Song On Street : SOS

เส้นทาง

Song On Street : SOS ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Song On Street : SOS, สถานที่จัดการแสดงและงานกิจกรรม, Nakhon Pathom

"ดนตรีคือสิ่งที่งดงาม จงอย่าทำลายความงดงามนั้นด้วยความเห็นแก่ตัว หรือผลประโยชน์ใดๆ"
🚍 Song On Street : Music & Adventure
🎬 จัดโดย Nakhon Pathom Youth Music
📯 ทุกกิจกรรมร่วมงานฟรี 100%

21/10/2026

ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีใคร
Produced by Dr.PONG SOS
วันที่โลกมันมืดมน ฟ้าและฝนตกลงมา
ไม่มีใครมองเห็นเรา ไม่มีมือใครซักคน
ผ่านคืนวันร้าย ๆ ที่มันหนาวเหน็บหัวใจ
ด้วยตัวคนเดียว... จนรอดมาได้
​
พอมองย้อนกลับไป... โลกก็เปลี่ยนไปจากเดิม
ไม่ได้เกลียดความรัก และไม่ได้ปิดตายหัวใจ
​
ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีใคร... มายืนข้าง ๆ กัน
ไม่ใช่ไม่ต้องการใคร... แค่เข้าใจในความจริง
ต่อให้ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น... เราก็ยังดูแลตัวเองได้
จากที่เคยกลัวการถูกทิ้ง... วันนี้ก็เข้าใจ
อยู่คนเดียว... ก็สบายใจดี
​
เคยเหนื่อยล้า... กับการรั้งใครต่อใคร
เคยร้องไห้... กลัวการสูญเสียทุกอย่างไป
แต่วันนี้... ปล่อยให้มันเป็นไปตามทาง
ใครอยากอยู่... ก็ยินดีต้อนรับจากหัวใจ
ใครอยากไป... ก็พร้อมจะปล่อยมือ... ไม่ฝืนอีกแล้ว
​
ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีใคร... มายืนข้าง ๆ กัน
ไม่ใช่ไม่ต้องการใคร... แค่เข้าใจในความจริง
ต่อให้ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น... เราก็ยังดูแลตัวเองได้
จากที่เคยกลัวการถูกทิ้ง... วันนี้ก็เข้าใจ
อยู่คนเดียว... ก็สบายใจดี
​
เพราะในวันที่มืดมิด... ไม่มีใครให้พึ่งพา
ทำให้ฉันได้เรียนรู้... ได้รู้ว่าคุณค่า
คนคนเดียวที่สำคัญ... คนที่ควรพึ่งพา
ไม่ใช่ใครอื่นไกล... แต่คือตัวฉันเอง

ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีใคร... มายืนข้าง ๆ กัน
ไม่ใช่ไม่ต้องการใคร... แค่เข้าใจในความจริง
ต่อให้ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น... เราก็ยังดูแลตัวเองได้
จากที่เคยกลัวการถูกทิ้ง... วันนี้ก็เข้าใจ
อยู่คนเดียว... ก็สบายใจดี
​
เชื่อเถอะนะ...
ว่าเราเก่งมากพอ... ที่จะรักตัวเอง..ดูแลตัวเองได้ดีที่สุด

#เทรนด์วันนี้
#ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีใคร #เพลงรัก

