16/06/2026
อ.ศิลป์ พีระศรี นอกจากจะเป็นผู้วางรากฐานศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร จนมีลูกศิษย์ที่เชี่ยวชาญงานศิลปะหลากหลายสาขา และแต่ละคนก็ล้วนเติบโตขึ้นเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมากมายแล้ว อ.ศิลป์ ยังสอนเรื่องการใช้ชีวิตให้กับลูกศิษย์ทุกคนของท่านอีกด้วย และหนึ่งในลูกศิษย์ที่ได้รับการสอนจาก อ.ศิลป์ ในเรื่องการตั้งราคาภาพ รวมถึงเรื่องการอ่อนน้อมถ่อมตนต่อครูบาอาจารย์ ก็คือ อ.ถวัลย์ ดัชนี
เมื่อครั้งที่ อ.ถวัลย์ ดัชนี ยังเป็นนักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร ใกล้จบปริญญาตรี (ประมาณปี พ.ศ.2504 - 2505) ตอนนั้นท่านเพิ่งประกวดงานจิตรกรรมประเภทสีน้ำมัน แล้วได้รางวัลชนะเลิศมาไม่นาน (ผู้เขียนคาดว่าเป็นงานประกวดศิลปกรรม ที่จัดโดย องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ.2505) อ.ถวัลย์ได้ตั้งราคาภาพเขียนของตัวเองไว้ที่ 2,000 บาท ซึ่งเป็นราคาเดียวกับภาพเขียนสีน้ำของ อ.สวัสดิ์ ตันติสุข ซึ่งก็ผ่านการประกวดแล้วชนะเลิศมาเช่นกัน แต่เป็นประเภทสีน้ำ (ผู้เขียนคาดว่าเป็นงานเดียวกันคือ งานประกวดศิลปกรรม ที่จัดโดย องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว กรุงเทพฯ แต่เป็นปี พ.ศ.2504)
เมื่อ อ.ศิลป์ ทราบว่า อ.ถวัลย์ ตั้งราคาภาพ เท่ากับราคาภาพของ อ.สวัสดิ์ อ.ศิลป์ จึงเรียก อ.ถวัลย์ มาสอบถาม พร้อมกับบอกว่า “นายเป็นใครนายคนภูเขา นายคือนักศึกษาปริญญาตรี แต่ตันติสุข (หมายถึง อ.สวัสดิ์) เขาเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม (อ.สวัสดิ์ ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินชั้นเยี่ยมในปี พ.ศ.2498) แล้วทำไมนายถึงตั้งราคาภาพเขียนเท่ากับตันติสุข” อ.ถวัลย์ ได้ยินดังนั้น จึงขีดตัวเลขราคาภาพ 2,000 บาท ที่ตัวเองตั้งไว้ แล้วเปลี่ยนเป็นราคา 1,800 บาทแทน
ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อพลจัตวาชาติชาย ชุณหวัณ (ยศขณะนั้น) เพิ่งกลับมาประเทศไทยได้ไม่นาน หลังจากไปเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม ประจำประเทศอาร์เจนตินา ครั้งนั้น พลจัตวาชาติชาย ได้ซื้อภาพเขียนสีน้ำมันขนาดใหญ่ของ อ.ถวัลย์ จำนวนทั้งสิ้น 10 ภาพ ในราคาภาพละ 6,000 บาท (เมื่อ 60 ปีที่แล้วถือเป็นจำนวนเงินที่มากมายมหาศาล)
เมื่อ อ.ศิลป์ ทราบข่าวอีกก็เรียก อ.ถวัลย์ เข้ามาพูดคุยเช่นเดิม พร้อมกับบอกว่า “นายคนภูเขา นายกล้าดียังไงตั้งราคาภาพเขียน 6,000 บาท เท่ากับชลูด (อ.ชลูด นิ่มเสมอ) ชลูด เขาเป็นอาจารย์นาย เขามาจากโรม (อ.ชลูด ได้รับทุนรัฐบาลอิตาลี ไปศึกษาต่อที่สถาบันวิจิตรศิลป์แห่งกรุงโรม และจบการศึกษาในปี พ.ศ.2500) อ.ถวัลย์ เมื่อถูก อ.ศิลป์ ตำหนิ จึงปรับราคาภาพเขียนของตัวเองลง เหลือภาพละ 5,000 บาท
แต่เมื่อพลจัตวาชาติชาย ทราบเรื่องจึงบอกกับ อ.ถวัลย์ ว่า “ไม่เป็นไรหรอกคุณ ผมก็จะให้คุณในราคา 6,000 บาท เหมือนที่คุณตั้งราคาไว้แต่แรก คุณสมควรที่จะได้ราคานี้” และท้ายที่สุด แม้ อ.ถวัลย์ จะขายภาพให้กับ พลจัตวาชาติชาย ในราคา 6,000 บาท แต่สิ่งที่ อ.ถวัลย์ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้ง 2 ครั้งนั้นก็คือ ในเมื่อท่านยังเป็นเพียงแค่นักศึกษา และยังเรียนไม่จบปริญญาตรี แม้ฝีมือจะดีขนาดไหน ถ้าหากจะตั้งราคาภาพเขียน ก็ควรอย่าตั้งราคาเทียบเท่าหรือสูงเกินกว่าผู้ที่เป็นอาจารย์ เพราะนั่นเหมือนเป็นการไม่ให้ความเคารพต่อผู้ที่มอบความรู้ให้แก่เรา
อย่างไรก็ตาม หลังจาก อ.ถวัลย์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและกลับจากการศึกษาต่อในต่างประเทศ ท่านได้สร้างสรรค์ผลงานด้วยฝีแปรงอันโดดเด่น จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง และได้รับการขนานนามว่าเป็น “จักรพรรดิแห่งผืนผ้าใบ”
ช่วงที่ อ.ถวัลย์ เป็นศิลปินอาชีพเต็มตัวนี้เอง ท่านจึงสามารถกำหนดราคาภาพเขียนได้ตามใจ ไม่ว่าจะ 10 ล้าน หรือ 100 ล้านบาท เพราะตอนนั้นท่านได้รับการยอมรับในวงการศิลปะอย่างสูงแล้ว มิใช่นักศึกษาที่กำลังส่งผลงานเข้าประกวดเช่นในอดีต
ขอขอบคุณ : คลิป อ.ถวัลย์ ดัชนี เล่าถึง อ.ศิลป์ พีระศรี ที่พิพิธภัณฑ์บ้านดำ จ.เชียงราย
#ศิลป์พีระศรี #ถวัลย์ดัชนี
#ศิลปินแห่งชาติ