Coff TV เมล็ดกาแฟเดินทาง..

18/11/2015

ขอบคุณสำหรับ Like ใหม่ และเก่า ที่ไม่ทิ้งกันนะครับ
ปลายเดือนนี้ คงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ
สำหรับ เพจ เรานะครับ...^^

วันนี้พาหมอฟันสวยๆ มาให้ชมกันนะครับ...รับรอง เลิกกลัวหมอฟัน  กัน พริ้วๆ เลยทีเดียว ..
26/02/2014

วันนี้พาหมอฟันสวยๆ มาให้ชมกันนะครับ...
รับรอง เลิกกลัวหมอฟัน กัน พริ้วๆ เลยทีเดียว ..

ระหว่างรอน้องตัดงาน ก็เอารูปคุณณหมอมาเรียงเล่นๆ เคลิ้มมม..... ไปหาหมอฟันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด !!!

สาวก Apple ตอนนี้ได้เวลาอัปเดทเป็น iOS 7.0 กันแล้วนะครับ iOS 7 นี้ ถือว่าเปลี่ยนโฉมใหม่ดูเป็นวัยรุ่นเด็กแนวกันเลยทีเดียว...
19/09/2013

สาวก Apple ตอนนี้ได้เวลาอัปเดทเป็น iOS 7.0 กันแล้วนะครับ iOS 7 นี้ ถือว่าเปลี่ยนโฉมใหม่ดูเป็นวัยรุ่นเด็กแนวกันเลยทีเดียวนะครับบบบบบบบบบบ :)

04/09/2013

หายกันไปนานนะครับ CoffTV
ไม่เกินสิ้นเดือนนี้ จะได้่เห็น อะไรใหม่ๆกันแน่ครับ
สัญญา ...ค๊าฟฟ

21/03/2013

...พันทิป สังคมแห่งการแบ่งปัน หรือมันเป็นสังคมแห่งการแบ่งแยกกันแน่...

ไม่มีอะไรมาฝากเสียนาน เลยจัดบทความ สั้นๆ ให้อ่านกันขำๆ ครับ เชิญ...

เมื่อพันทิปเปลี่ยนแปลง มีระบบ Tag เข้ามา การตั้งกระทู้ในเว็บแห่งนี้ หนึ่งกระทู้จะสามารถแบ่งปันให้คนหลายกลุ่มดูได้ด้วยการแปะ Tag โดยผู้ตั้งสามารถ Tag เรื่องราวของเขาด้วยคำ หรือ "Keyword" ที่สอดคล้องกับเนื้อหา ไปยังหลายๆ หมวดหมู่ ที่เรียกว่า "ห้อง" ในระบบเดิม โดยที่ระบบเดิมนั้น ไม่สามารถทำแบบนี้ได้ จึงกลายเป็นว่าของเดิมนั้น ได้เป็นบ่อเกิดของ "มาเฟียคุมบอร์ด" ที่เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นแฉะ...

การเข้ามาของระบบ Tag ในพันทิป ทำให้เกิดการก้าวข้าม หลุดพ้นจากข้อจำกัดเดิมๆ ทำลายกำแพงของการแบ่งแยกออกไป แต่ก็ไม่เสียไปซึ่งการจัดหมวดหมู่ ให้ดูสละสลวย สวยงาม ราวกับทำ 5ส มายังไงอย่างงั้น หากเปรียบไปก็ราวกับความฝัน ที่เราอยากให้การเมืองไทยทุกวันนี้ ไม่มีการแบ่งแยกอย่างไงอย่างงั้น แต่ก็ต้องฝันต่อไป เพราะการเมืองไทยหาได้เปลี่ยนแปลงได้ง่ายเหมือนการเขียนโปรแกรม...

หรือระบบ Tag นี้จะทำให้การก้าวข้ามความขัดแย้ง เกิดขึ้นเฉพาะในระบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น... ที่ว่าอย่างนี้ก็ด้วยว่า ระบบ Tag นี้มันไปทำให้เกิดความขัดแย้งรุนเเรงขึ้นในหมู่ "ผู้ใช้" หรือ "User" จนถึงขั้นมี "ดราม่า" มาให้เสพกันเนืองๆ ในรื่องการติด Tag ของกระทู้ ที่ผู้ตั้งประสงค์เช่นนั้น ด้วยความจงใจ ทั้งในเนื้อเรื่องที่เข้าข่าย และด้วยเจตนาแบ่งปันอันบริสุทธิ์งดงาม แต่ก็อาจจะถูกตัดสินจาก "มาเฟียคุมบอร์ด" ว่าไม่สอดคล้องกับนิยามของกับห้อง จึงทำให้เขาเหล่านั้นอดรนทนไม่ได้ ออกมาฟาดงวง ควงงา แสดงปกิกิริยาหวงที่ ราวกับโดยจิ้มเข้าที่ "เป้า" อันเราหวงแหนกันสุดๆ

