03/09/2021
หลังจากเปิดตัว daypoets x NFT โปรเจกต์ที่สื่อในเครือ daypoets (a book, a day, a day BULLETIN และ The Momentum) ตั้งใจต่อยอดและขยับขยายพื้นที่ของศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ไปสู่พื้นที่ใหม่อย่าง NFT เราเชื่อว่ายังมีศิลปินและผู้ที่สนใจงานศิลป์จำนวนไม่น้อยที่สนใจพื้นที่ใหม่นี้แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มเข้าสู่โลกของ NFT ได้ยังไง หรือจะต้องเจอกับอะไรบ้างกว่าจะขายชิ้นงานได้
daypoets x NFT จึงจัด Clubhouse ชวนผู้รู้จริงอย่าง ‘Pom Pom Pom’ NFT Illustrator ที่เคยติด Top 10 Trending Creators ใน Foundation มาให้แนวทาง ตอบคำถามที่หลายๆ คนสงสัยเกี่ยวกับ NFT เพื่อเป็นก้าวแรกสำหรับคนที่กำลังเตรียมตัว
สำหรับใครที่พลาดทอล์ก ‘NFT First Time Guide’ ไป เราสรุปคำตอบและคำแนะนำจาก Pom Pom Pom มาให้ อ่านจบแล้วพร้อมเข้าสู่สังเวียน NFT ได้เลย
1. ขั้นตอนแรกที่ควรทำเมื่อคิดจะเข้าสู่โลก NFT คืออะไร
“ต้องรู้ว่าเรามีความสามารถที่จะทำอะไรได้บ้างและเราอยากจะทำอะไร เพราะนักวาดหลายๆ คนก็ทำงานได้หลายรูปแบบ ทั้งวาดรูป ทำกราฟิก หรือถ่ายรูป NFT มีงานหลายทางมากให้ทดลอง แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าอยากทำอะไรก็อาจจะต้องใช้เวลาศึกษาดูก่อนว่าแต่ละคนเขาขายงานกันยังไง มีงานแบบไหนอยู่แล้วบ้าง ใช้เวลากับตรงนี้สักเดือนหนึ่งผมว่าก็น่าจะเริ่มเห็นภาพแล้วว่าเราควรจะไปทางไหนดี”
2. ควรลงงานที่แพลตฟอร์มไหน และควรลงงานแค่ที่เดียวหรือเลือกลงหลายแพลตฟอร์มเพื่อกระจายความเสี่ยง
“ผมว่าเราต้องดูงานของตัวเองก่อนว่าเป็นงานลักษณะไหน และงานแบบไหนที่เราอยากทำ การลงงานหลายที่ไม่ใช่เรื่องผิดถ้าเราสามารถจัดการได้และสนุกกับสิ่งที่ทำ จะทำกี่ที่ก็ได้เพราะมันทำให้เราเข้าถึงคนได้หลายแบบด้วย
“อย่าง OpenSea ตลาดมันกว้างมาก เราสามารถเล่นได้หลายแบบ ทำคอลเลกชั่นก็ได้ ทำเป็น edition จำนวนเยอะๆ เหมือนขายงานปรินต์ หรือขายชิ้นเดียวแบบที่เขาเรียกกันว่า 1:1 ก็ได้ มันมีหลายรูปแบบให้เราลองเล่น ส่วน Foundation ก็จะเป็นการขายงานในลักษณะ 1:1 มากกว่า
