KHON MASK - Wattana Kaewdoungyai

KHON MASK - Wattana Kaewdoungyai "วัฒนา แก้วดวงใหญ่" ทายาทช่างทำหัวโขนตระกูล "แก้วดวงใหญ่"

ช่างทำหัวโขนในสังกัดช่างสิบหมู่ท่านสำคัญคือ พระเทพยนตร์ (จำรัส ยันตระปรากรณ์) ซึ่งได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าช่างสิบหมู่ในรัชกาลที่ 6 มีน้องชาย ลูก และหลานซึ่งสืบทอดการทำหัวโขนในเวลาต่อมา ได้แก่ ขุนสกลบัณฑิต น้องชาย ปลิก บุตรสาว และชิต แก้วดวงใหญ่ ผู้เป็นหลาน
สกุลช่างสายพระเทพยนตร์ ขุนสกลบัณฑิต และชิต แก้วดวงใหญ่ เป็นสกุลช่างทำหัวโขนที่สำคัญยิ่ง เนื่องจากฝากฝีมือไว้ทั้งในราชการและเอกชนเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะหัวโขนในกรมศิลปากรหลายๆ หัวที่สร้างและซ่อมใหม่ หัวโขนสำคัญที่เชื่อกันว่าน่าจะสร้างกันมาตั้งแต่ ครั้งรัชกาลที่ 4 เช่น หัวโขนพิราพยอด (พระพิราพทรงเครื่อง) เก็บรักษาไว้ในสำนักการสังคีต มีลายท้ายที่เกิดจากแม่พิมพ์ลายที่ครูชิตรับมรดกมาจากพระเทพยนตร์ ปัจจุบัน ครูวัฒนา แก้วดวงใหญ่ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมรับช่วงการทำงานสร้างสรรค์หัวโขนต่อจากครูชิตผู้เป็นพ่อ
ครูวัฒนาอธิบายถึงกระบวนการสร้างหัวโขนที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากครูชิตว่า เริ่มจากการปั้นหุ่น ถอดพิมพ์ ออกมาเป็นต้นแบบ ปิดกระดาษสา (โบราณใช้กระดาษข่อย) ปิดตะเข็บ และตั้งหน้า จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนการประกอบยอด และทำสี ปิดทอง และประกอบเพชร จึงเสร็จสมบูรณ์
ในส่วนของการตั้งหน้าซึ่งครูวัฒนาบอกว่าเป็นขั้นตอน ที่ยากที่สุดนั้น ช่างมีหน้าที่ตีความตัวละครแต่ละบทบาทตัวอย่างเช่น ทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นยักษ์ในระดับพระราชา มีความเจ้าชู้ ในความหมายของช่างคือ หน้าตาดี หล่อเหลา ดุ แต่ว่าก็มีลักษณะที่มีสง่าราศี เนื่องจากเป็นเจ้า จากนั้นจึงถ่ายทอดออกมาเป็นผลงาน เป็นต้น

เล่าเรื่องพ่อ…ไก่แก้วพิภพส่งรูป ไก่แก้ว ฝีมือพ่อ สมบัติของบ้านนราศิลปให้หน่อยดู ทันทีทีเห็น ภาพจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาทันที...
05/08/2025

