Pianissimo Press Letterpress and Paper Goods

Let’s enjoy the ride; unhurried, learning balance as we go; trusting the road even when the end is unseen. Happy 2026 🏇🏿
02/01/2026

Let’s enjoy the ride; unhurried, learning balance as we go; trusting the road even when the end is unseen. Happy 2026 🏇🏿

Lemon Garden PartyMini Giclée PrintTHB 180Size: 297 x 105 mm270 GSM paperFrame not includedAvailable on Shopee and
16/11/2025

Lemon Garden Party
Mini Giclée Print

THB 180
Size: 297 x 105 mm
270 GSM paper
Frame not included

Available on Shopee and

'Busking and Random Dancing'พี่แมวเปิดหมวก (กล่อง) ร้องเพลง เล่นกีตาร์เด็กๆ ผ่านมา ต่างสนุกกับเสียงดนตรีเต้นกันไปคนละท่า...
13/11/2025

'Busking and Random Dancing'

พี่แมวเปิดหมวก (กล่อง) ร้องเพลง เล่นกีตาร์
เด็กๆ ผ่านมา ต่างสนุกกับเสียงดนตรี
เต้นกันไปคนละท่า คนละทาง แต่เข้าจังหวะเดียวกัน

ผู้ฟังผ่านมาแล้วก็ไป บางครั้งอาจไม่มีใครสละเงินใส่กล่อง หรือแม้แต่หยุดฟัง
แต่ทุกโน้ตที่ยังคงเล่นออกมา คือการยืนหยัด คือบทฝึกจิตใจของพี่แมว

หากสนใจหย่อนตังค์ใส่กล่องกีตาร์พี่แมวที่ยังว่าง เรียนเชิญส่งข้อความมาได้เลยค่ะ 555

💃🏾🕺🐈🎸💃🏾🕺

Cat opens the guitar case, singing and playing by the street.
Kids pass by, each enjoying the music — dancing their own way, but in the same rhythm.

People come and go. Sometimes no one spares a coin, or even stops to listen.
Yet every note Cat continues to play is an act of persistence.

If you’d like to drop something into Cat’s still-empty case, DM’s open. 😂

💃🏾🕺🐈🎸💃🏾🕺

'Busking and Random Dancing'
Edition of 55
printed with soy ink
2 Layers
on Colorplan 270 g
Size: A3 (420 x 297 mm)
Print only - THB 1,000
Print in wooden frame - THB 2,000

ฤดูกาลแห่งการส่งการ์ดเวียนมาอีกครั้ง ในปีหน้า ปีม้า เราขอมอบการ์ดยูนิคอร์นและเพกาซัส สองม้าแห่งจินตนาการ เพื่อเตือนใจว่า...
07/11/2025

ฤดูกาลแห่งการส่งการ์ดเวียนมาอีกครั้ง ในปีหน้า ปีม้า เราขอมอบการ์ดยูนิคอร์นและเพกาซัส สองม้าแห่งจินตนาการ เพื่อเตือนใจว่าทุกสิ่งเริ่มต้นจากความฝัน ขอให้ผู้รับการ์ดทุกคนไม่ทิ้งความฝัน และถ้าฝันกลายเป็นความจริงในปี 2026 ด้วยก็ยิ่งดี!

The card-sending season has come around once again. For the coming Year of the Horse, we present unicorn and Pegasus cards — two horses of imagination — as a reminder that everything begins with a dream. May you never let go of yours, and if they come true in 2026, all the better!

#2026

A sunny Friday at 愛手創我們把整個工作室的商品都帶來了,新的舊的都有,特別優惠中。也請幫我們在台北為作品找個新家~T22 攤位 Pianissimo Press 歡迎來訪!Here until 11/9.也來教教我一點中文...
07/11/2025

A sunny Friday at 愛手創
我們把整個工作室的商品都帶來了,新的舊的都有,特別優惠中。
也請幫我們在台北為作品找個新家~
T22 攤位 Pianissimo Press 歡迎來訪!