“แต่ผมมองว่าสิ่งที่สำคัญกว่าแพลตฟอร์มคือการสร้างคอมมิวนิตี้ สิ่งนี้จำเป็นมากๆ สำหรับผม คอมมิวนิตี้ทำให้เราแชร์งานไปสู่กลุ่มคนที่สนใจได้ มันเป็นเหมือนกิลด์ในเกมที่เราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคนที่สนใจสิ่งเดียวกันได้ โลกคริปโตมันไวมากด้วย มีข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ อัพเดตตลอด การอยู่ในคอมมิวนิตี้จึงช่วยให้เราตามกระแสและตามข่าวในโลกนี้ทัน”
3. หากดูผลงานที่ศิลปินแชร์ลงในกรุ๊ป NFT and Crypto Art Thailand จะเห็นว่าส่วนใหญ่มักเป็นงานที่มีสีสันฉูดฉาด เป็นงานดิจิทัลอาร์ตเสียส่วนใหญ่ ศิลปินที่ถนัดใช้สีขาว-ดำหรือแม้กระทั่งเพนต์บนแคนวาสมาก่อนควรจะต้องเปลี่ยนสไตล์ตัวเองไหม
“ผมว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองนะ ตัวอย่างเช่น คนอาจจะมองว่างานประเภทรูปภาพมันขายได้ถูกกว่าและยากกว่า แต่สิ่งที่ผมเห็นเพื่อนทำคือเขาก็ยังพรีเซนต์ความเป็นตัวเองนี้ไปเรื่อยๆ ผมมองว่าถ้าเราเดินทางต่อเนื่อง ทำไปเรื่อยๆ เราก็จะเข้าไปเจอผู้คนที่หลากหลายขึ้น เจอคนกลุ่มใหญ่ขึ้น เทียบง่ายๆ ว่ารูปที่เราวาดหนึ่งรูปมันเหมือนเราต่อจิ๊กซอว์ทางเดินให้ตัวเองหนึ่งบล็อก ถ้าเราอยากจะเข้าไปถึงปลายทางที่คิดภาพไว้เราก็ต้องถือผลงานไปให้เขาเห็น ต้องทำงานไปเรื่อยๆ ต่อทางเดินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอคนที่ชอบผลงานของเรา ผมเชื่อว่างานทุกชิ้นมันมีเจ้าของอยู่แล้ว และ NFT ก็มีข้อดีที่ว่ามันเปิดโอกาสให้เราเป็นตัวเองได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลย
“การเป็นตัวเองมันดีที่สุดแล้ว เราเป็นใครไม่ได้นอกจากตัวเอง เพียงแต่การกระโดดเข้ามาทำตรงนี้อาจจะต้องใช้เวลากับตัวเองหน่อย ต้องพัฒนางานไปเรื่อยๆ ต้องทำให้คนเห็นเรา”
4. หลายๆ คนน่าจะเจอปัญหาแบบเดียวกัน คือช่วงแรกที่ลงขายงาน ทำยังไงงานนั้นก็ไม่ไป คุณมีวิธีจัดการกับสิ่งนี้ยังไง
“ช่วงแรกๆ ที่ยังไม่มีคนรู้จัก สิ่งที่เราควรทำคือต้องเป็นกระบอกเสียงให้ตัวเอง ช่วงแรกผมทำเรื่องนี้หนักมาก ทำงานเสร็จหนึ่งชิ้นก็จะเอางานไปโพสต์ลงในกลุ่ม อธิบายว่างานมีแรงบันดาลใจมาจากอะไร มีวิธีการและขั้นตอนยังไงบ้าง เราไม่รู้หรอกว่าจะมีคนซื้อหรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่สารมันไปถึงกลุ่มคนที่เขาชอบงานเรา มันจะทำให้เกิดการซื้อ-ขายได้ง่ายขึ้นมาก สำหรับผมการโปรโมตตัวเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก”
5. ควรตั้งราคาเท่าไหร่
