On ME ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก On ME, สวนสนุกและนันทนาการ, Chiang Mai.

สิ่งที่เราทุกคนต้องผ่านพ้น ช้าหรือเร็ว เท่านั้น"ความแก่"เมื่อตอนยังเด็ก เราฝันอยากจะโตเป็นผู้ใหญ่ อยากเป็นตำรวจ อยากเป็น...
11/06/2020

สิ่งที่เราทุกคนต้องผ่านพ้น ช้าหรือเร็ว เท่านั้น
"ความแก่"
เมื่อตอนยังเด็ก เราฝันอยากจะโตเป็นผู้ใหญ่ อยากเป็นตำรวจ อยากเป็นนายช่าง เป็นหมอ พยาบาล เมื่อโตขึ้น บางคนก็ได้ทำงานอย่างที่คิดไว้ บางคนก็เปลี่ยนเป้าหมายไปโดยที่ไม่รู้ตัวแต่ไม่สำคัญเท่ากับความคิดที่ว่า เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ไปสักระยะหนึ่งแล้ว เรากลับไม่อยากจะโตขึ้นกว่านี้ ไม่อยากแก่ขึ้น การที่เราอายุมากขึ้นนั่นหมายความว่าสังขารย่อมร่วงโรยตามกาลเวลาเช่นกัน ในชีวิตของมนุษย์แล้วความแก่เป็นสิ่งที่ไม่ว่าอย่างไร (ถ้าไม่ตายเสียก่อน) เราทุกคนก็ต้องได้พบเจอมันอย่างแน่นอน
"ความเจ็บป่วย"
เหมือนมันจะมาพร้อมกันกับความแก่ เมื่อเราอายุมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บก็จะเกิดกับเราได้ง่ายขึ้นเพราะภูมิคุ้มกันต่ำลง บางคนก็เจ็บป่วยตอนแก่ บางคนก็เจ็บป่วยตั้งแต่ยังเด็ก ยังหนุ่มสาว โรคภัยเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่ แต่เลือกที่จะป้องกันได้ เช่น ไม่กินสุรา ไม่สูบบุหรี่ กินอาหารที่เป็นประโยชน์ ดูแลร่างกายของเราที่เปรียบเสมือนบ้านที่จะต้องอาศัยอยู่ตราบจนวันตายให้ดี ความเจ็บป่วยก็จะมาหาเราได้ยากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อยู่ดี อยู่ที่ว่าเราจะพบเจอในรูปแบบไหน เจ็บป่วยน้อย หรือเจ็บป่วยมาก
"ความตาย"
ในขณะที่เรายังหายใจอยู่เราคิดถึงความตายอยู่บ่อยครั้งแค่ไหน ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าวันนี้ วันพรุ่งนี้ หรือมะรืนนี้ที่จะเป็นวันสุดท้ายของเรา ตายเร็ว ตายช้าก็คือตายเหมือนกัน มันอาจจะทำใจได้ยากลำบากกับการสูญเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่เวลาจะเป็นตัวช่วยเยียวยาจิตใจของเราได้และเราทุกคนก็ต้องจบลงที่การตายนี้เช่นกัน
"พลัดพรากจากสิ่งของ หรือบุคคลอันเป็นที่รัก"
มีคนมากมายที่คิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังจากความรัก ถูกบอกเลิกและจากไป ความผูกพันทำให้เรารู้สึกเศร้า เสียใจ ครุ่นคิดว่าต่อไปนี้เราจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีเขา ความรู้สึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่จิตใจเรานึกคิดขึ้นมาเองทั้งสิ้น มันเป็นความเคยชินที่ต้องมีอีกคนหนึ่งอยู่ข้างๆในการใช้ชีวิต เมื่อขาดเขาไปอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวกันสักหน่อย แต่ถ้าผ่านช่วงนี้ไปเราจะคิดได้เองว่า มันก็แค่เรื่องๆหนึ่งที่เราต้องเจอ เพราะไม่ว่าจะเป็นสิ่งของสำคัญ สัตว์เลี้ยง หรือบุคคลอันเป็นที่รัก เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็ต้องพลัดพรากจากกันด้วยกันทั้งสิ้น

"อยู่กับทุกๆวัน ด้วยรักที่จริงใจ ยึดติดสิ่งต่างๆให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้"

ขอความสุขจงสถิตอยู่ในใจ♥️
09/06/2020

ขอความสุขจงสถิตอยู่ในใจ♥️

ช่วยได้นิดหน่อยก็สุขใจแล้ว...
17/05/2020

ช่วยได้นิดหน่อยก็สุขใจแล้ว...

