธุรกิจด้วยข้อมูลพิกัดดาวเทียมแม่นยำสูงระดับเซนติเมตร โครงสร้างพื้นฐานระดับชาติอย่างศูนย์ข้อมูลสถานีอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่อง (National CORS Data Center: NCDC)

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมมือกับ JICA พร้อมคณะทำงานร่วมไทย-ญี่ปุ่นเดินหน้าโครงการ The project for capacity development and promotion of utilization of National CORS Data Center: TIGORS ระยะที่ 2
จัดงานสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ “NCDC Data Utilization Business Trial Operators Recruitment Seminar”
ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดประตูให้ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และภาคเอกชนไทย ได้นำโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติอย่างศูนย์ข้อมูลสถานีอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่อง (National CORS Data Center: NCDC) ไปต่อยอดสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้จริง

ในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนโลกด้วยความเร็วสูง คำว่า "ความแม่นยำ" ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขแต่คือ "หัวใจสำคัญ" ในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ! เปลี่ยน "พิกัดดาวเทียม" ให้เป็น "โอกาสทางธุรกิจ" ข้อมูลพิกัดความแม่นยำสูงระดับเซนติเมตรจาก NCDC กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (S-Curve) ไม่ว่าจะเป็น
- ยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles): การนำทางที่ปลอดภัยและแม่นยำในระดับไร้รอยต่อ
- เกษตรแม่นยำ (Smart Farming): การบริหารจัดการแปลงปลูกและเครื่องจักรกลเกษตรแบบพิกัดเป๊ะ
- โดรนและโลจิสติกส์แห่งอนาคต: ระบบขนส่งอัตโนมัติที่แม่นยำและรวดเร็ว
- การก่อสร้างและสำรวจเชิงพาณิชย์: ลดต้นทุน เพิ่มความแม่นยำในการวางผังและสำรวจพื้นที่
- เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรับทุนและการสนับสนุนโครงการนำร่อง (Business Trial): ผลักดันไอเดียธุรกิจจากกระดาษสู่การทดลองใช้งานจริง
- การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching): สร้างเครือข่ายความร่วมมือและพันธมิตรระดับสากลระหว่างไทย-ญี่ปุ่นโดยตรง
- เรียนรู้จากเคสจริง (Success Cases): ถอดบทเรียนจากผู้ประกอบการรุ่นพี่และกูรูตัวจริงในวงการ

จากบทเรียนที่ผ่านมาสู่การสนับสนุนธุรกิจยุคใหม่
เนื้อหาภายในงานถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ภาคเอกชนอย่างครบถ้วนตั้งแต่เทคนิคเชิงลึกไปจนถึงโอกาสในการรับทุนสนับสนุน:

1. เจาะลึกโอกาสและถอดบทเรียนความสำเร็จ (Success Case Studies)
รับฟังประสบการณ์ตรงจากผู้บริหารที่เคยนำข้อมูล NCDC ไปใช้จริงในโครงการ TIGORS-1 ทั้งปัจจัยความสำเร็จ ข้อจำกัด และโอกาสใหม่ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำ ได้แก่ BIOMATLINK, QUANTUM MOTUS, Asia Technology Industry และ Topcon พร้อมฟังการปลดล็อกมูลค่าข้อมูลพิกัดจากกรมแผนที่ทหาร (RTSD)

2. แนะนำโครงการ & วิธีสมัครเข้าร่วมโครงการ Business Trial
เปิดเกณฑ์การคัดเลือก ขั้นตอนการสมัคร และกรอบเวลาอย่างละเอียดโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก JICA เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมและเข้าถึงทรัพยากรสนับสนุนได้อย่างตรงจุด
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถลงทะเบียนได้ที่: https://tigors.org
และดาวน์โหลดเพื่อศึกษาข้อมูลโครงการฯ ได้ที่: https://pckk.ent.box.com/s/imkqzwa3nvxzy7qfrgc1y3e9kd3spmf7