เล่าเรื่องพ่อ…ไก่แก้ว
พิภพส่งรูป ไก่แก้ว ฝีมือพ่อ สมบัติของบ้านนราศิลปให้หน่อยดู ทันทีทีเห็น ภาพจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาทันที “ พิภพ ไก่แก้วหัวนี้มีความพิเศษมากนะ แล้วจะเล่าให้ฟัง”
เมื่อครั้งที่พ่อทำไก่แก้วหัวนี้ ให้กับทางบ้านนราศิลป จำได้ว่า หน่อยนั่งเฝ้าดู ด้วยหลงรักไก่แก้ว หัวนี้เหลือเกิน
ไก่แก้วของพ่อ คือไก่แก้วที่พระลอติดตามไปด้วยความหลงไหลในความงดงาม
พ่อออกแบบให้ไก่แก้วหัวนี้ สามารถถอดออกได้ จากหัวปันจุเหร็จ คือ สามารถนำหัวปันจุเหร็จไปใส่แสดงในบทอื่นได้ เช่น พระลอ หรือ อิเหนา ไก่แก้วของพ่อสามารถถอดออกได้และประกอบเข้าไปใหม่ได้อย่างแนบเนียน และ แข็งแรง
ที่สำคัญ งานชิ้นนี้ เป็นงาน สื่อผสม ที่มีความกลมกลืน สวยงาม และใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม กล่าวคือ ตัวชิ้นงาน ขึ้นโครงด้วย หวาย หนัง และกระดาษข่อย ในส่วนของหัวไก่
ส่วนขนไก่นั้นพ่อออกแบบให้ช่างทำเครื่องเงินทำขนไก่ด้วยเงิน เป็นชิ้นๆพ่อนำมาประกอบเอง ติดแววตรงกลางขนด้วยกระจก ในส่วนของปันจุเหร็จ เป็นรักสมุกปิดทอง และมีส่วนประกอบเช่นดอกไม้ ประจำยาม จอนหูเป็นเงิน
งานชิ้นนี้เป็นงานสื่อผสม ที่พ่อทำขึ้น เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น พ่อไม่ทำอีก และออกแบบไก่แก้วใหม่ เป็นลักษณะติดขนด้วยผ้าและ เป็นหัวใส่ครอบมีกระบังหน้า ที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้
ที่หน่อย บอกว่ามีความสำคัญ เพราะ ไก่แก้ว เทคนิคสื่อผสม ที่สามารถใช้งานได้ ของพ่อนี้ มีเพียงหนึ่งเดียว
ตอนที่หน่อยเฝ้าดูพ่อประกอบไก่แก้ว จำได้ถึงความงามของปันจุเหร็จ และเข้าเครื่องเงิน ขนไก่เงินเมื่อติดแววด้วยกระจก ขาว แวววาว มลังเมลืองช่างงดงามสมกับเป็นไก่แก้วยิ่งนัก จ้องมองไม่วางตา จนพ่อหันมามองหน่อยแล้วหัวเราะหึๆ ด้วยความเอ็นดู
ขอบคุณพี่ปู พินิจ สุทธิเนตร แห่งบ้านนราศิลป ที่เก็บรักษางานชิ้นนี้ไว้อย่างยอดเยี่ยม
ขอบคุณ พิภพ บุษราคัมวดี ช่างภาพ และทำภาพนี้ออกมาให้ เข้าใจได้ง่าย

พญาครุฑ-พระพิฆเนศ (องค์ทอง)ช่างทำหัวโขน : วัฒนา แก้วดวงใหญ่ช่างภาพ : พิภพ บุษราคัมวดี #หัวโขน        #ครุฑ  #พิฆเนศ  #แก...
12/01/2025

พญาครุฑ-พระพิฆเนศ (องค์ทอง)
ช่างทำหัวโขน : วัฒนา แก้วดวงใหญ่
ช่างภาพ : พิภพ บุษราคัมวดี

#หัวโขน #ครุฑ #พิฆเนศ #แก้วดวงใหญ่ #วัฒนาแก้วดวงใหญ่ #วัฒนา

พระพิราพ - สำมนักขาช่างทำหัวโขน : วัฒนา แก้วดวงใหญ่ช่างภาพ : พิภพ บุษราคัมวดีเคยพูดถึงพระพิราพ และสำมนักขาว่าเหมือนกันทุ...
10/01/2025

พระพิราพ - สำมนักขา
ช่างทำหัวโขน : วัฒนา แก้วดวงใหญ่
ช่างภาพ : พิภพ บุษราคัมวดี

เคยพูดถึงพระพิราพ และสำมนักขาว่าเหมือนกันทุกอย่าง กล่าวคือ เป็นยักษ์โล้น ตาตะเข้ ปากสะแหยะ ต่างกันที่ทรงผม พระพิราพผมหยิกขอด เป็นปุ่มผม ส่วนสำมนักขาทรงผมแสกกลาง พระพิราพ เป็นชาย สำมนักขาเป็นหญิง พระพิราพเป็นครูที่ทางนาฏศิลปและดนตรีไทยเคารพยำเกรง สำมนักขาเป็นน้องสาวทศกัณฐ์....
ตีโจทย์คาแรคเตอร์ทั้ง2ยังงัย...
พระพิราพ เป็นยักษ์ผู้ชาย สูงศักดิ์ ย่อมต้องดุดัน แต่ในขณะเดียวกันมีความเมตตาในฐานะครู
สำมนักขา เป็นยักษ์ผู้หญิง อีกทั้งเป็นราชนิกูล ย่อมต้องมีความสง่างาม แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นต้นเหตุแห่งมหาสงคราม แต่ในความเป็นหญิง และมีความรัก ผู้หญิงจะสวยที่สุดก็ตอนมีความรัก จึงเลือกที่จะถ่ายทอด ให้เธองดงาม แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องดุ และดุในแบบยักษ์ที่เป็นหญิง

