Buriram Pride 🏳️‍🌈 บุรีรัมย์เฮาเท่ากัน เพศเท่าเทียม 🏳️‍🌈
🎊🌏💜💙💚💛🧡❤️💋😍😘🥰🎉

📢ความก้าวหน้าเรื่องความเท่าเทียมทางเพศของสังคมไทยจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับพลเมืองอย่างพวกเราช่วยกันขับเคลื่อน🏳️‍🌈💜🤍🖤💛🏳️‍...
15/08/2026

📢ความก้าวหน้าเรื่องความเท่าเทียมทางเพศของสังคมไทยจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับพลเมืองอย่างพวกเราช่วยกันขับเคลื่อน🏳️‍🌈💜🤍🖤💛🏳️‍⚧️💛💜💛🏳️‍🌈❤️❤️❤️
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดรับฟังความเห็น (ร่าง) พระราชบัญญัติการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ พ.ศ. .... ผ่านทางระบบกลางทางกฎหมาย ระหว่าง 11 ส.ค.- 9 ก.ย. 69 จะเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เพราะ "บุคคลมีสิทธิในการกำหนดเจตจำนงทางเพศสภาพของตนเอง"

https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-359?fbclid=IwdGRjcATswmxjbGNrBOzB5nBkb2YFZXh0bgNhZW0CMTEAc3J0YwZhcHBfaWQMMzUwNjg1NTMxNzI4AAEe1OnXmd2FZaprzQC3iEiyAwPnuIzikmmUFFMSEisXv0EYgxsHIsyAlKHKLAs_aem_bDTps_pxEmH5Perxfx8GvQ
ตามรัฐธรรมนูญไทยมีหลักประกันเรื่องความเสมอภาคอยู่แล้ว ทั้งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 27 ซึ่งกำหนดให้บุคคลเสมอกันในทางกฎหมายและห้ามการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมด้วยเหตุแห่งเพศ รวมถึงพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 และการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของบุคคลหลากหลายทางเพศ

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศยังเผชิญกับการเลือกปฏิบัติและข้อจำกัดจากระบบกฎหมายที่ยังตั้งอยู่บนฐานของการแบ่งเพศออกเป็นชายและหญิงเป็นหลัก

ประเด็นนี้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 20/2564 ซึ่งแม้จะวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่มีข้อสังเกตว่า รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการตรากฎหมายเพื่อรับรองสิทธิและหน้าที่ของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ

ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงถูกเสนอขึ้นเพื่อเติมช่องว่างดังกล่าว โดยวางหลักว่า บุคคลควรมีสิทธิกำหนดอัตลักษณ์ทางเพศสภาพของตนเอง และรัฐควรมีกลไกรับรองสิทธิดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

ประกอบด้วย 24 มาตรา 7 หมวด 1 บทเฉพาะกาล ดังต่อไปนี้
หมวด 1 สิทธิในการกำหนดเจตจำนงทางเพศสภาพ
หมวด 2 การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ
หมวด 3 การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพของบุคคลอินเตอร์เซ็กส์
หมวด 4 สิทธิในการพัฒนาตนเองอย่างอิสระเพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศสภาพของตน
หมวด 5 สิทธิและหน้าที่ของบุคคลที่ได้รับการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ
หมวด 6 มาตรการและกลไกป้องกันการเลือกปฏิบัติ
หมวด 7 บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาล
อ่านต่อ ที่ลิงก์ด้านบน
ที่มา Policy Watch - Thai PBS

ร่วมจับตาอนาคตประเทศไทย ผ่านกระบวนการนโยบายสาธารณะ ที่พวกเรามีส่วนร่วมได้กับ Thai PBS Policy Watch

10/08/2026

เชียร์นะคะ Meen Khan 🏳️‍🌈🏳️‍🌈🏳️‍🌈
❤️ Meen Khan มีนคัน ✌️✌️✌️

ประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆจาก    #เวทีสมัชชาคนรุ่นใหม่  #คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ค่ะ  #สช  #สมัชชาสุขภาพ  #สมัชชาสุขภาพแห่...
03/08/2026

ประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆจาก #เวทีสมัชชาคนรุ่นใหม่ #คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ค่ะ
#สช #สมัชชาสุขภาพ #สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