มีความคิดอยู่ในใจอยู่เสมอว่าเมื่อเรามีโอกาสและมีกำลังพอ เราต้องออกไปช่วยคนอื่นที่ต้องการความช่วยเหลื.....

เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน
02/03/2020

เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน

"เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน"
เข้าเดือนที่สามของปี 2563 แล้ว ใครมีเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้วเริ่มทำกันรึยังครับ โดยผมเองมีเป้าหมายในรายการอยู่อย่างหนึ่งคือ การบริหารจัดการเงินของตัวเองและการหาเงิน ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
และวันนี้ผมจะเอาแนวทางการจัดการเงินและการหาเงินมาแบ่งปันกันครับ โดยวิธีนี้ผมได้ลองมาประมาณ 1 ปีเต็ม โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าช่วยผมได้มากทีเดียว จากเมื่อก่อนที่ “ไม่มีเงินเก็บ หนี้สินก็ไม่ค่อยลด ไม่มีเงินเหลือลงทุน” พอได้ทดลองทำผ่านมา 1 ปีเต็ม ในตอนนี้ “มีเงินเก็บในบัญชี หนี้สินลดลงมาก (แต่ยังไม่หมดนะ) และเริ่มมีเงินลงทุนในสิ่งที่เราเคยคิดไว้บ้างแล้ว” ผมทำยังไงลองมาดูกันครับ
อันดับแรก “ เปลี่ยนความคิดใหม่ ” จากเดิมผมคิดว่าได้เงินมาแล้วเอามาใช้จ่ายก่อนที่เหลือค่อยเก็บ เปลี่ยนมาเป็นได้เงินมาแล้วนำมาแบ่งออกมาเป็นส่วนๆตามที่เรากำหนดก่อนที่เหลือค่อยใช้ครับ บางคนบอกว่าแค่ใช้หนี้ก็ไม่ค่อยจะเหลือกินแล้ว อันนี้ผมแนะนำให้ลองคุยเจรจากับเจ้าหนี้ดูครับว่าสามารถแบ่งจ่ายหรือปรับรูปแบบการจ่ายหนี้อย่างไรได้บ้าง อันนี้ผมทำมาแล้วครับได้ผลดีด้วยครับ (ผมเจรจากับหนี้ในระบบนะ หนี้นอกระบบไม่เคย แต่คิดว่าน่าจะพอคุยกันได้)
อันดับสอง “ วินัยและการหักห้ามใจ ” อันนี้จะยากหน่อยสำหรับผม เพราะผมจะค่อนข้างใช้เงินตามใจตัวเองมาก ไม่ค่อยมีวินัยในการใช้เงิน จ่ายในสิ่งที่ไม่ควรจ่าย ไม่ค่อยอยากจ่ายในสิ่งที่ควรจ่าย ช่วงหลังมาเริ่มดีขึ้นโดยผมใช้ “ เวลา ” เข้ามาเป็นตัวช่วย คือถ้าอยากได้อะไร ลองรอไปอีกสัก 2-3 วัน ความอยากได้จะลดลงและมีเวลาให้เราคิดว่าสิ่งที่เราอยากได้มันจำเป็นแค่ไหน
อันดับสาม “ ลงมือทำตามแผน ” ผมทำอยู่สองขั้นตอนครับคือ วิธีการบริหารเงินที่ได้รับมาและหาช่องทางการทำเงินเพิ่มหลายๆช่องทาง
การบริหารเงินที่ได้รับมา ผมดูวิธีการบริหารจัดการเงินที่เขาแชร์กันทาง เฟสบุ๊ค ไลน์ และอื่นๆ อีกมากมายแล้วเอามาปรับใช้กับเราครับ โดยผมจะใช้วิธีการดังนี้ครับ
1.ได้เงินมาแล้ว ต้องจ่ายในส่วนที่จำเป็นก่อนเช่น ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ของผมจะมีประมาณนี้
2.นำเงินที่เหลือมาแบ่งออกเป็นส่วนๆดังนี้ครับ
- 20 % สำหรับการลงทุน
- 15 % ใช้หนี้ที่เราติดไว้
- 10 % สำหรับเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
- 10 % สำหรับการเพิ่มเติมความรู้ หรือซื้อในสิ่งที่เราอยากได้ หรือทำอะไรตามใจเราต้องการ
- 40 % สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
- 3-5 % สำหรับทำบุญ ช่วยเหลือคนอื่นๆ
*** อันนี้แบ่งในส่วนของเงินที่มาจากรายได้หลักนะครับ ส่วนเงินที่ได้มาจากรายได้เสริมผมจะนำไปลงทุนทั้งหมดครับ แต่ก่อนที่จะนำเงินไปลงทุนผมแนะนำว่าควรมีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินก่อนนะครับ ควรมีไว้สัก 6 เดือนเพื่อความอุ่นใจ เพราะการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงครับ ***
( เพิ่มเติมการเก็บเงินอีกนิดหน่อยในส่วนของเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันครับ ผมมักจะเก็บ ธนบัตรใบละ 50, เลขสวย, เหรียญ และถ้าเดือนไหนดื่มแอลกอฮอล์ก็จะเอาเงินออกมาเก็บเท่ากับจำนวนที่จ่ายค่าแอลกอฮอล์ เช่น ดื่มไป 100 ก็เก็บ 100 )