เลือกให้เป็นหน้าทองทั้ง 2 หน้า เพื่อลดความดุดันของพระพิราพลง และเพื่อให้สำมนักขาได้สวยสมกับที่มีความรัก แน่นอน ส่วนประกอบต่างๆในรายละเอียดย่อมต้องเหมาะสม ลงตัวด้วยเช่นกัน

#วัฒนา #แก้วดวงใหญ่ #หัวโขน #พิราพ #สำมนักขา

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๘ขอความสวัสดีมีมงคลจงมีแด่ท่านทั้งหลาย ขอความสุขกาย สุขใจ ในการเริ่มต้นวันใหม่ ปีใหม่ ดีๆ ยิ่งขึ้นตลอดไป
01/01/2025

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๘
ขอความสวัสดีมีมงคลจงมีแด่ท่านทั้งหลาย ขอความสุขกาย สุขใจ ในการเริ่มต้นวันใหม่ ปีใหม่ ดีๆ ยิ่งขึ้นตลอดไป

23/12/2024

(สำหรับภาษาไทย กรุณาเลื่อนลงด้านล่าง)
“Newly Discovered Correspondence (1853-1868) from King Mongkut, Rama IV, and from Phra Pinklao, to Sir John Bowring and his son Edgar Bowring” was written by Paul Michael Taylor and was published in the JSS Vol. 106 (2018).

This article presents for the first time transcriptions with illustrations of eleven examples of Thai royal correspondence dated 1853-1868, including six previously unpublished and two published but minimally accessible handwritten letters from King Mongkut and from “Second King” Phra Pinklao to Sir John Bowring and his son Edgar Bowring.

The letters, purchased in London in 1985 and now at the Library of Congress (Washington), substantively add to the corpus of primary source material on key historical figures from this period during which the “Bowring Treaty” of 1855, between Siam and the United Kingdom, played a role in transformations within Siam.

To read the article, please visit https://bit.ly/3VIVcRu
บทความเรื่อง “Newly Discovered Correspondence (1853-1868) from King Mongkut, Rama IV, and from Phra Pinklao, to Sir John Bowring and his son Edgar Bowring” เขียนโดย Paul Michael Taylor และตีพิมพ์ลงวารสารสยามสมาคม ฉบับที่ 106 (2018)

บทความนี้ตีพิมพ์ตัวอย่างภาพถ่ายพระราชสาส์น 11 ฉบับของไทย ระหว่างปี ค.ศ. 1853-1868 และเนื้อหาที่ถอดความออกมา ซึ่งประกอบไปด้วยพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามพระองค์ที่สอง รองจากสมเด็จพระเชษฐาธิราช ถึงเซอร์จอห์น เบาว์ริง และบุตรชาย เอ็ดการ์ เบาว์ริง ในจำนวนนี้มีพระราชหัตถเลขา 6 ฉบับ ที่ไม่เคยถูกตีพิมพ์ออกมา และอีก 2 ฉบับ ที่น้อยคนนักจะเคยได้พบเห็น

พระราชหัตถเลขาเหล่านี้ ซึ่งถูกซื้อมาจากลอนดอนในปี ค.ศ. 1985 และปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่หอสมุดรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ได้เพิ่มเติมข้อมูลสู่คลังเอกสารชั้นต้นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานี้อย่างมาก ซึ่งเป็นสมัยที่ “สนธิสัญญาเบาว์ริง” ในปี ค.ศ. 1855 กับสหราชอาณาจักรได้เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงประเทศของสยาม

สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://bit.ly/3VIVcRu

การแสดงรามเกียรติ์ ตอน จักราวตารณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยฉากแรก นารายณ์บรรทมสินธุ์จุดเริ่มต้นของเรื่องราว...พระจักรา ...
03/11/2024

