The Fourth Wall ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก The Fourth Wall, ละครเวที, Bangkok.

From Cinephile to Theatrophile
- - - - - - - - - -
Review | Recommend | News
Performing Arts & Performance Art
- - - - - - - - - -
for work: inbox or [email protected]

บ่าว & คณะ (Bao & Friends) A New Musical โดย Poems Dimension และ The Living Room Projectเวลาแสดง: 80 นาที[รับชมวันที่ 21...
22/08/2026

บ่าว & คณะ (Bao & Friends) A New Musical
โดย Poems Dimension และ The Living Room Project
เวลาแสดง: 80 นาที
[รับชมวันที่ 21 สิงหาคม 2569 รอบ 19:30]
- - - - - - - - - -
‘บ่าว & คณะ’ โปรเจกต์คอนเสิร์ตทิ้งทวนวัยมัธยมตอนปลาย ของกลุ่มเพื่อนทั้ง 4 คน นำทีมโดย ‘บ่าว’ (ปัณณทัต อ่องพิมาย) เด็กหนุ่มจากใต้ ผู้เปี่ยมพรสวรรค์ทางด้านกีตาร์ทางแจ๊ส ‘จูน’ (พชร รวยรื่น) มือกีตาร์สายป๊อบมากฝีมือ ‘ปัน’ (ไอลวิล ทองเจริญ) ที่นอกจากการเล่นคีย์บอร์ด เขาก็ไม่เก่งอะไรเลย และ ‘เวร’ (ธนธร ศรเฉลิม) มือกลองเจ้าระเบียบ แต่แล้วโปรเจกต์ดังกล่าวก็ถูกความท้าทายเขามาเผชิญ เมื่อบ่าวเกิดความเครียดและความกดดัน จากการถูกคาดหวัง ทำให้บ่าวหมดไฟในการเล่นดนตรี ทำ จนทำให้มิตรภาพและความฝันของพวกเขาเกิดความสั่นคลอน และโปรเจกต์สุดท้ายของพวกเขาควรไปต่อหรือพอแค่นี้
สารภาพตามตรง ด้วยความที่ ‘บ่าว & คณะ A New Musical’ เป็นละครเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวัยรุ่นมัธยมเล่นดนตรีนั้น ก็ทำให้ผู้เขียนอดนึกถึงภาพจำที่มีต่อภาพยนตร์ในความทรงจำช่วงวัยรุ่นตอนต้น ซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะเดียวกันอย่าง ‘SuckSeed ห่วยขั้นเทพ’ (2554) ไปเสียไม่ได้ ว่ามันจะมีความคล้าย หรือมีประเด็นอะไรที่ซ้อนทับกันหรือไม่ แม้ภาพยนตร์ในความทรงจำ กับ ละครเพลงที่ได้รับชมในปัจจุบัน จะมีตัวละครวัยรุ่นหนุ่มที่มีแรงขับเคลื่อนในความชื่นชอบและความรักดนตรีคล้ายกัน แต่ละครเรื่องนี้ก็ได้มอบประเด็นให้กับผู้ชม(อย่างผู้เขียน)ในมิติที่แตกต่าง ทั้งในเรื่องของ ‘มิตรภาพ’ ทั้งจุดเริ่มต้น การสานสัมพันธ์ จุดแตกหัก และการรื้อฟื้น ที่สามารถเล่าได้อย่างครบถ้วน ไม่มีอะไรค้างคา ‘การเติบโต’ ที่จะได้เห็นพัฒนาการของทั้ง 4 ตัวละคร ที่ค่อยๆ เรียนรู้ในความผิดพลาด เรียนรู้ในการยอมรับและแก้ไข และพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ และ ‘ตัวตน’ กับการเป็นตัวเองในฉบับที่ดีและใช่ที่สุด ซึ่งประเด็นเหล่านี้นอกจากที่จะเห็นถึงการเติบโตของตัวละคร ด้านผู้ชมก็ยังได้ย้อนมองและเติบโตทางความคิดไปกับเรื่องราวด้วยเช่นกัน
นักแสดงนำทั้ง 4 คนในเรื่องนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เรื่องราวของละครมีความน่าติดตาม ทั้งในด้านของการถ่ายทอดบทบาทที่สะท้อนถึงตัวตน บุคลิก ทั้งในส่วนของตัวละครและตัวผู้แสดงเอง พร้อมกับเสน่ห์ เคมี และการรับส่งบทที่ไหลลื่นที่เน้นย้ำในมิตรภาพของกลุ่มตัวละครที่เชื่อได้ว่าเป็นจริงๆ ซึ่งก็ชื่นชมในส่วนของบทและการดำเนินเรื่อง ที่เฉลี่ยบทของแต่ละตัวละครให้เฉิดฉาย มีความโดดเด่นในตัวของตัวเองได้อย่างดี
ส่วนของความเป็นละครเพลงของเรื่องนี้ มีความโดดเด่นและติดหูทั้งบทร้องและดนตรี ด้วยความที่เป็นละครเพลงจากคนดนตรีด้วยแล้ว ทุกองค์ประกอบในส่วนนี้เหมาะสมอย่างมากกับการเป็นละครเพลงเรื่องนึง บางท่วงทำนองทำให้ผู้เขียนขยับเท้าตามจังหวะ และแอบรู้สึกอยากให้เรื่องนี้เอาเพลงของละครลง music streaming แล้วก็อีกอย่างนึงในส่วนของดนตรี ผู้เขียนชอบดนตรีเปิดมาก ที่นำทำนองเพลง ‘มหาลัยวัวชน’ ของวงพัทลุง ที่มาเรียบเรียงใหม่ให้ออกทางแนวแจ๊ส ซึ่งเหมือนการบ่งบอกถึงตัวละครบ่าวที่เป็นเด็กใต้ แต่มีพรสวรรค์ทางดนตรีแจ๊ส
แม้ละครจะมีประเด็นดี ทีมนักแสดงมีเสน่ห์ บทร้องและดนตรีที่โดดเด่น แต่ผู้เขียนก็ยังมองว่าการดำเนินเรื่องของละครบางจุด ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้บางอย่างยังไม่เคลียร์ บทสรุปของละคร ที่ดูรวบรัดตัดจบเร็วไปหน่อย ทั้งที่หลายอย่างมันควรมีเวลาเล่าเรื่องขยายประเด็นให้สมบูรณ์ได้มากกว่านี้ แต่โดยรวมของละครเรื่องนี้ ก็ไม่ได้เลวร้ายจนทำให้ต้องส่ายหัว ด้วยความดีงามที่กล่าวไว้ข้างต้น
‘บ่าว & คณะ A New Musical’ ละครเพลงที่นำเสนอเรื่องราวมิตรภาพของวัยรุ่นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ออกมาได้อย่างน่าติดตาม นอกจากเรื่องราวของเพื่อนแล้ว ประเด็นของการเติบโตและตัวตนของตัวเอง ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน มาพร้อมกับความโดดเด่นของทีมนักแสดง ที่สามารถเฉิดฉายเสน่ห์ ถ่ายทอดตัวตนออกมาได้อย่างดีเยี่ยม และบทร้องกับดนตรีที่ติดหู แม้การดำเนินเรื่องจะดูรวบรัดตัดตอนไปนิด แต่ภาพรวมก็เป็นประสบการณ์รับชมละครที่น่าประทับใจและชวนให้นึกถึงช่วงเวลาอันสวยงามในวัยมัธยมกลับมาอีกครั้ง
- - - - - - - - - -
🎭 บ่าว & คณะ (Bao & Friends) A New Musical
📆 21 - 30 สิงหาคม 2569
📍 Poems Dimension
🎟 Zipevent
💵 800 บาท
ติดตามข้อมูลของละครเวที
‘บ่าว & คณะ (Bao & Friends) A New Musical’
ได้ทาง Poems Dimension
และ The Living Room Project
- - - - - - - - - -
#บ่าวแอนด์คณะ

