14/06/2024
ฃอแนะนำคุณแม่ๆเล่มนี้ หนูนาเองอ่านก็น้ำตาไหลแบบไม่ทันตั้งตัว😂
“ต่อไปนี้ฉันจะไม่เป็นแม่คนแล้ว แล้วก็จะไม่เป็นป้าประจำแชร์เฮาส์ด้วย ต่อไปนี้ฉันจะใช้ชีวิตเป็นคังซุนฮี ผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่สิ ฉันจะเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่งที่มีชื่อว่าคังซุนฮี”
เมื่อแม่และฉันต่างอยากมี “วันเวลา” ของตัวเอง – แพ-คยองฮี แปลโดย ชฎาพร จารย์ปัญญา Be Bright Publishing
เรื่องนี้เป็นเรื่องของแม่เลี้ยงเดี่ยวกับลูกสาววัย30ที่บ้านทำธุรกิจแชร์เฮาส์ ซึ่งตัวลูกสาวก็เพิ่งออกจากงาน ส่วนแม่ก็อยากกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยตอนอายุ 60 แล้วก็ยกแชร์เฮาส์ให้ลูกสาวดูแลแล้วตัวเองก็ย้ายจากบ้านมาอยู่ห้องแชร์เฮาส์เหมือนผู้เช่าคนอื่น ซึ่งลูกสาวก็ไม่ได้เข้าใจแม่ตัวเองหรอก จนกระทั่งวันหนึ่งได้รู้ว่าแม่ป่วยเป็นโรคมะเร็งแต่ก็หายแล้ว แล้วต้องมารู้ความลับของแม่เรื่องยายตัวเองที่ป่วยเป็นความจำเสื่อมอีก ซึ่งยายกับลูกสาวก็มีประเด็นกัน เพราะทำให้แม่ทิ้งลูกสาวไปอยู่อเมริกาช่วงหนึ่ง ทำให้กลายเป็นปมของลูกสาวไปเลย ทีนี้เลยทำให้ลูกสาวจะคอยตั้งคำถามว่าแม่จะทิ้งเธอไปหรือเปล่า ก็เลยได้ปรับความเข้าใจกันแล้วก็จบค่ะ
คุณคะ..เล่มนี้ทำให้ฝนร้องไห้ หลังจากที่อ่านหนังสือแล้วร้องไห้ครั้งล่าสุดเมื่อ 10 ปีที่แล้วตอนอ่านเรื่อง The fault in our star ไปตอนอายุ 17 มันนานมากนะเอาจริงที่ไม่มีหนังสือเล่มไหนที่ทำให้ฝนปาดน้ำตาป้อย ๆ ตอนแรก ๆ ที่อ่านก็ปกติแหละ ไม่มีอะไร เรื่องมันเป็นสไตล์แม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกตั้งแต่อายุ 20 ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย ทั้งชีวิตของตัวแม่ก็มีแต่ลูก ส่วนลูกก็มีปมในใจ ต้องรีบโตเกินวัยเพราะไม่อยากทำให้แม่เหนื่อยหรือเสียใจ แต่ก็ทะเลาะกับแม่ตลอด ทะเลาะกันเก่งอยู่ดี แล้วพอวันนึงที่แม่อยากมีชีวิตเป็นของตัวเองบ้าง ทีนี้ก็ทะเลาะกันใหญ่โตเลยค่ะ ช่วงแรก ๆ ก็จะเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจของลูกสาว แต่พอเริ่มคลายปมก็คือน้ำตาแตกเลย เพราะไฟนอลลี่แม่ลูกก็เข้าใจกัน มันซึ้งมากอ่ะ
เรื่องนี้มันเป็นความรักของแม่กับลูก ความสัมพันธ์ของแม่กับลูกสาวที่ก็เหมือนความสัมพันธ์ในครอบครัวทั่ว ๆ ไป แต่เรื่องนี้มันทำให้คิดว่า ณ ขณะที่แม่เริ่มเป็นแม่คน เลี้ยงลูกจนโต ถึงแม้แม่จะไม่ได้ตั้งใจสร้างบาดแผลให้ลูกเพราะไม่เคยมีลูกมาก่อน ไม่รู้จะเลี้ยงยังไง แต่จริง ๆ แม่ก็ทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่ที่สุดที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ เรื่องนี้สำหรับลูกก็คือกระตุกจิตใจให้คนเป็นลูกได้ลองมองมุมนี้บ้าง ส่วนถ้าคนเป็นแม่ได้อ่านก็คงอยากให้แม่ลองฝึกสื่อสารกับลูกดูบ้าง ทั้งสองจะได้เข้าใจกัน เพราะหลาย ๆ การแสดงออกก็ค่อนข้างจะสวนทางกับสิ่งที่อยู่ภายในใจ มันทำให้รู้ว่าแม้จะเป็นแม่ลูกกัน ก็ต้องฝึกเรื่องการสื่อสารกันอยู่ดี
เล่มนี้ให้อะไรหลาย ๆ อย่างกับผู้อ่าน แต่สำหรับสำนักพิมพ์ Be Bright ก็คือคงคอนเซ็ปต์นิยายแปลนำเข้าจากเกาหลี ที่แปลมาเล่มหนาเอาซะแอบท้อว่าจะจบกี่โมง แต่เอาจริง ๆ มันอ่านง่ายมากนะคะ สำนวนแปลค่อนข้างจะกลาง ๆ ทันสมัยนิยม ไม่ได้มีภาษาไทยฉบับวัยรุ่นแบบแปลไทยเป็นไทยไม่ออก แต่มันก็จะมีมุขตลกของสมัยปัจจุบันให้พอขำ ๆ อยู่ค่ะ โดยรวมก็คือดี ขอแนะนำเลยค่ะ
ปล. มีใครอ่านแล้วน้ำตาแตกไหมคะ?
#อ่านหนังสือ #แนะนำหนังสือ #แนะนำหนังสือดีๆ #รีวิวหนังสือ #หนังสือ #รีวิว #ป้ายยาหนังสือ #ป้ายยา #รีวิวหนังสือดีน่าอ่าน #เมื่อแม่และฉันต่างอยากมีวันเวลสของตัวเอง