16/09/2026
#พระภิกษุอยุธยาที่ไม่ถือพรหมจรรย์ต้องโดนแบบนี้
ในสังคมอยุธยา “พระภิกษุ” ถือเป็นชนชั้นที่ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษ เพราะมีชีวิตสะดวกสบายเหนือกว่าไพร่หรือประชาชนทั่วไป ไม่ต้องถูกเกณฑ์ไปรับใช้มูลนาย ไม่ต้องจ่ายส่วยหรือทำงานให้หลวงปีละ 6 เดือน
ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวบ้านหนีไปบวชจนหมดสิ้น พระภิกษุจึงต้องทำหน้าที่สอนหนังสือเด็กและเทศนาสั่งสอนประชาชน มีการทดสอบความรู้พระภิกษุด้านภาษาบาลีและคัมภีร์ต่าง ๆ อยู่เสมอ ใครไม่ผ่านต้องสึกออกไป อีกทั้งบทลงโทษพระภิกษุที่กระทำความผิดนั้นมีความรุนแรงและเด็ดขาดมาก
มองซิเออร์ เดอ ลา ลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ บันทึกเอาไว้ว่า
“…พระภิกษุทั้ง 2 จำพวก กล่าวคือทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสี จะต้องดำเนินชีวิตถือพรหมจรรย์อย่างเคร่งครัดตลอดเวลาที่ครองสมณวิสัยอยู่ มิฉะนั้นแล้วจะต้องพระราชอาญาให้เผาไฟเสีย และสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามซึ่งเสด็จออกพิจารณาคดีซึ่งภิกษุอลัชชีจำนนต่อหลักฐานแล้ว จะไม่โปรดพระราชทานอภัยโทษให้แก่ความผิดประเภทนี้เลยเป็นอันขาด…”
ซึ่งสอดคล้องกับ นิโคลาส์ แชร์แวส นักเดินทางชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ได้บันทึกไว้
“…ถ้าปรากฏว่ามีผู้พบภิกษุสงฆ์ทอดสนิทแก่มาตุคาม [เพศแม่, ผู้หญิง] ในเชิงเสน่หาด้วยประการใด ๆ ก็มีกฎหมายกำหนดให้ย่างสดเลยทีเดียว
ในระหว่างที่ข้าพเจ้าอยู่ในประเทศสยามนั้น ได้มีการใช้บทลงทัณฑ์อันเข้มงวดนี้แก่ภิกษุผู้น่าสงสารสองรูปซึ่งประพฤติผิดตามวินัยข้อนี้ เป็นการแน่นอนเหลือเกินที่พวกเขาจะมิได้รับอภัยเลย เมื่อตกอยู่ในความผิดข้อใหญ่เช่นนี้…”
หากกฎหมายนี้ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่รู้ว่าไฟแห่งการลงทัณฑ์จะหยุดความเร่าร้อนของไฟเสน่หาในวงการสงฆ์ทุกวันนี้ลงได้หรือไม่.
อ้างอิง :
มองซิเออร์ เดอ ลา ลูแบร์. (2552). จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์: ราชอาณาจักรสยาม (สันต์ ท. โกมลบุตร, แปล). กรุงเทพฯ: ศรีปัญญา.
นิโคลาส์ แชร์แวส. (2526). ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจักรสยาม. (สันต์ ท. โกมลบุตร, แปล). กรุงเทพฯ: ก้าวหน้า..
ภาพประกอบสร้างด้วยAI