📣 พี่น้องอีสานเอ้ย! #ยี่แอสเซมบลูส 𝗬𝗼𝘂𝘁𝗵 𝗔𝘀𝘀𝗲𝗺𝗯𝗹𝘆 𝟮𝟬𝟮𝟲 ภาคอีสานเปิดรับสมัครแล้วเด้อ ✨

💪🏻 เคยบ่.. ที่เห็นปัญหาอยู่รอบโตทั้งเรื่องสุขภาพ การศึกษา สิ่งแวดล้อม หรือคุณภาพชีวิตแต่บ่ฮู้สิเริ่มเปลี่ยนจากไส? เวทีนี้ชวนคนรุ่นใหม่มาเอา “เสียง” ของเฮามาปั้นเป็น “ข้อเสนอเชิงนโยบาย” ที่ส่งต่อไปฮอดเวทีระดับประเทศ

🌱 บ่ต้องเป็นนักวิชาการ
🌱 บ่ต้องมีประสบการณ์
ขอแค่เป็นคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นบ้านเฮาดีขึ้นก็มาได้เลย 💚

✨ สิได้
🤝 ฮู้จักเพื่อนใหม่จากทั่วภาคอีสาน
🧠 แลกเปลี่ยน เรียนฮู้ ผ่านกิจกรรมสนุก ๆ
📄 ร่วมออกแบบข้อเสนอที่ต่อยอดได้จริง
🎓 ได้รับเกียรติบัตร

รายละเอียด..
👥 อายุ 𝟭𝟱–𝟯𝟱 ปี
📅 สมัครได้ตั้งแต่มื้อนี้ – 𝟭𝟴 สิงหาคม 𝟮𝟱𝟲𝟵
🏠 มีที่พัก🚌 สนับสนุนค่าเดินทาง
📍 กิจกรรมจัดวันที่ 𝟮𝟵-𝟯𝟬 ส.ค. 𝟮𝟱𝟲𝟵
🏨 โรงแรมกรีน ขอนแก่น
📢 ประกาศผล 𝟮𝟬 สิงหาคม 𝟮𝟱𝟲𝟵
💻 𝙁𝙞𝙧𝙨𝙩 𝙈𝙚𝙚𝙩 𝙊𝙣𝙡𝙞𝙣𝙚 𝟮𝟰 สิงหาคม 𝟮𝟱𝟲𝟵 เวลา 𝟭𝟴.𝟬𝟬–𝟭𝟵.𝟬𝟬 น.
📲 สมัครโลด! https://forms.gle/PaETyuFmPtrimdKu8

💬 มื้อนี้...ถึงเวลาที่ “เสียงของเฮา” สิได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเด้อ ❤️
#เวทีสมัชชาคนรุ่นใหม่ #ยี่แอสเซมบลูส #𝗬𝗚𝗚

 #กฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติกับการปกป้องสิทธิIntersex 💛💜💛🏳️‍🌈🏳️‍🌈🏳️‍🌈
03/08/2026

#กฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติกับการปกป้องสิทธิIntersex 💛💜💛🏳️‍🌈🏳️‍🌈🏳️‍🌈

คณะทำงาน Buriram Pride ชวนทุกท่านทำความเข้าใจและเรียนรู้ถึงอัตลักษณ์ทางเพศนอนไบนารี่ เนื่องในวันที่  #14กรกฎาคมของทุกปี ...
14/07/2026

คณะทำงาน Buriram Pride ชวนทุกท่านทำความเข้าใจและเรียนรู้ถึงอัตลักษณ์ทางเพศนอนไบนารี่ เนื่องในวันที่ #14กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันนอนไบนารี่สากล 💛🤍💜🖤
#วันแห่งการตระหนักถึงการมีตัวตนของบุคคลนอนไบนารี่ #นอนไบนารี่ 🏳️‍🌈

'นอนไบนารี' ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กฎหมายไทยยังไม่รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพเสียที
+++++++++++++++++++++++++++++++++

'นอนไบนารี่'เป็นคำที่สังคมไทยรู้จักและมีกลุ่มเพื่อขับเคลื่อนสิทธินอนไบนารี่มาต่อเนื่องกว่า 10 ปีสร้างความรับรู้ ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายหลายฉบับ 1 ในกฎหมายที่สำคัญที่สุดของชุมชนคือ กฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพและการคุ้มครองคุณลักษณะทางเพศ