3. เวทีเสวนาพิเศษ: พลังผู้ประกอบการหญิง (Female-led Businesses)
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญกับการเจาะลึกประเด็น "Scaling Pathways for Female-led Businesses" สะท้อนบทเรียน ความท้าทาย และระบบนิเวศในการสนับสนุนสตาร์ทอัพเทคโนโลยีที่นำโดยผู้หญิง โดยวิทยากรหญิงชั้นนำจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), Esri Thailand, BIOMATLINK และ JICA Expert Team

ก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนความแม่นยำ...ให้เป็นโอกาสทางการค้า
การผนึกกำลังระหว่าง GISTDA และญี่ปุ่นในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การจัดงานสัมมนาทั่วไป แต่คือการสร้าง ระบบนิเวศความร่วมมือ (Ecosystem)
ที่แข็งแกร่งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สตาร์ทอัพ และพันธมิตรระดับนานาชาติ จากข้อมูลตำแหน่งระดับเซนติเมตร สู่โซลูชันระดับธุรกิจ
ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการไทยจะเปลี่ยนความแม่นยำระดับดาวเทียม
ให้กลายเป็นนวัตกรรมและโอกาสทางการค้าที่ยั่งยืน!

Moon Village Association จับมือ GISTDA ดึงผู้นำอวกาศทั่วโลก เยือนไทยในงาน MVA Workshop & Symposium ครั้งที่ 10Moon Villa...
05/08/2026

Moon Village Association จับมือ GISTDA ดึงผู้นำอวกาศทั่วโลก เยือนไทยในงาน MVA Workshop & Symposium ครั้งที่ 10

Moon Village Association - MVA ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ประกาศจัดงานประชุมระดับนานาชาติ "The 10th Global Moon Village Workshop & Symposium" ระหว่างวันที่ 26–27 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุม MR 1-3 ชั้น 7 ทรู ไอคอน ฮอลล์ (ไอคอนสยาม) กรุงเทพมหานคร
การจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นควบคู่กับสองงานใหญ่อย่าง Thailand Space Expo 2026 และ APRSAF-32 เพื่อเป็นเวทีระดับโลกในการรวมตัวของผู้นำด้านอวกาศ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และนักวิจัย ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดและกำหนดทิศทางอนาคตของการสำรวจดวงจันทร์อย่างยั่งยืน

ผู้ที่สนใจสามารถมีส่วนร่วมกับกิจกรรมสำคัญภายในงานได้ 3 รูปแบบหลัก ได้แก่:

1. เข้าร่วมงานประชุม: เปิดรับลงทะเบียนพร้อมรับสิทธิประโยชน์ส่วนลดพิเศษ (Early Bird) เมื่อลงทะเบียนภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

2. นำเสนอผลงานวิชาการและข้อเสนอการเสวนา (Panel): ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจอวกาศ เปิดรับสมัครผลงานถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569

3. ร่วมเป็นผู้สนับสนุนการจัดงาน (Sponsor): เพิ่มโอกาสในการสร้างความร่วมมือและยกระดับศักยภาพองค์กรสู่สเกลสากล ร่วมกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก โดยผู้สนใจรับแพ็กเกจผู้สนับสนุนสามารถลงทะเบียนผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ได้ที่ https://forms.gle/EteTzZH35Vc5L6QJA

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียน กำหนดการ และการส่งผลงานได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ https://moonvillageassociation.org/mva2026/

Collaboration between Moon Village Association and GISTDA bring Global Space Leaders to Thailand for the 10th MVA Workshop & Symposium

The Moon Village Association (MVA), in collaboration with the Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (GISTDA), officially announces the international conference "The 10th Global Moon Village Workshop & Symposium," taking place on 26–27 October 2026 at Meeting Rooms MR 1-3, 7th Floor, True Icon Hall (ICONSIAM), Bangkok, Thailand.

Co-located with two major events—Thailand Space Expo 2026 and APRSAF-32—this flagship gathering serves as a global platform bringing together space leaders, industry experts, and researchers to exchange insights and shape the future of sustainable lunar exploration.