19/10/2026

ในชั่วโมงนี้ หากพูดถึงความภาคภูมิใจของคนไทยในแวดวงวงดนตรีระดับโลก ถ้าคิดเร็วๆพวกเราคนไทยก็คงนึกถึงสองสาวไทยที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของพวกเราในสาขาดนตรีที่แตกแตกต่างกัน อย่าง Lisa ในสายดนตรีป๊อบ กับ สาวไทยที่ฮอตที่สุดในวงการดนตรีโลกในชั่วโมงนี้อย่างน้อง Nene Royal ในสายดนตรีร็อคและ Heavy Metal
แต่ทราบหรือไม่ครับว่า ในแวดวงวงดนตรี Jazz และ Funky ยังมีนักดนตรีระดับโลกสาวไทยอีกหนึ่งคนที่กำลังได้รับความสนใจและเป็นที่จับตาอย่างมาก เครื่องดนตรีของเธอไม่ใช่กีตาร์ ไม่ใช่เสียงร้อง และไม่ได้มีการเต้นที่แข็งแรงเป็นอาวุธ แต่สิ่งที่เธอมีคือการสร้างสรรค์จังหวะ และ Groove เท่ห์ๆ ที่แสนจะมีเสน่ห์ผ่านเสียงกลองครับ
เธอคือ สลิล ชีวพันธุศรี (Salin Cheewapansri) นักดนตรีหญิงชาวไทยที่ปัจจุบันทำงานอยู่ในแคนาดา ในฐานะ Drummer, Composer และ Producer และผลงานของเธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Juno Awards ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลดนตรีสำคัญของแคนาดา
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่ารางวัล คือเส้นทางที่ทำให้เธอมาถึงตรงนี้
ถ้าใครคิดว่า “ดนตรีไทย” จะต้องเป็นเสียงขิม เสียงระนาด หรือเสียงแคนในรูปแบบที่เราคุ้นเคย ลองเปิดใจฟัง Salin แล้วคุณอาจค้นพบว่า ดนตรีไทยสามารถเดินทางไปได้ไกลกว่านั้นมาก
เพราะผู้หญิงคนหนึ่งกำลังใช้ “เสียงกลอง” เป็นภาษาสากล พาเสียงจากประเทศไทยไปพบกับ Funk, Jazz, Soul และดนตรีจากแอฟริกา จนกลายเป็นเสียงดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และได้รับความสนใจจากวงการดนตรีนานาชาติ
จากเด็กหญิงที่หลงรักเสียงกลอง สู่เวทีที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
สลิลเริ่มเล่นกลองตั้งแต่อายุยังน้อย และค่อย ๆ เดินทางเข้าสู่วงการดนตรีด้วยความหลงใหลในจังหวะและเสียงของกลอง
ก่อนจะเดินทางไปอเมริกาเหนือเมื่ออายุประมาณ 20 ปี เพื่อไล่ตามความฝันทางดนตรี
แต่เส้นทางของเธอในช่วงแรกไม่ได้ง่ายเลย
เธอผ่านการเล่นดนตรีหลากหลายแนว เพื่อค้นหาตัวตนไล่มาตั้งแต่ ตั้งแต่ Rock, Metal ไปจนถึง Jazz, Funk และ Soul ก่อนจะค่อย ๆ ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบและ สร้างตัวตนทางดนตรีของตัวเองขึ้นมา
จากนักดนตรีที่เริ่มต้นด้วยการเล่นดนตรีตามสภาพแวดล้อมและ พัฒนาฝีมือผ่าน Jam Sessionในที่สุดฝีมือของเธอก็ไปเข้าตาศิลปินแจ๊สชาวแคนาดา Dominique Fils-Aimé และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวงดนตรีของเธอและกลายเป็นผลงานที่สลิลมีส่วนร่วมในฐานะมือกลองจนได้รับรางวัล Juno Award และกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของเส้นทางดนตรีของเธอ
เมื่อเสียงดนตรีแบบไทยเดินทางมาพบกับ Funk และ Afrobeat
สิ่งที่ทำให้สลิลน่าสนใจเป็นพิเศษ คือเธอไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น “มือกลอง”
เธอเป็นทั้ง Composer และ Producer และสร้างภาษาดนตรีของตัวเองจากการนำรากดนตรีอีสานมาพบกับเสียงของ Afro, Funk, Jazz และ Soul
เธอเรียกแนวทางดนตรีของตัวเองว่า Afro Thai Funk และยังมีการอธิบายแนวทางของเธอว่าเป็น Afro Isan Soul
เธอนำเสียงแคน พิณ ระนาด และเครื่องดนตรีไทยมาใช้ในผลงาน แต่ไม่ได้ทำให้เพลง “ฟังดูเป็นไทย” แต่เพียงเท่านั้น
แต่การผสมผสานของเธอได้สร้างให้เกิดผลงานที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาดนตรีสมัยใหม่
ความโดดเด่นที่จับใจผู้ฟังของสลิลก็คือเธอไม่ได้พยายามทำให้ความเป็นไทยเข้ากับโลก แต่เธอเอาความเป็นไทยไป “คุย” กับโลกได้อย่างมีเอกลักษณ์ แต่ก็ผสมผสานกลมกลืนไปกับเสียงดนตรีจากวัฒนธรรมอื่นๆด้วย
หนึ่งในผลงานสำคัญของสลิลคืออัลบั้ม Rammana
อัลบั้มชุดนี้นำ Afro-jazz, Funk และเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านไทยมาผสมผสานกัน จนเกิดเป็นซาวด์ที่มีทั้งความร่วมสมัยและรากวัฒนธรรมของไทยอยู่ด้วยกัน
อัลบั้มนี้ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศอย่าง BBC Radio, NPR, CBC และ Bandcamp ขณะที่เพลง “Current” เคยขึ้นถึงอันดับ 3 ใน Spotify Fresh Finds Jazz – Best of 2024 และ “Si Chomphu” ได้รับความสนใจจาก Cat Radio ในประเทศไทยและ KCRW ในลอสแอนเจลิส
และ Rammana ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Juno Awards 2026 สาขา Best Global Music Album of the Year อีกด้วย
จาก Montreal ถึง New York, London, Tokyo และ KEXP
วันนี้ชื่อของสลิลดังไปไกลกว่าขอบเขตของวงการดนตรีไทยและแคนาดาแล้วครับ
เธอเคยขึ้นเวที Montreal International Jazz Festival, Winter Jazz Festival ในนิวยอร์ก, Ronnie Scott’s ในลอนดอน, Cotton Club ในโตเกียว รวมถึง SummerStage ที่ Central Park และ KEXP สถานีวิทยุดนตรีชื่อดังของสหรัฐฯ
เธอยังได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 6 ศิลปินของ CBC Music’s Revelation Canada 2025 อีกด้วย
จากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เริ่มต้นเส้นทางดนตรีของตัวเองด้วยการฝึกใช้กลองสร้างจังหวะที่เป็นกระดูกสันหลังของเพลง
วันนี้เสียงกลองพร้อมพรสวรรค์รวมพลังกับพรแสวงของเธอกำลังพาเธอเดินทางไปรอบโลก
เส้นทางของสลิลทำให้เราเห็นว่าโลกไม่ได้ต้องการศิลปินที่เหมือนกันไปหมด แต่โลกต้องการศิลปินที่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร สร้างงานในแบบของตัวเอง มีลายเซ็นที่ชัดเจนแล้วกล้าที่จะนำสิ่งนั้นออกไปให้โลกได้ฟัง

