RachanGallery zen&surreal

RachanGallery zen&surreal Zen & Surrealism

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย... วานรเมื่อเที่ยวไปในป่าใหญ่ จับกิ่งไม้นี้ ปล่อยกิ่งนั้น ยึดกิ่งโน้น ปล่อยกิ่งนี้ ย่อมจับเอาเรื่อยไป...
17/07/2026

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย... วานรเมื่อเที่ยวไปในป่าใหญ่ จับกิ่งไม้นี้ ปล่อยกิ่งนั้น ยึดกิ่งโน้น ปล่อยกิ่งนี้ ย่อมจับเอาเรื่อยไป แม้ฉันใด... จิตก็ฉันนั้น ย่อมเกิดขึ้นดวงหนึ่ง ดับลงดวงหนึ่ง ทั้งกลางวันและกลางคืน"

“จิตนี้ดิ้นรน เที่ยวไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง อาศัยอยู่ในถ้ำ (คือกายนี้) ผู้ใดฝึกจิตนี้ได้ ผู้นั้นย่อมพ้นจากบ่วงแห่งมาร”
…ศัตรูที่แท้จริงมิใช่โลกภายนอก แต่คือ จิตที่ยังไม่ได้รับการอบรม
จิตดวงหนึ่งเกิดขึ้นและดับไปตลอดวันตลอดคืนดุจฟองน้ำ บนผิวน้ำ หากพิจารณาธรรมบทนี้ จึงช่วยให้เราปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในจิตใจและความรู้สึกที่เกิดขึ้น ดั่งที่ทรงสอนให้มองดูอารมณ์โกรธ อารมณ์เศร้า หรือความนึกคิดใดๆ ว่ามันเป็นเพียง "ฟองน้ำ" ที่พวยพุ่งขึ้นมาเนื่องด้วยปัจจัยภายนอก (เช่นเดียวกับสายฝนที่ตกลงกระทบผิวน้ำ) แล้วมันก็ต้องแตกสลายดับไปเองตามธรรมชาติ ไม่ใช่ตัวเราหรือของเราอย่างแท้จริง
.จิตนี้ ไม่เที่ยงเป็น(อนิจจัง) ทนอยู่ไม่ได้(ทุกขัง) ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน (อนัตตา)

อนุสาสนีปาฏิหาริย์ (ปาฏิหาริย์คือคำเทศน์สอน)จัดทำมาน้อยมาก เหลืออยู่องค์สุดท้าย ท่านใดสนใจติดต่อมาสอบถามได้นะครับ…………….พ...
10/07/2026

อนุสาสนีปาฏิหาริย์ (ปาฏิหาริย์คือคำเทศน์สอน)
จัดทำมาน้อยมาก เหลืออยู่องค์สุดท้าย ท่านใดสนใจติดต่อมาสอบถามได้นะครับ

…………….

พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญในพระธรรมคำสอนซึ่งเรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่สูงสุดเรียกว่า อนุสาสนีปาฏิหาริย์ (คำสอนเป็นอัศจรรย์) คือ ปาฏิหาริย์คือคำสั่งสอนที่สอนให้เห็นจริง นำไปปฏิบัติได้จริง และสามารถดับทุกข์ได้ผลสมจริง ถือเป็นปาฏิหาริย์ที่ประเสริฐสุด