Interested participants can engage through three main opportunities:

1. Attend the Conference: Registration is now open, with special Early Bird discounts available for registrations completed by 31 August 2026.

2. Submit Papers / Panel Proposals: Share expertise in space technology and economy. The Call for Papers and Panel Proposals is open until 15 August 2026.

3. Become a Sponsor: Enhance global visibility and foster international partnerships alongside a network of global experts. Interested sponsors can sign up via the online form at https://forms.gle/EteTzZH35Vc5L6QJA

For more details regarding registration, schedule, paper submissions, and sponsorship packages, please visit the official website at https://moonvillageassociation.org/mva2026/

ขอเชิญร่วมงานสัมมนา ไทย-ญี่ปุ่น ผนึกกำลังยกระดับธุรกิจนวัตกรรมดาวเทียมชวนภาคเอกชนลุยโปรเจกต์นำร่อง ยกระดับธุรกิจด้วยข้อม...
04/08/2026

ขอเชิญร่วมงานสัมมนา ไทย-ญี่ปุ่น ผนึกกำลังยกระดับธุรกิจนวัตกรรมดาวเทียมชวนภาคเอกชนลุยโปรเจกต์นำร่อง ยกระดับธุรกิจด้วยข้อมูลพิกัดแม่นยำสูง (NCDC)

ลงทะเบียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย! https://forms.cloud.microsoft/r/RPAZH42Tfs
ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และภาคเอกชนที่สนใจ
ร่วมงาน "NCDC Data Utilization Business Trial Operators Recruitment Seminar"
ในวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 09:30 – 15:00 น.
ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. (GISTDA) จับมือคณะทำงานร่วมไทย-ญี่ปุ่น ขับเคลื่อนความร่วมมือในโครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ศูนย์ข้อมูลสถานีอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่อง (CORS) แห่งชาติ ระยะที่ 2 มุ่งยกระดับเทคโนโลยีการระบุตำแหน่งแม่นยำสูงเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ไฮไลต์สำคัญภายในงาน:
- เปิดโอกาสสร้างเครือข่ายธุรกิจ (Business Matching): เจรจาและจับคู่ธุรกิจโดยตรงระหว่างภาคเอกชนไทยและญี่ปุ่น
- แนะแนวผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ
- สนับสนุนการใช้งานจริง (Trial Project): หน่วยงานภาครัฐของทั้งสองประเทศพร้อมสนับสนุนโครงการนำร่อง เพื่อผลักดันนวัตกรรมจากการใช้ข้อมูลศูนย์ข้อมูลค่าอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่องแห่งชาติ (National CORS Data Center: NCDC) ไปสู่การต่อยอดในเชิงพาณิชย์และใช้งานได้จริง
- ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม S-Curve: ประยุกต์ใช้ข้อมูลพิกัดแม่นยำสูงในหลากหลายมิติ เช่น ยานยนต์ไร้คนขับ, เกษตรแม่นยำ (Smart Farming), งานสำรวจก่อสร้าง โลจิสติกส์แห่งอนาคต และการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดร่วมกับข้อมูลพิกัดแม่นยำสูง

โอกาสสำคัญสำหรับเอกชนไทยในการขยายเครือข่ายร่วมกับพันธมิตรระดับสากล และเข้าถึงฐานข้อมูลพิกัดดาวเทียมระดับเซนติเมตร เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจยุคใหม่!

ท่าอวกาศยาน จุดแข็งและข้อได้เปรียบของไทย สู่โอกาสของเศรษฐกิจอวกาศใหม่ 🚀🛰️
22/07/2026

ท่าอวกาศยาน จุดแข็งและข้อได้เปรียบของไทย สู่โอกาสของเศรษฐกิจอวกาศใหม่ 🚀🛰️

ท่าอวกาศยาน จุดแข็งและข้อได้เปรียบของไทย สู่โอกาสของเศรษฐกิจอวกาศใหม่

รู้จัก “ท่าอวกาศยาน” หรือ Spaceport พร้อมวิเคราะห์จุดแข็งและข้อได้เปรียบของประเทศไทย สู่โอกาสของเศรษฐกิจอวกาศใหม่ที่ไม่ควรพลาดไป