#ละครเวที #ละครโรงเล็ก #ละครเพลง #มิวสิคัล #ละครเวทีมีทุกเดือน

ประเทศไทยในปี ค.ศ. 2052 เมื่อทุก ๆ 10 ปี ประชาชนจะต้องเลือกผู้นำคนใหม่ โดยมีผู้สมัคร 3 คนที่ต้องเข้ามาเผชิญหน้ากับเกมอำน...
21/08/2026

ประเทศไทยในปี ค.ศ. 2052
เมื่อทุก ๆ 10 ปี ประชาชนจะต้องเลือกผู้นำคนใหม่
โดยมีผู้สมัคร 3 คนที่ต้องเข้ามาเผชิญหน้ากับเกมอำนาจ
และความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของประเทศ
เมื่อการเลือกผู้นำไม่ได้มีเพียงเรื่องของ “คะแนนเสียง”
ผู้ที่ยืนอยู่เป็นคนสุดท้าย จะเป็นผู้ชนะ
แล้วใครจะได้ครองอำนาจ… มาร่วมกันโหวตด้วยตัวคุณเอง
ละครเวที 'เกมโค่นทรชน (COUP THE MUSICAL)'
พื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ตั้งคำถามกับสังคม การเมือง และคุณค่าที่ผู้คนยึดถือ
ผ่านการเล่าเรื่อง ดนตรี และงานภาพในรูปแบบร่วมสมัย
🗓️ 5 - 6 กันยายน 2569
📍 ต.นำเจริญเพลย์เฮ้าส์
🎟️ กดที่ link ใน comment
💵 Early Bird ราคา 279 บาท ถึง 21 สิงหาคมนี้ | ราคาปกติ 349 บาท
📝 ติดตามข้อมูล / สอบถามเพิ่มเติม
Instagram: .the.musical
#เกมโค่นทรชน
#ละครเวที #ละครเวทีไทย #ละครเพลง #มิวสิคัล

จะเกิดอะไรขึ้นถ้านักศึกษากลุ่มหนึ่งพากันเล่นเกม 'จริงหรือท้า'และร่วมกันลบหลู่สิ่งลี้ลับอาถรรพ์ ภายในบ้าน 'ครูหมอโนรา'เทศ...
20/08/2026

จะเกิดอะไรขึ้นถ้านักศึกษากลุ่มหนึ่งพากันเล่นเกม 'จริงหรือท้า'
และร่วมกันลบหลู่สิ่งลี้ลับอาถรรพ์ ภายในบ้าน 'ครูหมอโนรา'
เทศกาลละครเวทีศิลปนิพนธ์ประจําปี 2569
แขนงวิชาศิลปะการละครและความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์
ขอเสนอ 'Play Death เกมเล่นตาย'
✍️ เขียนบทละคร โดย ณัฐพล โพธิ์แก้ว
🎬 กำกับการแสดง โดย ชานนท์ วิชรโชติ
🗓️ 11 - 13 กันยายน 2569
📍 โรงละครชั้น 2 ตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
🎟️ Ticketmelon
💵 300 บาท/ที่นั่ง
📝 สอบถามเพิ่มเติม
Facebook: SSRU Theatre Space
Instagram: .ssru
LINE:
โทร. 088-834-5224 (คุณภีม) / 095-781-4691 (คุณเรเน่)
่นตาย
#ละครเวที #ละครเวทีสวนสุนันทา

'Grand Richmond Award 2026'เทศกาลละครเวทีที่อยากชวนทุกคนมาสัมผัสด้วยตัวเอง ภายใต้แนวคิด “เวทีแห่งโอกาสสำหรับศิลปะการแสดง...
20/08/2026

'Grand Richmond Award 2026'
เทศกาลละครเวทีที่อยากชวนทุกคนมาสัมผัสด้วยตัวเอง
ภายใต้แนวคิด “เวทีแห่งโอกาสสำหรับศิลปะการแสดงไทย”
เปิดพื้นที่ให้คณะละครและศิลปินได้ถ่ายทอดผลงานสู่ผู้ชม
พร้อมร่วมผลักดันวงการละครเวทีไทยให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น
พบกับละครเวทีไทย 8 เรื่อง 8 รสชาติ ตั้งแต่ปลายเดือนนี้ จนถึงเดือนตุลาคม
จากหลากหลายคณะละคร ทั้งละครพูด ละครเพลง และผลงานร่วมสมัย
- - - - - - - - - -
ครรภ์กู (Curfew!)
โดย Sincere Theatre
28 – 30 ส.ค.
ชีวิตตลก หก(ไม่)ล้ม เดอะมิวสิคัล (Six in Desperation The Musical)
โดย OutPlay Theatrical Party
4 – 6 ก.ย.
บุพกาลี (Booppha Kali)
โดย New Theatre Society & Nuni Production
11 – 13 ก.ย.
บทเพลงอำลา (The Crescendo)
โดย Playcool Theatre
18 – 20 ก.ย.
หาเมียให้ผัว (Her Husband’s Wife)
โดย คณะละครหอสมุด
25 – 27 ก.ย.
ย้อนกาล ณ ร้านต้องมนตร์ เดอะมิวสิคัล (Amour Mystique The Musical)
โดย Fade-In Theatre
9 – 11 ต.ค.
จุ๊บ ปี้ จุ๊บ ปี้ จุ๊บ ปี้ จุ๊บ
โดย AR-T Circle
16 – 18 ต.ค.
คอกเจ้าคุณ (We love you terribly, Father.)
โดย Sincere Theatre
23 – 25 ต.ค.
- - - - - - - - - -
🎭 Grand Richmond Award 2026
📍 โรงละครทิพวรรณ (Tipawan Theatre), โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์, จ.นนทบุรี
🎟️ https://appleticket.grouprichmond.com
💵 ครรภ์กู (Curfew!) ราคา 1,000 บาท / ที่นั่ง | ละครเรื่องอื่น ๆ ราคา 600 บาท / ที่นั่ง | คอกเจ้าคุณ ราคาบัตร เร็วๆ นี้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Grand Richmond Award
Instagram:
- - - - - - - - - -