ปราชญ์ท่านกล่าวไว้ว่า "โลกเปลี่ยนได้ไม่ยาก หากเริ่มที่ตัวเอง" เช่นเดียวกัน ในฐานะที่เราเป็นแค่ "User" หากมองว่าไม่ใช่ ก็เพียงปล่อยผ่าน เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องมานั่งพร้ำบ่น ให้คนอื่นเขาละอา สร้าง "มาม่า" ให้คนมาปูเสื่อรอชม เพราะสิ่งนั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นเขาก็ได้...

"โลก" ไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาลฉันใด เราๆ ท่านๆ เป็น User ก็หาใช่คูนย์กลางของจักรวาลฉันนั้น อย่าไปคิดตัดสินโดยใช้ "อีโก้" ส่วนตัว จนอาจต้องกลายเป็น "อีโง่" ส่วนรวมกันเลย เพราะสักวันหนึ่งนั้น ท่านเองก็อาจต้องใช้ประโยชน์จากระบบ Tag นั้นเสียเองก็เป็นได้

ท่านพูดไม่หยุด .. ไม่เหนื่อย บ้างหรือ .. ขอรับหลวงพ่อท่านมาจากป่านะครับ พิจารณา กันตามความเหมาะสม แอดมินไม่มีความเห็น.. ...
10/01/2013

ท่านพูดไม่หยุด .. ไม่เหนื่อย บ้างหรือ .. ขอรับ
หลวงพ่อท่านมาจากป่านะครับ
พิจารณา กันตามความเหมาะสม
แอดมินไม่มีความเห็น.. คร๊าฟ ฟ

เหตุเกิดที่ BTS จาก อารี จะไป แบริ่ง พระท่านขึ้นมา พร้อมออกคำสั่งเสียงดังว่า "ที่นั่งเขามีไว้ให้สตรีเพศแม่มึงนั่ง พวกมึงเป็นผู้ชาย มึงก็ลุกขึ้นสิวะ" ก็มีทั้ง...

ตำนานเบียร์ (3)       เพราะจะมีผล 2 ประการ คือ หนึ่งคนไทยกินเบียร์กันท้องแตกตาย หมดเพราะจะแย่งกันขายลดราคา เกิดการแข่งขั...
07/01/2013

ตำนานเบียร์ (3)


เพราะจะมีผล 2 ประการ คือ หนึ่งคนไทยกินเบียร์กันท้องแตกตาย หมดเพราะจะแย่งกันขายลดราคา เกิดการแข่งขันกัน และสองคงมีใครฉิบหายคนหนึ่ง ถ้าหากไม่ฉิบหายกันหลายคน" สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้กราบบังคมทูลสนับสนุนว่า "ไม่ควรอนุญาตให้ผลิตในเวลานี้ ควรรอดูว่า พระยาภิรมย์ภักดีจะทำสำเร็จหรือไม่ และคอยสังเกตเรื่องการบริโภคก่อน นอกจากนั้นผู้ขออนุญาตรายนี้เป็นคนต่างด้าว จึงสามารถที่จะอ้างได้ว่า ต้องอุดหนุนคนไทย
และอุตสาหกรรมที่มีทุนไทยก่อน" ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เสนาบดีกระทรวงพระคลังตอบว่า" ยังไม่อนุญาตให้ เพราะได้อนุญาตให้ไปรายหนึ่งแล้ว ต้องรอดูก่อนว่าจะได้ผลอย่างไร เพราะเรื่องนี้สำคัญสำหรับความสุขของราษฎร์ และฝ่ายพระยาภิรมย์ภักดีจะใช้ข้าว และผลพลอยได้ของข้าว ด้วยฝ่ายรายที่ขออนุญาตใหม่ไม่ใช้ข้าวเลย"



