31/08/2026
POP: “ครั้งหน้าก็คือครั้งหน้า ตอนนี้ก็คือตอนนี้” ชวนดู ‘Perfect Days’ หนังที่ทำให้เราเห็นความหมายของชีวิตในวันธรรมดา
วันที่ชีวิตดูเหมือนจะวนกลับมาที่เดิม ตื่นเวลาเดิม เดินทางเส้นเดิม กินข้าวร้านเดิม กลับบ้านเวลาเดิม จนบางครั้งเราอดถามตัวเองไม่ได้ว่า ถ้าพรุ่งนี้ยังเหมือนวันนี้ แล้วเรากำลังใช้ชีวิตอยู่เพื่ออะไร?
แต่สำหรับ Perfect Days (2023) ภาพยนตร์ของผู้กำกับ วิม เวนเดอร์ส (Wim Wenders) คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้แต่ละวันแตกต่างออกไป หากอยู่ที่การกลับมามอง ‘วันธรรมดา’ ที่เรามีอยู่แล้วด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป
เรื่องราวถูกนำเสนอผ่านชีวิตของ ฮิรายามะ (Kōji Yakusho) ชายวัยกลางคนที่ทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำสาธารณะในโตเกียว ชีวิตของเขาดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแทบจะเป็นแบบแผน ทุกเช้าเขาตื่นขึ้นมา จัดเตียง แปรงฟัน รดน้ำต้นไม้ เลือกเทปคาสเซ็ตต์สักม้วนขึ้นมาเปิดระหว่างขับรถไปทำงาน จากนั้นจึงใช้เวลาทั้งวันอยู่กับงานเดิมๆ ก่อนกลับบ้านมาอ่านหนังสือและเข้านอน แทบไม่มีอะไรหวือหวาเกิดขึ้นในชีวิตของเขา
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ฮิรายามะไม่ได้ดูเหมือนคนที่กำลังรอให้ชีวิตเริ่มต้นใหม่ หากเขากำลังใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่มีตรงหน้าอย่างเต็มที่
เวนเดอร์สเล่าเรื่องนี้ด้วยจังหวะที่ใจเย็น โดยส่วนใหญ่แล้วเขาแช่กล้องและใช้เวลาอยู่กับใบหน้าของฮิรายามะ ทำให้เห็นการเคลื่อนไหว การปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัวระหว่างทำงาน หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่เขาขับรถพร้อมฟังเพลง โดยแทบไม่พยายามเร่งให้คนดูไปถึงเหตุการณ์ต่อไป
บิลจ์ เอบีรี (Bilge Ebiri) นักวิจารณ์ภาพยนตร์จาก ‘The Criterion Collection’ หรือ บริษัทจัดจำหน่ายวิดีโอและสื่อภาพยนตร์จากสหรัฐอเมริกา มองว่า ‘Perfect Days’ เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ใช้ความอดทนที่สุดของเวนเดอร์ส เพราะหนังเลือกจะให้เวลาแก่กิจวัตรเหล่านี้ จนความธรรมดาค่อยๆ กลายเป็นสิ่งที่เราสังเกตเห็นมากขึ้น
แม้กิจวัตรในแต่ละวันจะคล้ายเดิม แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ กลับไม่เคยเหมือนเดิม ทั้งแสงแดดที่ส่องผ่านต้นไม้เปลี่ยนไป ผู้คนแปลกหน้าที่พบเจอ เพลงแต่ละเพลงอาจทำให้ความรู้สึกในวันนั้นต่างออกไป สถานการณ์ที่เข้ามาหาอย่างไม่ทันตั้งตัว หรือแม้แต่รอยยิ้มสั้นๆ จากคนแปลกหน้า ก็อาจกลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้วันธรรมดามีความหมายขึ้นมา
หนึ่งในภาพจำสำคัญของหนัง คือช่วงเวลาที่ฮิรายามะหยิบกล้องฟิล์มขึ้นมาถ่ายภาพ ‘โคโมเรบิ’ (Komorebi) หรือแสงแดดที่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ เขาถ่ายภาพเหล่านี้ทีละครั้ง เพราะรู้ดีว่าในวันพรุ่งนี้ ต้นไม้ต้นเดิมอาจมีแสงที่แตกต่างออกไปอีก