#เทศกาลละครเวที #ละครเวที #ละครเวทีไทย
#ละครพูด #ละครเพลง #มิวสิคัล

5 ผู้หญิง 5 ความลับ และ 1 ฆาตกรหากกุหลาบ 1 ดอกแทน 1 ความลับแล้วกุหลาบสีเลือดดอกนี้…กำลังซ่อนความลับของใครอยู่ ? กุหลาบสี...
19/08/2026

5 ผู้หญิง 5 ความลับ และ 1 ฆาตกร
หากกุหลาบ 1 ดอกแทน 1 ความลับแล้วกุหลาบ
สีเลือดดอกนี้…กำลังซ่อนความลับของใครอยู่ ?
กุหลาบสีเลือด
✍🏻 บทละครโดย ดารกา วงศ์ศิริ
🎬 กำกับการแสดงโดย พุทธชาด ศิลปานนท์
📆 18 - 20 กันยายน 2569
📍โรงละคร ชั้น 2 ตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
🎟️ Ticketmelon
💵 300 บาท / ที่นั่ง
📝 สอบถามเพิ่มเติม
FB: SSRU Theatre Space
IG: .ssru
โทร: 065-449-7454 (คุณกาฟิว)
#กุหลาบสีเลือด #บลัดโล้ด
#ละครเวที #ละครเวทีสวนสุนันทา

Week 2 (Season 1)โดย Poems Dimensionเวลาแสดง: 50 นาที / การแสดง[รับชมวันที่ 15 สิงหาคม 2569]- - - - - - - - - -Poems Dim...
18/08/2026