เมื่อได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานผลิตเบียร์แล้ว เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2476 พระยาภิรมย์ภักดีจึงเดินทางไปยุโรปเพื่อซื้อเครื่องจักรในการผลิตเบียร์ แต่เมื่อกลับมาเมืองไทยมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ โดยมีพระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็นหัวหน้ารัฐบาล ทางรัฐบาลไทยไม่ยอมให้เสียภาษีตามพิกัดเดิมที่ตกลงกันไว้กับรัฐบาลเก่า จึงเกิดข้อข้อตกลงกันใหม่ โดยให้เสียภาษีในอัตราลิตรละ 10 สตางค์ หลังจากนั้นจึงได้เริ่มสร้างโรงงานผลิตเบียร์ขึ้น ที่บริเวณที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านบางกระบือ (ที่ตั้งโรงงานในปัจจุบัน) โดยขอเช่าที่จากเจ้าพระยารามราฆพ ต่อมาภายหลังได้ขอซื้อดินที่ดังกล่าวมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโดรงงาน ขณะทำการก่อสร้างนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาเสด็จฯ มาชมการก่อสร้างโรงงานถึงสองครั้ง พระยาภิรมย์ภักดีตั้งใจว่า จะตั้งชื่อบริษัทขณะที่จัดรูปแบบของบริษัทอยู่นั้นว่าบริษัทเบียร์สยาม แต่ถูกทักท้วงว่า "ในบ้านเมืองนี้ อะไรๆ ก็ใช้ชื่อสยามกันทั้งนั้น" พระยาภรมย์ภักดีจึงตัดสินใจเอาชื่อของตนเองมาตั้งเป็นชื่อบริษัท นั่นก็คือ "บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด" เบียร์ของคนไทย ที่ผลิตออกมาครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2477 โดยได้ทดลองนำไปดื่มกันในงาน
สโมสรคณะราษฎร์เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2477 และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทรงเปิดป้ายบริษัทเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2477 เบียร์รุ่นแรกที่ผลิตออกมาวางจำหน่ายในราคาขวดละ 32 สตางค์ (ประมาณ บาท) โลโก้บนฉลากขวดเบียร์มีวิวัฒนาการตามนี้ โลโก้ตราหมี ตามด้วยโลโก้ตราสิงห์แดง ตราสิงห์ขาว ตราแหม่ม ตราพระปรางค์ทอง ตราว่าวปักเป้า ตรากุญแจ ตรารถไฟ และโกโก้ในปัจจุบัน คือ โลโก้ตราสิงห์ ในสมัยนั้นไม่ว่าจะใช้โลโก้ตราอะไรก็ตาม ชาวบ้านมักเรียกติดปากกันว่า "เบียร์เจ้าคุณ"

ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 เกิดโรงเบียร์แห่งที่สองขึ้น ในชื่อ "บริษัทบางกอกเบียร์ จำกัด" ผลิตเบียร์ยี่ห้อตราหนุมาน ตราแผนที่ และตรากระทิง แต่ไม่ได้รับความนิยมจากผู้ดื่ม จนต้องเลิกกิจการไป



มีต่อ...

(แอดมินหายไปหลายวัน ไม่มีใครคิดถึงกันเลยเหรอ T_T)

ที่มาของคำว่า "โสเภณี"คำว่า "โสเภณี" ที่ปัจจุบันแตกลูกแตกหน่อออกเป็นหลายคำ เช่นโสเภณีชาย โสเภณีเด็ก เดิมมาจากคำเต็มๆว่า ...
07/12/2012

ที่มาของคำว่า "โสเภณี"



คำว่า "โสเภณี" ที่ปัจจุบันแตกลูกแตกหน่อออกเป็นหลายคำ เช่นโสเภณีชาย โสเภณีเด็ก เดิมมาจากคำเต็มๆว่า "นครโสเภณี" แปลว่า "หญิงงามแห่งนคร" คนรุ่นคุณปู่คุณตาเรียกเป็นไทยๆว่า

"หญิงงามเมือง"

คำว่า "นครโสเภณี" มาจากอินเดีย ในสมัยโบราณบางแคว้นของชมพูทวีป มีหญิงเหล่านี้เอาไว้เชิดหน้าชูตา เป็นแรงดึงดูดการท่องเที่ยว และนำเงินตราเข้าบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี อย่างในเรื่อง กามนิต ก็ได้กล่าวถึงเอาไว้ว่า นางนครโสเภณีเหล่านี้คือ "มงกุฎดอกไม้หลากสีของกรุงอุชเชนี"

