16/12/2025
ตอนสอนวงโยเจอคำพูดประโยคนี้บ่อยพอดู
อย่านึกภาพแค่ว่าเด็กได้เล่นดนตรีทั้งวันครับ
มันยังมีดนตรีส่วนที่เป็นโสตทักษะ(Aural)ที่นักดนตรีทุกคนควรมี
มันยังมีดนตรีในส่วนที่ต้องพัฒนาการเล่นตลอดเวลา
มันยังมีดนตรีส่วนที่เป็นวิชาการ เช่น
ทฤษฎีดนตรีสากล การวิเคราะห์บทเพลง
ประวัติศาสตร์ดนตรี(เรียนแบบเท้าความย้อนไปตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหายันปัจจุบัน)
การเรียบเรียงเสียงประสาน ฯลฯ
ถ้าให้ผมจำกัดความ
การเรียนการเล่นดนตรี มันคือ
"ความสุขบนความทรมานครับ" 😂🤣😂🤣😂
จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น ถ้าลองนึกถึงวงโยธวาทิต
เด็กวงโยต้องเดินแถวตากแดดซ้อมเป็นวัน
(จากประสบการณ์ตรง ผมก็อดีตเด็กดุ(ริยางค์))
ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย
แต่มันมีความสุขตรงที่ได้เล่นดนตรีที่เราชอบ
เล่นดนตรี ไม่ได้สบาย แต่ในขณะเดียวกัน มันดันสนุกครับ 😏
การเรียนต่อดนตรีก็เหมือนกัน
ตอนยังไม่คล่อง กว่าจะเรียบเรียงเพลงได้แต่ละเพลง หัวแทบระเบิด
สอบการเรียบเรียงเสียงประสานเสร็จแต่ละที
เดินออกจากห้องสอบ ถ้าไม่เกรงใจคนอื่น
อยากจะตะโกนดังๆ ว่า"ฮานาก้าาาาาา"!!!!!!!!!!!
ประวัติศาสตร์ดนตรี ต้องจำความเป็นมา จำชื่อคอมโพสเซอร์ จำผลงาน
Aural ฝึกพัฒนาการฟัง ต้องฟังให้ออกว่าโน้ตอะไร คู่อะไร คอร์ดอะไร ชนิดไหน (เจอ Motive ครูเก่งอยากจิร้องไห้ 🥲 ) และอื่นๆ อีกมากมาย
การซ้อมเครื่องดนตรี ไม่ใช่ว่าอยากจะเล่นเพลงอะไรก็เล่น
เพราะเรามาเรียนเพื่อให้เก่งขึ้น อาจารย์ผู้สอนจึงต้องเลือกเพลงที่เราต้องใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แล้วเพลงที่อยากเล่นล่ะ?
ไปหาซ้อมนอกเวลาเอาครับ หรือไม่ก็รอร่วมกิจกรรม Recital, Concert ที่สาขา ภาควิชาจัด
ถ้าเกิดไม่ได้ซ้อมมา แต่เพื่อนเล่นได้คล่องแล้ว
ขอลอกได้มั้ย?
"เฮ้ย กรุไม่ได้ซ้อมมา จะสอบแล้ว ขอลอกหน่อย"
มันลอกได้มั้ย ไม่ได้น่ะสิครับ
อยากจะเล่นได้ เราต้องซ้อมเอง
เวลาในการซ้อม
สำหรับมุมมองคนทั่วไป 1 ชม.ก็น่าจะมากแล้ว
แต่ไม่ใช่สำหรับนักศึกษาสาขาดนตรี
การซ้อมวันละ 1 ชม. คือ น้อยอิ๋บอ๋าย แทบจะไม่ได้อะไรเลย
ต้องมากกว่านี้ครับ
มีคำพูดประโยคนึงเป็นที่รู้กันสำหรับนักดนตรีส่วนใหญ่
"มืออาชีพ ซ้อมอย่างน้อยวันละ 8 ชม."
เรียนจบแล้ว จบเลยมั้ย
ไม่ครับ เรายังต้อง ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อมต่อไป
ถ้ามีโอกาสคุยกับเด็กที่จะไปสอบต่อดนตรีเป็นการส่วนตัว
สิ่งแรกที่ผมจะถามก็คือ
ยอมรับได้มั้ย ที่จะต้องซ้อมเป็นประจำ
ไปจนกว่าจะหยุดเล่นดนตรี
ถ้ารับไม่ได้ อย่าไปครับ
ปัญหาอีกอย่างหนึ่ง สำหรับการจะเรียนต่อดนตรีคือ
เราต้องหาที่ติวเตรียมตัวสอบเอาเอง
เพราะหลักสูตรในชั้นเรียนปกติคิดว่าทุกคนก็รู้แล้ว ว่ามันแทบจะไม่ได้อะไรเลย
"หัวไม่ดีเลยให้เรียนต่อดนตรี" อย่าคิดแบบนี้เลบครับ
ผมว่า ให้ดี ให้เด็กเลือกเองเถอะครับ ว่าเค้าอยากเรียนอะไร
หรือถ้าเด็กอยากจะต่อดนตรีจริงๆ
ช่วยเค้าเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ จะได้เรียนไหว
เพราะถ้าหัวไม่ดี แล้วไม่ทำอะไรเลย
มาเรียนต่อดนตรี รับรองได้ครับ ... สาหัส