Week 2 (Season 1)
โดย Poems Dimension
เวลาแสดง: 50 นาที / การแสดง
[รับชมวันที่ 15 สิงหาคม 2569]
- - - - - - - - - -
Poems Dimension ตามปกติแล้วจะมีละครเวทีทั้งจากที่โครงการผลิตเอง และจากการรับผู้ผลิตรายอื่น มาแสดงในพื้นที่ทาวน์เฮ้าส์ลับๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ที่หมู่บ้าน Town in Town ที่จะมีแสดงในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของทุกๆ เดือน และไม่นานมานี้ก็ได้มีโครงการใหม่นั่นก็คือ ‘Week 2’ ที่จะมีการแสดงในรูปแบบที่หลากหลายมากกว่าแค่การแสดงละครเวที โดยจะมี Performing Arts ในแขนงต่างๆ แสดงทุกสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ที่จะทำให้ผู้ชมได้ร่วมสนุกกับการทดลองรับชมการแสดงรูปแบบใหม่ ซึ่งแนวคิดของโครงการนี้สำหรับผู้เขียน ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก เพราะนอกจากตัวผู้ชมจะได้เสพสื่อศิลปะการแสดงในรูปแบบใหม่ๆ แล้ว ด้านสถานที่เองก็จะไม่เงียบเหงา นอกจากรายได้ของสถานที่จะเพิ่มขึ้น ก็คิดว่าจะทำให้เกิดการกระจายรายได้ให้บริเวณสถานที่โดยรอบ ซึ่งใน Season แรก ของโครงการ Week 2 จะมีการแสดงไปจนถึงเดือนธันวาคมนี้ ที่จะมีการสลับสับเปลี่ยนทั้งโปรแกรม เรื่องราว โดยเริ่มจากเดือนสิงหาคมด้วย 5 การแสดง ที่มีความแตกต่าง แตกแขนงกัน
ผู้เขียนได้รับการเชื้อเชิญจากทาง Poems Dimension ให้ไปรับชมในวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามปกติที่ผู้เขียนต้องมาที่นี่เป็นประจำทุกเดือน ก็จะใช้เวลาในการสิงสถิตที่นี่ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้ในการมารับชมการแสดงในโครงการ Week 2 ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ จนก้าวเท้าออก ใช้เวลาไปเกือบ 8 ชั่วโมง ตั้งแต่ก่อนบ่ายยันหัวค่ำ กับ 3 การแสดงแบบมาราธอน แต่ในความต่อเนื่องในการรับชมนั้น ก็ไม่ได้ความรู้สึกที่เหนื่อยล้า เพราะหลังจากที่แต่ละการแสดงจบ ก็จะมีช่วง Post-show discussion ที่ผู้ชมได้พูดคุยกับผู้สร้างสรรค์ ทั้งในด้านการแสดงที่มีความรู้สึกอย่างไรหรือความคิดเห็นในด้านไหน เพื่อให้ผู้สร้างสรรค์ได้รับข้อคิดเห็นจากทางผู้ชม เพื่อนำไปพัฒนางานในครั้งต่อๆ ไป หรือถ้าผู้ชมที่มาดูการแสดงนี้แบบมาราธอนก็ไม่ต้องปฏิบัติแบบผู้เขียนก็ได้ หลังการแสดงจบอาจจะไปหาอะไรกินจากร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหารโดยรอบ หรือเดินข้างนอกสักพักเพื่อพักสายตาจากแสงสีก็ยังได้ และต่อจากนี้เป็นต้นไป จะเป็นการรีวิวของ 3 การแสดงที่ผู้เขียนได้รับชม
ANOMALLY ]P[ PJ.
- - - - -
การแสดง Narrative Performance Art ที่ผสมการแสดงละครหน้ากาก (Mask Theatre) และโทนเรื่องแนวระทึกขวัญ กับเรื่องราวของพนักงานพาร์ทไทม์ที่ได้ทำงานบรรจุของในช่วงกะดึก ความโดดเด่นของการแสดงเรื่องนี้ เริ่มด้วยการแสดงละครหน้ากาก ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกกับตัวละครที่อยู่ตรงหน้า ทั้งการขยับร่างกายที่ผิดปกติ ร่างกายของตัวละครไปกระทบกับวัตถุ หรือกริยาท่าทางที่ทำให้เกิดเสียงจนทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสยองพองขน ถึงจะพอเข้าใจในสิ่งที่สื่อสารได้บ้างในช่วงแรก แต่หลังนั้นเรื่องราวก็เข้าถึงผู้ชมอย่างง่ายดายขึ้น ด้วยการเล่าเรื่องที่อ้างอิงรายการผีชื่อดังอย่าง ‘The Ghost Radio’ ในการกำหนดธีมและโทนของเรื่องราวย้ำให้ชัดเจน แม้ในขณะที่เล่าอยู่นั้นจะสัมผัสได้ว่าผู้แสดงมีอาการตื่นเต้นและอาจเหนื่อยล้า จนทำให้เล่าติดขัดอยู่บ้าง แต่ผู้ผู้เขียนมองว่าข้อผิดพลาดด้านนี้ ช่วยเพิ่มความระทึกขวัญแบบจิตวิทยา (Psycho-Thriller) ให้กับเรื่องราวได้อย่างดี พร้อมทั้งการออกแบบตัวละคร ในส่วนของเสื้อผ้า การแต่งหน้า ออกแบบฉาก การจัดแสง ที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้กับเรื่องราว แม้อาจยังไม่สมบูรณ์ รู้สึกหกลัวไม่เต็มที่ เห็นแผลอยู่บ้าง แต่ก็เป็นประสบการณ์การรับชมที่อยากให้ผู้ผลิตงานไปขยายงานและต่อยอดพัฒนากับผลงานถัดไป
JITTĀ (จิตตา)
- - - - -
ผู้เขียนรู้สึกพลาดไปนิด ที่ไม่ได้อ่านรายละเอียด จุดประสงค์ ของศิลปินจากใน Bla Bla ที่ทาง Poems Dimension แจกกับผู้ชม จนทำให้เข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อคลาดเคลื่อนไป กับ Sound Experimental ที่นำเสียงบรรยากาศของธรรมชาติ มาสร้างสรรค์เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกและสัมผัสถึงสถานที่ที่ซ่อนในแต่ละเพลงตลอดการแสดง แต่ต่อให้ผู้ชมไม่ได้ทำการบ้าน ไม่มีความเข้าใจเรื่ิองเพลง ก็เชื่อว่าผู้ชมจะสามารถทดลองตัวเองสามารถรับชมการแสดงนี้ได้อย่างไม่มีเบื่อ ทั้งการชมศิลปินสร้างสรรค์งาน ชมกระบวนการ วิธีผลิตงาน หรือการหลับตาแล้วฟัง แล้วสร้างจินตภาพในแบบของตัวเอง …หลังจากการแสดงผู้เขียนได้ทราบว่าศิลปินว่าอายุแค่ 17 ปี ซึ่งรู้สึกทึ่งกับผลงานที่ได้รับชม กับศักยภาพที่แสดงให้เห็นถึงในผลงาน การถ่ายทอด การใช้เสียง ที่เชื่อว่าศิลปินยังไปได้อีกไกลในวงการ
TIME SIGNATURE
- - - - -
การแสดงนี้ก็เช่นกัน ที่ผู้เขียนก็ไม่ได้อ่านรายละเอียดแบบชัดเจนนัก เพราะด้วยการแสดงนี้ไม่ใช่อยู่ในโควต้าเชิญชวนแต่แรก แต่คือการอยู่ที่นี่มาถึง 2 การแสดง และได้รับเชิญชวนให้อยู่ต่อ ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้ได้มีภาระอะไรหลังจากนี้ เลยอยู่เสียหน่อย ก่อนที่จะได้รับชมก็แบบเริ่มตั้งคำถามกับพิธีกรรมก่อนรับชม ทั้งการเลือกการ์ด ทอยลูกเต๋า เลือกสีที่ชอบ แล้วพูดคำว่า “TIME” พน้อมกับขีดสีไม้ที่เลือกบนกระดาษไขจนหมดเสียง เลือดการ์ดลับ และก่อนที่จะเข้าโรงละคร ก็มีการไปทีละ 4 คน และก้าวแรกที่จะเข้าโรงละคร ต้องใช้ข้างที่ถนัด จนสามารถพูดคำว่า “วอดส์” ได้เลย แต่พอเมื่อได้นั่งแล้วค่อยๆ รับชมการแสดง Conceptual Dance Performance ทีในแรกอาจจะยังไม่เข้าว่าสื่อสารถึงอะไร แต่พอค่อยๆ รับชม ก็จะค่อยๆ ตกตะกอนและเข้าใจ ถึงจังหวะชีวิตของตัวเอง แม้งานจะมีความเป็นส่วนตัวสูง แต่ประเด็นของสิ่งที่การแสดงจะสื่อ ก็สามารถรีเลทกับผู้ชมได้อย่างดีเยี่ยม ได้กลับมาสำรวจ เห็นความดีงามในของชีวิตตัวเอง และพิธีกรรมก่อนหน้ารับชมการแสดงที่ดูอิหยังวะในตอนแรก มันได้กลายเป็น gimmick ที่สุดแสนวิเศษ ที่ช่วยเสริมประเด็นที่ต้องการสื่อสารให้ชัดขึ้น ซึ่งพอได้เปิดซองที่เป็นของที่ตัวเราได้ทำไว้ตอนต้น ได้อ่านข้อความในการ์ดลับที่เลือก และการ์ดจากศิลปิน พร้อมดนตรีที่เปิดคลอระหว่างนั้น ความรู้สึกในหัวของผู้เขียนเหมือนมีดอกไม้สีพาสเทลกำลังค่อยๆ เบ่งบาน และแสงอาทิตย์ที่ทอแสงสว่างในหัว และหลังจากรับชมจบยิ่งได้ใช้เวลาพูดคุยศิลปินแบบใกล้ชิดและนานกว่าปกติ ยิ่งรู้สึกพิเศษ จนทำให้การเดินไปหน้าหมู่บ้าน Town in Town ที่ทำประจำเมื่อกลับออกจาก Poems Dimension มีความสุขกว่าเคย
‘Week 2’ โครงการนำเสนอศิลปะการแสดงที่มีมากกว่าละครเวที ในทุกสัปดาห์ที่ 2 ของทาง ‘Poems Dimension’ ที่ชวนผู้ชมร่วมทดลองและสัมผัสประสบการณ์การรับชมที่แตกต่าง และมีโอกาสในการนำเสนอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ชมกับศิลปิน เพื่อพูดถึงสิ่งที่ชอบ ไม่ชอบ แนะนำ สิ่งที่ผู้ชมรีเลทกับเรื่องราว เพื่อให้ศิลปินได้พัฒนาหรือต่อยอดผลงานในคราวต่อๆ ไป
- - - - - - - - - -
🎭 Week 2 (Season 1)
📆 ทุกสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนสิงหาคม - ธันวาคม 2569
📍 Poems Dimension
🎟 Zipevent
💵 400 บาท
ติดตามข้อมูลของการแสดงใน ‘Week 2’
ได้ทาง Poems Dimension
- - - - - - - - - -


ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2510 ณ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อบ้านเเบ้ กลายเป็นกรงที่ขังทุกคนเอาไว้ และทุกคนในนั้นก็เป็นผู้สร้างกรรมข...
18/08/2026

