27/07/2026
ศิวะนาฏราช ๑๐ กร หน้าบันมณฑปปราสาทพระวิหาร เป็นภาพประติมากรรมพระอิศวรทรงฟ้อนรำเหนือเศียรช้าง มีชื่อเรียกว่า "ศิวนาฏราชคชสุรสังหารมูรติ" ในพระกรทรงถือสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์ต่างๆ ที่สำคัญคือ พระกรคู่หน้าสุดกำลังทรงเครื่องดนตรีที่เรียกว่า วีณา เอทตันตริ อันเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดชนิดหนึ่งของอินเดีย ลักษณะคล้ายพิณน้ำเต้า หรือพิณเพี๊ยะ เครื่องดนตรีโบราณในแถบอุษาคเนย์ ทรงเล่นดนตรีประกอบการฟ้อนรำของพระองค์เองไปพร้อมๆกัน พระกรคู่บนสุดอยู่ในท่าอัญชลี เรียก อัญชลีมุทรา ส่วนพระกรอื่นๆ ทรงถืออาวุธและสัญลักษณ์ของพระองค์ เช่น ตรีศูลและหัวกะโหลก (ศรีษะมนุษย์) และด้านข้างทั้ง ๒ ด้าน มีบุคคลอยู่ในท่านั่งคุกเข่าพนมมือ สัญนิฐานว่าอาจหมายถึงพระวิษณุและนางกาไลกาลัมเมยาร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสาวกของพระอิศวร ภาพประติมากรรมหน้าบันชิ้นนี้ ย่อมยืนยันและเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าศาสนสถานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อพระอิศวร ในลัทธิความเชื่อใน ไศวนิกาย (Shaivism) ซึ่งนับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ตามชื่อที่ปรากฎในจารึกคือ "ศรีสิขเรศวร" ภาพพระอิศวรทรงฟ้อนรำนี้ ในศาสนาฮินดูถือว่าการฟ้อนรำของพระอิศวรนั้น เป็นการสร้างและการล้างโลกไปพร้อมกัน กล่าวคือ หากพระองค์ทรงฟ้อนรำด้วยท่วงท่าลีลาที่เหมาะสม โลกก็จะอยู่เย็นเป็นสุข แต่ถ้าหากพระองค์ทรงฟ้อนรำในท่วงท่าที่รุนแรง โลกก็จะเกิดภัยพิบัติ ซึ่งในคัมภีร์กล่าวว่าพระอิศวรจะฟ้อนรำถึง ๑๐๘ ท่า โดยมีการฟ้อนรำครั้งสำคัญเกิดขึ้นบนสวรรค์ คือที่เขาไกรลาศ จะมีเหล่าเทพนิกรณ์นางฟ้ามาเข้าเฝ้า ทั้งประโคมสรรพสังคีตมโหรีดนตรีประกอบเพื่อให้พระอิศวรทรงฟ้อนรำอย่างสมดุลที่สุด ไม่เร็วหรือช้าไป และอีกครั้งหนึ่งคือการที่ทรงฟ้อนรำเพื่อปราบเหล่าฤาษี ทำให้พระองค์ทรงฟ้อนรำที่ตำบลจิทัมพรัม หรือ ทิลลัย ที่เชื่อว่าตั้งอยู่ท่ามกลางจักรวาล สำหรับรูปสลักประติมากรรมพระศิวนาฏราชที่หน้าบันมณฑปปราสาทพระวิหารแห่งนี้ เป็นภาพพระอิศวร ๑๐ กร ทรงฟ้อนรำเหนือเศียรช้าง ซึ่งถือว่าไม่เคยพบมาก่อน ทั้งในศิลปะอินเดียและศิลปะเขมรโบราณ สันนิษฐานกันวา ภาพสลักประติมากรรมหน้าบันชิ้นนี้ เป็นการผสมผสานเรื่องราวกับลัทธิความเชื่อ ให้เชื่อมโยงเรื่องราวกับกลุ่มชน/ชาติพันธ์ต่างๆที่อาศัยอยู่โดยรอบศาสนถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ มาแต่ดึกดำบรรพ์