และด้วยความเป็นกล้องฟิล์ม เขาเองก็ไม่สามารถรู้ได้ทันทีว่าภาพที่ถ่ายออกมาจะเป็นอย่างไร
บางที สิ่งที่ฮิรายามะกำลังเก็บไว้จึงไม่ใช่แค่ ‘ภาพถ่าย’ แต่คือช่วงเวลาที่รู้ว่าจะไม่มีวันเกิดขึ้นเหมือนเดิมอีกครั้ง และเราเองก็อาจมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในชีวิตโดยไม่ทันสังเกตกาแฟแก้วเดิมที่ดื่มทุกเช้า เพลงเดิมที่เปิดระหว่างเดินทาง ร้านอาหารที่แวะหลังเลิกงาน เส้นทางเดิมที่ใช้กลับบ้าน หรือบทสนทนากับคนที่เจอเป็นประจำ
สิ่งเหล่านี้อาจดูธรรมดาจนแทบไม่มีอะไรให้จดจำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราอาจพบว่าสิ่งธรรมดาเหล่านี้เองที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่เราคิดถึงมากที่สุด และบางที นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ ‘Perfect Days’ แตกต่างจากเรื่องราวของคนที่กำลังพยายาม ‘ค้นหาความหมายของชีวิต’ เพราะฮิรายามะไม่ได้กำลังค้นหาอะไร แต่เขาเพียง อยู่กับสิ่งที่มี
เอบีรีอธิบายว่า ตัวละครในหนังเรื่องก่อนๆ ของเวนเดอร์ส มักเป็นคนที่ออกเดินทางเพื่อค้นหาบางสิ่ง แต่ฮิรายามะกลับเป็นตัวละครที่ไม่ได้กำลังค้นหาอีกต่อไป เขาดูเหมือนค้นพบวิธีที่จะอยู่กับปัจจุบันของตัวเองแล้ว
‘Perfect Days’ จึงไม่ได้กำลังบอกว่าเราควรหยุดเติบโต หรือใช้ชีวิตแบบเดิมไปตลอด แต่กำลังชวนให้เราทบทวนว่า ชีวิตที่ดีจำเป็นต้องมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอหรือไม่ เพราะบางครั้ง การเติบโตอาจไม่ได้หมายถึงการต้องไปให้ไกลกว่าเดิมเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นการเรียนรู้ที่จะมองเห็นและมีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้มากขึ้น
ในโลกที่เรามักวางแผนถึงวันพรุ่งนี้ เตรียมตัวสำหรับสัปดาห์หน้า รอวันหยุด หรือเฝ้าบอกตัวเองว่า ‘ไว้ครั้งหน้าค่อยทำ’ เราอาจเผลอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรอให้ชีวิตกลายเป็นแบบที่ต้องการ จนลืมไปว่า ขณะที่กำลังรอวันนั้น วันนี้ก็ผ่านไปแล้วหนึ่งวัน
และประโยคหนึ่งในเรื่องที่ฮิรายามะพูดกับนิกโกะ หลานสาวของเขา หลังจากเธอชวนให้เขาไปปั่นจักรยานด้วยกันในทริปหน้าว่า “แล้วครั้งหน้าคือเมื่อไหร่?” เขาตอบกลับว่า “ครั้งหน้าก็คือครั้งหน้า ตอนนี้ก็คือตอนนี้” สิ่งนี้อาจเป็นหัวใจสำคัญของหนังทั้งเรื่อง
เพราะมันไม่ได้บอกให้เราเลิกวางแผนสำหรับอนาคต แต่เตือนว่าอนาคตยังมาไม่ถึง ในขณะที่ช่วงเวลาตรงหน้ากำลังเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ต้นไม้ต้นเดิมอาจมีแสงไม่เหมือนเดิม
เพลงเพลงเดิมอาจทำให้เรารู้สึกต่างออกไป
ร้านเดิมอาจมีใครบางคนเดินเข้ามาในวันนี้
และชีวิตประจำวันที่เราคิดว่าเหมือนเดิม อาจกำลังมีบางอย่างเกิดขึ้น เพียงแต่เราไม่ได้หยุดมองมันนานพอ
บางที ความสุขจึงไม่จำเป็นต้องเกิดจากการที่ชีวิตเปลี่ยนไปในทุกวัน แต่อาจเกิดจากการที่เราได้ค้นพบว่า ชีวิตที่เป็นอยู่ในวันนี้ ก็มีบางอย่างให้รู้สึกได้เหมือนกัน เพราะ ‘ครั้งหน้า’ ยังมาไม่ถึง แต่ ‘ตอนนี้’ กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าเราแล้ว