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2510 ณ จังหวัดนครสวรรค์
เมื่อบ้านเเบ้ กลายเป็นกรงที่ขังทุกคนเอาไว้
และทุกคนในนั้นก็เป็นผู้สร้างกรรมของตัวเอง
แต่จะมีคนรอดพ้น จากกรงเเห่งกรรมนี้หรือไม่…
เทศกาลละครเวทีศิลปนิพนธ์ ประจำปี 2569
แขนงศิลปะการละครและความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ขอเสนอ
กรงกรรม
🗓️ 2 - 4 ตุลาคม 2569
📍โรงละคร ชั้น 2 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
🎟️ Ticketmelon
💵 300 บาท / ที่นั่ง
📝 ติดตามข่าวสาร / สอบถามเพิ่มเติม
Facebook : SSRU Theatre Space
Instagram : .ssru
Line official :
เบอร์ติดต่อ : 062-182-2721 (คุณชมพู่) / 064-173-8783 (คุณบีบัว)
#กรงกรรม #กรงกรรมสวนสุนันทา

#ละครเวที #ละครเวทีสวนสุนันทา

เมืองมารยา เดอะมิวสิคัลโดย Scenario เวลาแสดง: 150 นาที (รวมพักครึ่ง 15 นาที)[รับชมวันที่ 14 สิงหาคม 2569 รอบ 19:30 (Pres...
16/08/2026

เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล
โดย Scenario
เวลาแสดง: 150 นาที (รวมพักครึ่ง 15 นาที)
[รับชมวันที่ 14 สิงหาคม 2569 รอบ 19:30 (Press)]
- - - - - - - - - -
จากละครโทรทัศน์ที่สร้างปรากฏการณ์ของค่าย EXACT (ที่ในปัจจุบันบุคลากรหลายคนส่วนใหญ่ ได้ทำงานจนมีสถานีของตัวเองอย่าง ช่อง ONE 31) อย่าง ‘เมืองมายา’ และ ‘มารยาริษยา’ 2 ตำนานแห่งวงการละครโทรทัศน์ ได้ถูกฟิวชั่นรวมร่าง กลายเป็นละครเวทีมิวสิคัลสุดแซ่บ ‘เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล’ ด้วยฝีมือการกำกับจากหัวเรือใหญ่ของค่าย EXACT และ Scenario อย่าง ‘บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ’
ผู้เขียนเมื่อสมัยยังเป็นเด็กในช่วงปิดเทอม ที่สามารถนอนดึกได้ หรือถ้าวันปกติมีอีกวันถัดมาที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในช่วงประมาณ 2 ทุ่ม บรรดาละครโทรทัศน์ จะมีอยู่ 3 ช่อง ที่ออกอากาศในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่หนึ่งในนั้น จะมีช่องที่ผู้เขียนดูได้แบบไม่ต้องอดหลับอดนอน นั่นคือช่อง ททบ. 5 เพราะเป็นช่องที่ละครจบไว ออกอากาศประมาณชั่วโมงกว่าๆ และในยุคที่ผู้เขียนยังเด็ก ละครช่อง 5 ในขณะนั้น ค่ายผู้จัดละครที่เข้ามาครองเวลาออกกากาศในช่วงเวลาดังกล่าว ยาวตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ คือค่าย EXACT ที่ในตอนหลังมี Scenario ที่มีทีมบริหารเดียวกัน เอา 2 บริษัท มาผลิตละครร่วมกัน ผู้เขียนที่รักการรับชม ดูสื่อการแสดง ละครค่าย EXACT เป็นปัจจัยส่วนนึงในการเติบโต
ถึงแม้โดยส่วนตัวผู้เขียนจะไม่ทันกับละครฉบับแรกของทั้ง 2 เรื่อง ถึงแม้มารยาริษยา จะมีการรีเมค และเมืองมายา ที่มีทั้งฉบับซีรีส์ กับเมืองมายา LIVE ตามหลังมา แต่ผู้เขียนก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ดู ผู้เขียนพอแค่รู้ข้อมูลบางส่วน และกับเมืองมารยา เดอะมิวสิคัล ก็รู้ว่าคือการเอาโลกวงการบันเทิงของเมืองมายา มาผสมกับกลุ่มตัวละครนำและความแซ่บจากมารยาริษยา แล้วกลายเป็นละครเพลงเรื่องนี้ จึงมี
ทำรีวิวของเมืองมารยา จะไม่ได้มีการเปรียบเทียบทั้ง 2 ละครดังกล่าว ที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นของละครเพลงในเรื่องที่ได้รับชม
ต่อให้ต้นฉบับที่เป็นละครโทรทัศน์ ที่ออกอากาศเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ที่อาจจะดูเชย ไม่ทันยุค แต่เมื่อเอามาผสมรวมร่างใหม่กลายเป็นละครเพลงที่ต้องสื่อสารกับกลุ่มผู้ชมกลุ่มใหม่เป็นหลัก ผู้เขียนสามารถสนุก ติดตามเรื่องราวความแซ่บของการฟาดฟันระหว่างดาวค้างฟ้า ‘เพียงดาว’ (แพท-สุธาสินี พุทธินันทน์) และ ดาวรุ่งดวงใหม่ ‘ดีนี่’ (อแมนด้า ออบดัม) คุณแพทสามารถถ่ายทอดความเป็นดาราสาวเจนประสบการณ์ ฝ่ามรสุมชีวิตสารพัด ที่เห็นทำให้ผู้ชมเห็นถึงความสง่า แข็งแกร่งของตัวละครนี้ได้อย่างเชื่อสนิทใจ และการที่ผู้เขียนได้รับชมคุณแพทแสดงสดครั้งแรก หลังจากที่รับชมบันทึกการแสดงละครเวทีรัชดาลัยหลายเรื่องมาอย่างยาวนาน นับเป็นประสบการณ์ที่เรียกได้ว่าตาเป็นประกายเพชร หูเคลือบทองคำอย่างแท้จริง การแสดงแม่น เสียงร้องชัดทุกถ้อยคำ ส่วนคุณอแมนด้า ถึงแม้จะรู้จักตัวตนของเธอผ่านทาง social media เสียมากกว่าผลงานการแสดงที่ส่วนใหญ่เป็นละครโทรทัศน์ การได้มารับชมการแสดงครั้งแรกในรูปแบบละครเวทีมิวสิคัล และยังต้องประกบอีกหนึ่งตัวแม่ละครเวทีระดับ Boss อย่างคุณแพท ก็สามารถเฉิดฉายตัวเองได้แบบไม่ตายเวทีและตายไมค์ จริตจะก้าน การแสดงสีหน้า บุคลิก ท่าทาง ทำให้เชื่อได้ว่าเธอมีความร้าย ตอแหล แต่ไม่ตะโกน แม้เสียงร้องของเธอผู้เขียนยังรู้สึกว่าต้องคลำๆ จับหาทางของตัวละครนี้อยู่บ้าง แต่การเป็นตัวมัมที่ต้องฟาดกับตัวแม่ ก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ
ตามปกติแล้ว เวลาที่ผู้เขียนรีวิวเรื่องการแสดง มักจะรีวิวชมประมาณท้ายๆ ย่อหน้า แต่เรื่องนี้ไหนๆ ชมนักแสดงนำไปแล้ว ต่อจากนี้จะขอชมในด้านนี้เสียเลย โดยจะขอเริ่มต้นที่ตัวละคร ‘จูเนียร์’ (ตะวัน-พันวา พรมเทพ) แม้จะออกมาน้อย จนผู้เขียนลุ้นว่าตะวันจะได้ออกมาร้องกับพรรคพวกไหม แต่ก็ได้ร้องออกมา ซึ่งทำได้อย่างดีเช่นเคย และตัวละครนี้ก็เป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องราวไม่น้อย ส่วนตัวละครของ ‘ก้อง’ (ชาย-ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ) ที่ออกมาไม่เยอะ แต่ชอบในความไมโครเวฟของตัวละครนี้ และฉากช่วงท้ายเรื่อง ที่เหมาะสมอย่างมากให้ตัวละครนี้เล่าเรื่อง และการที่ได้คุณชายมาถ่ายทอด เพราะด้วยประสบการณ์ในวงการบันเทิงหลายด้าน รู้สึกว่าบทชาญฉลาดที่เอาตัวละครนี้มาอยู่ในฉากนั้น ในด้านความแซ่บที่อยู่กับตัวละคร เพียงดาว และ ดีนี่แล้ว ความเปรี้ยวเข็ดฟัน ที่ช่วยให้เรื่องนี้กลมกล่อมยิ่งขึ้น คือการฟาดฟันของ ‘เฟี๊ยต’ (นนท์ อินทนนท์) และ ‘คุณแม่ดีนี่’ (หญิง-รฐา โพธิ์งาม) แม้ในทีแรกอาจจะทำให้นึกถึงภาพของพี่กะเทยโจทก์เขยอย่าง ‘ก้อง’ และแม่(เลี้ยง)ยาย ‘พราว’ ใน ‘วันสละโสดกับโจทก์เก่าๆ’ 2 ฉบับที่โคจรมาเจอในเรื่องนี้ แต่คุณนนท์ก็สามารถถ่ายทอดบทผู้จัดการปากแซ่บพร้อมบวก ทุกคำพูด ทุกการปรากฏตัว ที่เฉิดฉายไม่ตายเวที ยิ่งต้องมาฟาดกับคุณหญิง ที่เป็นตัวแย่งซีน(ประจำเวทีรัชดาลัย)ทุกครั้ง และชอบที่คุณหญิงสามารถออกเสียงพูดตัวเอง ให้รู้สึกถึงความมนุษย์ป้าได้จริงๆ และจุดชนวนสำคัญของความแซ่บของเรื่องอย่างตัวละคร ‘โอม’ (เจมส์ มาร์) อย่างแรกที่ต้องชื่นชมคือเสียงร้อง ที่อาจจะติดความ Pop ไปหน่อย ยังไม่ชัดถ้อยชัดคำ แต่ถือว่าดีกว่าเรื่องที่แล้ว ที่ได้โชว์มากขึ้น แม้บนเวทีจะออกไม่มาก แต่ก็พอให้จดจำ
การดำเนินเรื่อง ละครสามารถนำเรื่องของวงการบันเทิงมาเจือรสแซ่บไฟลุก รสเปรี้ยวซื้ด ผสมกันได้อย่างกลมกล่อม สนุก และน่าติดตามตลอดเรื่อง นอกจากการดำเนินเรื่องของละครยังทำให้รู้สึกฟิลของละครค่าย EXACT ยุครุ่งเรื่อง ที่มีการพลิกผัน บทสรุปที่มีการหักมุม ทำให้รู้สึกกับใกล้ชิดเรื่องราวมากขึ้น และยังมีอีก 2 อย่าง ที่ผู้เขียนว่าน่าสนใจไม่น้อย คือการใส่เหตุการณ์ของวงการบันเทิงไทยในช่วงหลังๆ ทั้งสถานีโทรทัศน์สร้างภาพยนตร์ฉายเข้าโรง ซีรีส์วาย ข่าวสำคัญๆ แฟนคลับ social media ที่ถูกใส่เข้ามาในเรื่องราว จนเรียกได้ว่าเป็น ‘จดหมายเหตุวงการบันเทิงไทย’ และการแทรก Easter egg และ Cameo ให้เหล่าแฟน EXACT ได้มาจับจ้อง จับผิดในเรื่องนี้
ในด้านฉาก ทีแรกผู้เขียนได้เห็นภาพ First Look ของ social media ของทางรัชดาลัยหรือของทางคุณบอยเอง แอบกังวลกับฉากในครั้งนี้ ที่มีการใช้จอ LED เป็นส่วนใหญ่ แต่พอได้มารับชมจริงรู้สึกว่าเหมาสมและไม่ติดขัดใดๆ เพราะด้วยละครมีฉากที่หลากหลายพอสมควร มีการใช้กับฉากที่ทันกับเหตุการณ์และยุคสมัย อย่างเรื่องของ social media ที่ทำให้ผู้ชมเห็นภาพของความร้ายกาจในด้านนี้อย่างชัดเจน และพอผู้เขียนได้มารับชมในระยะใกล้ ยิ่งเห็นรายละเอียดจอที่คมชัด จนบางทีนึกว่าฉากจริง แสงสีของเรื่องนี้ก็จัดเต็มไม่น้อย มันจ้าเสียเหลือเกิน จนทำให้คนตาแพ้แสงอย่างผู้เขียนเอามือบังตาเป็นช่วงๆ
เสื้อผ้า ก็เป็นอีกส่วนต้องชื่นชม นอกจากความแฟชั่น ความแกลม ที่สะท้อนตัวตนของตัวละครได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว เสื้อผ้าของอองซอมเรื่องนี้ก็น่าสนใจ ที่ในส่วนใหญ่จะเป็นชุดดำ ที่มีเส้นสีขาว ที่ให้ความรู้สึกดิจิทัล ซึ่งเป็นการเปรียบเปรยกับผู้คนใน social media ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ผู้เขียนสนใจ
ด้านเพลงและดนตรี สำหรับละครเรื่องนี้ ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ถึงช่วงสนุกก็สนุก ถึงช่วงอลังก็ทำได้ เพลงก็มีความติดหูพอสมควร ดนตรีจังหวะก็สนุก ชวนให้ขยับ และมันเหมาะอย่างมากที่จะลง music streaming หรือการเอา lip sync หรือทำคลิปใน social media ผู้เขียนมองว่ามันจะเป็นขวัญใจพี่กะเทยได้ไม่น้อย
แม้การดำเนินเรื่องจะมีความสนุก น่าติดตาม มีจังหวะการดำเนินที่กระชับ รวดเร็ว แต่ก็ยังมองว่า ในช่วงองก์ 2 มีเดินเรื่องเร็ว จนทำให้ climax ยังไม่ peak ได้เท่าที่ควร บางตัวละครก็ถูกหายไปดื้อๆ หรือซีนตบระหว่างเพียงดาวและดีนี่ ที่ดูมีความยั้งมือ ไม่มันส์เท่าที่ควร
‘เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล’ จากวัตถุดิบตั้งต้นของ 2 ตำนานละครโทรทัศน์อย่าง ‘เมืองมายา’ และ ‘มารยาริษยา’ ที่ได้มารวมร่างกลายเป็นละครเวทีมิวสิคัลสุดแซ่บ ที่สามารถเอาความเป็นปัจจุบัน ทันยุคทันสมัย มาใส่ได้อย่างสนุกและน่าติดตาม การดำเนินเรื่อง ที่ทำให้นึกถึงละครค่าย EXACT ยุครุ่งเรื่อง และการเป็นจดหมายเหตุวงการบันเทิงไทย ที่ทำให้ย้อนมองวงการนี้อีกครั้ง องค์ประกอบต่างๆ ทั้งฉาก แสง สี เพลง ดนตรี และนักแสดง ที่ทุกด้านเรียกได้ว่าคุ้มค่าสมกับการรอคอย
- - - - - - - - - -
🎭 เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล
📆 17 สิงหาคม - 27 กันยายน 2569
📍 เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์
🎟 Thaiticketmajor
💵 800 / 1,500 / 2,000 / 2,500 / 3,000 / 3,500 / 4,000 / 4,500 บาท
ติดตามข้อมูลของละครเวที
‘เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล’
ได้ทาง Scenario & Rachadalai
- - - - - - - - - -
#เมืองมารยาเดอะมิวสิคัล #ทีมเพียงดาว #ทีมดีนี่
#ละครเวทีเมืองไทยรัชดาลัย #เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์
#ละครเวที #ละครเพลง #มิวสิคัล #ละครเวทีอยู่ได้ต่อเมื่อมีคนดู