การขับเคลื่อนดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้สังคมไทยจะเปิดพื้นที่พูดคุยเรื่องความหลากหลายทางเพศมากขึ้น แต่ทุกครั้งที่ประเด็นเกี่ยวกับคนข้ามเพศ บุคคลนอนไบนารีและบุคคลอินเตอร์เซ็กซ์ถูกหยิบยกขึ้นมา เรากลับยังเห็นการบิดเบือนข้อมูล การมุ่งเป้าโจมตีอัตลักษณ์ทางเพศสภาพและคุณลักษณะทางเพศ อคติความเกลียดกลัวต่อบุคคลทั้ง 3 กลุ่มนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่จบไม่สิ้น

เราอาจจะเคยเห็นกรณีที่นักกีฬาอินเตอร์เซ็กซ์ถูกบิดเบือนว่าเป็นคนข้ามเพศ เพื่อปลุกกระแสคลั่งการต่อต้านคนข้ามเพศสุดโต่ง เราอาจจะเคยเห็นการผลักดันกฎหมายรับรองเพศสภาพในนโยบายเลือกตั้งของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ถูกบิดเบือนและมุ่งเป้าหมายไปโจมตีผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่เป็นหัวหอกสำคัญของพรรคในประเด็นนี้ วิจารณ์อัตลักษณ์ทางเพศ หน้าตาว่าไม่สมควรที่จะได้รับคำนำหน้าว่า นางสาว ซึ่ง แท้จริงแล้วบุคคลดังกล่าวเป็นนอนไบนารี่ และต้องการใช้คำนำหน้าอื่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางเพศสภาพของตัวเอง มากกว่าการถกเถียงกันในประเด็นเนื้อหาด้านสิทธิมนุษยชนที่คนกลุ่มหนึ่งในสังคมกำลังถูกพรากไป และในช่วงที่ผ่านมา เมื่อมีการเสนอให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพสามารถเข้าถึงสิทธิด้านสาธารณสุขของรัฐ ก็ยังมีเสียงที่กล่าวว่า "ไม่ได้รับฮอร์โมนฟรีก็ไม่ตาย" โดยมองข้ามคุณภาพชีวิต ความจำเป็นทางการแพทย์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชีวิตของผู้คนจริง ๆ ซึ่งกล่าวโดย ส.ว.ที่้เป็นนายแพทย์ท่านหนึ่ง

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า บุคคลข้ามเพศ นอนไบนารี และอินเตอร์เซ็กซ์ ยังคงต้องเผชิญกับรุนแรงจากอิทธิพลของระบบสองเพศชายเป็นใหญ่และการเลือกปฏิบัติทางเพศในหลายมิติของสังคม ขณะที่กฎหมายไทยยังไม่สามารถมองเห็นและรับรองตัวตนของพวกเราได้

การมีตัวตนทางกฎหมายไม่ใช่เรื่องของอภิสิทธิ์ แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะได้รับการยอมรับว่าเราเป็นใครด้วยเจตจำนงของเราเอง สามารถใช้ชีวิต ทำงาน ศึกษา เดินทาง เข้าถึงบริการของรัฐ และดำรงชีวิตได้โดยไม่ถูกตรวจสอบ ยัดเยียดและแบ่งแยกจากอคติของระบบสองเพศชายเป็นใหญ่ในสังคมไทย

เนื่องในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 วันนอนไบนารีสากล (International Non-Binary People's Day) ในนาม สัปภาคีนอนไบนารีเพื่อการระบุเพศ-HCNL ซึ่งเป็นเครือข่ายของชุมชนนอนไบนารี่ในประเทศไทย

"ดิฉันขอประกาศว่า เราจะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ไม่ยอมแพ้ต่อความเกลียดกลัว หรือความพยายามที่จะลบล้างตัวตนของพวกเราออกจากสังคมและการรับรู้ของกฎหมาย เราจะไม่ก้มหัวให้กับระบบสองเพศชายเป็นใหญ่อีกต่อไป

จึงมีเรื่องแจ้งให้ทราบเป็นสาธารณะว่า

พวกเราได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพและการคุ้มครองคุณลักษณะทางเพศ ฉบับใหม่ของสัปภาคีฯ ขึ้นมาแล้ว