ยิ่งสลิลเดินทางออกไปไกลแค่ไหน แต่ผลงานของเธอกลับยิ่งย้อนกลับมาค้นหารากของตัวเอง ทั้งเสียงดนตรีอีสาน เครื่องดนตรีพื้นบ้าน และเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทย ถูกนำกลับมาสร้างเป็นงานดนตรีร่วมสมัย
งานสร้างสรรค์ของเธอจึงไม่ใช่การ “หนีออกจากความเป็นไทย”แต่เป็นการพาความเป็นไทยออกไปเปิดบทสนทนากับโลก
สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า
“อยากลองฟังว่าเสียงกลองของสลิลเป็นอย่างไร?”
ไม่ต้องรอให้เธอกลับมาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทยครับ
สามารถติดตามผลงานของเธอได้จากช่องทางหลักที่รวบรวมไว้บนเว็บไซต์ทางการของสลิลได้แก่ Instagram, YouTube, Bandcamp และ Spotify

🌐 เว็บไซต์ทางการ: Salin Official Website⁠
📸 Instagram: salin_music หรือสามารถเข้าผ่านเมนู Social ของเว็บไซต์ทางการ
▶️ YouTube: ชม Live Performance และผลงานต่าง ๆ รวมถึงการแสดงของเธอกับ KEXP
🎧 Spotify: ฟังเพลงและอัลบั้มของ Salin
💿 Bandcamp: ฟังและสนับสนุนผลงานโดยตรง รวมถึงอัลบั้ม Rammana, Kouta in Siam และผลงานอื่น ๆ
และสำหรับคนที่อยากเห็นพลังของเธอแบบเต็ม ๆ ใดๆdigest ขอแนะนำให้ลองค้นหา “Salin KEXP” บน YouTube แล้วลองเสพย์งานของเธออย่างเปิดใจ และถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้คุณลองวางความเป็นคนไทยของเธอลงก่อน แล้วสัมผัสสิ่งที่เธอต้องการนำเสนอในฐานะนักดนตรีระดับโลกคนหนึ่งที่มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ที่ได้มาจากการฝึกฝนเคียวกรำตัวเองอย่างหนักหน่วง และ เล่นดนตรีอย่างมีความสุขสนุกสนานในสิ่งที่เธอรักและเป็นตัวตนของเธอจริงๆดูนะครับ
เพราะบางครั้ง…
การได้เห็นนักดนตรีคนหนึ่งเล่นสด ด้วยอารมณ์และความรู้สึกผ่านฝีมือชั้นเซียน อาจทำให้เราเข้าใจตัวตนของเขามากกว่าการอ่านประวัติหลายหน้ากระดาษ โดยไม่ต้องสนใจว่าเขามาจาก ไหนด้วยซ้ำ
เสียง Funk ของเธออาจมาจากโลกตะวันตก
Groove อาจมาจากแอฟริกา
Jazz อาจมาจากอีกซีกโลก
แต่เมื่อเสียงแคน เสียงพิณ และจังหวะจากดินแดนอีสานเข้ามาอยู่ด้วยกัน…
มันกลายเป็นเสียงที่ไม่มีใครเหมือน เสียงของสลิล
และนั่นอาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับคนไทยทุกคนที่มีความฝัน มันหมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนคนอื่น เพื่อให้โลกยอมรับ
เพราะบางครั้ง… สิ่งที่โลกกำลังรอฟัง อาจเป็นเสียงที่มีเพียงเราเท่านั้นที่สร้างขึ้นมาได้
ขอให้เสียงดนตรีของสลิล นำความสนุกสนาน ความรื่นรมย์ และความสุขมาให้คุณตามที่เธอตั้งใจ
และยิ่งไปกว่านั้น ใดๆdigest หวังว่าเรื่องราวของสลิลจะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณลุกขึ้นไปทำตามความฝันหรืออย่างน้อยก็เริ่มออกเดินไปบนเส้นทางนั้นนะครับ
เรื่อง : กวิล นาวานุเคราะห์



#กวิล_นาวานุเคราะห์

18/10/2026

ในวันที่เราหมดแรง...
หรือท้อแท้กับเรื่องอะไรก็ตามในชีวิต หลายคนมักเลือกที่จะมองหากำลังและแรงบันดาลใจจากคนรอบข้างหรือบางคนก็เลือกที่จะอ่านหนังสือเสพสื่อสร้างแรงบันดาลใจมากมาย เพื่อเติมไฟให้ตัวเองในวันที่อ่อนล้า

การเสพแรงบันดาลใจสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นบางครั้งก็ช่วยให้เรามีไฟได้จริง ๆ แต่หลายครั้งมันก็เป็นเหมือนการกระตุ้นให้เรากระตือรือร้นได้เพียงชั่วคราวแค่เพียงเท่านั้น

พอเราลืม..เราก็กลับมาเป็นคนที่ไร้เรี่ยวแรงเหมือนเดิม จนสุดท้ายการเติมแรงบันดาลใจในวิธีเดิม ๆ ก็กลายเป็นเพียงแค่แรงผลักแค่เพียงชั่วคราว

แล้วอะไรกันล่ะที่เป็นแรงบันดาลใจที่ยั่งยืน ?
ข้อมูลงานวิจัยชิ้นหนึ่งกล่าวไว้ว่า...

