Caldera I created this page to post my art work. Name : Brain
DOB : 18 Nov 1992
Study : Mahidol University [International collage] [MUIC]

10/08/2026

อายุ 30 อยากมี 10 ล้าน ทำยังไง เซฟสูตรไว้เลย

ถ้าตอนนี้คุณอายุ 30 และในบัญชียังไม่มีอะไรเลย
เราอยากบอกว่า คุณยังไม่สาย
แต่ถ้ารออีก 5 ปี ค่อยเริ่ม อันนั้นแหละแพงจริงค่ะ

เรามานั่งกดเครื่องคิดเลขให้ดูกันชัดๆ
ไม่ใช่คำปลอบใจ แต่เป็นคณิตศาสตร์ล้วนๆ

เป้าหมาย 10 ล้านบาท ฟังดูไกล
แต่ตัวแปรจริงๆ มีแค่ 3 ตัว
เงินที่ใส่ต่อเดือน อัตราผลตอบแทน และเวลา

สมมติเราลงทุนแบบ DCA ทุกเดือนในกองทุนดัชนีหุ้นโลกหรือหุ้นอเมริกา
ดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวราว 10% ต่อปี
ช่วง 10 ปีล่าสุด (2016-2025) ทำได้ถึง 14.9% ต่อปีด้วยซ้ำ
แต่เราจะคิดแบบระมัดระวังที่ 8% ต่อปี เผื่อโลกไม่ได้สวยตลอด

สูตรที่อยากให้เซฟไว้คือแบบนี้ค่ะ

อยากมี 10 ล้านตอนอายุ 60 (มีเวลา 30 ปี)
ลงเดือนละประมาณ 6,700 บาท

อยากมี 10 ล้านตอนอายุ 55 (มีเวลา 25 ปี)
ลงเดือนละประมาณ 10,500 บาท

อยากมี 10 ล้านตอนอายุ 50 (มีเวลา 20 ปี)
ลงเดือนละประมาณ 17,000 บาท

และถ้าตลาดใจดีให้ 10% ต่อปีแบบค่าเฉลี่ยระยะยาวของหุ้นอเมริกา
ตัวเลขจะเบาลงเป็น 4,400 / 7,500 / 13,200 บาทตามลำดับ

เห็นอะไรไหมคะ
คนที่เริ่มตอน 30 จ่ายเดือนละหกพันกว่าบาท
คนที่เริ่มตอน 40 ต้องจ่ายเดือนละหมื่นเจ็ด เพื่อเป้าเดียวกัน
เวลาแพงกว่าเงินเสมอค่ะ

ทีนี้ playbook ที่ลงมือได้เลยพรุ่งนี้เช้า

ขั้นแรก เปิดบัญชีกองทุนหรือพอร์ตลงทุนที่ซื้อกองทุนดัชนีได้
เลือกกองที่ตามดัชนีหุ้นโลกหรือ S&P 500 และค่าธรรมเนียมรวมต่ำกว่า 1% ต่อปี
ยิ่งต่ำยิ่งดี เพราะค่าฟีคือผลตอบแทนที่หายไปทุกปี

ขั้นสอง ตั้งหักอัตโนมัติวันเงินเดือนออก
ไม่ใช่เหลือแล้วค่อยออม แต่ออมก่อนแล้วค่อยใช้
วินัยที่ดีที่สุดคือวินัยที่ไม่ต้องใช้ใจ ใช้ระบบแทนค่ะ

ขั้นสาม อย่าหยุดตอนตลาดลง
ปีที่ตลาดแดงคือปีที่เราได้ของถูก
คนที่หยุด DCA ตอนวิกฤตคือคนที่พลาดของเซลล์ทุกรอบ

ขั้นสี่ ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้เป็น
ถ้าฐานภาษีถึง 20% การซื้อกองลดหย่อนอย่าง RMF หรือ Thai ESG
เท่ากับได้ผลตอบแทนทันทีเท่าฐานภาษีตั้งแต่วันแรกที่ซื้อ
นี่คือแต้มต่อที่มนุษย์เงินเดือนมีแต่หลายคนไม่เคยใช้เต็ม