และมีการให้นิยาม 'บุคคลนอนไบนารี่' อย่างชัดเจนในกฎหมายเป็นครั้งแรก

ขั้นตอนต่อไปพวกเราจะเดินหน้าเพื่อรวบรวมรายชื่อ 10,000 รายชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่รัฐสภา และผลักดันให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพให้จงได้

ขอเชิญชวนพันธมิตรเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน นักวิชาการ นักกฎหมาย บุคลากรทางการแพทย์ สื่อมวลชน และประชาชนผู้เชื่อมั่นว่าศักดิ์ศรีของมนุษย์ไม่ควรถูกกำหนดและกักขังไว้ด้วยระบบสองเพศ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ไปด้วยกัน

ท้ายที่สุดนี้พวกเราจะไม่หยุด จนกว่าคนข้ามเพศ นอนไบนารี่ และอินเตอร์เซ็กซ์ จะได้รับการรับรองและคุ้มครอง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และมีความสุขเฉกเช่นเดียวกันกับทุกคนในสังคมไทย"

สาส์นจาก
ยุทธนาธิการ - สัปภาคีนอนไบนารีฯ - HCNL

เครดิตภาพ www.wattpad.com

12/07/2026

: ⚽🏳️‍⚧️ ใครบอกว่าฟุตบอลกับ Pride ไปด้วยกันไม่ได้? เพราะปลายเดือนกรกฎาคมนี้ Goal Diggers FC หนึ่งในสโมสรฟุตบอลระดับท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในสหราชอาณาจักร เตรียมเปลี่ยนกรุงลอนดอนให้เต็มไปด้วยทั้งเสียงเชียร์ เสียงเพลง และพลังของชุมชนคนข้ามเพศ กับกิจกรรมยาว 3 วัน ตั้งแต่ 24–26 กรกฎาคม 2026 ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดียวกับ London Trans+ Pride (ในปี 2025 มีผู้เข้าร่วมราว 100,000 คน)

งานนี้เรียกได้ว่าครบทุกอารมณ์ ตั้งแต่ปาร์ตี้กลางคืน เดินขบวน Pride ไปจนถึงลงสนามเตะฟุตบอลจริง ๆ โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างพื้นที่ที่คนข้ามเพศ ผู้หญิง และนอนไบนารีสามารถเป็นส่วนหนึ่งของโลกกีฬาได้อย่างเต็มที่

เบื้องหลังการจัดกิจกรรมตลอด 3 วันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง London Trans+ Pride เท่านั้น แต่ยังมาจากจุดยืนที่ Goal Diggers FC ยึดถือมาตลอดว่า “ฟุตบอลควรเป็นกีฬาสำหรับทุกคน”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเด็นการมีส่วนร่วมของคนข้ามเพศในวงการกีฬากลายเป็นหัวข้อถกเถียงอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะหลังจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ FA มีมติในปี 2025 ห้ามผู้หญิงข้ามเพศลงเล่นในฟุตบอลหญิง ซึ่ง Goal Diggers FC เป็นหนึ่งในสโมสรที่ออกมาคัดค้านอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับสโมสร การตัดสินใจดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของกฎการแข่งขัน แต่ยังส่งผลต่อความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน โดยเฉพาะในฟุตบอลระดับรากหญ้า ซึ่งควรเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถมาเล่นกีฬา พบปะเพื่อน และสร้างความสัมพันธ์โดยไม่ต้องรู้สึกว่าตัวตนของตนเองเป็นอุปสรรค

ด้วยเหตุนี้ Goal Diggers FC จึงนำฟุตบอลออกจากกรอบของการแข่งขัน มาผสานเข้ากับ q***r nightlife, Pride และการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิคนข้ามเพศ กลายเป็นสุดสัปดาห์แห่งกิจกรรมที่มีทั้งปาร์ตี้ การร่วมเดินขบวน London Trans+ Pride และการแข่งขันฟุตบอลชุมชน

การเลือกจัดงานระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2026 จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการต่อยอดพลังจาก London Trans+ Pride และย้ำว่า การสนับสนุนคนข้ามเพศไม่ควรเกิดขึ้นเฉพาะบนท้องถนนในวัน Pride เท่านั้น แต่ควรเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของชีวิตประจำวัน รวมถึงบนสนามฟุตบอลด้วย