แรงบันดาลใจจะยั่งยืนและคงอยู่ยาวนานที่สุด ต้องมีความต้องการพื้นฐานทางจิตวิทยา 3 ประการ ได้แก่

1. อิสรภาพและอิสระในการเลือกชีวิตตัวเองแบบไม่ถูกบังคับ
2. ความเชี่ยวชาญหรือทักษะเฉพาะตัวที่ตัวเองมี
3. ความผูกพันที่เชื่อมโยงกับคุณค่าต่อตัวเองและผู้อื่น

เมื่อไหร่ก็ตามที่แรงขับเคลื่อนเหล่านี้มันเกิดขึ้นจากความต้องการภายในของตัวเองจะมีโอกาสที่เราจะทำตามเป้าหมายได้ต่อเนื่องและยาวนานกว่า

สิ่งนี้อาจจะตอบแล้วว่า “แรงบันดาลใจที่ยั่งยืน” อาจไม่ได้มาจากประโยคคม ๆ ของบุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับโลก แต่นั่นเป็นเพียงแนวทางในการปรับวิธีคิดไม่ได้เป็นแรงผลักให้เราอยากลุกไปทำอะไรให้สำเร็จ เพราะสุดท้ายแล้วแรงผลักจากข้างในต่างหากที่จะพาคุณลุกออกไปทำอะไรสักอย่างเพื่อตัวเอง

จงหาแรงผลักจากข้างในของตัวเองให้เจอ...เรื่องราวในอดีต ความลำบาก ความทะเยอทะยานเพื่ออะไรสักอย่างของคุณนั่นแหละ คือแรงผลักและแรงบันดาลใจที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องโหยหาจากที่ไหน...


Writer: Chancha
Graphic: markgg789

17/10/2026
16/10/2026

สุข (เสียบ้าง) #ความสุขในแบบของเรา
Produced by Dr.PONG SOS

ยิ่งวิ่งตาม ยิ่งเหนื่อยล้า... ปลายทางที่หวังไว้
ต้องแลกมาด้วยอะไร เคยถามตัวเองบ้างไหม
งานที่เพียบพร้อม เงินทอง ความสำเร็จที่งดงาม
หรือความสัมพันธ์ที่ดูดี ทุกครั้งที่ใครเขาถาม
ในสายตาใครๆ มันคงดูสมบูรณ์แบบเหลือเกิน
​
แต่ลึกๆ ข้างในใจ กลับมีแต่ความฝืน
ต้องอดทนในทุกวัน กล้ำกลืนคราบน้ำตา
ยอมทิ้งความสดใส ยอมเสียความเป็นตัวเองไป
สิ่งที่กำลังพยายามรักษาเอาไว้
มันคุ้มค่ากับหัวใจ... ที่เสียไปหรือเปล่า
​
ไม่มีสิ่งใดคุ้มค่าพอ... หากสุดท้ายไม่มีความสุข
จะเดินไปถึงจุดไหน ถ้าหัวใจยังต้องอมทุกข์
ชีวิตไม่ได้มีไว้ แค่วิ่งไขว่คว้าความสำเร็จเหล่านั้น
แบ่งเวลาให้หัวใจ ได้พักผ่อนและผ่อนคลายบ้าง
กอดตัวเองในวันที่ล้า และใช้ชีวิตให้มีความสุข... เสียบ้าง
​
อย่ามัวแต่พยายาม ทำให้ดูดีในสายตาของใครๆ
จนลืมฟังเสียงข้างใน ลืมถามใจตัวเองสักครั้ง
ว่าชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้... เรามีความสุขจริงไหม?
ถ้าคำตอบคือไม่... อาจถึงเวลาที่ต้องปล่อยมือ

ไม่มีสิ่งใดคุ้มค่าพอ... หากสุดท้ายไม่มีความสุข
จะเดินไปถึงจุดไหน ถ้าหัวใจยังต้องอมทุกข์
ชีวิตไม่ได้มีไว้ แค่วิ่งไขว่คว้าความสำเร็จเหล่านั้น
แบ่งเวลาให้หัวใจ ได้พักผ่อนและผ่อนคลายบ้าง
กอดตัวเองในวันที่ล้า และใช้ชีวิตให้มีความสุข... เสียบ้าง

ไม่มีสิ่งใดคุ้มค่าพอ... หากสุดท้ายไม่มีความสุข
จะเดินไปถึงจุดไหน ถ้าหัวใจยังต้องอมทุกข์
ชีวิตไม่ได้มีไว้ แค่วิ่งไขว่คว้าความสำเร็จเหล่านั้น
แบ่งเวลาให้หัวใจ ได้พักผ่อนและผ่อนคลายบ้าง
กอดตัวเองในวันที่ล้า และใช้ชีวิตให้มีความสุข... เสียบ้าง

ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...
หันกลับมาดูแลหัวใจ ตัวเองสักที

#เทรนด์วันนี้
#สุขเสียบ้าง

13/10/2026

เนื่องด้วยในเดือนตุลาคมปีนี้ จะเป็นวาระครบ 30 ปี การจากไปของ “เต๋อ-เรวัต พุทธินันทน์” พี่ชายใจดี อดีตผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง “GMM Music” ที่หลายคนชื่นชอบและยกย่อง ทั้งบทบาทเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

ทาง CrazyGroovy จึงขอร่วมรำลึก 30 ปี พี่เต๋อ เรวัต ด้วยบทสัมภาษณ์ของพี่เต๋อ เรวัต เมื่อ 41 ปีที่แล้ว (พ.ศ 2528) จากคอลัมน์ “Your Favorite Longplay” ภายในนิตยสาร “Music Express” ที่พามารู้จักกับ 11 อัลบั้ม / ศิลปินโปรดของพี่เต๋อที่ให้สัมภาษณ์ไว้ในตอนนั้น

