24/12/2025
อืมน่าคิดนะ
✳️บทความ เงินตรา กับความยั่งยื่น คุณจะเลือกอันไหน ? #
ฉันเพิ่งย้ายมาใช้ชีวิตที่เชียงใหม่ได้ราวสามเดือนระยะเวลาไม่นานนัก แต่ก็ยาวพอจะทำให้รู้สึกว่าเมืองนี้ “น่ารัก” อย่างที่ใครหลายคนเล่าขานเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ อบอุ่น และมีจังหวะชีวิตที่ชวนให้หายใจได้ลึกขึ้นกว่าที่เคย
ที่พักของฉันอยู่แถบชานเมือง อำเภอหางดง
พื้นที่ที่ดูเงียบสงบ แต่แฝงไปด้วยกำลังซื้อสูง
โครงการอย่างกาดฝรั่งวิลเลจ หางดง ก็สะท้อนภาพนั้นได้ชัด
ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเดินสวนกันไปมา ระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติในสัดส่วนที่แทบไม่ต่างกัน ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ฉันฝากท้องไว้ในโครงการนี้ไม่น้อยอาหารมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งไทยและนานาชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่ค่อย ๆ ชัดขึ้นในความรู้สึก คือ พื้นที่เชิงพาณิชย์แบบนี้ มักให้ความสำคัญกับ “แบรนด์ใหญ่” มากกว่า “ร้านเล็กในพื้นที่” ทั้งที่ร้านเล็ก ๆ หลายร้าน มีคุณภาพ มีเรื่องราว และมีหัวใจไม่แพ้ใคร
วันนี้ก็เช่นกัน...พื้นที่ส่วนกลางของโครงการถูกปกคลุมด้วยป้ายโฆษณาของแบรนด์ใหญ่แบรนด์หนึ่ง (กระดิ่ง) ติดเสียจนแทบกลบตัวตนของร้านอื่น ๆ อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าไม่รู้มาก่อน อาจเข้าใจไปว่าเจ้าของโครงการคือเจ้าของแบรนด์นั้นเสียเองภาพแบบนี้ทำให้ฉันอดสงสารร้านค้ารายย่อยไม่ได้ เพราะในโลกของธุรกิจ “คนมีเงิน” ย่อมมีพลังในการมองเห็นมากกว่าเสมอ ไม่ใช่เพราะดีกว่า แต่เพราะเสียงดังและสว่างกว่า
ในมุมมองส่วนตัว หากผู้พัฒนาโครงการให้พื้นที่และความสำคัญกับร้านเล็กในชุมชนมากขึ้น โครงการนั้นจะดูเป็นมิตรกว่านี้อย่างมากและไม่เพียงแค่สวยงามในเชิงภาพลักษณ์ แต่ยังช่วยพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น ให้เติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี เศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยทุนก้อนใหญ่เสมอไปบางครั้ง “คนตัวเล็ก” ต่างหาก ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุด
ฉันเชื่อว่าชาวต่างชาติที่เดินสวนกันไปมาในโครงการแห่งนี้อย่างน้อยบางคน คงรู้สึกไม่ต่างจากฉัน
..แน่นอน ฉันไม่ได้มองว่าแบรนด์ใหญ่เป็นผู้ร้าย
แบรนด์ใหญ่ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่การอยู่ร่วมกันในสังคม ควรเป็นการอยู่ที่ “น่ารัก” ไม่ใช่การใช้เงินถาโถมจนบดบังกลไกตลาดอื่น ๆ การแข่งขันทำได้ แต่ควรมองภาพรวมของระบบร่วมกัน ทุกคนรู้ดีว่าแบรนด์ใหญ่ยังไงก็ชนะ เพราะฐานการเงินนั้นคนละระดับกับร้านในชุมชน การคืนสังคมด้วยการใช้เงิน อาจดูเหมือนช่วย แต่หากไม่ทิ้งองค์ความรู้ ไม่สร้างพื้นที่ให้เติบโตไปพร้อมกันความยั่งยืนก็อาจเป็นเพียงคำสวยหรูทางการตลาดเท่านั้น และในท้ายที่สุดคงโทษแบรนด์ฝ่ายเดียวไม่ได้
คำถามสำคัญอาจต้องย้อนกลับไปถึง “เจ้าของโครงการ” ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นโดยตรง ว่ากำลังให้ความสำคัญกับอะไรระหว่างผลกำไรระยะสั้น
กับการสร้างคอมมูนิตี้ที่ดีและยั่งยืนในระยะยาว
จริงใจมาร์เก็ต คือหนึ่งในตัวอย่างของพื้นที่ที่พิสูจน์ว่าการออกแบบคอมมูนิตี้อย่างเข้าใจสังคมสามารถยกระดับทั้งผู้คน ผู้ประกอบการ และเมืองไปพร้อมกันได้ และยังมีอีกหลายพื้นที่ในเชียงใหม่ที่ควรได้รับเสียงปรบมือเพราะพวกเขาคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เมืองนี้น่าอยู่จนถึงทุกวันนี้
นักการตลาดคนหนึ่ง
#จริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่ #กาดฝรั่ง #กาดหลวง #กาดฝรั่งหางดง