สุดสัปดาห์นี้จึงเป็นทั้งพื้นที่แห่งการเฉลิมฉลองและการแสดงจุดยืนว่า คนข้ามเพศควรมีสิทธิที่จะเล่น สนุก แข่งขัน และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนกีฬาได้อย่างเต็มที่

🎶 เริ่มต้นในคืนวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม

กับปาร์ตี้ชื่อสุดเก๋ “Murder on Zidane’s Floor” ที่ Hackney Bridge ตั้งแต่เวลา 22.00–02.00 น. บัตรเริ่มต้นเพียง 5 ปอนด์
ชื่อปาร์ตี้ที่หยอกล้อกับทั้งโลกฟุตบอลและวัฒนธรรมป๊อปได้อย่างลงตัว เป็นการเปิดฉากสุดสัปดาห์นี้ด้วยบรรยากาศของ q***r nightlife ที่ทั้งสนุก ปลอดภัย และเฉลิมฉลองตัวตนของชุมชนทรานส์อย่างเต็มที่

🏳️‍⚧️ วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม สมาชิกของ Goal Diggers FC จะเปลี่ยนจากชุดแข่งมาร่วมเดินใน football bloc ของขบวน London Trans+ Pride เพื่อส่งเสียงสนับสนุนการมีส่วนร่วมของคนข้ามเพศในวงการกีฬา

นี่จึงไม่ใช่แค่การเดินขบวนเพื่อเฉลิมฉลอง Pride แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวในสนามฟุตบอลเข้ากับการต่อสู้เพื่อสิทธิของคนข้ามเพศในวงกว้าง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเด็นการมีส่วนร่วมของนักกีฬาทรานส์ยังคงเป็นหนึ่งในเรื่องที่ถูกถกเถียงอย่างหนัก
วันอาทิตย์: ปิดท้ายด้วยฟุตบอลที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคน

⚽ วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม ปิดท้ายสุดสัปดาห์ด้วยการแข่งขันฟุตบอลชุมชน ซึ่ง Goal Diggers FC จัดร่วมกับ Q***r FA ที่ Islington ตั้งแต่เวลา 12.00–18.00 น.
การแข่งขันเปิดรับผู้หญิงและผู้เล่นนอนไบนารีอายุ 18 ปีขึ้นไป พร้อมยืนยันจุดยืนเรื่องการเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างและโอบรับคนข้ามเพศ

ทุกกิจกรรมยังดำเนินภายใต้นโยบายไม่ยอมรับการเหยียดและคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเหยียดเชื้อชาติ เพศ ชนชั้น ความพิการ โฮโมโฟเบีย ไบโฟเบีย หรือทรานส์โฟเบีย เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเปิดกว้างสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