โดยเนื้อหาทั้งหมด นอกจากการแก้ไขคำผิดหรือการปรับปรุงการจัดเรียงหน้าบางส่วน ทางเพจจะอ้างอิงคำพูดภายในนิตยสารเป็นหลัก โดยจะเน้นเพียงเนื้อหาที่กล่าวถึงอัลบั้มต่าง ๆ จะมีอัลบั้มอะไรบ้าง สามารถเริ่มอ่านตามเนื้อหาด้านล่างได้เลย
1. Spinning Wheel - Blood Sweat & Tears

“ดนตรีเป็น Jazz-Rock ที่ไม่ซ้ำซากและชอบเพราะได้ศึกษาดนตรีไปด้วย วงนี้มี David Clayton-Thomas เป็นนักร้องนำ ซึ่งร้องได้ดุเดือดดีเหลือเกิน มีแบบฉบับเป็นของตัวเอง ต้นกำเนิดเขามาจากเพลง Blues ร้องเรื่อยมาจนได้เข้าแบนด์ก็เปลี่ยนมาร้องสไตล์ Jazz-Rock ซึ่งร้องได้ดีมากซะด้วย น้ำเสียงมี Power เหลือเกิน แล้วมันมีอิทธิพลต่อการร้องเพลงของพี่มากเหมือนกัน ชุดนี้ฟังแล้วดีทุกเพลง และดนตรีเฉียบขาด พี่ได้ไปดูคอนเสิร์ตของเขาที่ยุโรป”
2. 25 or 6 to 4 - Chicago

”ชอบเหมือนกับชุดแรกเลย เป็นดนตรีแนว Jazz
-Rock แท้ ๆ แต่ว่าดนตรีของ Chicago จะเข้าถึงคนได้มากกว่า ได้ดูคอนเสิร์ตของเขาที่ฮาวาย

ชอบการจัดสรร การเรียบเรียงเสียงประสานทำได้ดี โดยเฉพาะเครื่องเป่า แล้วดนตรีของเขาจะให้ความรู้ใหม่ ๆ ของคู่เสียงดนตรีที่เด่น ๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อย่างเช่นใช้คู่เสียงที่มันติดกัน ซึ่งชาวบ้านเขาไม่ใช้กัน ถ้าใครได้ลองเล่นดู ฝีมือไม่ถึงจริง คนฟังจะฟังออกทันทีว่ามันเพี้ยน ๆ แปร่ง ๆ แต่ Chicago กลับสามารถนำมาใช้ได้อย่างกลมกลืนมาก

เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของวงก็คือ เสียงร้องของคนเล่นเบส ชื่อ Peter Cetera ที่ร้องเพลง If your leave me now นั่นละ เสียงร้องของเขาถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของ Chicago ได้เช่นกัน วงแตกหรือ ? ก็ไม่แปลกอะไรนะ เพราะช่วงชีวิตที่ Chicago อยู่ด้วยกันมาถึง 8 ปีนั้น ผลงานอัลบั้มของเขาทำออกมาได้ดีทุกชุด ซึ่งจะหาอย่างนี้ได้ยากนะ มันถึงจุดสุดยอดแล้วล่ะ”
3. Back to Oakland - Tower of Power

“ได้ดูคอนเสิร์ตของเขาที่ฮาวายนะ เล่นได้ดีจริง ๆ ชอบ Rhythm ของดนตรี ไม่ว่าจะเป็น กลอง เบส เปียโน ซึ่งเขาสร้างมันขึ้นมาใหม่หมด ถึงขนาดเขียนบนปกอัลบั้มเลยนะว่า We’ve done found bew stroke นั่นย่อมหมายถึงว่า เขามีความมั่นอกมั่นใจเหลือเกินว่า สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมานั้นเป็นสิ่งที่ใหม่ ไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน และเขาก็ทำได้จริง ๆ ซะด้วย

สิ่งใหม่ที่ว่าเป็นทุกรูปแบบ หมายถึง ตั้งแต่ตัวเพลงที่สร้าง การเสนอ Rhythm และเครื่องเป่า นักร้อง การแสดงบนเวที ทุกสิ่งทุกอย่างนั่นแหละ ที่สร้างความประทับใจให้กับพี่มาก ไม่ว่าจะมองที่จุดไหน ส่วนไหน ก็ดูเด่นไปหมดทุกจุด แสดงสดก็เล่นได้มันระเบิดเลย ลองนึกภาพดูสิ ว่าคนดูขนาด 4-5 หมื่นคนเข้าชมคอนเสิร์ต และสามารถบ้ากันทั้งหมด ร่วมร้องร่วมเต้นไปตามจังหวะเพลงได้พร้อมกันหมด มันเป็นการแสดงสดที่ประสบความสำเร็จขนาดไหน”
4. Gartitude - Earth, Wind & Fire

“Live ความหมายของมันก็บอกอยู่แล้วใช่ไหม ที่ชอบชุดนี้เพราะมันเป็นอัลบั้มแสดงสดที่ได้รับรางวัลการแสดงสดดีที่สุดในโลก คุณภาพเสียงเฉียบ จัดว่าดีกว่าระบบเสียงที่อัดใน Studio บางแห่งเสียอีก และนั่นย่อมรวมไปถึงความสามารถของนักร้อง นักดนตรี และการอัดเสียงควบคู่ไปด้วย คอนเสิร์ตที่แสดงได้ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกก็คือวงนี้ กับ Queen ยกให้ Queen เป็นวงร็อกอันดับ 1 สำหรับพี่เลยนะ จุ๊จุ๊ มันจริง ๆ