ช่องทางการทำเงินเพิ่ม ช่วงนี้อาจมีใครหลายคนบอกว่าเงินหายากมาก เศรษฐกิจไม่ดี อันนี้ผมไม่ขอพูดถึงนะครับเพราะผมไม่ค่อยได้ติดตามข่าวเท่าไรนัก แต่สำหรับผมแล้วผมคิดว่าเราสามารถหาเงินได้หลายช่องทางมากครับ ลองเปิดใจแล้วศึกษาในอินเตอร์เน็ตดูครับ มีช่องทางมากมาย เช่น ขายรถออนไลน์(น้องที่รู้จักทำอยู่) ขายประกันออนไลน์ ธุรกิจเครือข่าย ขายของออนไลน์ (ขายได้ทุกอย่างครับ) ขายสิ่งที่เราเก่งและชำนาญแบบออนไลน์ก็ยังได้ เทรดหุ้นออนไลน์ เป็นต้น ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้คนที่ผมรู้จักเขาทำอยู่นะครับ บ้างก็เป็นอาชีพหลักบ้างก็เป็นอาชีพเสริม แต่ก่อนตัดสินใจทำต้องศึกษาให้เข้าใจและศึกษารายละเอียดก่อนนะครับ และถ้ามีงานหลักของเราอยู่แล้วแนะนำว่าให้เราทำงานหลักของเราให้ดีและเต็มที่ก่อนนะครับ
ส่วนผมใช้ช่องทางทำเงินดังนี้ครับ
1.อาชีพหลัก “ ฟรีแล้นซ์ ” รับงานทั่วราชอณาจักร
2.ถ่ายภาพส่งขายทางออนไลน์ หรือที่เรียกกันว่า Stock Photo
3.เทรดหุ้นค่าสกุลเงิน หรือที่เรียกกันว่า Binary Option / Forex
ในส่วนของการนำเงินไปออมและลงทุน เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ผมแบ่งดังนี้ครับ
4.ซื้อสลากออมสิน เผื่อถูกรางวัล ก็นับว่าเป็นรายได้อีกช่องทางหนึ่ง
5.ซื้อกองทุน LTF และ RMF เพื่อขอภาษีคืน ก็นับว่าเป็นรายได้อีกช่องทางหนึ่ง
6.ลงทุนในหุ้นปันผล ตอนนี้สีแดงทั้งพอร์ต แต่ก็ยังรับเงินปันผลได้เรื่อยๆ เดี๋ยวนี้การลงทุนในหุ้นไม่ต้องมีทุนมากก็สามารถลงทุนได้แล้วครับ
7.ออมแชร์ แล้วรับดอกเบี้ย อันนี้เสี่ยงนิดนึงแต่เราสามารถเลือกคนที่ไว้ใจได้
อันนี้คือที่ผมทำมาตลอด 1 ปีเต็ม ยอมรับว่าตอนเริ่มทำใหม่ๆ อึดอัดมากครับอยากล้มเลิกกลางคันก็มีแต่ด้วยภาระหนี้สินที่ต้องเคลียร์เลยต้องลองดูให้ถึงที่สุด พอมาถึงสิ้นปีก็ยิ้มออกครับ กับผลลัพธ์ที่ได้มา ไม่ขอเอ่ยยอดเงินนะครับ “ อาย ” ยังไม่มากเท่าไรแต่ก็ภูมิใจที่เอาชนะใจตัวเองได้
ส่วนใครมีวิธีการบริหารเงินและช่องทางการหาเงินที่ดีอยู่แล้วก็ยินดีด้วยครับและสามารถนำมาแบ่งปันกันได้นะครับ ผมจะได้นำมาปรับปรุงตัวเองด้วย
*** ขอให้สนุกกับการหาเงินและการบริหารเงินนะครับ ***

"เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน"เข้าเดือนที่สามของปี 2563 แล้ว ใครมีเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้วเริ่มทำกันรึยังครับ  โดยผมเองมีเป...
02/03/2020

"เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน"
เข้าเดือนที่สามของปี 2563 แล้ว ใครมีเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้วเริ่มทำกันรึยังครับ โดยผมเองมีเป้าหมายในรายการอยู่อย่างหนึ่งคือ การบริหารจัดการเงินของตัวเองและการหาเงิน ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
และวันนี้ผมจะเอาแนวทางการจัดการเงินและการหาเงินมาแบ่งปันกันครับ โดยวิธีนี้ผมได้ลองมาประมาณ 1 ปีเต็ม โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าช่วยผมได้มากทีเดียว จากเมื่อก่อนที่ “ไม่มีเงินเก็บ หนี้สินก็ไม่ค่อยลด ไม่มีเงินเหลือลงทุน” พอได้ทดลองทำผ่านมา 1 ปีเต็ม ในตอนนี้ “มีเงินเก็บในบัญชี หนี้สินลดลงมาก (แต่ยังไม่หมดนะ) และเริ่มมีเงินลงทุนในสิ่งที่เราเคยคิดไว้บ้างแล้ว” ผมทำยังไงลองมาดูกันครับ
อันดับแรก “ เปลี่ยนความคิดใหม่ ” จากเดิมผมคิดว่าได้เงินมาแล้วเอามาใช้จ่ายก่อนที่เหลือค่อยเก็บ เปลี่ยนมาเป็นได้เงินมาแล้วนำมาแบ่งออกมาเป็นส่วนๆตามที่เรากำหนดก่อนที่เหลือค่อยใช้ครับ บางคนบอกว่าแค่ใช้หนี้ก็ไม่ค่อยจะเหลือกินแล้ว อันนี้ผมแนะนำให้ลองคุยเจรจากับเจ้าหนี้ดูครับว่าสามารถแบ่งจ่ายหรือปรับรูปแบบการจ่ายหนี้อย่างไรได้บ้าง อันนี้ผมทำมาแล้วครับได้ผลดีด้วยครับ (ผมเจรจากับหนี้ในระบบนะ หนี้นอกระบบไม่เคย แต่คิดว่าน่าจะพอคุยกันได้)
อันดับสอง “ วินัยและการหักห้ามใจ ” อันนี้จะยากหน่อยสำหรับผม เพราะผมจะค่อนข้างใช้เงินตามใจตัวเองมาก ไม่ค่อยมีวินัยในการใช้เงิน จ่ายในสิ่งที่ไม่ควรจ่าย ไม่ค่อยอยากจ่ายในสิ่งที่ควรจ่าย ช่วงหลังมาเริ่มดีขึ้นโดยผมใช้ “ เวลา ” เข้ามาเป็นตัวช่วย คือถ้าอยากได้อะไร ลองรอไปอีกสัก 2-3 วัน ความอยากได้จะลดลงและมีเวลาให้เราคิดว่าสิ่งที่เราอยากได้มันจำเป็นแค่ไหน
อันดับสาม “ ลงมือทำตามแผน ” ผมทำอยู่สองขั้นตอนครับคือ วิธีการบริหารเงินที่ได้รับมาและหาช่องทางการทำเงินเพิ่มหลายๆช่องทาง
การบริหารเงินที่ได้รับมา ผมดูวิธีการบริหารจัดการเงินที่เขาแชร์กันทาง เฟสบุ๊ค ไลน์ และอื่นๆ อีกมากมายแล้วเอามาปรับใช้กับเราครับ โดยผมจะใช้วิธีการดังนี้ครับ
1.ได้เงินมาแล้ว ต้องจ่ายในส่วนที่จำเป็นก่อนเช่น ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ของผมจะมีประมาณนี้
2.นำเงินที่เหลือมาแบ่งออกเป็นส่วนๆดังนี้ครับ
- 20 % สำหรับการลงทุน
- 15 % ใช้หนี้ที่เราติดไว้
- 10 % สำหรับเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
- 10 % สำหรับการเพิ่มเติมความรู้ หรือซื้อในสิ่งที่เราอยากได้ หรือทำอะไรตามใจเราต้องการ
- 40 % สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
- 3-5 % สำหรับทำบุญ ช่วยเหลือคนอื่นๆ
*** อันนี้แบ่งในส่วนของเงินที่มาจากรายได้หลักนะครับ ส่วนเงินที่ได้มาจากรายได้เสริมผมจะนำไปลงทุนทั้งหมดครับ แต่ก่อนที่จะนำเงินไปลงทุนผมแนะนำว่าควรมีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินก่อนนะครับ ควรมีไว้สัก 6 เดือนเพื่อความอุ่นใจ เพราะการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงครับ ***
( เพิ่มเติมการเก็บเงินอีกนิดหน่อยในส่วนของเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันครับ ผมมักจะเก็บ ธนบัตรใบละ 50, เลขสวย, เหรียญ และถ้าเดือนไหนดื่มแอลกอฮอล์ก็จะเอาเงินออกมาเก็บเท่ากับจำนวนที่จ่ายค่าแอลกอฮอล์ เช่น ดื่มไป 100 ก็เก็บ 100 )