12/07/2026
12/07/2026

เมื่อ ‘ฮอร์โมน’ ไม่ใช่แค่ยา
แต่กำลังเป็นสิ่งที่สะท้อนว่า
สังคมและรัฐมองคนข้ามเพศอย่างไร
เมื่อเดือนมิถุนายน หรือเดือนไพรด์สิ้นสุดลง ทั้งเมืองห้างร้านรวงก็พร้อมใจเก็บธงสีรุ้ง แต่สำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ วันเดือนปีในปฏิทินไม่เคยเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขา
เพราะในวันที่ธงสีรุ้งถูกพับเก็บ พวกเขายังต้องตื่นไปทำงาน ใช้ชีวิตในโรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถานที่ทำงาน ใช้ห้องน้ำสาธารณะเดิม และยังต้องเดินเข้าโรงพยาบาล ซึ่งในหลายครั้งยังต้องอธิบายตัวตนของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางสายตาที่ตั้งคำถาม การตีตรา และการเลือกปฏิบัติ ที่ไม่เคยหมดไปพร้อมกับเดือนมิถุนายน
ทั้งนี้ เดือนไพรด์ไม่เคยเป็นเพียงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เป็นการลุกขึ้นต่อสู้ของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่เรียกร้องสิทธิ ศักดิ์ศรี และการได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในฐานะมนุษย์
ดังนั้น การเดินขบวนสีรุ้งจึงไม่ใช่จุดหมายปลายทาง หากแต่เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ทำให้ผู้คนในสังคมมองเห็นการดำรงอยู่ของชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+ Community) และตระหนักว่าพวกเขาควรได้รับสิทธิไม่ต่างจากประชาชนคนอื่น
• กล่าวอีกนัยหนึ่ง ไพรด์ไม่เคยถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนจดจำสีรุ้ง แต่เพื่อให้ผู้คนจดจำว่า ยังมีความไม่เท่าเทียมที่ต้องได้รับการแก้ไข
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะประเทศที่เปิดกว้างต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศ ทั้งจากการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม การจัดกิจกรรมขบวนไพรด์ในหลายจังหวัด และการเติบโตของอุตสาหกรรมบันเทิงที่นำเสนอเรื่องราวของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ภาพเหล่านี้นับเป็นพัฒนาการที่สำคัญ เพราะการทำให้ผู้คน ‘มองเห็น’ ความหลากหลายทางเพศ (Visibility) ถือเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
• แต่คำถามสำคัญคือ เมื่อผู้คนมองเห็นแล้ว สังคมเข้าใจมากขึ้นหรือยัง?
เพราะความหลากหลายทางเพศไม่ใช่ ‘แคมเปญ’ ที่จะเปิดตัวในเดือนมิถุนายน และปิดตัวลงในเดือนกรกฎาคม แต่เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง และยังคงใช้ชีวิต ทำงาน เจ็บป่วย รัก สูญเสีย และเผชิญกับอุปสรรคเชิงโครงสร้างทุกวัน
และท้ายที่สุด ความเท่าเทียมทางเพศไม่ได้เกิดขึ้นจากการเฉลิมฉลองเพียง 1 เดือน แต่เกิดจากการทำงานของผู้คน สังคม และรัฐ ที่ยังเดินหน้าต่อไป แม้ธงสีรุ้งจะถูกเก็บลงจากท้องถนนแล้วก็ตาม เพื่อให้สังคมได้เรียนรู้ มีนโยบายรองรับให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียมกว่าเดิม
• โดยเฉพาะภาครัฐ ที่ไม่ควรหยุดทำงานเพื่อความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ
หน้าที่ของรัฐคือการออกแบบกฎหมาย นโยบาย และระบบบริการสาธารณะ ที่ทำให้ประชาชนทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี โดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติจากเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ หรือเพศวิถีของตนเอง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากเดือนมิถุนายนคือช่วงเวลาของการสร้างการมองเห็น อีก 11 เดือนที่เหลือก็ควรเป็นช่วงเวลาของการสร้างความเท่าเทียม
เพราะความเท่าเทียมไม่อาจเกิดขึ้นได้จากขบวนพาเหรดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยนโยบายสาธารณะที่ทำให้ผู้คนใช้ชีวิตได้จริง หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ การเข้าถึงบริการสุขภาพ
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีการถกเถียงคือ ‘การใช้ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ’ (Hormone Replacement Therapy: HRT)
โดยมีการออกมาโต้แย้งกันของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) บุคลากรทางการแพทย์ หรือแม้แต่กลุ่มคนข้ามเพศ ที่ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การใช้ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ ถือเป็นหนึ่งในบริการทางการแพทย์ที่มีความสำคัญต่อคนข้ามเพศจำนวนมาก เนื่องจากไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาวะทางจิตใจ เพื่อให้บุคคลสามารถใช้ชีวิตสอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศของตนเองได้