ดนตรีของวงนี้ มีแนวคล้าย Tower of Power แต่วงนี้จะเน้นทางด้านเนื้อร้องมากกว่า มีปรัชญาอยู่ในเนื้อร้อง ก่อนที่สมาชิกในวงจะออกมาเล่นนะ พวกเขาจะนั่งกรรมฐานทำสมาธิเพื่อให้ค้นพบว่า ชีวิตของคนเราควรจะดำเนินไปอย่างไรแล้วจึงนำมาถ่ายทอดกับท่านผู้ชม นี่ถือเป็นลัทธิหนึ่งทางดนตรีของพวกเขาเลยนะ พี่เคยได้ดูคอนเสิร์ตของวงนี้ในยุโรป ติดใจมาก แนวดนตรีมันเป็น Jazz ลูกผสมนะ คือมี Rhythm เป็น Funky ผสม Soul”
5. Fulfillingness First Finale - Stevie Wonder

“ชอบการแต่งเพลงของ Stevie Wonder เขาจะแต่งเพลงได้ไม่ซ้ำแบบใครจริง ๆ แต่เป็นความไม่ซ้ำแบบที่ทำให้คนฟังทั้งโลกชอบได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องยาก และลักษณะเพลงของเขา ฟังดูง่าย ๆ เพราะ ๆ แต่เมื่อฟังให้ลึก ๆ จริง ๆ แล้วน่ะฟังยากนะ ลักษณะการร้องก็เป็นลักษณะเฉพาะตัวจริง ๆ บวกกับความสามารถเฉพาะตัวสูง จึงทำให้เขาอยู่ในวงการได้นานและดังนาน ยกให้เป็นอัจฉริยบุคคล ถือเป็นระดับ Super รุ่นใหญ่ที่ยอดอย่างแท้จริง

ถ้าจะเปรียบน้ำเสียงการร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาเนี่ย มันก็คล้าย ๆ ชินกร ไกรลาศ ของบ้านเราเลย เห็นมั้ย ? ไม่มีใครเหมือน แล้วก็ไม่เหมือนใคร ที่ชอบมากอีกอย่างหนึ่ง ก็คือเขาเป็นคนตาบอด แต่ชอบนำเอาเรื่องของคนตาดีมาแต่ง อย่างเช่น I see the sun ฮะ ฮ่า ! เนื้อเพลงจะพูดถึงชีวิตในวัยเด็กน่ะ มักจะชอบขีด ๆ เขียน ๆ ตามฝาผนังให้มันสกปรกเลอะเทอะ ไปถึงไหน เปรอะถึงนั่น เด็ก ๆ ก็เป็นอย่างงี้แหละ เนี่ย เห็นมั้ย เขามีจินตนาการสูงและถูกต้องเสียด้วย จนบางครั้งคนตาดี ๆ ยังไม่ทันได้นึกถึงด้วยซ้ำ”
6. Phil Collins & Genesis (ไม่ได้ระบุอัลบั้มชุดใดชุดหนึ่ง)

“ชอบการ Produce งานของ Phil Collins นะ ในวงเขาจะเป็นคนตีกลอง ซึ่งเป็นเครื่องที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว ลักษณะงานที่เด่นของเขาก็คือ เสียงกลองที่เด่นมากนั่นเอง แล้วก็จะมีงานดี ๆ ออกมาเรื่อย ๆ แต่จะออกมาในลักษณะที่แปลกและเด่น เป็นอะไรสักอย่างที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของงานออกมา ไม่เหมือนคนทั่วไปอีกเช่นกัน ดนตรีเป็นแนวร็อก แต่ก็ไม่เหมือนร็อกทั่วไปอีกน่ะแหละ

ชอบบทประพันธ์ที่ออกมามีเนื้อหาควบคู่ไปกับดนตรีที่มีความสมบูรณ์แบบ อันเป็นลักษณะของเพลงฝรั่งส่วนมากที่เนื้อหาจะบ่งบอกอะไรออกมาสักอย่าง ไม่ใช่ตะบี้ตะบันแต่งอย่างไม่ได้เรื่องได้ราว”
7. Natural High - Commodores

“สำหรับ Lionel Richie ที่ชอบความไพเราะของเพลง เขาแต่งได้เพราะมาก ๆ ไม่ใช่เพลงร้องยากร้องเย็นสลับซับซ้อน แต่เพราะเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะลักษณะเสียงร้องของเขาด้วยเหมือนกันนะ ทำให้เพลงที่แต่งและร้องออกมาได้เพราะ แล้วยังมีลักษณะการร้องที่แตกต่างจากคนอื่น ลองให้คนอื่นมาร้องเพลงของเขาดูสิ ไม่มีทางเพราะได้เท่าเขาหรอก

อัลบั้มที่มีเขาเกี่ยวพันอยู่ด้วยน่ะ เราเชื่อได้เลยว่าต้องมีเพลงที่เพราะมาก ๆ อยู่ อัลบั้มชุดนี้เป็นชุดที่เขายังอยู่กับวง Commodores ซึ่งตอนหลังนี้เขาก็ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าประทับใจละก็ต้องบอกว่าประทับใจที่เขาอยู่กับวง Commodores มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าชอบคนอื่นในวงนะ ก็ยังชอบเฉพาะตัวเขาเองคนเดียวน่ะแหละ”
8. Return to Forever - Chick Corea

