28/10/2026
𝗧𝗮𝗻𝘂𝗸𝗶 𝟮𝟲𝟭 𝗖𝗵𝗮 & 𝗖𝗮𝗳𝗲
คาเฟ่สุดน่ารักของตัวทานุกิ 🍵✨
ที่ทำให้มัทฉะเป็นเรื่อง ‘ง่าย’ และ ‘สนุก’
มัทฉะใส่หมูกรอบ! มัทฉะช็อกโกแลตพริก! มัทฉะซีอิ๊วหวาน! มัทฉะน้ำปลาหวาน! … ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เมนูที่ว่ามาทั้งหมดกินได้จริง ไม่ได้ล้อเล่น ไม่จ้อจี้ แถมยังอร่อยอีกด้วย!
เจ้าของไอเดียล้ำๆ เหล่านี้ คือคาเฟ่มัทฉะชื่อว่า Tanuki 261 Cha & Cafe แห่งเจริญกรุง 72 ที่ตั้งใจอยากนำเสนอให้เห็นว่า จักรวาลของมัทฉะนั้นกว้างขวาง และสนุกได้โดยไม่ต้องอยู่ในกรอบเดิมๆ แต่อย่าเพิ่งคิดว่าพวกเขาทำได้แค่เมนูรสแปลก เพราะเครื่องดื่มอื่นๆ ก็คุณภาพระดับสูง ชนิดที่สายมัทฉะตัวจริงเสียงจริงยอมรับ
แรงบันดาลใจที่ทำให้คุณมด-กนกพร และคุณเม-เมทนี ลิขิตพงศ์ไพศาล คู่รักอดีตกราฟิกดีไซเนอร์ ลุกขึ้นมาเปิดร้านนี้ มาจากความรักและความหลงใหลในมัทฉะที่หยั่งรากมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ด้วยความที่เกิดในครอบครัวคนจีน จึงคุ้นเคยกับการดื่มชาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จนวันหนึ่งมีเพื่อนของคุณแม่ซึ่งเป็นคนญี่ปุ่น นำชามาฝาก เป็นผงมัทฉะที่สมัยนี้เรียกว่าชาเกรดพิธีการ พอชงดื่มแล้วทั้งคู่ก็พบว่าอร่อยมาก ไม่เหมือนกับชาที่เคยดื่มมาก่อนเลยทั้งชีวิต
เพื่อนคุณแม่ยังนำอุปกรณ์ชงชาดีๆ มาสอนให้ลองใช้ จุดประกายให้ทั้งสองเริ่มสนใจศึกษาเรื่องชาลงลึกขึ้นเรื่อยๆ ทั้งชาญี่ปุ่น ชาจีน ชาฝรั่ง พอเรียนจบมาทำงานกราฟิกดีไซเนอร์ ก็หยิบชาไปชงดื่มที่ออฟฟิศเป็นประจำ จนวันหนึ่งรู้สึกว่าอยากทำอะไรใหม่ๆ พวกเขาจึงตัดสินใจลาออก และนำสิ่งที่ชอบมาเปิดเป็นคาเฟ่มัทฉะเล็กๆ เมื่อปี 2562 ในย่านเจริญกรุง ถิ่นเก่าที่คุณเมผูกพันตั้งแต่สมัยเรียนอัสสัมชัญ
ส่วนชื่อร้าน Tanuki 261 มาจากตัวทานุกิ หรือสุนัขแรคคูนญี่ปุ่น ซึ่งจะมีขอบตาดำๆ ราวกับคนที่ไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน เพราะชามีฤทธิ์ทำให้ตื่นยาวกว่ากาแฟ ถ้าดื่มเยอะๆ แล้วอาจนอนไม่หลับ แถมมีคนชอบแซวคุณเมว่าหน้าเหมือนตัวทานุกิ ขณะที่เลข 261 มาจากเลขวันแต่งงาน ตัวทานุกิก็เลยมาอยู่ในชื่อและโลโก้ รวมทั้งของประดับตกแต่งในร้าน ที่เต็มไปด้วยเจ้าสัตว์ชนิดนี้
ในยุคนั้น ไม่ค่อยมีร้านมัทฉะ Specialty ถ้ามีส่วนใหญ่จะมีบุคลิกเคร่งขรึมจริงจัง ในขณะเดียวกันคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้จักมัทฉะ คุณเมและคุณมดจึงตั้งใจอยากให้ร้านนี้พาคนเข้าถึงมัทฉะดีๆ ได้ง่าย