การแสดงรามเกียรติ์ ตอน จักราวตาร
ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ฉากแรก นารายณ์บรรทมสินธุ์
จุดเริ่มต้นของเรื่องราว...พระจักรา หรือพระนารายณ์บรรทมเหนือ บัลลังก์พญาอนันตนาคราช ณ เกษียรสมุทร โดยมีพระลักษมีประทับเคียงคู่ เมื่อมนุษยโลกเกิดทุกข์เข็ญ ด้วยเหตุที่นนทุกผูกพยาบาท ลงมาบังเกิดเป็นพญายักษ์ทศกัณฐ์ สร้างความเดือดร้อน พระอินทร์และทวยเทพจึงเสด็จมาเพื่ออัญเชิญพระนารายณ์ให้อวตารเป็นพระราม กษัตริย์กรุงอโยธยา พระลักษมีชายา เทพพาหนะและเทพอาวุธโดยเสด็จลงมาด้วย ทวยเทพต่างๆ อาสามาเป็นพลพานรเพื่อบำราบปราบอสูรทศกัณฐ์ในครั้งนี้

สำหรับภาพเขียน ‘นารายณ์บรรทมสินธุ์’ ที่วาดด้วยสีน้ำมันในกรอบรูปวงรีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477 เป็นฝีมือ พระเทวาภินิมมิต

ท่านเป็นหนึ่งในศิลปินนามอุโฆษชาวสยามที่แสดงฝีไม้ลายมือจนเป็นที่เลื่องลือในวงการศิลปะ และที่สำคัญคือท่านเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยจากในหลวงถึง 5 รัชกาลให้ถวายงานศิลปะ โอกาสที่ยากจะหาใครอื่นมาเปรียบได้ แต่กว่าชาวบ้านธรรมดาจะกลายเป็นศิลปินใหญ่ในราชสำนักนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ถือกำเนิดในปี พ.ศ. 2431 ที่บ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา กำนันแสง และนางหมั่น ภรรยา ให้กำเนิดบุตรคนที่ 3 เป็นเด็กชายชื่อว่าศรี นามสกุล เทียนศิลป์ชัย ตั้งแต่ศรีเด็กๆ ได้ไปบวชเณรอยู่ที่วัดนารายณ์มหาราช และเริ่มเรียนหนังสือหนังหาจากในวัดนี้ ตั้งแต่อดีตกาลนานโพ้นในสมัยที่ดินแดนสยามยังไม่มีโรงเรียนสอนศิลปะ หากใครสนใจอยากเอาดีทางด้านวาดๆ เขียนๆ ก็ต้องไปอ้อนวอนฝากเนื้อฝากตัวกับยอดฝีมือให้เขากรุณาถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้แบบในหนังจีนกำลังภายใน

สมัยนั้นมีพระอาจารย์ที่เชี่ยวชาญงานช่างโดยเฉพาะการเขียนภาพไทย และลายไทยชื่อว่าบุญถึง เณรศรีซึ่งมีใจรักศิลปะอยู่แล้วจึงขอไปเป็นศิษย์ พระอาจารย์บุญถึงนั้นเป็นสายโหด เจ้าระเบียบ ฝึกดุฝึกหนัก ศิษย์มากมายมักเตลิดเปิดเปิงหนีไปก่อนพระอาจารย์จะถ่ายทอดวิชาให้หมด ต่างกับเณรศรีซึ่งขยันจัด สั่งสิบทำร้อย สั่งร้อยทำพัน ทั้งทัศนคติ และฝีมือเป็นที่ถูกอกถูกใจพระอาจารย์มาก

ศิลปินชาวสยามชื่อชั้นระดับชาติในยุคเก่าๆ เวลาจะสร้างผลงานศิลปะชิ้นสำคัญๆขึ้นมา มักจะเกิดจากแรงบันดาลใจ และเป้าประสงค์อันยิ่งใหญ่ เช่น วาดภาพจิตรกรรมฝาผนังโบสถ์ขึ้นมาเพื่อเป็นพุทธบูชา หรือสร้างสรรค์ศิลปะวัตถุอันล้ำค่าวิจิตรบรรจงถวายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินที่ทรงให้การอุปถัมภ์ เพราะไม่ได้มุ่งทำงานเน้นสนองความต้องการของตนเอง ศิลปินทั้งหลายเหล่านั้นจึงมักไม่ลงชื่อไว้บนผลงาน ถ้าไม่มีใครบอกเล่าต่อๆกันมา หรือไม่มีเขียนจดไว้ที่ไหน ก็ยากที่จะสืบค้นว่าผลงานศิลปะชิ้นไหนเป็นฝีมือใคร พระเทวาภินิมิตรนี่ก็เช่นเดียวกัน ท่านรับราชการมายาวนานผ่านหลายยุคหลายรัชกาล ผลงานที่สร้างสรรค์ด้วยตัวท่านเองคงต้องมีมากมาย แต่เท่าที่สืบค้นมาได้มีเพียงบันทึกเกี่ยวงานใหญ่ๆที่สำคัญๆ อาธิเช่น