“ลักษณะเป็น Modern Jazz ซึ่งไม่ใช่เพลงที่ระดับคนทั่วไป ฟังเพื่อเอาแค่ความไพเราะ แต่จะต้องเป็นคนที่สนใจมาก ๆ และต้องการศึกษา ต้องมีความรู้ทางด้านดนตรี นั่นแหละ ถึงจะเห็นอะไรดี ๆ ในเนื้อดนตรีของวงนี้

ดนตรีมันค่อนข้างสับสนยุ่งยากอยู่ก็จริง แต่พี่เป็นนักร้อง นักดนตรี เป็น Producer ด้วยใช่มั้ย มันก็ต้องพยายามฟัง พยายามเข้าถึงมัน เพื่อจะได้ศึกษาดนตรีได้แตกฉาน พี่ต้องใฝ่หาสิ่งแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา เมื่อฟังและศึกษาแล้ว จะได้ในเรื่องของช่วงทำนองแปลก ๆ การสร้างทำนองที่แปลกมาก ๆ สิ่งที่นักดนตรีคิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นไปได้ แต่มันก็กลับเป็นจริงขึ้นมาได้ นอกจากแนวดนตรีที่แปลกแล้ว นักดนตรีพวกนี้จะพิถีพิถันในการบันทึกเสียงอย่างจริงจัง”
9. Black Market - Weather Report

“ชอบเหมือนกับอัลบั้ม Chick Corea ทุกประการ แต่จุดเด่นของชุดนี้ อยู่ที่ตัวนักดนตรีทุกคน เพลงของเขาจะยุ่งยากมากอีกเหมือนกัน คนเล่นเบสเก่งมาก เราจะได้ยินเสียงเบสที่เด่นชัด ทางด้านความก้าวหน้าทางดนตรีนั้น รับรองว่าศึกษาได้จากชุดนี้เยอะแยะเลย”
10. The Dude - Quincy Jones

“ไม่ต้องพูดมากเลย สำหรับ Quincy Jones ใคร ๆ ก็ต้องชอบเขา ถ้าไม่ชอบก็แย่แล้ว งานของเขาจะมีทั้งความคิด ความละเอียด และมีความสามารถในการสร้างที่มีประสิทธิภาพ เพราะความคำนึงถึงทุกสิ่งทุกอย่าง งานจึงออกมาดีมาก สังเกตได้เลยว่าปี ๆ หนึ่งจะได้งานของเขาออกมาเพียงอัลบั้มเดียว

เขาเป็น Producer ให้กับนักร้องดัง ๆ มามากแล้ว อย่าง Michael Jackson ที่เชื่อว่าถ้าไม่ได้เขามา Produce รับรองว่าไม่มีทางเปรี้ยงขนาดนี้แน่ แล้วที่พี่มาชอบอัลบั้ม The Dude ก็เพราะเขาทำอัลบั้มของตัวเอง คงจะเพื่อพิสูจน์ว่าทำให้คนอื่นมามากแล้ว ลองมาทำให้ตัวเองดูบ้างซิว่าผลจะออกมายังไง แล้วเขาก็พิสูจน์ตัวเองได้จริง ๆ รู้สึกชุดนี้จะได้รางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยม Produce ยอดเยี่ยม และบันทึกเสียงยอดเยี่ยมนะ”
11. Best of Michael Franks - Micheal Franks

“ลักษณะเป็นดนตรี Pop-Jazz เบา ๆ ชอบการร้องของ Micheal Franks ซึ่งร้องได้เพราะมาก เรียกว่าขายความเพราะของเสียงเพลงได้ วิธีการร้องของเขา จะเหมือนกับเป็น Melody คือร้องออกมาตรง ๆ ไม่มีการเอื้อน ร้องเหมือนกับตัวเขาเป็นเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว หยุดเขาไม่ได้ พอเห็นหน้าของเขาแล้วนึกไม่ออกเลยว่าจะร้องได้เสียงเป็นแบบนี้ เวลาฟังเพลงของเขา จะเหมือนกับฟังขลุ่ยไม้ไผ่ แต่จะเป่าไปโดยไม่มีไฟเบรก”
อ้างอิงข้อมูล: นิตยสาร “Music Express” ฉบับที่ 2, ตุลาคม พ.ศ. 2528

ภาพประกอบ: หนังสือ บันทึกความทรงจำ เรวัต พุทธินันทน์

#เต๋อเรวัต #เรวัตพุทธินันทน์
#เครซี่กรูฟวี่

13/10/2026

ครั้งหนึ่งของชีวิตที่ได้ริเริ่มและเป็นส่วนสำคัญในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีแด่องค์ราชาจอมราชันทั้งสองพระองค์ รวมทั้งสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในเมืองนครปฐมบ้านเกิดเป็นที่ประจักษ์แล้ว ไม่มีอะไรติดค้างภายในใจ จากนี้ทุกๆ วันจะขอน้อมนำพระบรมราโชวาทขององค์ราชันทั้งสองพระองค์มาเป็นแสงธรรมนำชีวิต 🙏💛❤ 🇹🇭

🇹🇭 ๑๓ ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช 🇹🇭

เพลง สตรีทอาร์ตคิงภูมิพล
โดย ดร.ขัตพันธ์ ชุมนุสนธิ์
ถ่ายทำ/ตัดต่อ ดร.ขัตพันธ์ ชุมนุสนธิ์