แม้บริการดังกล่าวจะได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพสำหรับคนข้ามเพศ แต่ในประเทศไทย การเข้าถึงบริการนี้กลับเป็นเรื่องของ ‘กำลังทรัพย์’ มาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้ คนข้ามเพศจำนวนไม่น้อยจึงต้องซื้อฮอร์โมนด้วยตนเองจากการรับข้อมูลบนโลกออนไลน์ หรือเข้ารับบริการจากคลินิกเอกชนที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดยยังต้องแบกรับค่าตรวจเลือด ค่าแพทย์ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ทั้งที่ในความเป็นจริง การใช้ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ ไม่ใช่เรื่องของความสวยงาม หรือความพึงพอใจส่วนบุคคล แต่เป็นการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับคนจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ การที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บรรจุบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ เข้าเป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงนับเป็นก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย
โดยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในขณะนั้น ได้พิจารณา ‘ข้อเสนอบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ’ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้เป็นสิทธิประโยชน์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท)
โดยสิ่งที่รัฐกำลังสนับสนุนไม่ใช่เพียง ‘ยาฮอร์โมน’ แต่คือระบบบริการที่มีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ดูแล เพื่อลดความเสี่ยงจากการซื้อยาใช้เอง ใช้ยาผิดวิธี หรือไม่ได้รับการติดตามผลอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนจากยาและผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ที่จะทำให้ผู้ที่จำเป็นต้องได้รับบริการเข้าถึงการดูแลที่ปลอดภัย มีการให้คำปรึกษา ประเมินสุขภาพ ตรวจทางห้องปฏิบัติการ จ่ายยาโดยหน่วยบริการที่มีความพร้อม และติดตามผลต่อเนื่อง ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องไปใช้ยาเองนอกระบบ โดยไม่มีการดูแลทางการแพทย์
แม้ว่านโยบายดังกล่าวจะมุ่งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ แต่เมื่อมีการหยิบยกมาพูดถึง ก็ยังถูกตั้งคำถาม อย่างเมื่อเดือนมิถุนายนที่มี สว.ซึ่งออกมาพูดเพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวนถึงความคุ้มค่า ความปลอดภัย และผลกระทบด้านงบประมาณ
ซึ่งการตั้งคำถามเชิงนโยบายเป็นเรื่องที่อภิปรายกันได้ในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่น่าสนใจกลับอยู่ที่ถ้อยคำบางประโยค ซึ่งกล่าวว่า
• “ไม่ให้ฟรีก็ไม่ตาย”
แม้จะเป็นเพียงประโยคสั้นๆ แต่กลับสะท้อนชุดความคิดที่น่าตั้งคำถามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อผู้กล่าวเป็นทั้ง สว.และบุคลากรทางการแพทย์ คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่า ‘คนข้ามเพศจะตายหรือไม่ หากไม่ได้รับฮอร์โมน’
แต่คือ ‘เหตุใดการเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นของคนกลุ่มหนึ่ง จึงต้องถูกพิสูจน์ความจำเป็นมากกว่าคนกลุ่มอื่น’
การใช้ฮอร์โมนในระบบสาธารณสุขไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ อย่างผู้ชายที่มีภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ สามารถเข้ารับการรักษาได้ด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทน (Testosterone Replacement Therapy: TRT) และผู้หญิงที่มีภาวะฮอร์โมนผิดปกติ ก็เข้าถึงการรักษาได้ด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy: HRT) เช่นเดียวกัน
ซึ่งทั้งสองกรณี หากไม่รักษาหรือไม่เข้ารับฮอร์โมนทดแทนก็ไม่ตายเช่นกัน เพียงแต่การเข้าถึงการดูแลสุขภาพด้วยฮอร์โมนจากการดูแลรัฐ จะช่วยให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น
แล้วเหตุใดเมื่อผู้รับบริการเป็นคนข้ามเพศ และใช้ฮอร์โมนชนิดเดียวกัน กลับถูกทำให้กลายเป็นเรื่องของความฟุ่มเฟือย หรือถูกมองว่าเป็นเรื่องเกินความจำเป็น พร้อมถูกตั้งคำถาม หรือถูกสรุปอย่างรุนแรงเกินจริง ซึ่งสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่านั้น นั่นคือ การขาดความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และความอ่อนไหวต่อความแตกต่างทางเพศภาวะ (Gender Sensitivity) ภายในระบบบริการสุขภาพ และบุคลากรทางการแพทย์อีกด้วย