-เขียนตราพระราชลัญจกร ประจำพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ตราที่ว่านี้คือตราสำหรับพระมหากษัตริย์ สัญลักษณ์ของพระประมุขแห่งประเทศ

-เขียนรูปแม่พระธรณีบีบมวยผม เพื่อเป็นแบบให้ประติมากรปั้นหล่อ และนำไปประดิษฐานไว้บริเวณใกล้ๆสะพานผ่านพิภพลีลา

-เป็นแม่กองตระเตรียมงานพระบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

-เขียนตราพระราชลัญจกร ประจำรัชกาลที่ 7 เป็นพระปรมาภิไธยรูปอักษรย่อ ป.ป.ร. ไขว้

-ออกแบบและควบคุมการสร้างพระแสงดาบญี่ปุ่นลงยาฝังเพชร หนึ่งในพระแสงประจำพระองค์ของพระมหากษัตริย์

-เป็นแม่กองวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ รอบพระระเบียงวัดพระแก้ว เมื่อครั้งที่มีการปฏิสังขรณ์ใหญ่ในปี พ.ศ. 2475 พระเทวาภินิมมิตเป็นผู้วาดกำแพงระเบียงช่องที่ 1 เป็นภาพพระชนกฤาษีทำพิธีบวงสรวง ไถดินพบนางสีดาอยู่ในผอบ

-สร้างพัดหลวง สำหรับงานเฉลอมฉลองกรุงเทพฯ ครบ 150 ปี

-เขียนแบบพระเมรุมาศ รัชกาลที่ 7

-เขียนตราพระราชลัญจกร ประจำรัชกาลที่ 8

-ออกแบบอนุสาวรีย์ ท้าวสุรนารี ร่วมกับ อาจารย์ ศิลป์ พีระศรี เพื่อนำไปประดิษฐานที่หน้าประตูชุมพล จังหวัดนครราชสีมา

ที่มาของข้อมูลภาพเขียนและประวัติพระเทวาภินิมมิต
https://anurakmag.com/art-and-culture/03/17/2022/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B2-%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99/

 #หนุมานหน้ามุกปีที่สร้าง : 2567วัสดุ : หอยมุกไฟ-ปิดด้วยทองคำเปลวช่างทำหัวโขน : วัฒนา แก้วดวงใหญ่ และ สุเทพ แก้วดวงใหญ่ส...
10/09/2024

#หนุมานหน้ามุก

ปีที่สร้าง : 2567
วัสดุ : หอยมุกไฟ-ปิดด้วยทองคำเปลว
ช่างทำหัวโขน : วัฒนา แก้วดวงใหญ่ และ สุเทพ แก้วดวงใหญ่
สกุลช่าง: แก้วดวงใหญ่

หนุมานหน้ามุกหัวที่ 4 แห่งตระกูลแก้วดวงใหญ่
ถูกออกแบบให้พิเศษต่างจากหัวหนุมานที่ใช้ใส่ในการแสดง ด้วยหนุมานหน้ามุกนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะใช้สวมใส่ในการแสดง
ลักษณะพิเศษดังกล่าวคือ
#เขี้ยวแก้ว หนุมานมีเขี้ยวอีกชุดหนึ่งอยู่ที่เพดานปาก เขี้ยวแก้วในที่นี้หมายถึงเขี้ยวที่ดี สามารถใช้งานได้ กล่าวคือ หนุมานสามารถใช้เขี้ยวนี้ในการขบกัดคู่ต่อสู้ได้
#ดาวเพดาน ลักษณะพิเศษของหนุมานอีกอย่างหนึ่งคือหาวเป็นดาวเป็นเดือน

#หนุมาน #หนุมานหน้ามุก #แก้วดวงใหญ่ #หัวโขน #วัฒนา #สุเทพ

หนุมานหน้ามุก ครูวัฒนาได้ส่งมอบให้คุณศรศักดิ์ ผู้ชื่นชอบและเป็นนักสะสมงานศิลปะ พร้อมทั้งอธิบายแนวคิดและการสร้างสรรค์ผลงา...
10/09/2024