#วันนวมินทรมหาราช #พระบรมราโชวาท
#องค์ราชาจอมราชันย์ #ราชาผู้ทรงธรรม
#สตรีทอาร์ตคิงภูมิพล #ชาติศาสนาพระมหากษัตริย์

Still on my mind 🙏💛❤ 🇹🇭 Cr.a day  #พ่อหลวงรัชกาลที่9
13/10/2026

Still on my mind 🙏💛❤ 🇹🇭
Cr.a day #พ่อหลวงรัชกาลที่9

03/10/2026

Bee Gees คือชื่อแรกๆ เวลาเรานึกถึงศิลปินที่ใช้เสียงประสานได้เทพที่สุด และหนึ่งในคนที่ชื่นชมพวกเขาได้อย่างเห็นภาพชัดที่สุดก็คือ Noel Gallagher แห่ง Oasis

แม้จะดูเหมือนเป็นศิลปินคนละจักรวาล แต่กลับมีจุดร่วมกัน ทั้งคู่ต่างเกิดที่เมืองแมนเชสเตอร์ และการทำวงร่วมกับพี่น้องตัวเอง ซึ่ง Noel ได้พูดถึง Bee Gees ไว้ในสารคดี The Bee Gees: How Can You Mend a Broken Heart (2020) ว่า

"เวลาพี่น้องมาร้องเพลงด้วยกัน มันเหมือนเครื่องดนตรีที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ เสียงแบบนี้ไม่มีขายตามร้านหรอก คุณไปซื้อ Fender Stratocaster มาเสียบแอมป์ Vox ก็เล่นให้เหมือน Buddy Holly ได้ แต่จะร้องให้เหมือน Bee Gees น่ะไม่มีทาง พอเป็นคนในครอบครัวเดียวกันมาร้องด้วยกัน มันเฉพาะตัวจริงๆ"

_______

สำหรับแฟนๆ ชาวไทยที่ชื่นชอบ Bee Gees เราอยากแนะนำคอนเสิร์ตนี้ I LOVE 70s : THE A-B-C CONCERT (TRIBUTES TO THE ABBA | BEE GEES | CARPENTERS)

ดื่มด่ำบทเพลงอันไพเราะที่ยังอยู่ในความทรงจำ ซาบซึ้งไปกับบทเพลงอันไพเราะของ THE ABBA | BEE GEES | CARPENTERS ถ่ายทอดโดยศิลปินคุณภาพชื่อดังของเมืองไทย อาทิ รัดเกล้า อามระดิษ / เบน ชลาทิศ / แหม่ม-พัชริดา / มาเรียม เกรย์ / ตู่ ภพธร x The Begins / เพียว The Voice / จุ๋ม-นรีกระจ่าง / No One Else และ กานต์ The Parkinson บรรเลงโดยวง MAHIDOL STARLIGHT ORCHESTRA

แล้วมาเจอกันในวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.00 น. PARAGON HALL, SIAM PARAGON เพียงรอบเดียวเท่านั้น

เปิดจองบัตรแล้ววันนี้ โดยสามารถเลือกซื้อบัตรได้ 2 ช่องทางทางมูลนิธิรามาธิบดีฯ และ 7-Eleven / Counter Service / ALL TICKET ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง The Guitar Mag

01/10/2026

ขอบคุณครับ
Produced by Dr.PONG SOS

ขอบคุณทุกคำอวยพร
ขอบคุณทุกความรู้สึกดีๆ
ขอบคุณทุกความปรารถนาดี
ขอบคุณสิ่งดีๆ ที่มีให้กันเสมอมา
​
แม้ไม่ได้อยู่ใกล้กัน
แต่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น
สิ่งดีๆ ที่มีให้กัน
ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากใจของเรา
​
แค่อยากจะบอก...
อาริกาโตะ คัมซาฮัมนีดา เซี่ยเซี่ย
แมร์ซีโบกู กราซีอัส กราตซีเอ
ดังเคอเชน สปาซีโบ้ ชุกรัน แต้งกิ้วโซมัช ขอบคุณครับ

ไม่รู้จะสรรหาคำใดๆ มาแทนคำว่าขอบคุณ
กับทุกพลังที่คอยสนับสนุนให้มีวันสดใสในวันนี้
ขอรวมทุกพลังความรู้สึกที่มี มอบให้เธอคนดี
เธอคนนี้ตลอดไป

แค่อยากจะบอก...
อาริกาโตะ คัมซาฮัมนีดา เซี่ยเซี่ย
แมร์ซีโบกู กราซีอัส กราตซีเอ
ดังเคอเชน สปาซีโบ้ ชุกรัน แต้งกิ้วโซมัช ขอบคุณครับ

แค่อยากจะบอก...
อาริกาโตะ คัมซาฮัมนีดา เซี่ยเซี่ย
แมร์ซีโบกู กราซีอัส กราตซีเอ
ดังเคอเชน สปาซีโบ้ ชุกรัน แต้งกิ้วโซมัช ขอบคุณครับ

แค่อยากจะบอก...
อาริกาโตะ คัมซาฮัมนีดา เซี่ยเซี่ย
แมร์ซีโบกู กราซีอัส กราตซีเอ
ดังเคอเชน สปาซีโบ้ ชุกรัน แต้งกิ้วโซมัช ขอบคุณครับ
​
อยากจะขอขอบคุณจากหัวใจ
ไม่รู้ว่าจะกล่าวคำใด...
พูดได้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

#เทรนด์วันนี้
#ขอบพระคุณทุกคำอวยพรครับ

ที่อยู่

Nakhon Pathom
73000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Song On Street : SOS โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์