Here until 11/9.
也來教教我一點中文吧。

ขอบคุณพี่หย่งผู้เล่าเรื่องแสนสนุก ที่เขียนถึงนะคะดีใจที่ได้ร่วมงานและรู้จักทุกคนค่า 💕
29/10/2025

ขอบคุณพี่หย่งผู้เล่าเรื่องแสนสนุก ที่เขียนถึงนะคะ
ดีใจที่ได้ร่วมงานและรู้จักทุกคนค่า 💕

Frankfurt Book Fair 2025

หลังจากที่เว้นห่างไป ๒ ปี ในที่สุดบูธประเทศไทยก็กลับมาตั้งตระหง่านอีกครั้งในงานแฟรงค์เฟิร์ตบุ๊คแฟร์ (Frankfurt Book Fair) – งานเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ ๑๕- ๑๙ ตุลาคมที่ผ่านมาค่ะ

งานนี้ใหญ่แค่ไหน? ดูจากขนาดพื้นที่จัดงาน น่าจะประมาณศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ๖ ฮอลล์ ฮอลล์ละ ๒ ชั้น เรียกว่า เดินวันละหมื่นก้าวง่ายมากๆ

ส่วนจำนวนผู้มาจัดแสดงหนังสือนั้น ก็เป็น (หนึ่งใน) ที่สุดของโลกเช่นกัน ผู้จัดบอกว่า ปีนี้มีบริษัทมาจัดแสดงกว่า ๔,๓๕๐ ราย จาก ๑๓๑ ประเทศ นับจำนวนผู้ที่มาเจรจาซื้อขายธุรกิจได้ ๑๑๘,๐๐๐ คน โดยงานสองวันแรกเปิดให้เจรจาธุรกิจโดยเฉพาะ ไม่มีการขายปลีก

ส่วนประชาชนและผู้สนใจทั่วไป ปีนี้เข้าได้ตั้งแต่วันศุกร์ เรื่อยไปจนเสาร์ อาทิตย์ นับแล้วมีจำนวนสูงถึง ๑๒๐,๐๐๐ คน มาซื้อหนังสือ มาชมนิทรรศการและเครื่องพิมพ์ของกูเธนเบิร์ก, มาพบนักเขียนในดวงใจ มาโชว์การแต่งคอสเพลย์ของตัวเอง และอีกสารพัด

เห็นผู้คนหอบลูกเล็กเด็กแดงเข้ามาซึมซับวัฒนธรรมการอ่าน ทำให้เชื่อแล้วว่า ชาวเยอรมันเขาตื่นตัวเรื่องหนังสือจริงๆ และมีรัฐบาลออกกฎหมายช่วยเหลือด้วย กล่าวคือ หนังสือที่ออกใหม่จะลดราคาไม่ได้เป็นเวลา ๑๘ เดือน ช่วยให้สำนักพิมพ์/ร้านค้าไม่ต้องจัดโปรโมชั่นลดราคา ได้รายได้อย่างที่ควรจะเป็น
...........

ปีนี้คูหาประเทศไทยตั้งอยู่ในฮอลล์ ๕.๑ ที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ ตอนแรกหย่งศรีเป็นกังวลใจ เพราะเห็นว่าอยู่ลึกเข้าไปด้านในเหลือเกิน จะมีคนเห็นหรือเปล่านะ?

แต่เมื่อถึงวันจริง ต้องบอกว่าเราอยู่ในทำเลยอดเยี่ยมมากๆ ค่ะ เพราะฮอลล์เราเป็นทางผ่านสำหรับผู้คนที่เข้ามาจากทั้ง ๒ ทางหลัก ทำให้มีคนเดินผ่านไม่ขาดสาย

แถมหน้าปากซอยของเรานั้น มีสำนักพิมพ์ใหญ่ยักษ์อย่าง Penguin และอีกสารพัดสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป เรียกแขกเข้าฮอลล์มาได้จำนวนมหาศาล

โชคดีชั้นที่ ๓ คือ บูธของเราอยู่ติดกับบูธประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศแขกรับเชิญพิเศษ (Guest of Honor) ประจำปีนี้ ที่บูธฟิลิปปินส์มีอีเวนต์ทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น มีผู้คนคลาคล่ำตลอดเวลา บูธประเทศไทยก็ได้อานิสงส์นี้ไปด้วย

แถมตอนเย็นของแทบทุกวัน ฟิลิปปินส์ยังมีงานเลี้ยง อาหารและเครื่องดื่มพร้อม รวมทั้งมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม และบางวันจากดนตรีพื้นบ้านยังเปลี่ยนเป็นแร็พโย่วอี๊กกก

แน่นอนว่าแขกผู้มาเยือนเต้นกันสะบัด แม้แต่เราเพื่อนบ้านก็ยังอดโยกตามไม่ได้ ฟิลิปปินส์ได้รับคำชมจากผู้ร่วมงานทั่วสารทิศว่า They really know how to party!