ปฏิจจสมุปปบาท (อ่านว่า ปะ-ติด-จะ-สะ-มุบ-บาด) คือ หลักธรรมที่ว่าด้วยกฎแห่งเหตุและผลของชีวิต เป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนาที่อธิบายถึง "กระบวนการเกิดขึ้นและดับไปของทุกข์" โดยมีหลักการสำคัญคือ "เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น"
คำว่า ปฏิจจสมุปปบาท แปลตามตัวอักษรได้ว่า “สภาพที่อาศัยกันเกิดขึ้น” หมายความว่า ไม่มีสิ่งใดในโลกเกิดขึ้นมาลอย ๆ โดยไม่มีเหตุปัจจัย และไม่มีสิ่งใดคงอยู่ได้โดยเอกเทศ ทุกอย่างเป็นห่วงโซ่ที่คล้องเกี่ยวกันเป็นวงจร (Wheel of Life)
วงจรแห่งทุกข์ (อาการ 12 สายเกิด)
กระบวนการของปฏิจจสมุปปบาทแบ่งออกเป็น 12 หัวข้อหลัก ที่เป็นเหตุเป็นผลส่งทอดต่อกันเหมือนโดมิโน่ ดังนี้ครับ:
1. อวิชชา (ความไม่รู้จริงในอริยสัจ 4) เป็นปัจจัยให้เกิด...
2. สังขาร (ความคิดปรุงแต่ง, เจตนาทางกรรม) เป็นปัจจัยให้เกิด...
3. วิญญาณ (ความรับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) เป็นปัจจัยให้เกิด...
4. นามรูป (กายและจิตใจ) เป็นปัจจัยให้เกิด...
5. สฬายตนะ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) เป็นปัจจัยให้เกิด...
6. ผัสสะ (การกระทบ/สัมผัสระหว่างอายตนะกับโลกภายนอก) เป็นปัจจัยให้เกิด...
7. เวทนา (ความรู้สึกสุข ทุกข์ หรือเฉย ๆ) เป็นปัจจัยให้เกิด...
8. ตัณหา (ความอยากได้ ความอยากเป็น หรือความอยากดับสูญ) เป็นปัจจัยให้เกิด...
9. อุปาทาน (ความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตนของเรา) เป็นปัจจัยให้เกิด...
10. ภพ (กระบวนการพฤติกรรมหรือความพร้อมที่จะเป็น) เป็นปัจจัยให้เกิด...
11. ชาติ (ความเกิด, การติดกับในสภาวะนั้น ๆ) เป็นปัจจัยให้เกิด...
12. ชรามรณะ (ความแก่อยเจ็บตาย ความโศกเศร้า ร่ำไรรำพัน และความทุกข์ใจทั้งปวง)
จุดตัดสำคัญ: เราจะหยุดวงจรนี้อย่างไร?
ในทางปฏิบัติ พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าเราสามารถตัดวงจรแห่งทุกข์นี้ได้ โดยจุดที่ตัดได้ง่ายที่สุดในชีวิตประจำวันคือ ระหว่าง "เวทนา" กับ "ตัณหา"
• เมื่อมีการกระทบ (ผัสสะ) -> เกิดความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบ (เวทนา)
• ถ้าเรามี "สติ" รู้เท่าทันเวทนา -> ความอยาก (ตัณหา) จะไม่ทำงาน เมื่อตัณหาไม่เกิด ความยึดมั่น (อุปาทาน) ก็ไม่เกิด วงจรความทุกข์ก็ถูกตัดขาดลงตรงนั้น
เปรียบเหมือนการเข้าใจธรรมชาติของกองไฟ เมื่อเราสืบรู้ว่าไฟลุกขึ้นมาได้เพราะมีเชื้อไฟ (เหตุ) หากเราหยุดเติมเชื้อไฟ หรือดึงเชื้อไฟออก (ดับเหตุ) ไฟนั้นก็จะมอดดับลงไปเอง

นานๆจะได้วาดวิวทิวทัศน์ ผ่อนคลาย…“ นิพพานนที” (ชายที่แบกทุกข์ ดั่งไฟฟลุกไหม้เมื่อถึงท่า น้ำสระ อะโนดาดที่เย็นฉ่ำ จึงได้ด...
21/06/2026

นานๆจะได้วาดวิวทิวทัศน์ ผ่อนคลาย
…“ นิพพานนที” (ชายที่แบกทุกข์ ดั่งไฟฟลุกไหม้เมื่อถึงท่า น้ำสระ อะโนดาดที่เย็นฉ่ำ จึงได้ดับไฟ ที่ทุกข์ทนมานาน
… “เต่าตาบอดกับแอกไม้ไผ่ ”
โชคชะตาที่แสนยากยิ่ง