หนุมานหน้ามุก ครูวัฒนาได้ส่งมอบให้คุณศรศักดิ์ ผู้ชื่นชอบและเป็นนักสะสมงานศิลปะ พร้อมทั้งอธิบายแนวคิดและการสร้างสรรค์ผลงานให้โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะโดยละเอียด

ขอบคุณมากค่ะ🙏

05/09/2024
16/08/2024

ต้องถ่ายให้เห็นความแวววาวเหลือบสีของ “หนุมานหน้ามุก“ ที่หาชมได้ยาก

เป้าหมายของการถ่ายภาพหัวโขนนี้ก็คือ การจัดแสงสร้างเงาให้มีมิติ และมีความแวววาวเหลือบสีจากการประดับมุก

และนี่คือผลลัพธ์

“หนุมานหน้ามุก”
ช่างทำหัวโขน : สุเทพ แก้วดวงใหญ่ และวัฒนา แก้วดวงใหญ่
ถ่ายภาพ : พิภพ บุษราคัมวดี

🇹🇭 รักศิลปะ เป็น Art Lover ชื่นชอบศิลปวัฒนธรรม กดติดตามเพจ กดถูกใจเพจ Art of Pipop พิภพ บุษราคัมวดี

💠
ิภพบุษราคัมวดี #พิภพบุษราคัมวดี #หนุมานหน้ามุก #วัฒนาแก้วดวงใหญ่

หนุมานหน้ามุกปีที่สร้าง พ.ศ.2567ช่างทำหัวโขน : วัฒนา แก้วดวงใหญ่ และ สุเทพ แก้วดวงใหญ่ช่างภาพ : พิภพ บุษราคัมวดีสกุลช่าง...
15/08/2024

หนุมานหน้ามุก
ปีที่สร้าง พ.ศ.2567
ช่างทำหัวโขน : วัฒนา แก้วดวงใหญ่ และ สุเทพ แก้วดวงใหญ่
ช่างภาพ : พิภพ บุษราคัมวดี
สกุลช่าง: แก้วดวงใหญ่
หนุมานหน้ามุกหัวที่ 4 แห่งตระกูลแก้วดวงใหญ่
ถูกออกแบบให้พิเศษต่างจากหัวหนุมานที่ใช้ใส่ในการแสดง ด้วยหนุมานหน้ามุกนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะใช้สวมใส่ในการแสดง
ลักษณะพิเศษดังกล่าวคือ
#เขี้ยวแก้ว หนุมานมีเขี้ยวอีกชุดหนึ่งอยู่ที่เพดานปาก เขี้ยวแก้วในที่นี้หมายถึงเขี้ยวที่ดี สามารถใช้งานได้ กล่าวคือ
.
หนุมานสามารถใช้เขี้ยวนี้ในการขบกัดคู่ต่อสู้ได้
#ดาวเพดาน ลักษณะพิเศษของหนุมานอีกอย่างหนึ่งคือหาวเป็นดาวเป็นเดือน
ปกติแล้วหนุมานจะมีดาวเพดานนี้ติดอยู่ที่เพดานปากเพื่อแสดงให้เห็นว่าหาวเป็นดาว เป็นเดือนได้
หนุมานหน้ามุกนี้ได้ออกแบบใหม่ให้ดาวเพดานนี้ไม่ให้ติดอยู่ที่เพดานปาก แต่ให้ลอยตัวออกมา เพื่อแสดงถึงดาว เดือนที่กำลังลอยออกมาจากปากหนุมาน
ดังนั้นช่างจึงออกแบบให้ปากมีความลึก
เพื่อรองรับ ตำแหน่งของเขี้ยวแก้ว และดาวเพดาน ให้เหมาะเจาะลงตัว

#ในส่วนของเตียวเพชร(มาลัยทอง)รอบศรีษะหนุมาน ได้ออกแบบสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ให้สมกับเป็นเตียวเพชรที่พระรามประทานให้กับหนุมาน
และให้เหมาะสมกับสถานะแม่ทัพที่หนุมานเป็นอยู่

#หนุมาน #หนุมานหน้ามุก #แก้วดวงใหญ่ #หัวโขน #วัฒนา #สุเทพ

ที่อยู่

ถ. บางกรวย-ไทรน้อย ต. บางเลน อ. บางใหญ่
Nonthaburi
11140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KHON MASK - Wattana Kaewdoungyaiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง KHON MASK - Wattana Kaewdoungyai:

แชร์

ประเภท