“ตั้งแบบที่ตัวเองจะไม่เสียใจ (หัวเราะ) ผมจะบอกกับตัวเองเสมอว่าราคางานเรามันเกินกว่านั้น แต่เราจะตั้งราคานี้ ตั้งให้มันถูกลงมาหน่อยเพื่อให้ราคามันน่ารักกับกระเป๋าตังค์ของคนซื้อ ให้มันเกิดการซื้อ-ขายง่ายๆ แต่สุดท้ายเดี๋ยวมันก็จะค่อยๆ พัฒนาสเต็ป อย่างของผมผู้เล่นที่เข้ามาประมูลเขาก็ให้ราคามากขึ้นเรื่อยๆ เอง”
6. ปัญหาลิขสิทธิ์ใน NFT แค่ไหนถึงจะเรียกว่าละเมิดลิขสิทธิ์
“เรื่องนี้ผมมองว่าอยู่ที่เจตนาเลย บางครั้งการทำงานบางอย่างที่มีการใช้ hard reference มันก็เป็นการซัพพอร์ตคัลเจอร์ของสิ่งนั้นเอง เหมือนช่วยส่งเสริมให้คัลเจอร์นั้นดังยิ่งขึ้น ศิลปะมันทำเรื่องแบบนี้มาตลอดเวลา หยิบยืมกันตลอด แต่ก็เข้าใจว่า NFT เป็นเหมือนโลกใหม่อีกโลกหนึ่ง พอคนมารวมกันเยอะๆ มันก็อาจจะมีกฎอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นมา บางอย่างที่เคยถูกวันนี้มันอาจจะผิดก็ได้ มันเปลี่ยนไปตลอด แต่ถ้าเราทำงานด้วยเจตนาที่ดี ไม่ไปขโมยงานคนอื่นมา หรือทำให้บริษัทต้นทางเสียหาย มันก็เหมือนการซัพพอร์ตคัลเจอร์อย่างหนึ่ง”
7. คนที่ซื้องานเราไปแล้วจะสามารถดัดแปลงและทำอะไรกับงานเราได้หรือไม่ หรืองานที่เราขายไปแล้วเรายังสามารถนำมาใช้ได้อยู่หรือเปล่า
“งานที่เราสร้างมันเป็นของเราอยู่แล้ว เราจะเอาไปทำอะไรก็ได้ คนที่ซื้อไปเขาได้แค่กรรมสิทธิ์ในการครอบครองงานชิ้นนั้น เหมือนเขาซื้อรูปภาพมาชิ้นหนึ่งก็จะไม่สามารถเอาไปทำเสื้อ ทำอะไรต่อได้ นอกจากว่าศิลปินจะให้ลิขสิทธิ์กับผู้ซื้อ อย่างของผม ผมจะให้ลิขสิทธิ์ภาพนั้นไปเลย”
8. คุณบอกเองว่าคอมมิวนิตี้สำคัญมากในวงการ NFT คุณมีวิธีการยังไงที่จะทำให้คอมมิวนิตี้หรือ Discord ที่สร้างมาคึกคัก
“ผมว่า Discord มันเหมือนที่ที่เราได้เล่นกับเพื่อน เป็นเหมือนคลับของเราเอง เราสามารถกำหนดบรรยากาศ กำหนดธีมของมันให้เข้ากับตัวเองได้ อย่างบางคนก็ทำ Discord เป็นแนวเด็กแก๊ง ทำให้บรรยากาศมันดูน่ากลัวๆ หรือบางคนก็ทำเป็นเหมือนเกม อย่างของผมจะใช้วิธีจัดกิจกรรมเพื่อให้คนมาคุยกัน เช่น เคยให้คนมากดสุ่มเพื่อหาผู้โชคดี คนที่ชนะก็จะได้ตั๋วในการซื้องานเรา คือผมว่าเวลาทำอะไรสนุกๆ คนก็จะมาหยุดดูและอยากเล่นด้วย พอเล่นแล้วสนุกเขาก็จะชวนเพื่อนเข้ามารวมกลุ่มเพิ่มขึ้นอีก ช่วงแรกๆ อาจจะเหนื่อยหน่อย ต้องเทคแคร์คนที่เข้ามา และไม่ปล่อยร้าง”
daypoets x NFT จะจัด Clubhouse ว่าด้วยโลก NFT อีกแน่นอน ใครกลัวพลาดกดติดตามเพจในเครือ daypoets ไว้ได้เลย