“ตอนตัดสินใจจะเปิดร้าน ผมคิดว่าอยากให้คนทั่วไปเข้าถึงมัทฉะคุณภาพดีที่เราก็ได้กินกันมาโดยตลอด ตอนนั้นมัทฉะยังไม่บูม ก็เลยเป็นอะไรที่แปลกใหม่กับคนแถวนี้มากๆ คนยังนึกว่าคืออย่างเดียวกับชาเขียว ต้องค่อยๆ อธิบายว่าไม่เหมือนกัน แล้วก็อยากให้ทุกคนรู้สึกสบายๆ เดินมาหัวโล่งๆ เหมือนไม่ต้องท่องจำอะไรมา ทำให้การคุยเรื่องมัทฉะเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องลงลึก” คุณเมเล่าอย่างอารมณ์ดี
มัทฉะของที่นี่มาจากญี่ปุ่นทั้งหมด เลือกโดยเน้นบุคลิกของรสชาติเป็นหลัก ตัวพื้นฐานที่ทางร้านเบลนด์ขึ้นมาเอง ตั้งชื่อให้สั่งง่ายๆ ว่า ‘ทานุกิ’ กับ ‘ปองโกะ’ แม้เบื้องหลังจะไม่ง่าย เพราะใช้เวลาคิดค้นสูตรกันอยู่นานกว่าจะลงตัว อย่างทานุกิ เกิดจากการผสมมัทฉะ 4 สายพันธุ์ จากเมืองนิชิโอะ จังหวัดไอจิ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์จะมีความโดดเด่นต่างกัน บางตัวกลมกล่อม บางตัวมีความสว่างสดใส ความเป็นผลไม้ จนออกมาได้รสเขียวอูมามิ ติดขมฝาดเล็กน้อย ดื่มแล้วสดชื่น เหมือนเป็นมัทฉะในภาพจำของทุกคน
ตัวที่ 2 ปองโกะ หรือเสียงตีพุงของตัวทานุกิ มาจากที่คุณมดชอบกินมัทฉะลาเต้ ก็เลยอยากได้ตัวที่เหมาะกับการชงแบบสกัดเย็นด้วยนม (Cold Whisk) โดยเฉพาะ จึงใช้มัทฉะจากเมืองอูจิ เบลนด์จนเกิดเป็นปองโกะ ซึ่งมีความเข้มข้น สัมผัสแน่น มีความอูมามิ และติดรสแบบช็อกโกแลตนิดหน่อย นำไปทำลาเต้ได้อร่อย หรือชงเป็นอุสุฉะ (Usucha -ชาบางเบา) ก็ให้รสชาติที่ดี บางทีก็จะมีมัทฉะจากพื้นที่อื่นๆ เสริมเข้ามา เช่น ยาเมะ ที่เน้นกลิ่นควันไฟชัด หรือทางโจโย ที่เน้นความอูมามิ มีกลิ่นของท้องทะเล
แต่สิ่งที่ทำให้ลูกค้ารอคอยอย่างตื่นเต้นที่สุด คือเมนูประจำเดือน ที่จะทำให้ทุกคนได้เปลี่ยนบรรยากาศมาสนุกสนานกับรสชาติแปลกใหม่ หลายคนถึงกับตาโตอ้าปากค้างเมื่อได้ฟังชื่อเมนู ตัวอย่างเช่น มัทฉะเบอร์รีขิงหมูกรอบ มัทฉะครีมไข่เบคอนย่าง มัทฉะฟักทองแกงบวด มัทฉะมะระ ฯลฯ
“พวกเราก็รู้สึกว่ามัทฉะสามารถทำอะไรสักอย่างได้มากกว่านี้ เลยมีคอนเซปต์สนุกๆ ชื่อว่า Tanuki’s Drink เพราะคาแรกเตอร์ของตัวทานุกิ เขาชอบเล่นชอบปาร์ตี้และก็มีความขี้แกล้ง เราจึงอยากทดลองทำอะไรใหม่ๆ ในเมนูประจำเดือนพวกนี้ บางเมนูก็แปลกๆ แต่กินแล้วอร่อยกว่าที่คิดนะ หรือบางเมนูที่หน้าตาธรรมดามาก แต่มีอะไรบางอย่างเซอร์ไพรส์อยู่ข้างใน” คุณมดอธิบาย
อย่างมัทฉะเบอร์รีขิงหมูกรอบ เริ่มมาจากการได้ขิงใหม่ช่วงฤดูฝน นำมาดองจนได้ความเผ็ดปนเค็ม ก่อนผสมกับน้ำมิกซ์เบอร์รีแยกกาก เติมโซดา แล้วเพิ่มความสดชื่นด้วยมัทฉะจากอูจิ ใส่ความสนุกด้วยพริกไทยดำ และแท่งหมูอบกรอบ ที่พอคนลงในแก้วแล้วจะได้กลิ่นหอมหมูรมควันอบอวล หรือมัทฉะช็อกโกแลตพริก ที่วัตถุดิบดูคนละขั้ว แต่รวมกันได้โดยใส่ช็อกโกแลตผสมครีม (ganache) ซ่อนไซรัปพริกชี้ฟ้าและพริกขี้หนูสวนไว้ข้างใน
มัทฉะซีอิ๊วหวานลาเต้ เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน ก็เกิดจากการทดลองแบบนี้ หลังคุณเมนึกขึ้นได้ว่า ซีอิ๊วหวานจากการบ่มถั่วเหลืองก็มีความอูมามิ น่าจะไปกันได้กับมัทฉะลาเต้ จึงลองทำขึ้นมา เวลานั้นไม่มีใครทำมาก่อน ลูกค้าเห็นแล้วฮือฮา ชอบกันมาก จนพัฒนามาเป็นเมนูประจำร้านถึงวันนี้ หรือมัทฉะคราฟต์โคล่า อีกเมนูยอดนิยมที่ดื่มแล้วสดชื่นหอมกลิ่นสมุนไพร ก็มาจากแนวทางเดียวกัน
เช่นเดียวกับเมนูของหวาน ที่ทั้งสองคนตั้งใจคิดให้รับประทานได้เอร็ดอร่อยเข้าคู่กับชา ไม่ว่าจะเป็น Matcha Island หรือโชกุปังโทสต์เนื้อนุ่มผิวกรอบ เจาะใส่ไส้คัสตาร์ดลาวามัทฉะ โปะด้วยไอศกรีม แล้วโรยผงมัทฉะด้านบนจนมิด อีกเมนูที่มีกลิ่นอายญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมคือ คิริโมจิ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโมจิย่าง ข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่มๆ เหนียวๆ ราดด้วยซอสถั่วแดง และโชยุคาราเมล
“ทุกเมนู พวกผมทดลองทำกันเยอะมาก บางเมนูอาจจะ 10-20 แก้ว บางเมนูก็อาจจะถึงร้อยแก้ว หรือหลายสิบจาน แต่มันก็เป็นความสุขที่ลูกค้าโดนผมป้ายยาเมนูแปลกๆ แล้วเขาบอกว่า อร่อยกว่าที่คิดนะ เขาหากินจากที่อื่นไม่ได้ เราก็ดีใจที่ได้ทำให้เขากิน”
ด้วยความรักและทุ่มเทที่ทั้งคู่ใส่ลงไป ไม่แปลกเลยที่ทำให้มีแฟนประจำมากมายทุกรุ่นทุกช่วงวัย ทั้งคนไทยที่กินแล้วพูดคุยสนิทสนมกลายเป็นเพื่อน บางคนหิ้วชามาแบ่งปัน ไปจนถึงลูกค้าต่างชาติหลายคนที่ปักหมุดกลับมาซ้ำ เหมือนเครื่องดื่มและขนมของร้านนี้เป็นหนึ่งในความทรงจำแสนประทับใจ
Tanuki 261 Cha & Cafe จึงเป็นมากกว่าแค่คาเฟ่ แต่เป็นเหมือนพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์อันน่ามหัศจรรย์ ที่เปิดโลกให้การดื่มชาสนุกสนานและมีความสุขยิ่งกว่าเดิม
Tanuki 261 Cha & Cafe
📍ซอยเจริญกรุง 72 แชวงวัดพระยาไกร
https://maps.app.goo.gl/RMf2bJ1yBRN3zUuF8
🗓️เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 10.00-18.00 น. หยุดวันพุธ
☎️085-086-3331
Facebook / Instragram : Tanuki261.cha
#เจริญกรุงบอกต่อ