แหม... อดนึกต่อไม่ได้ว่า อย่าให้ถึงคราวไทยแลนด์ได้เป็นบ้าง เราก็ know how to party เหมือนกันนนนน (ฮา)
..........

ในส่วนของประเทศไทยนั้น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ได้ร่วมมือกันพาสำนักพิมพ์และหนังสือไทยมาในงานนี้อีกครั้ง หลังจากห่างหายไป ๒ ปี โดยปีนี้มีสนพ. ส่งหนังสือมาร่วมงานถึง ๑๙ แห่งค่ะ

ธีมของบูธประเทศไทยปีนี้ คือ Thailand – Land of the Free ผ่านตัวการ์ตูนน้องแมวหลากหลายอิริยาบถ ฝีมือของคุณเมย์ – May Wai ศิลปินนักวาดภาพ นักออกแบบปกมือฉมังที่มีผลงานปกตีพิมพ์หลายสิบเล่ม รวมทั้งเธอยังเดินทางมาที่งาน และสาธิตการทำงานศิลปะแบบสดๆ ทุกวันด้วย

นอกจากนั้นในบูธยังมีงานแสดงภาพวาดแมวจาก ๒๒ ศิลปินไทยที่ผ่านการคัดเลือก, นิทรรศการหนังสือภาพเด็ก, การโชว์ผลงานของนักเขียนไทยจากทั้ง ๑๙ สำนักพิมพ์

รวมทั้งสาธิตการเขียนชื่อเป็นภาษาไทยให้กับชาวต่างชาติ โดยคุณโดนัท แห่งเพจกลิ้งเกลือกบนเปลือกโลก ซึ่งได้รับความสนในอย่างยิ่ง คิวต่อแถวยาวเหยียด กระดาษที่เตรียมไว้สำหรับ ๖๐๐ คน หมดไปในพริบตา

ที่น่าสนใจคือ ปีนี้มีสำนักพิมพ์น้องใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมงานแฟรงก์เฟิร์ตบุ๊คแฟร์เป็นครั้งแรกมาออกบูธหลายแห่ง และบางสำนักพิมพ์นั้น ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์เดินทางมาเองด้วย อาทิ คุณทอม – จักรกฤต โยมพยอม แห่งอะโวคาโดบุ๊คส์ , คุณหมอแพท – อุเทน บุญอรณะ แห่งสำนักพิมพ์ลิอาทริส

เมื่อรวมกับสำนักพิมพ์รุ่นใหญ่อย่างอมรินทร์, นานมี, ประพันธ์สาส์น, ซิลค์เวอร์ม, ริเวอร์บุ๊คส์ ฯลฯ ที่พาหนังสือไทยมานำเสนอสู่ตลาดนานาชาติอย่างต่อเนื่องแล้ว ทำให้บูธไทยปีนี้คึกคักอย่างยิ่ง
..........

และเช่นเคย หย่งศรีรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสทำหน้าที่เป็นล่ามประจำบูธไทยอีกครั้ง รวมทั้งเป็นพิธิกรในงานเลี้ยงต้อนรับด้วยค่ะ

ตลอด ๕ วันที่อยู่ในงาน ต้องบอกว่าหนังสือไทยได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมวดหนังสือภาพเด็ก ประวัติศาสตร์ และที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลยคือ หมวด BL – Boy Love ที่มาแรงแซงทุกโค้ง โดยปีนี้อมรินทร์ พานักเขียน คุณแบมแบม เจ้าของผลงานนิยาย Cutie Pie – นิ่งก็เฮียก็หาว่าซื่อ, Naughty Babe – ดื้อเฮียก็หาว่าซน ฯลฯ ที่ได้แปลไปหลายภาษา มาแจกลายเซ็น