ขั้นห้า ก่อนเริ่มทั้งหมดนี้ ต้องมีเงินฉุกเฉิน 3-6 เดือนก่อน
แยกไว้ในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงหรือกองทุนตลาดเงิน
เพราะศัตรูตัวจริงของแผน 30 ปี ไม่ใช่ตลาดหุ้นตก
แต่คือวันที่ชีวิตสะดุดแล้วเราต้องขายพอร์ตตอนราคาแย่ที่สุด
เงินฉุกเฉินคือกำแพงที่กันไม่ให้เราต้องแตะพอร์ตเลยค่ะ

ขั้นหก ตั้งกติกากับตัวเองว่าจะเปิดดูพอร์ตแค่เดือนละครั้ง
ฟังดูเล็กน้อยแต่สำคัญมาก
คนที่เช็คพอร์ตทุกวันจะเจอวันแดงบ่อยกว่าวันเขียว
แล้วอารมณ์จะพาไปกดขายผิดจังหวะ
ระบบที่ดีคือระบบที่เราไม่ต้องไปยุ่งกับมันค่ะ

ทีนี้ความลับที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ค่ะ

ตัวเลขข้างบนคิดแบบลงเท่ากันทุกเดือนไป 30 ปี
แต่ชีวิตจริง เงินเดือนเราขึ้นทุกปี
เทคนิคที่มืออาชีพใช้เรียกว่า Step-up DCA
คือเพิ่มยอดลงทุนปีละ 10% ตามรายได้ที่โต

เริ่มที่ 5,000 บาทต่อเดือน แล้วขยับขึ้นปีละ 10%
ปีที่สองเป็น 5,500 ปีที่สามเป็น 6,050 ไปเรื่อยๆ
แค่นี้เป้า 10 ล้านที่เคยต้องใช้ 30 ปี
จะขยับเข้ามาเร็วขึ้นหลายปี โดยที่เราแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย
เพราะเงินที่เพิ่มมันโตตามเงินเดือน ไม่ได้เบียดค่าใช้จ่ายเดิม

อีกเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครพูดตรงๆ
10 ล้านแรก เงินต้นเราทำงานแค่ครึ่งเดียว
ที่เหลือคือดอกเบี้ยทบต้นทำให้
อย่างกรณีลงเดือนละ 6,700 บาท 30 ปี
เงินต้นจริงๆ ที่เราควักคือประมาณ 2.4 ล้านบาทเท่านั้น
อีก 7.6 ล้านคือเงินทำงานแทนเราค่ะ

ล้านแรกจะช้าที่สุด น่าเบื่อที่สุด และอยากเลิกที่สุด
แต่หลังจากล้านที่สาม พอร์ตจะเริ่มโตเร็วกว่าเงินที่เราเติม
ถึงตอนนั้นคุณจะเข้าใจว่าทำไมคนรวยถึงนิ่งกับตลาดได้ขนาดนั้น

สิ่งที่ต้องระวังมีข้อเดียว
อย่าเอาเงินก้อนนี้ไปเสี่ยงกับของที่สัญญาผลตอบแทนสูงผิดปกติ
เกมนี้แพ้ได้จากความโลภครั้งเดียว มากกว่าจากตลาดตกสิบครั้ง

มีอีกเรื่องที่ต้องพูดกันตรงๆ เพื่อความแฟร์
เงินเฟ้อจะทำให้ 10 ล้านในอีก 30 ปี ไม่เท่ากับ 10 ล้านวันนี้
ที่เงินเฟ้อเฉลี่ยราว 2% ต่อปี มูลค่าจริงจะเหลือประมาณ 5-6 ล้านของวันนี้
ฟังแล้วอย่าเพิ่งท้อนะคะ เพราะนี่คือเหตุผลที่เราต้องลงทุน ไม่ใช่แค่ฝากเงิน
ถ้าฝากออมทรัพย์เฉยๆ เงินเฟ้อกินเรียบยิ่งกว่านี้อีก
และพอเงินเดือนโตตาม Step-up DCA เป้าจริงของเราจะขยับตามได้เองค่ะ