เมื่อวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บริษัทสตาร์ทอัพอินเดียชื่อ Skyroot Aerospace ประสบความสำเร็จในการทดสอบจรวดวิกรัม-1 (Vikram-1) ขึ้นสู่วงโคจรอวกาศ นับเป็นบริษัทเอกชนเจ้าแรกของประเทศอินเดียที่สามารถพัฒนาจรวดขึ้นสู่วงโคจรรอวกาศ (Orbital Class) โดยการนำส่งครั้งนี้ เกิดขึ้นที่ ท่าอวกาศยานสตีษ ธวัน (Satish Dhawan Space Centre) เมืองศรีหริโกฏ รัฐอานธรประเทศ ซึ่งดูแลโดยหน่วยงานอวกาศประเทศอินเดีย (ISRO)

ท่าอวกาศยานนี้ เป็นท่าอวกาศยานหลักของประเทศอินเดีย ตั้งอยู่ติดชายฝั่งตะวันออก หันหน้าเข้าสู่อ่าวเบงกอล มีลานปล่อยจรวดหลายขนาด ตั้งแต่สำหรับภารกิจส่งยานไปดวงจันทร์ จนถึงส่งดาวเทียมวงโคจรใกล้โลก ซึ่งดาวเทียมธีออส-2เอ (THEOS-2A) ก็ถูกนำส่งจากท่าอวกาศยานนี้เช่นกัน

การนำส่งจรวดวิกรัม-1 ครั้งนี้ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากประเทศอินเดียไม่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ทั้งท่าอวกาศยาน และอุตสาหกรรมจรวดที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการผลักดันการส่งเสริมภาคเอกชนอวกาศใน รัฐบาลยุคท่าน นเรนทระ ทาโมทรทาส โมที (Narendra Damodardas Modi) ที่เน้นการใช้โครงสร้างพื้นฐาน และองค์ความรู้ภาครัฐ มาส่งเสริมผู้เล่นภาคเอกชนทั้งห่วงโซ่อุปทาน และในวันนี้ ประเทศอินเดียสามารถประกาศได้อย่างเต็มตัวถึงก้าวสำคัญ ผลสำเร็จในการส่งเสริมภาคเอกชน ให้สามารถมีเทคโนโลยีแข่งขันในอุตสาหกรรมอวกาศโลก

จากที่ศาสตราจารย์ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ตอบกระทู้ถามสดในที่ประชุม สว. เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ถึงแผนการศึกษา "ท่าอวกาศยานไทยเพื่อสันติ" (Commercial Spaceport for Peaceful Purposes) อย่างละเอียด ทำให้เกิดความสนใจถึงเรื่องท่าอวกาศยานในวงกว้าง และโอกาสของไทยในการพัฒนาอย่างจริงจัง

ท่าอวกาศยาน ไม่ได้มีแค่ฐานปล่อยจรวด ที่ใช้ในการขึ้นบินของพาหนะนำส่งเพียงเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการนำส่งอย่างรอบด้าน อาทิ อาคารประกอบและติดตั้งดาวเทียม ระบบจัดเก็บและจ่ายเชื้อเพลิง อาคารควบคุมการปล่อยภารกิจ สถานีสนับสนุนภาคพื้นดิน และระบบขนส่ง เป็นต้น เพื่อให้จรวดและอวกาศยานสามารถขึ้นบินได้อย่างปลอดภัยที่สุด