เห็นสำนักพิมพ์ต่างชาติขนหนังสือมาให้คุณแบมแบมเซ็น รวมทั้งแฟนคลับซีรีย์ ที่มายืนต่อคิวรออย่างอดทนเพื่อเจอนักเขียนในดวงใจ เห็นแววตาของแฟนๆ แล้วอดดีใจด้วยไม่ได้เลยค่ะ

ส่วนแฟนคลับหนังสือไทยเจ้าประจำอย่างคุณโธมัส แห่งร้านหนังสือนานาชาติ Tamakai ปีนี้ไม่ได้มาร่วมงานด้วย เพราะผ่าตัดสะโพก (ขอให้ผ่าตัดราบรื่น หายไวๆ นะคะ)

แต่เราก็โชคดีที่ได้เจอคุณลูเซีย แห่งห้องสมุดเยาวชนเมืองมิวนิก ที่ดีใจยกใหญ่ที่ได้เลือกซื้อหนังสือภาพของไทยและวรรณกรรมเยาวชนไปไว้ในห้องสมุดของเมือง

และที่ไม่เคยพลาดเลย คือ คุณโฮลเกอร์ บรรณารักษ์ห้องสมุดมหาวิทยาลัยเกอเธ่ แฟรงก์เฟิร์ต ที่มาช้อปหนังสือให้กับห้องสมุดด้วย
......

ส่วนตัวฉันเป็น ๕ วันแห่งการทำงานที่สนุกมาก ได้พบปะผู้คนที่คุ้นเคยเหมือนงาน reunion รวมทั้งได้พบกับผู้คนมากหน้าหลายตาจากทั่วทุกมุมโลกที่มีความสนใจคล้ายๆ กัน

ได้เห็นคลื่นลูกใหม่ของวงการหนังสือบ้านเรามาเฉิดฉายในเวทีระหว่างประเทศ ทั้งคุณทอม คุณหมอแพท และอีกหลายท่าน ได้รับเชิญขึ้นพูดบนเวทีในงานด้วย

ฉันเชื่อสุดหัวใจว่า แฟรงก์เฟิร์ตบุ๊คแฟร์ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการโปรโมต soft power ของไทย เพราะงานนี้เป็นแหล่งรวมของผู้คนที่สนใจเรื่องราว ศิลปะ วัฒนธรรม เรากำลังได้เข้าถึงคนเยอรมันและนักธุรกิจจากทั่วโลกเรือนแสนที่มีความสนใจเกี่ยวกับหนังสือ เนื้อหา (content) ภาพวาด ภาพเขียน งานศิลปะ

หนังสือเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความแตกต่างจากสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ การมาออกงานแฟร์อาจจะไม่ได้มียอดขายหรือยอดสั่งซื้อปริมาณสูง เหมือนสินค้าประเภทอื่นๆ ของไทย

แต่หากเราทำอย่างต่อเนื่อง นี่คือ การโปรโมทอิทธิพลทางวัฒนธรรม ที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง และเรามีอยู่แล้วมากมาย โดดเด่นอยู่แล้วทั้งอาหาร กีฬา สถานที่ท่องเที่ยว และนิยายวายและซีรีย์วายที่ตีตลาดไปทั่วโลก

นี่คือสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนและโปรโมตต่อเนื่อง มีแผนการเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นระบบต่อเนื่องในระยะยาว

เพราะนักเขียน นักวาดของไทย มีศักยภาพเหลือเกิน และโลกกำลังรอชมผลงานของพวกเขาอยู่ค่ะ

หย่งศรี รายงาน

'When life gives you lemons,'ภาพนี้ได้แรงบันดาลใจจากสำนวนภาษาอังกฤษ “When life gives you lemons, make lemonade” ต้นกำเนิ...
25/10/2025

'When life gives you lemons,'

ภาพนี้ได้แรงบันดาลใจจากสำนวนภาษาอังกฤษ “When life gives you lemons, make lemonade” ต้นกำเนิดของคำกล่าวนี้บันทึกไว้ครั้งแรกในปี 1915 โดยนักเขียนชื่อ Elbert Hubbard ซึ่งเขียนไว้อาลัยถึง Marshall Pinckney Wilder นักแสดงตลกผู้พิการแต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันว่า “He picked up the lemons that Fate had sent him and started a lemonade-stand.” (เขาเอามะนาวที่ชะตากรรมส่งให้ มาเปิดร้านน้ำมะนาว)