19/06/2026
… ที่มาของการได้มาวาดภาพนี้ เกิดจากเมื่อสามปีที่แล้วผมได้มีโอกาส ไป ออกเดินทางท่องเที่ยวอยู่กลางป่าทางภาคเหนือวันนั้นบัง...
17/06/2026

… ที่มาของการได้มาวาดภาพนี้ เกิดจากเมื่อสามปีที่แล้วผมได้มีโอกาส ไป ออกเดินทางท่องเที่ยวอยู่กลางป่าทางภาคเหนือวันนั้นบังเอิญได้เจอพระอาจารย์ท่านไปวิเวกหลีกเร้น ปฏิบัติธรรมกลางป่าพอดี ผมจึงได้เข้าไปกราบและได้ขอข้อชี้แนะจากพระอาจารย์ท่าน ..ผมเรียนถามท่านว่า หากจะวาดภาพ“นิพพาน”จะสามารถวาดได้หรือไม่ พระอาจารย์ท่านจึงเมตตาให้มาพระสูตรนึง ดังนี้

สารีบุตร! เปรียบเหมือนสระโบกขรณี มีน้ำอันใสสะอาดเย็น ใสตลอด มีท่าอันดี น่ารื่นรมย์ และในที่ไม่ไกลสระโบกขรณีนั้น มีแนวป่าอันทึบ ลำดับนั้น บุรุษผู้มีตัว อันความร้อนแผดเผา เหน็ดเหนื่อย หิว ระหาย มุ่งมาสู่สระโบกขรณีนั้นแหละ โดยมรรคาสายเดียว บุรุษผู้มีจักษุเห็นเขาแล้ว พึงกล่าวอย่างนี้ว่า "บุรุษผู้เจริญนี้ ปฏิบัติอย่างนั้นดำเนินอย่างนั้น และขึ้นสู่หนทางนั้น จักมาถึงสระโบกขรณี
นี้ทีเดียว"

ความหมายของอุปมานี้คือ:สระโบกขรณี: เปรียบเสมือน "พระนิพพาน" ที่ร่มรื่น เย็นสบาย ดับความเร่าร้อนได้บุรุษผู้ร้อนรุ่ม: เปรียบเหมือน "สัตว์โลก" หรือเวไนยสัตว์ที่ถูกความโลภ โกรธ หลง แผดเผาทางสายเดียว: เปรียบเสมือน "อริยมรรค" เส้นทางเดียวที่จะนำพาไปสู่ความหลุดพ้นบุรุษผู้มีจักษุ: เปรียบเหมือน "พระพุทธเจ้า" ผู้ทรงญาณ เห็นเส้นทางการปฏิบัติของผู้อื่น และทรงพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำว่า ผู้นั้นปฏิบัติถูกทางและจะบรรลุธรรมในที่สุด

**สรุปคือ พระพุทธเจ้าทรงใช้ข้อความนี้อธิบายว่า พระองค์ทรงทราบอัธยาศัยและการปฏิบัติของบุคคล หากใครปฏิบัติตามมรรคผล ผู้นั้นย่อมดับกิเลสและถึงซึ่งความสงบเย็นได้ดั่งบุรุษที่เดินไปถึงสระน้ำ สามารถศึกษาพระสูตรฉบับเต็มเพิ่มเติมได้จาก มหาสีหนาทสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ 12
. สามปีผ่านไปพึ่งจะได้วาดภาพนี้จากที่ตั้งใจมานาน
 ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตถิผโล ที่เมตตาชี้แนะลูกศิษย์คนนี้ กราบขอบพระคุณครับ

ภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์
15/06/2026

ภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์

10/06/2026
31/05/2026

ดู ติดตาม และค้นพบเนื้อหาที่กำลังติดเทรนด์เพิ่มเติม

31/05/2026

..ทุกอย่างย่อมมีจุดเริ่มต้น และจุดจบเสมอ
วิสาขบูชา ๒๕๖๙

ที่อยู่

Nonthaburi
11110

เบอร์โทรศัพท์

+66816363929

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ RachanGallery zen&surrealผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง RachanGallery zen&surreal:

ทางลัด

แชร์