ทั้งนี้ ข้อมูลจากหน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ชี้ให้เห็นว่า จากข้อมูลการศึกษาในอดีตพบว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศยังคงเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสุขภาพจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการขาดความเข้าใจของผู้ให้บริการ ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ การตีตรา และการเลือกปฏิบัติ กล่าวคือ ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงการมีหรือไม่มีบริการ แต่อยู่ที่ว่าระบบบริการนั้น ถูกออกแบบขึ้นโดยมองเห็นผู้มีความหลากหลายทางเพศเป็น ‘ผู้รับบริการ’ อย่างเท่าเทียมหรือไม่
เพราะต่อให้รัฐขยายสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมเพียงใด แต่ผู้รับบริการยังต้องกังวลว่า จะถูกปฏิเสธการรักษาด้วยอคติ หรือถูกตั้งคำถามต่อเพศสภาพของตนเอง การบริการดังกล่าวก็ไม่อาจเข้าถึงได้อย่างแท้จริง
• อคติดังกล่าวไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงการเข้าถึงบริการรักษา หากแต่ยังติดตามคนข้ามเพศไปถึงวันที่พวกเขาเดินเข้าไปในฐานะ ‘ผู้บริจาค’
ในปัจจุบัน ชายข้ามเพศที่ใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเพื่อการยืนยันเพศสภาพยังถูกปฏิเสธการบริจาคโลหิต โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัยต่อผู้รับบริจาค แม้ว่าในขณะเดียวกัน ผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อกลับไม่ถูกตั้งคำถามในลักษณะนี้
เช่นเดียวกับผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย (Men Who Have S*x with Men: MSM) และผู้หญิงข้ามเพศ ซึ่งยังเผชิญข้อจำกัดในการบริจาคโลหิตจากการเหมารวมอัตลักษณ์ทางเพศและเพศวิถีว่าเป็น ‘ความเสี่ยง’ มากกว่าการประเมินความเสี่ยงจากพฤติกรรมของแต่ละบุคคล ทั้งที่หลายประเทศ เช่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ได้ปรับหลักเกณฑ์มาใช้การประเมินความเสี่ยงรายบุคคล (Individual Risk Assessment) แทนการตัดสินจากอัตลักษณ์ทางเพศเพียงอย่างเดียว
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่กรณีเหล่านี้สะท้อนอาจไม่ใช่เพียงช่องว่างของนโยบาย แต่คือช่องว่างของความเข้าใจ ตราบใดที่ระบบสาธารณสุขยังมองผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านกรอบของอคติ การเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมก็ยังคงเป็นเรื่องยาก
ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการจัดการงบประมาณของ สปสช.และบัตรทองยังมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเชิงระบบ หรือแม้แต่การคอร์รัปชัน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ผู้มีความหลากหลายทางเพศไม่ควรได้รับสิทธินั้น เพราะบริการฮอร์โมนทางการแพทย์นั้นมีอยู่แล้ว เพียงแต่ขยายสิทธิและจัดหมวดหมู่ใหม่ให้คนข้ามเพศเข้ารับบริการได้ และสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ก็ไม่ควรถูกหยิบมาใช้เพื่อปั่นกระแสการต่อต้าน หรือส่งเสริมอคติและความเกลียดชังต่อกลุ่มคนเหล่านี้
สุดท้ายนี้ การเข้าถึงบริการสุขภาพไม่ควรเป็นสิทธิที่ขึ้นอยู่กับคำถามว่า ‘เป็นเพศอะไร’ แต่ควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
ที่มา:
- Young Pride Foundation. (2026, May 24). The Joint UPR Submission on the Human Rights Situation of LGBTI+ Persons in Thailand For Thailand’s 4th cycle of UPR in 2026.
- https://navavej.com/articles/19158
- https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lessons/34506/
- https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/february-2022/masculinizing-hormone-therapy
- https://www.hfocus.org/content/2026/06/38332
- https://www.nhso.go.th/th/communicate-th/thnewsforperson/2563
- https://www.ram-hosp.co.th/th/news_detail/2102
- https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/healthpolicy/knowledge_detail.asp?id=33
เรื่อง: ธนดล เต้พันธ์
ภาพ: ชมพูนุท สะราคำ
#ฮอร์โมน #ฮอร์โมนข้ามเพศ #สปสช #คนข้ามเพศ #สุขภาวะคนข้ามเพศ

 #บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์มีอยู่จริง 💛💜💛  #ความหลากหลายทางเพศเป็นธรรมชาติ #ความหลากหลายทางเพศคือสิทธิมนุษยชน #สิทธิคนข้ามเพศ ...
12/07/2026

#บุคคลอินเตอร์เซ็กซ์มีอยู่จริง 💛💜💛
#ความหลากหลายทางเพศเป็นธรรมชาติ
#ความหลากหลายทางเพศคือสิทธิมนุษยชน
#สิทธิคนข้ามเพศ
#สิทธินอนไบนารี่
#สิทธิอินเตอร์เซ็กซ์

ที่อยู่

Buriram
31000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Buriram Prideผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์