ภายหลัง Dale Carnegie นำแนวคิดนี้ไปใช้ในหนังสือ The Art of Living โดยปรับประโยคเป็น “When life gives you lemons, make lemonade” (เมื่อชีวิตให้มะนาวมา ก็คั้นน้ำมะนาวซะสิ) จนกลายเป็นสำนวนที่แพร่หลายและเป็นสัญลักษณ์ของการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

คำว่า “lemon” ในภาษาอังกฤษยังมีความหมายแฝงถึงสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ หรือของที่มีตำหนิ เช่น That car’s a lemon (รถคันนั้นมีปัญหา) "การทำน้ำมะนาว” จากสำนวนข้างต้นจึงหมายถึงการเปลี่ยนสิ่งไม่พึงประสงค์ให้กลายเป็นสิ่งมีคุณค่า หรือการหาความดีงามจากเรื่องเลวร้าย

แมวดำเองก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของโชคร้าย ทั้งที่แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงแมวสีหนึ่งเท่านั้น เมื่อมะนาวและแมวดำมาปรากฏร่วมกัน ภาพจึงว่าด้วยการสร้างความหมายใหม่ให้กับสิ่งไม่สมบูรณ์ (และแมวดำไม่ต้องคั้นน้ำมะนาวก็ได้) ชื่อภาพเลยลงท้ายด้วยจุลภาค When Life Gives You Lemons, เผื่อให้คนดูเติมต่อเองในใจ แต่แอบมาเล่าให้ฟังบ้างก็ได้ค่ะ

🐈‍⬛🍋🐈‍⬛🍋🐈‍⬛🍋🐈‍⬛🍋🐈‍⬛🍋🐈‍⬛

'When life gives you lemons,'

This print is inspired by the English saying “When life gives you lemons, make lemonade.” The phrase was first recorded in 1915 by Elbert Hubbard, who wrote about Marshall Pinckney Wilder, a disabled comedian with a big sense of humor: “He picked up the lemons that Fate had sent him and started a lemonade-stand.”

Later, Dale Carnegie popularized the idea in The Art of Living, turning it into the familiar line: “When life gives you lemons, make lemonade.” It became a symbol of turning challenges into opportunities.

In English, “lemon” can also mean something flawed or defective, like That car’s a lemon.
The saying suggests transforming something unwanted into something valuable — finding light in the sour moments.

Black cats, often seen as symbols of bad luck, here simply exists as they are. Together with the lemons, it speaks to creating new meaning from imperfection without needing to squeeze every drop.

The title ends with a comma — 'When Life Gives You Lemons,' —
leaving space for the viewer to continue the story in their own imagination.

🐈‍⬛🍋🐈‍⬛🍋🐈‍⬛🍋🐈‍⬛🍋🐈‍⬛🍋🐈‍⬛

'When life gives you lemons,'
Edition of 50
printed with soy ink
3 Layers
on Colorplan 270 g
Size: A3 (420 x 297 mm)

Print only - THB 1,000
Print in wooden frame - THB 2,000
DM to order

BKKIF 2025 started yesterday and I’m late to post as usual. New works freshly minted here.Still time to catch the show —...
24/10/2025

BKKIF 2025 started yesterday and I’m late to post as usual. New works freshly minted here.

Still time to catch the show — 201 artists in one place!