ตัวอย่างของท่าอวกาศยานอันเป็นที่รู้จัก ได้แก่ ศูนย์อวกาศเคนเนดีของ NASA ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วฉวนของ CASC ในประเทศจีน ท่าอวกาศยานไบโคนูร์ ของ ROSCOSMOS ในบริเวณประเทศคาซัคสถาน และศูนย์อวกาศเกียนา ของ ESA ณ เฟรนช์เกียนา จังหวัดโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ซึ่งท่าอวกาศยานเหล่านี้มีความคล้ายกัน คือตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับเส้นศูนย์สูตรที่สุด เพื่อใช้ประโยชน์จากแรงเหวี่ยงในการหมุนรอบตัวเองของโลก ให้ประหยัดเชื้อเพลิง และเข้าถึงวงโคจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การที่มีที่ตั้งในละติจูดที่ต่ำ จะสามารถรองรับการนำส่งสู่วงโคจรแบบลาดเอียงต่ำ (Low-inclination Orbit) ที่กำลังเป็นวงโคจรที่มีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นที่ต้องการจากประเทศใกล้เส้นศูนย์สูตร

ประเทศไทย ซึ่งมีตำแหน่งที่ตั้งใกล้กับเส้นศูนย์สูตร และชายฝั่งเปิดยาวตลอดแนวภาคใต้ จึงมีความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ พร้อมกับมีพื้นที่อ่าวไทยเป็นเขต Drop Zone เพื่อปลดจรวดส่วนต่าง ๆ ออกไปได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อชุมชนหรือบ้านเรือนผู้คน โดย GISTDA หรือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้โครงการจัดตั้งท่าอวกาศยาน ร่วมกับ บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด หรือ KPMG

จากผลศึกษาความเป็นไปได้ พบว่าการสร้าง Spaceport จะสร้างผลตอบแทนทางสังคม อาทิ การสร้างงาน ยกระดับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านอวกาศ และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยศาสตราจารย์ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ระบุว่าจะใช้โมเดลร่วมทุน PPP หรือ Public-Private Partnership ระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อไม่เป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินสูงไป และยังได้ผลประโยชน์ Spillover Effect จากการดึงดูดอุตสาหกรรมขั้นสูงอื่น ๆ เข้ามาในประเทศไทย

โรดแมปการสร้างท่าอวกาศยานไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางของอาเซียน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 (ปีที่ 1-2): ศึกษาความเป็นไปได้ในทุกมิติ และผลักดัน พ.ร.บ. กิจการอวกาศ
ระยะที่ 2 (ปีที่ 3-5): คัดเลือกพื้นที่ เปิดประมูล และเริ่มการก่อสร้าง พร้อมเปิดทดสอบเที่ยวบินแบบ Sub-orbital เพื่อทดสอบ
ระยะที่ 3 (ปีที่ 5-10): เปิดให้บริการแบบ Orbital Flight เข้าสู่วงโคจร มุ่งสู่การเป็นฮับเศรษฐกิจอวกาศแห่งอาเซียน

เพื่อสนับสนุนภารกิจการสร้างท่าอวกาศยาน GISTDA ในฐานะหน่วยงานอวกาศของไทย ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อรองรับกับอุตสาหกรรมอวกาศในประเทศ ตั้งแต่ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ หรือ NAIT ระบบจัดการจราจรอวกาศ (STM) และการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะวิศวกรดาวเทียมที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ และสามารถสร้างดาวเทียมได้เองในประเทศ ที่พร้อมถ่ายทอดข้อมูลให้กับผู้ประกอบการ ตลอดจนเยาวชนที่สนใจในสายงานด้านอวกาศ เพื่อให้บุคลากรเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศไทย

และสิ่งสำคัญที่ GISTDA กำลังขับเคลื่อน ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในขณะนี้ คือการปลดล็อคข้อจำกัด การทดลอง วิจัยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาจรวดวิจัย ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาจรวดขึ้นสู่วงโคจรอวกาศ เปิดพื้นที่ให้นักวิจัยไทย บริษัทตาร์ทอัพในประเทศไทย สามารถนำส่งจรวดขึ้นได้บนแผ่นดินไทย เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่ต้องส่งเสริมควบคู่ไปกับการพัฒนาท่าอวกาศยาน

