07/12/2025
การเลือกซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่านั้น ควรพิจารณาตามความต้องการและเป้าหมายทางการเงินของคุณ โดยประเภทประกันที่นำมาลดหย่อนภาษีได้มีดังนี้:
1. ประกันชีวิตทั่วไปและประกันสุขภาพ (ลดหย่อนรวมกันสูงสุด 100,000 บาท)
ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ/ชั่วระยะเวลา/สะสมทรัพย์: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิตและสร้างวินัยการออม
เงื่อนไข: ระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และเงินคืนระหว่างสัญญาต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันรายปี
ความคุ้มค่า: หากคุณมีภาระต้องดูแลคนข้างหลังหรือต้องการสร้างหลักประกันชีวิตระยะยาว แบบนี้จะตอบโจทย์ที่สุด
ประกันสุขภาพ: คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากโรคภัยหรืออุบัติเหตุ
เงื่อนไข: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท (โดยเมื่อรวมกับประกันชีวิตทั่วไปต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
ความคุ้มค่า: คุ้มค่ามากสำหรับทุกคน เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
2. ประกันชีวิตแบบบำนาญ (ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท)
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณโดยเฉพาะ และต้องการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจากวงเงิน 100,000 บาทแรก
เงื่อนไข: ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ (เช่น RMF, PVD) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
ความคุ้มค่า: ให้ผลตอบแทนในระยะยาวเป็นกระแสเงินสดหลังเกษียณอย่างสม่ำเสมอ เป็นการการันตีรายได้ในวัยที่ไม่ทำงานแล้ว
3. ประกันสุขภาพบิดามารดา (ลดหย่อนสูงสุด 15,000 บาท)
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการดูแลค่ารักษาพยาบาลให้พ่อแม่
เงื่อนไข: บิดามารดาต้องมีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
สรุป:
ถ้าเน้นความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ใช้สิทธิลดหย่อนได้รวมกันสูงสุด 100,000 บาท
ถ้าเน้นวางแผนเกษียณและต้องการลดหย่อนวงเงินสูงขึ้น ใช้สิทธิประกันบำนาญเพิ่มเติมได้อีกสูงสุด 200,000 บาท
การเลือกแบบที่ "คุ้ม" ที่สุดคือการเลือกแบบที่ตอบสนองความต้องการด้านความคุ้มครองและเป้าหมายการเงินของคุณมากที่สุด พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ให้แน่ใจก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ คุณต้องแจ้งความประสงค์ขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกับบริษัทประกันด้วย
#สนใจอยากสอบถามประกันเพิ่มเติมติดต่อเตยได้ค่ะ