ช่องทางการทำเงินเพิ่ม ช่วงนี้อาจมีใครหลายคนบอกว่าเงินหายากมาก เศรษฐกิจไม่ดี อันนี้ผมไม่ขอพูดถึงนะครับเพราะผมไม่ค่อยได้ติดตามข่าวเท่าไรนัก แต่สำหรับผมแล้วผมคิดว่าเราสามารถหาเงินได้หลายช่องทางมากครับ ลองเปิดใจแล้วศึกษาในอินเตอร์เน็ตดูครับ มีช่องทางมากมาย เช่น ขายรถออนไลน์(น้องที่รู้จักทำอยู่) ขายประกันออนไลน์ ธุรกิจเครือข่าย ขายของออนไลน์ (ขายได้ทุกอย่างครับ) ขายสิ่งที่เราเก่งและชำนาญแบบออนไลน์ก็ยังได้ เทรดหุ้นออนไลน์ เป็นต้น ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้คนที่ผมรู้จักเขาทำอยู่นะครับ บ้างก็เป็นอาชีพหลักบ้างก็เป็นอาชีพเสริม แต่ก่อนตัดสินใจทำต้องศึกษาให้เข้าใจและศึกษารายละเอียดก่อนนะครับ และถ้ามีงานหลักของเราอยู่แล้วแนะนำว่าให้เราทำงานหลักของเราให้ดีและเต็มที่ก่อนนะครับ
ส่วนผมใช้ช่องทางทำเงินดังนี้ครับ
1.อาชีพหลัก “ ฟรีแล้นซ์ ” รับงานทั่วราชอณาจักร
2.ถ่ายภาพส่งขายทางออนไลน์ หรือที่เรียกกันว่า Stock Photo
3.เทรดหุ้นค่าสกุลเงิน หรือที่เรียกกันว่า Binary Option / Forex
ในส่วนของการนำเงินไปออมและลงทุน เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ผมแบ่งดังนี้ครับ
4.ซื้อสลากออมสิน เผื่อถูกรางวัล ก็นับว่าเป็นรายได้อีกช่องทางหนึ่ง
5.ซื้อกองทุน LTF และ RMF เพื่อขอภาษีคืน ก็นับว่าเป็นรายได้อีกช่องทางหนึ่ง
6.ลงทุนในหุ้นปันผล ตอนนี้สีแดงทั้งพอร์ต แต่ก็ยังรับเงินปันผลได้เรื่อยๆ เดี๋ยวนี้การลงทุนในหุ้นไม่ต้องมีทุนมากก็สามารถลงทุนได้แล้วครับ
7.ออมแชร์ แล้วรับดอกเบี้ย อันนี้เสี่ยงนิดนึงแต่เราสามารถเลือกคนที่ไว้ใจได้
อันนี้คือที่ผมทำมาตลอด 1 ปีเต็ม ยอมรับว่าตอนเริ่มทำใหม่ๆ อึดอัดมากครับอยากล้มเลิกกลางคันก็มีแต่ด้วยภาระหนี้สินที่ต้องเคลียร์เลยต้องลองดูให้ถึงที่สุด พอมาถึงสิ้นปีก็ยิ้มออกครับ กับผลลัพธ์ที่ได้มา ไม่ขอเอ่ยยอดเงินนะครับ “ อาย ” ยังไม่มากเท่าไรแต่ก็ภูมิใจที่เอาชนะใจตัวเองได้
ส่วนใครมีวิธีการบริหารเงินและช่องทางการหาเงินที่ดีอยู่แล้วก็ยินดีด้วยครับและสามารถนำมาแบ่งปันกันได้นะครับ ผมจะได้นำมาปรับปรุงตัวเองด้วย
*** ขอให้สนุกกับการหาเงินและการบริหารเงินนะครับ ***

16/02/2020

สร้างเพจ ครั้งแรก สำหรับการบันทึกเพื่อตัวเอง 16-2-2563

ที่อยู่

Chiang Mai
57230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ On MEผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์