ในช่วงเวลาที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจอวกาศใหม่ การพัฒนาท่าอวกาศยาน หรือ Spaceport เป็นหมุดหมายที่สำคัญต่อการยกระดับประเทศไทย จากผู้ซื้อดาวเทียมในอดีต สู่ผู้เล่นที่มีส่วนสำคัญในอุตสาหกรรม ที่จะมีมูลค่าสูงกว่า 35 ล้านล้านบาทในอีกไม่กี่ปีจากนี้ และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย บริษัทไทย ว่ามีความพร้อมและความสามารถในด้านอวกาศได้ไม่น้อยไปกว่าชาติอื่นใด

#ท่าอวกาศยาน
-----

Spaceport: Thailand's Strengths and Advantages Toward Opportunities in the New Space Economy

On Saturday, July 17, Indian startup “Skyroot Aerospace” successfully launched Vikram-1 rocket into space orbit, making it the first private company in India capable of developing an orbital-class rocket. This launch took place at the Satish Dhawan Space Centre in Sriharikota, Andhra Pradesh, which is managed by the Indian Space Research Organisation (ISRO).

This spaceport is India's primary launch facility, located on the eastern coast facing the Bay of Bengal. It features multiple launchpads ranging from missions to the Moon to launching satellites into Low Earth Orbit. Notably, the THEOS-2A satellite was also launched from this spaceport.

The launch of the Vikram-1 rocket could not have occurred without India's supporting infrastructure, including both spaceports and related rocket industries. This success stems particularly from the promotion of the private space sector under Prime Minister Narendra Damodardas Modi's administration, which emphasized leveraging government infrastructure and expertise to support private sector players across the entire supply chain. Today, India can proudly announce a major milestone: success in promoting the private sector to possess competitive technologies in the global space industry.

Following a detailed response to an interpellation at the Senate meeting on July 6 by Professor Yoteschanan Wongsawat, Deputy Prime Minister and Minister of Higher Education, Science, Research and Innovation, regarding the study plan for the "Commercial Spaceport for Peaceful Purposes," widespread interest in spaceports and Thailand's potential for serious development has been sparked.

A spaceport is not merely a launchpad used for the takeoff of launch vehicles, but encompasses comprehensive infrastructure required for launches. This includes satellite assembly and integration facilities, fuel storage and distribution systems, mission control centers, ground support stations, and transportation systems, ensuring rockets and spacecraft can launch as safely as possible.

Examples of well-known spaceports include NASA's Kennedy Space Center in Florida, USA; CASC's Jiuquan Satellite Launch Center in China; ROSCOSMOS's Baikonur Cosmodrome in Kazakhstan; and ESA's Guiana Space Centre in French Guiana, an overseas department of France. These spaceports share a key similarity: they are situated close to the equator to leverage the centrifugal force of Earth's rotation, saving fuel and reaching orbit efficiently. Furthermore, location at low latitudes supports launches into low-inclination orbits, an orbit type experiencing rapidly growing customer demand from countries near the equator.

Thailand, situated near the equator with an open coastline extending along its southern region, possesses geographical advantages along with the Gulf of Thailand serving as a drop zone for discarding rocket stages safely without endangering local communities or residential areas. The Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (Public Organization), or GISTDA, has conducted a feasibility study for the spaceport establishment project in collaboration with KPMG Phoomchai Business Advisory Ltd.

According to the feasibility study, establishing a spaceport will yield social returns, such as job creation, upskilling specialized space personnel, and stimulating foreign investment. Professor Yoteschanan Wongsawat indicated that a Public-Private Partnership (PPP) model will be utilized to prevent excessive government budget spending while generating spillover effects that attract other high-tech industries to Thailand.

The roadmap for constructing a Thai spaceport to become an ASEAN hub, as outlined by the Minister of Higher Education, Science, Research and Innovation, is divided into 3 phases:

Phase 1 (Years 1–2): Conduct comprehensive feasibility studies across all dimensions and push forward the Space Affairs Act.
Phase 2 (Years 3–5): Select the site, open bidding, initiate construction, and commence sub-orbital test flights.
Phase 3 (Years 5–10): Open commercial services for orbital flights, aiming to become the space economy hub of ASEAN.

To support the spaceport development mission, GISTDA, as Thailand's space agency, has developed various infrastructure components to accommodate the domestic space industry. These include the National Assembly Integration and Testing Center(NAIT), Space Traffic Management (STM) systems, and specialized personnel development—particularly satellite engineers who have received knowledge transfers and can now build satellites domestically. These engineers are ready to transfer knowledge to entrepreneurs and interested youth, serving as a key force driving the Thai space industry.

Crucially, GISTDA, in collaboration with partner agencies, is currently driving efforts to unlock restrictions regarding experimentation and research on technologies related to research rockets. This serves as the starting point for developing orbital launch vehicles, allowing Thai researchers and domestic startups to launch rockets from Thai soil—a vital milestone that must be promoted alongside spaceport development.

As the world enters the era of the New Space Economy, developing a spaceport is a major milestone in elevating Thailand from a past satellite buyer into a key player in an industry projected to be worth over 35 trillion baht in the coming years. It demonstrates the potential and readiness of Thai people and Thai companies to compete in the space domain on par with any other nation.

🌐 ขอเชิญร่วมงานรับฟังความคิดเห็นต่อ “(ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ.2571-2575”โอกาสสำคัญของคนในแวดวงข้...
18/07/2026

🌐 ขอเชิญร่วมงานรับฟังความคิดเห็นต่อ “(ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ.2571-2575”
โอกาสสำคัญของคนในแวดวงข้อมูลเชิงพื้นที่ นักวิชาการ เครือข่ายภาครัฐ-เอกชน และผู้ที่สนใจ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เสนอแนะแนวคิด เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาด้านภูมิสารสนเทศ (GIS) ของประเทศไทยให้ตอบโจทย์อนาคตและเกิดประโยชน์สูงสุด

รายละเอียดงาน:
🗓 วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569
⏰ เวลา 08.30 – 16.00 น.
📍 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม C โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
💬 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่นี่>>> https://gqr.sh/kdUZ

ไทย-ญี่ปุ่น ผนึกกำลังขับเคลื่อนเทคโนโลยีอวกาศ! กสทช. จูงมือกระทรวง MIC ญี่ปุ่น บุกเยือน ‘อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ’ ชล...
01/07/2026

ไทย-ญี่ปุ่น ผนึกกำลังขับเคลื่อนเทคโนโลยีอวกาศ! กสทช. จูงมือกระทรวง MIC ญี่ปุ่น บุกเยือน ‘อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ’ ชลบุรี ยกระดับความร่วมมือดาวเทียมวงโคจรต่ำ
ในวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 นี้ เวลา 10.00 - 12.00 น. อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (Space Krenovation Park: SKP) จังหวัดชลบุรี ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับ กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสาร ประเทศญี่ปุ่น (The Ministry of Internal Affairs and Communications: MIC) ในโอกาสเข้าพบหารือและศึกษาดูงานเพื่อวางรากฐานความร่วมมือในอนาคตระหว่างสำนักงาน กสทช. และกระทรวง MIC ประเทศญี่ปุ่น นำโดยหัวหน้าคณะผู้บริหารระดับสูงจากฝั่งญี่ปุ่นอย่าง Mr. Nobuo KIRIYAMA (Director-General for International Affairs, Global Strategy Bureau จาก MIC) พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และบริษัทนวัตกรรมอวกาศชั้นนำอย่าง ArkEdge Space Inc. ขณะที่ฝั่งไทยนำทีมโดย นายณัฐวุฒิ อาจปรุ ผู้อำนวยการสำนักกิจการดาวเทียมสื่อสาร และนายอรรถปรีชา รักษาชาติ ผู้อำนวยการสำนักบริหารคลื่นความถี่ ร่วมกับคณะเข้าร่วมประชุมรวมกว่า 20 ท่าน หารือในด้านแผนดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO Constellation แลกเปลี่ยนข้อมูล และการเดินชมศึกษาดูงานอีก 1 ชั่วโมง โดยมีหัวข้อสำคัญที่น่าจับตามองดังนี้: นโยบายอวกาศแดนปลาดิบ: ผู้แทนจาก MIC ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำเสนอนโยบายด้านการสื่อสารอวกาศและแนวทางความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ก้าวต่อไปของอวกาศไทย เป็นการระดมสมองร่วมกันระหว่าง 3 หน่วยงานหลักอย่าง กสทช., MIC และ GISTDA เพื่อหาแนวทางพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านกิจการดาวเทียมสื่อสารร่วมกันในอนาคต ร่วมทั้งดูงานในด้านภารกิจและเทคโนโลยีอวกาศ ณ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (SKP) คณะผู้แทนจากทั้งสองประเทศจะเข้าเยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศระดับแนวหน้า อาทิ อาคารทดสอบและประกอบดาวเทียม รวมถึงรับฟังข้อมูลความร่วมมือด้านสภาพอวกาศ (Space Weather) ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือระหว่าง GISTDA และสถาบันสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติของญี่ปุ่น (NICT)
การหารือในครั้งนี้หน่วยงานกำกับดูแลและพัฒนาเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับวงการกิจการอวกาศและการสื่อสารผ่านดาวเทียม ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมอวกาศยุคใหม่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

GISTDA ร่วมเวทีโชว์ศักยภาพระบบพิกัดอัจฉริยะ TIGORS-2 ขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยในงาน SITE 2026กรุงเทพฯ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชา...
27/06/2026

GISTDA ร่วมเวทีโชว์ศักยภาพระบบพิกัดอัจฉริยะ TIGORS-2 ขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยในงาน SITE 2026กรุงเทพฯ
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. (NIA) เปิดงานมหกรรมนวัตกรรมระดับประเทศ Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) อย่างยิ่งใหญ่ ร่วมสัมผัสและอัปเดตเทรนด์นวัตกรรมอวกาศที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจและการลงทุนของไทย
ภายใต้แนวคิดหลัก “Global Innovation Impact: The Year of Investment” ในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 ณ Global Stage ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร มุ่งยกระดับระบบนิเวศสตาร์ตอัปและสร้างผลกระทบเชิงบวกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ระดับสากล
โดยคุณเสาวณีย์ ศรีชาย หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมอวกาศ จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ "โครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ศูนย์ข้อมูลสถานีค่าอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่องแห่งชาติ ระยะที่ 2 (TIGORS-2)" การบรรยายในครั้งนี้ เป็นการเจาะลึกถึงความสำคัญของระบบพิกัด CORS ที่มีความแม่นยำขั้นสูงระดับเซนติเมตร ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่งอัจฉริยะไร้ขนขับ, การเกษตรแม่นยำสูง (Smart Farming), การผังเมือง รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมและสตาร์ตอัปไทยในการแข่งขันบนเวทีโลก
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการใช้ประโยชน์ศูนย์ข้อมูลสถานีค่าอ้างอิงพิกัดแบบต่อเนื่องแห่งชาติ ระยะที่ 2 (TIGORS-2) สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://docs.google.com/forms/u/1/d/e/1FAIpQLSdS9NhzODFRBdmdpEf9DXq83vNw00iInKSNjsgJEfWgPMkZjA/viewform

ไทย–ญี่ปุ่นยกระดับความร่วมมืออวกาศครั้งสำคัญ! GISTDA จับมือ METI และ 5 บริษัทอวกาศชั้นนำ เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีกลุ่มดาวเ...
24/06/2026

ไทย–ญี่ปุ่นยกระดับความร่วมมืออวกาศครั้งสำคัญ! GISTDA จับมือ METI และ 5 บริษัทอวกาศชั้นนำ เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีกลุ่มดาวเทียมวงโคจรต่ำ LEO สู่เศรษฐกิจอวกาศแห่งอนาคต

ที่อยู่

88 Moo 9
Tung Sukla
20230

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6638491681

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SKP - Space Krenovation Parkผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง SKP - Space Krenovation Park:

ทางลัด

แชร์