Little Cats, Big Freedom: Day 59) Cosette จาก Les Mis มอมแมม ผมปลิวเตรียมไว้มากไป ก็เสร็จก่อนเวลา ทำอะไรดี นั่งหวีไม้กวา...
19/10/2025

Little Cats, Big Freedom: Day 5

9) Cosette จาก Les Mis มอมแมม ผมปลิว
เตรียมไว้มากไป ก็เสร็จก่อนเวลา ทำอะไรดี นั่งหวีไม้กวาดให้สลวยแล้วกัน

10) ปิดท้ายด้วย Pride and Prejudice ที่หลายคนทายถูกตั้งแต่ยังทำไม่เสร็จ มีน้องฝรั่งสองคนนั่งดูตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วยลุ้น ช่วยคอนเฟิร์ม ว่าแปะตรงนั้นตรงนี้โอเคแล้ว Danke shöne

ระหว่างทำรูปสุดท้ายอยู่ ก็มีเสียงโหวกเหวก ว่ามีคนเอารูปไป ทีมงานมาเจอตอนเค้าดึงจากผนังพอดี เลยเก็บกลับคืนมา แต่ก็ยังไม่ครบ ขาด Moby Dick กับ Metamorphosis ที่คงจะหายไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ผนังอยู่ด้านข้าง ติดทางเดิน เลยไม่มีใครเห็น เสียดายมาก กำลังจะเอารูปสุดท้ายไปถ่ายรูปรวมกับรูปอื่นๆอยู่แล้วเชียววววววว แต่จะทำอะไรได้นอกจากทำรูปที่ทำอยู่ให้เสร็จในเวลา

ภารกิจก็จบลงด้วยประการฉะนี้ วันแรกตื่นเต้นและเกร็งยังไง วันสุดท้ายก็ยังเกร็งยังงั้น แต่สนุกมากจนอยากเอาไอเดียมาทำงานต่อ ดีใจที่มีคนมาเห็นงานแล้วหัวเราะคิกคัก ถ่ายรูปเล่นกัน บางคนก็ถ่ายแบบไม่ให้เห็นชื่อหนังสือ
เพื่อเอาไปทายเล่นกับคนอื่นต่อ

ขอบพระคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นนะคะ หวังว่าผลงานของเมย์คงเป็นประโยชน์กับ Thai Pavillion ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง 🙏🏻🤍

Little Cats, Big Freedom: Day 47) The Great Gatsby ชีเดซี่ กินมาร์ตินี่มะกอกยักษ์แล้วยังกินกาวมาก ทาจนหมดแท่ง ต้องออกไปซ...
18/10/2025

Little Cats, Big Freedom: Day 4

7) The Great Gatsby ชีเดซี่ กินมาร์ตินี่มะกอกยักษ์
แล้วยังกินกาวมาก ทาจนหมดแท่ง ต้องออกไปซื้อแสนไกล เพื่อกลับมาพบว่าแท้จริงแล้วยังเหลืออีก 2 — ชีวิตก็แบบนี้

8) Little Women ที่ดูไม่ค่อยจะสาวเท่าไหร่ แม้จะเติมเปียให้โจ เติมโบให้เบ็ธ เม็ก เอมี่ ซึ่งคนไหนคือคนไหนก็ไม่ทราบ 😂
อยากให้มีสีเขียวสีแดงกิมมิคเล็กๆ สำหรับหนังสือที่เหมาะกับคริสต์มาสที่สุด

พรุ่งนี้วันสุดท้าย ยังเหลืออีกสองเล่ม ✌🏻
และจะมาเติมหนวดให้ครบ!

ที่อยู่

Klong Toey

เบอร์โทรศัพท์

0850482128

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pianissimo Pressผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Pianissimo Press:

แชร์

ประเภท

//iconSize: [32, 32], //html: '' }) .bindTooltip(name, { //permanent: true, direction: 'bottom', //offset: L.point(12, 25), //opacity: 0.88, interactive: true }) .bindPopup(name); markersLayer.addLayer(marker); } function getMore() { if (gettingMore) { return; } gettingMore = true; var center = map.getCenter(); $.ajax({ url: "/vicinitysearch", data: { lat: center.lat, lng: center.lng, country: "THAILAND" } }) .done(function(data) { var added = 0; data.forEach(function(loc) { if (!locationIds.includes(loc.id)) { var mapLoc = {id:loc.id,lat:loc.latitude,lng:loc.longitude,title:trunc20(loc.name),popupHtml:loc.popupHtml,urlPath:loc.urlPath,pictureUrl:loc.pictureUrl}; locations.push(mapLoc); locationIds.push(loc.id); map._addMarker(mapLoc); added++; } }); }) .always(function() { gettingMore = false; }); } map._clearMarkers = function() { markersLayer.clearLayers(); } }); }, 4000); });