มะพร้าวหน้าผี (The Coconut Ghost)โดย Memnon และ โยกย้ายส่ายสะโพกเธียเตอร์เวลาแสดง: 90 นาที[รับชมวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ร...
13/08/2026

มะพร้าวหน้าผี (The Coconut Ghost)
โดย Memnon และ โยกย้ายส่ายสะโพกเธียเตอร์
เวลาแสดง: 90 นาที
[รับชมวันที่ 11 สิงหาคม 2569 รอบ 19:30 (Press)]
- - - - - - - - - -
ความรู้สึกและรีวิวของละครเวที ‘มะพร้าวหน้าผี’ ที่ทุกท่านจะได้อ่านหลังจากย่อหน้านี้เป็นต้นไป อาจจะมีบางส่วนที่ได้ทำความรู้จัก หรือมีประสบการณ์ร่วม กับทั้งของผู้สร้าง หรือชีวิตส่วนตัวที่เคยพบเจอ ข้อความในบางย่อหน้า อาจจะดูเหมือนอวย หรือรู้สึกกับละครมากไป แต่ขอกล่าวด้วยความสัตย์จริงเลยว่า ผู้เขียนรู้สึกถึงผลกระทบระหว่างรับชมละครเรื่องนี้จริงๆ
‘มะพร้าวหน้าผี’ เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่ผ้าป่ามหาวิบาก ‘ผ้าป่ามหาวิบาก’ ประเพณีท้องถิ่นของหมู่บ้านแห่งนึงใน อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดยจะนำลูกมะพร้าวมาแกะสลักและเติมแต่งสีสันให้มีลักษณะคล้ายหน้าคน แล้วนำทางมะพร้าวมาผูกให้เป็นโครงร่าง ใส่เครื่องแต่งกาย แล้วนำทั้งลูกมะพร้าวและทางมะพร้าวนั้นนอนในมุ้ง แล้วนำสิ่งกล่าวมา หามเข้าไปในวัด ประเพณีนี้มีการสืบทอดอย่างยาวนานหลายร้อยปี เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ
ถ้าผู้อ่านได้อ่านจากย่อหน้าบน อาจจะเกิดความสงสัยว่า ละครเรื่องนี้จะเป็นแนวเกี่ยวสยองขวัญ ระทึกขวัญ มีผีเข้ามาทำให้ผู้ชมนั้นต้องตกใจจนก้นสะดุ้งออกจากเบาะหรือเปล่า ซึ่งละครเรื่องนี้ไม่ใช่อย่างนั้นเสียทีเดียว ละครเรื่องนี้ไม่ใช่ละครผีที่เอาประเพณีท้องถิ่นเข้ามาผูกกับเรื่องราว แต่ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องราวส่วนตัวของผู้สร้างที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมด้วย ‘บาดแผล’ และ ‘ความเจ็บปวด’ ในช่วงนึงของชีวิต
ละครเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ ‘นน-วิชชาพร ต่างกลาง’ หรือที่ผู้เขียนคุ้นเคยในการเรียกเธอว่า ‘พี่นน’ ครั้งแรกที่ได้รู้จักพี่นนนั้น ผู้เขียนได้รู้จักผ่านผลงานการแสดงละครเวที่เรื่อง ‘ฟลายส์’ (Flies) ทั้งในฉบับ Intro (หรือที่ผู้เขียนเรียกฉบับนี้ว่า ตัวอย่างความยาว 45 นาที) และฉบับเต็ม แล้วหลังจากนั้นผู้เขียนก็ได้รู้จักพี่นนผ่านทางช่องทางและผลงานต่างๆ ทั้ง Social Media ผลงานศิลปะ และตัวตนบางส่วนของพี่นน ซึ่งก็ได้เห็นมุมที่เฮฮา สดใส เสียเป็นส่วนมาก แต่สำหรับละครเรื่องนี้ พี่นนได้พาผู้ชมไปสำรวจตัวตนของเธอในอีกด้าน ที่ลึก เข้มขัน และเจ็บปวดกว่าที่เคยรู้จักผ่านตัวตนที่เคยพบ
ละครได้นำเสนอตัวละครของ Transgender กับช่วงชีวิตที่ได้ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ผู้ชมจะได้มีส่วนร่วมไปกับละครและตัวละครในเรื่อง เหมือนกับการปอกเปลือกมะพร้าวสด ที่ต้องเฉาะด้วยมีดอีโต้รอบลูก แล้วเอามือฉีกกาบมะพร้าวจากร่องที่โดนบากที่เส้ยใยในกาบยังเหนียวแน่นกอดรัดอย่างแข็งแรง จนไปเจอลูกมะพร้าวที่แท้จริงข้างใน แรกเริ่มของละครเปิดเรื่องด้วยท่าทางที่เป็นมิตร ด้วยการให้ตัวละครพูดคุย สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างสนุกสนาน แต่หลังจากนั้น เมื่อตัวละครและผู้ชมดำดิ่งไปกับเรื่องราวลึกขึ้นเรื่อยๆ ความสนุกสนานเฮฮาเมื่อตอนเริ่มต้น กลับกลายเป็นความรู้สึกของคนๆ นึง ที่ได้รับผลกระทบที่สร้างบาดแผลเป็นฝังลึกในจิตใจ ทั้งจากการถูดกดขี่ ความรุนแรง อำนาจของผู้เป็นใหญ่ และผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า ละครได้นำความรู้สึกเหล่านี้ค่อยๆ นำความรู้สึกเหล่านี้ สร้างความสะเทือนให้กับอารมณ์ผู้ชมรู้สึกเจ็บปวดไต่ระดับขึ้นไปแบบทวีคูณ ซึ่งไม่รู้ว่าสิ่งที่กล่าวไว้ข้างต้น เมื่อผู้อ่านที่ได้ไปรับชมละครเรื่องนี้ จะสร้างผลกระทบได้มากเพียงใด แต่สำหรับผู้เขียนขณะที่รับชม พอประเด็นมันหนักขึ้นเรื่อยๆ ผู้เขียนรู้สึกว่าตัวเองใจสั่น หลังจากนั้นความเจ็ปปวดเริ่มแผ่ซ่านจนเต็มหน้าอก เพราะด้วยบางฉาก บางประเด็น ถึงจะไม่ได้ประสบเหตุการณ์แบบตรงๆ แต่มันสามารถรีเลทกับชีวิตส่วนตัวได้อย่างดี จนเข้าใจและเห็นใจในความรู้สึกที่ปวดร้าวของตัวละคร
ความรู้สึกต่อละครเรื่องนี้ ทั้งความกลัว ความเจ็บปวด สามารถมอบความรู้สึกกลัวและหวาดระแวงได้มากกว่าการรับชมภาพยนตร์สยองขวัญ ระทึกขวัญ หรือดราม่า ที่ผู้เขียนได้ชมหลายๆ เรื่อง ซึ่งปัจจัยเสริมนอกจากการดำเนินเรื่องแล้ว ก็มีบรรยากาศของโรงละครที่อยู่ในเรือนไม้พร้อมกับการจัดแสง ที่มอบทั้งความขลัง ความลี้ลับ พร้อมทั้งการสร้างเสียงประกอบเฉพาะตัว (ซึ่งมีการปล่อย Original Soundtrack ลง YouTube แล้ว เดี๋ยวมี link ให้เข้าไปรับฟังใน comment) ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศความน่ากลัวและทำงานกับความรู้สึกของผู้ชมได้อย่างดีเยี่ยม และหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ที่ขาดไม่ได้คือการแสดงของ ‘ศรุต โกมลิทธิพงศ์’ ในความรู้สึกส่วนตัวขณะที่ได้รับชม จะเหมือนเป็นการได้พี่นนมาประทับร่างทรง เพราะถ่ายทอดทั้งบุคลิก การเคลื่อนไหว ได้คล้ายคนต้นเรื่องแล้ว แต่ก็เหมือนผสมอะไรบางอย่างให้มีความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ การแสดง การปฏิสัมพันธ์ต่อผู้ชม ในทุกช่วง ทุกฉาก สามารถเอาผู้ชมอยู่ในมนต์สะกดกับตัวละครนี้
ถึงละครจะสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวมากเพียงใด แต่อย่างน้อยก็ยังไม่ใจร้ายจนถึงขั้นเอาตาย ด้วยการมาของพาร์ตตัวละครมัคทายก (ศุภสวัสดิ์ บุรณเวช) ที่มาช่วยเสริมสร้างมิติให้กับละครให้มีความกลมขึ้น และทำรู้สึกว่าละครเรื่องนี้มองความเพียงด้านเดียว กับการเป็นเสียงสะท้อนของคนอีกกลุ่ม ที่ในทีแรกการมาของตัวละครนี้ จะรู้สึกเหมือนถูกให้เจ็บปวดซ้ำเติม แต่พอได้กะเทาะเปลือกตัวละครนี้ ก็ทำให้เข้าใจได้มากขึ้น แม้ในส่วนนี้ผู้เขียนยังมองว่ามันดูเป็นการสอน ที่มาทื่อๆ ตรงๆ ไปเสียหน่อย
ในส่วนของลูกมะพร้าวหน้าผี ถึงแม้ในความเป็นมาสคอตในการเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นในเรื่องนี้ อาจจะยังไม่ได้เห็นเป็รูปธรรมที่เด่นชัด แต่ผู้เขียนก็ชอบในการเอาสิ่งนี้ มาเปรียบเป็นสัญญะที่สะท้อนถึงตัวตน เพศสภาพ สังคม ได้อย่างแจ่มชัด ซึ่งน่าสนใจอย่างมาก
‘มะพร้าวหน้าผี’ แม้ชื่อจะดูเป็นละครสยองขวัญ ตำนานท้องถิ่น แต่เนื้อในที่แท้จริง คือละครที่มีความเป็นส่วนตัวสูงเกี่ยวกับเรื่องราวของผู้สร้าง ทว่าสามารถกลับเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชมโดยรวม ด้วยเรื่องราวความทรงจำอันแสนเจ็บปวดที่สร้างบาดแผลในใจ ที่ต้องมีบางส่วนเคยได้ประสบพบเจอ ทำให้ประสบการณ์การรับชมนั้นรู้สึกรวดร้าวไม่ต่างจากตัวละครที่อยู่ตรงหน้า ละครโดดเด่นด้วยการนำประเพณีท้องถิ่นมาเปรียบเป็นสัญญะที่สามารถสะท้อนถึงอะไรได้หลายอย่าง องค์ประกอบของฉาก แสง สี เสียง ที่เพิ่มความน่ากลัวเหมือนกรีดแผลเดิมซ้ำ การแสดงที่สามารถทำให้ผู้ชมต้องมนต์และเอาอยู่ในทุกช่วงทุกฉาก เป็นความกล้าหาญของการเล่าเรื่อง ที่อยากให้ผู้ชมเฉาะ ฉีก กะเทาะ และลิ้มลองมะพร้าวลูกนี้สักครั้ง
- - - - - - - - - -
🎭 มะพร้าวหน้าผี (The Coconut Ghost)
📆 14 - 16, 21 - 23 สิงหาคม 2569
📍ล้านนาอารีย์เธียเตอร์
🎟 link ใน comment
💵 650 บาท
ติดตามข้อมูลของละครเวที
‘มะพร้าวหน้าผี (The Coconut Ghost)’
ได้ทาง Memnon YokYai Theatre - โยกย้ายส่ายสะโพกเธียเตอร์
และ ล้านนาอารีย์เธียเตอร์
🙏 ขอขอบคุณภาพประกอบ
📸 จิร อังศุธรรมทัต
- - - - - - - - - -
#มะพร้าวหน้าผี
#ผ้าป่ามหาวิบาก
#ล้านนาอารีย์เธียเตอร์
#ละครเวที #ละครเวทีไทย

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Fourth Wallผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท