22/03/2026
โรงแรมตรัง แล้วยังไงต่อ?
ย้อนกลับไปในช่วงปี พ.ศ. 2505-2506 โรงแรมตรัง ถือกำเนิดขึ้นในฐานะเมกะโปรเจกต์ในรูปแบบสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น (Modernist Architecture) ที่ตั้งตระหง่านแสดงถึงสภาพเศรษฐกิจในยุคนั้นจนกลายเป็นภูมิสัญลักษณ์เคียงคู่หอนาฬิกามานานกว่า 60 ปี อาคารแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตึกแถวทั่วไป แต่เป็นเหมือนจุดนัดพบ ห้องรับแขก และเป็นความทรงจำร่วมของคนในยุคสมัยต่างๆ อย่างไรก็ตาม ปัญหาการบริหารจัดการสัญญาเช่าที่ล้มเหลวทำให้เกิดหนี้สินค้างชำระสะสมสูงถึง 54.32 ล้านบาท จนอาคารต้องถูกทิ้งร้างและเสื่อมโทรมลงอย่างหนัก นำมาสู่ข้อถกเถียงสำคัญว่าเทศบาลนครตรังควรจะรื้อถอนทิ้ง (demolish) เพื่อสร้างใหม่ หรือจะชุบชีวิตใหม่ (revitalize) ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้งบนรากเหง้าเดิม
ควรเริ่มตรงไหน?
ขั้นตอนการแก้ปัญหาที่เทศบาลนครตรังควรดำเนินการอย่างเป็นระบบนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือการจ้างทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคาร (Structural Investigation) อย่างละเอียดเพื่อประเมินความมั่นคงแข็งแรงทางวิศวกรรม หากผลการทดสอบระบุว่าโครงสร้างยังสามารถใช้งานได้ เทศบาลควรเร่งเปลี่ยนแนวคิดจากการทำโรงแรมของรัฐแบบเดิมไปสู่การพัฒนาพื้นที่แบบ “Adaptive Reuse” หรือการปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยให้สอดคล้องกับยุคสมัย ผ่านการระดมความคิดเห็น สู่การประกวดแบบ โดยมีสาระสำคัญคือการบูรณาการพื้นที่อาคารเข้ากับบริบทของเมืองเก่า และยุทธศาสตร์เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO (Trang Gastronomy and Creative City) ที่จังหวัดกำลังผลักดัน พร้อมทั้งเปลี่ยนโมเดลการบริหารจากการที่รัฐทำเองมาเป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) เพื่อดึงมืออาชีพเข้ามาจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์และวัฒนธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
ควรเป็นอะไร?
ในด้านการพัฒนา พื้นที่แห่งนี้ควรถูกยกระดับให้เป็น “หัวใจสร้างสรรค์ของเมืองเก่า” (Creative Hub of the Old Town) ที่รัฐทำหน้าที่อำนวยการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ให้คนทุกวัยได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยพื้นที่ชั้นล่างสามารถปรับปรุงเป็น Gastronomy Lab, พื้นที่ทดลองกิจกรรมอนุรักษ์และพัฒนาเมือง (City lab and Sandbox) มีศูนย์อาหารและของฝากที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อเลี้ยงดูตัวเองและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Living Museum Info Center) ที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวไปสู่ย่านเมืองเก่าทับเที่ยง ส่วนชั้นบนควรจัดสรรเป็นพื้นที่กิจกรรมสำหรับนักสร้างสรรค์ (Creative Space) พื้นที่เวิร์กชอปงานฝีมือ และแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนและผู้สูงอายุ ตลอดจนอาจใช้พื้นที่ดาดฟ้าเป็น Roof top Cafe & bar เพื่อเปลี่ยนจากอาคารร้างที่ไร้ประโยชน์ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสและการสร้างสรรค์ที่มั่นคงในระยะยาว
ใครจะดูแล?
การฟื้นฟูโรงแรมตรังให้ยั่งยืนจำเป็นต้องใช้โมเดลหุ้นส่วนร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่มีการแบ่งบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน โดยเทศบาลนครตรังจะรับบทบาทหลักเป็นผู้จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและออกกฎกติกาที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ผ่านการประกวดแบบที่คนตรังมีส่วนร่วม ในขณะที่ภาคเอกชนมืออาชีพจะเข้ามาเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและทันต่อความต้องการของตลาดการท่องเที่ยวสมัยใหม่ สำหรับมิติด้านเนื้อหาและความสร้างสรรค์นั้น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) และสถาบันการศึกษาสามารถเข้ามาช่วยจัดทำโจทย์การออกแบบ (Design Brief) และเชื่อมโยงเครือข่ายนักสร้างสรรค์ โดยมีกลุ่มภาคประชาสังคมและคนในพื้นที่ร่วมเป็นผู้ดูแลและถ่ายทอดเรื่องราวของย่านทับเที่ยงผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์จังหวัดตรัง เพื่อให้โครงการนี้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอย่างแท้จริง
สุดท้ายคนเมืองนี้และลูกหลานจะได้อะไร นักท่องเที่ยวจะได้อะไร?
การพัฒนาภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่จะมอบประโยชน์ที่จับต้องได้ผ่านการสร้าง "ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้" โดยลูกหลานชาวตรังจะได้พื้นที่สร้างสรรค์ที่ทันสมัยสำหรับการทดลองทางธุรกิจและการศึกษา ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Creative Entrepreneurs) และสร้างโอกาสการจ้างงานในท้องถิ่นเพื่อดึงดูดให้คนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาบ้านเกิด ในขณะที่ผู้สูงอายุจะได้เห็นอาคารที่เป็นความทรงจำร่วม (Collective Memory) กลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัยและสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์เมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สำหรับนักท่องเที่ยว จะได้รับประสบการณ์ที่ลึกซึ้งผ่านที่พักเชิงอัตลักษณ์ (Boutique Hotel) ที่อยู่รอบๆ มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ใจกลางเมือง โดยสามารถเข้าถึงกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้ครบวงจร ตั้งแต่การเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารไปจนถึงการเที่ยวชม "พิพิธภัณฑ์มีชีวิต" ที่เชื่อมโยงเข้ากับชุมชนและร้านอาหารรอบข้าง ซึ่งการพัฒนาแบบ Mixed-use นี้จะช่วยเปลี่ยนจากอาคารร้างที่เป็นภาระให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่มอบคุณค่าและความสุขให้แก่ทุกคนอย่างยั่งยืน
#มองเมืองตรัง
#โรงแรมตรัง
#111ปีเมืองตรังที่ทับเที่ยง