อายุ 30 คือจุดที่เวลายังอยู่ข้างเราเต็มๆ
เซฟโพสต์นี้ไว้ แล้วเปิดบัญชีให้จบภายในสัปดาห์นี้เลยนะคะ
อีก 30 ปีข้างหน้า คุณจะขอบคุณตัวเองวันนี้ค่ะ

#ความลับของเงิน

09/08/2026

💥 เหลือเงินติดบัญชี 130 บาท สู่การปลดหนี้ใน 6 เดือน
ถอดบทเรียนการเงินจากจุดต่ำสุดของ Dorothée Loorbach (TEDx)
หลายคนน่าจะเคยผ่านจุดที่ทำงานหนักทุกวัน แต่เงินในบัญชีกลับไม่เหลือตามที่คิด เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับ Dorothée Loorbach อดีตนักการตลาดเงินเดือนสูงที่ออกมาทำธุรกิจส่วนตัว เขาเคยมีรายได้มากพอจะซื้อของที่อยากได้ ซื้อบ้าน ซื้อรถ และใช้ชีวิตแบบไม่ทันคิดเรื่องการเงินระยะยาว
จนกระทั่งปี 2016 รายได้ธุรกิจหยุดชะงักลงชั่วคราว แต่จดหมายเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 5 ฉบับถูกส่งมาพร้อมกัน เงินเก็บทั้งหมดถูกนำไปชำระหนี้จนหมดสิ้น เหลือเพียงเศษเหรียญในซอกโซฟา และเงินในบัญชีธนาคารแค่ 3.97 ยูโร (ประมาณ 130 บาท) ก่อนถึงวันเกิดของลูกสาวเพียง 2 วัน
แทนที่จะหลบปัญหา เขาตัดสินใจโพสต์ Facebook ยอมรับความจริงว่าธุรกิจของเขาล้มเหลว และตั้งเป้าหมายทำโปรเจกต์ The Money Project เรียนรู้เรื่องการบริหารเงิน ปลดหนี้ และเปลี่ยนสถานะทางการเงินให้ได้ภายใน 6 เดือน
นี่คือ 10 บทเรียนการเงิน ที่ Dorothée Loorbach สรุปได้จากประสบการณ์ตรง:
1️⃣ เงินเป็นเรื่องสำคัญ อย่ามองข้าม
การมองว่าเงินไม่สำคัญ หรือมองว่าคนมีเงินคือคนไม่ดี เป็นความคิดที่ขัดขวางการเติบโตทางการเงิน เงินไม่ได้เปลี่ยนตัวตน แต่มันช่วยขยายศักยภาพที่มี หากบริหารเงินเป็น เราจะมีศักยภาพในการดูแลตัวเองและช่วยเหลือคนอื่นได้มากขึ้น
2️⃣ เงินสัมพันธ์กับเวลา
เราใช้เวลาแลกเงิน แต่มันมีความต่างสำคัญคือ เงินหาเพิ่มได้เสมอ แต่เวลาหาเพิ่มไม่ได้ หากเรายอมแลกเวลาทั้งหมดไปกับงานที่ให้ผลตอบแทนต่ำเกินไป เราจะไม่เหลือเวลาไว้ใช้ชีวิตหรือสร้างอนาคต
3️⃣ เงินสะท้อนคุณค่าที่เราให้ตัวเอง
การตั้งราคาค่าเหนื่อยหรือค่าบริการที่ต่ำเกินไป มักเกิดจากการที่เราไม่เห็นคุณค่าในงานหรือความสามารถของตัวเอง การปรับเปลี่ยนสถานะการเงินจึงต้องเริ่มจากการยอมรับคุณค่าของตัวเองก่อน
4️⃣ เสียงวิจารณ์คนอื่นไม่ได้ระบุตัวต
เมื่อเปิดเผยปัญหาการเงิน เราอาจเจอทั้งคำตัดสินและคำแนะแนว สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า คำพูดของคนอื่นสะท้อนมุมมองและประสบการณ์ของพวกเขา ไม่ใช่ตัวตนจริงข
5️⃣ ระวังสิ่งที่พูดกับตัวเอง
ความคิดและการสื่อสารภายในตัวเองมีผลต่อการกระทำ การบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเป็นคนล้มเหลวไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ให้มองปัญหาเป็นเพียง "สถานการณ์ชั่วคราว" ที่ต้องหาทางแก้ไข
6️⃣ แก่นของการเงินไม่ได้ซับซ้อน
หลักการสร้างความมั่นคงทางการเงินมีเพียงไม่กี่ข้อ:
- ใช้จ่ายให้น้อยกว่าที่หาได้
- หาทางเพิ่มรายได้
- นำเงินไปลงทุนอย่างถูกวิธี
- ประเมินคุณค่าของงานให้เหมาะสม ความท้าทายจริงไม่ได้อยู่ที่ความยากของทฤษฎี แต่อยู่ที่การลงมือทำจริง
7️⃣ ควบคุมรายจ่ายด้วย "กฎของพาร์กินสัน"
เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น รายจ่ายมักจะเพิ่มตามขึ้นมาทันที หากไม่มีระบบจัดการ วิธีแก้ปัญหาคือการตั้งระบบตัดเงินอัตโนมัติไปยังบัญชีที่ถอนยาก ทันทีที่เงินสดเข้ามา เพื่อป้องกันการใช้จ่ายตามอารมณ์
8️⃣ สภาวะขาดแคลนทำให้สมองติดขัด
เมื่อเผชิญปัญหาเงินไม่พอใช้ สมองจะโฟกัสอยู่แค่การเอาตัวรอดวันต่อวัน ทำให้ไม่มีพื้นที่คิดวางแผนระยะยาว การจะหลุดออกจากจุดนี้ได้ ต้องเริ่มจากการตั้งสติ หยุดข้ออ้าง และเลือกโฟกัสทีละขั้นตอน
9️⃣ แยกความสุขออกจากสิ่งของ
การมีเงินมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้จ่ายมากขึ้นเสมอไป ความสุขที่แท้จริงหลายอย่าง เช่น การพักผ่อน ความเงียบสงบ หรือการใช้เวลากับครอบครัว แทบไม่ได้ใช้เงินเลย การรักษาไลฟ์สไตล์ให้เรียบง่ายจะช่วยรักษาความมั่นคงไว้ได้นาน
🔟 เป้าหมายจริงคือการไม่มีความกังวล
อิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง ไม่ใช่การมีเงินไว้ใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย แต่คือการที่เรื่องเงินไม่มาเป็นอุปสรรคหรือสร้างความเครียดในการดำเนินชีวิตอีกต่อไป
จำนวนเงินในบัญชีวันนี้เป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว สิ่งที่กำหนดอนาคตทางการเงินของเรา คือวิธีการจัดการและทางเลือกที่ทำนับจากนี้

#การเงินการลงทุน #ปลดหนี้ #การบริหารเงิน

09/08/2026

Ein neues Album feiert Premiere: Gerrit Hericks bringt „Das bin ich“ live nach Vreden.
Am 28. November präsentiert Gerrit Hericks sein erstes vollständiges Album erstmals live auf der Bühne. „Das bin ich“ verbindet modernen Pop, elektronische Klänge, gefühlvolle Balladen, Schlager und die große Emotionalität des Musicals.
Gemeinsam mit einer vierköpfigen Live-Band präsentiert Gerrit eigene Songs, neue Arrangements und ausgewählte Covers. Im Mittelpunkt steht der Titelsong – ein musikalisches Statement darüber, sich nicht länger verbiegen oder in eine Schublade stecken zu lassen. So entsteht ein persönlicher Konzertabend zwischen treibenden Beats, großen Gefühlen und ehrlichen Geschichten.
Wer Gerrit bisher vor allem als Musicaldarsteller kennt erlebt ihn hier als eigenständigen Künstler: vielseitig, direkt und so persönlich wie nie zuvor.
Einlass: 19:00 Uhr
Beginn: 20:00 Uhr
Tickets unter: https://www.eventim-light.com/de/a/59d505a751a04604a65c9230/

[Elisabeth das Musical]Gerrit Hericks
07/01/2026

[Elisabeth das Musical]
Gerrit Hericks


ที่อยู่

กรุงเทพ
Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Calderaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Caldera:

ทางลัด

แชร์