"บรรดาสิ่งที่ขึ้นชื่อลือชาในกรุงอุชเชนี ไม่มีอะไรจะวิเศษไปกว่าหมู่นางคณิกา มีตั้งแต่เป็นนางงามชั้นสูงอยู่ในปราสาท... ในห้องรับแขกจะมีจินตกวี นักละคร แขกเมืองคนสำคัญ บางทีก็มีเจ้านายไปเยี่ยมเยียน นางเหล่านี้ตลอดจนชั้นเลวลงมาล้วนสวยงามทรวดทรง มีกิริยาอ่อนช้อยยียวนใจหาที่เปรียบมิได้ ถึงคราวมีงานสมโภชครั้งใหญ่ ในคราวแห่แหนหรือมีการประกวด นางคณิกาเหล่านี้ จะเป็นอาภรณ์สำคัญประสมอยู่ในวิถีมรรคา... ล้วนพัสตราภรณ์สีแดง ถือพวงมาลารำเพยกลิ่นหอมตลบอบอวล แพรวพราวด้วยมณีรัตน์เครื่องประดับ...

ส่วนทางแผ่นดินแหลมทอง โสเภณีเป็นวัฒนธรรมมาจากอินเดียหรือว่าเกิดขึ้นเอง ตามธรรมดาของชุมชนก็ไม่ทราบ คิดว่าน่าจะเกิดขึ้นเองได้โดยไม่ต้องไปอาศัยอิทธิพลจากใคร เดิมเราไม่ได้เห็นอาชีพนี้เชิดหน้าชูตาแบบกรุงอุชเชนี กลับเป็นเรื่องน่ารังเกียจด้วยซ้ำ

เทพชู ทับทอง เขียนไว้ในหนังสือ กรุงเทพฯในอดีต ว่ากฎหมาย "ลักษณะผัวเมีย" ซึ่งบัญญัติขึ้นในสมัยพระรามาธิบดีที่ ๑ อู่ทอง ลงโทษเอาไว้ หนัก
หากนำหญิงเหล่านี้มาเป็นภรรยา แล้วหล่อนเกิดทำชั่วคบชู้ขึ้นมา

มาตราหนึ่ง ชายใดสู่ขอเอาหญิงคนขับ คนรำ เที่ยวขอทานเลี้ยงชีวิต
แลหญิงนครโสเภณีมาเลี้ยงทำเมีย ทำชั่วเหนือผัวก็ดี
ผัวรู้ด้วยประการใดๆท่านให้ผจานหญิงชายนั้นด้วยไถนา
อันหญิงร้ายให้เอาเฉลวปะหน้า ทัดดอกฉะบาทั้งสองหู
ร้อยดอกฉะบาแดงเป็นมาลัยใส่ศีศะใส่คอ
แล้วให้เอาหญิงนั้นเข้าเทียมแอกข้างหนึ่ง ชายชู้เข้าเทียมแอกข้างหนึ่ง
ผจานด้วยไถนาสามวัน ในกฎหมายนี้ยังบอกด้วยว่าถ้าผัวยังรักเมียอยู่ จับได้ว่าคบชู้แล้วยังรักเมียไม่อยากให้ประจาน บ้านเมืองจะลงโทษให้เทียมแอกไถนาเสียอีกคน

ไม่ว่าจะรังเกียจอย่างไรก็ตาม อาชีพเก่าแก่นี้ก็ยังมีเรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ แหล่งประจำอยู่ที่สำเพ็ง ลูกค้าก็คงเป็นพวกชาวจีน เพราะสำเพ็งเป็นแหล่งคนจีน มาตั้งแต่สร้างกรุง เป็นอาชีพที่ทางการบ้านเมืองไม่ได้ห้ามปราม แต่ก็ไม่ได้ปล่อยเอาไว้เฉยๆ ในเมื่อมีรายได้ ทางการก็เก็บภาษีอากรเข้ารัฐ ด้วยการเก็บภาษีสำนัก เป็นภาษีโรงเรือน เหมือนการเช่าอาคารร้านรวงทั่วไป

มาถึงรัชกาลที่ ๕ และ ๖ โสเภณีมีชื่อใหม่ว่า "หญิงโคมเขียว" เพราะสำนักมีแขวนโคมกระจกสีเขียวไว้เป็นเครื่องหมาย พอค่ำก็เปิดไฟหรือจุดตะเกียงในโคมให้ลูกค้ารู้กัน แหล่งที่ขึ้นชื่อมากเรียกว่า "ตรอกเต๊า" มีสำนักตั้งกันเรียงรายตลอดตรอกสำนักโสเภณี มีแม่เล้าหรือมาม่าซังเหมือนเดี๋ยวนี้ สมัยนั้นบรรดาลูกสาวเรียกว่า "คุณแม่" แต่ชาวบ้านเรียก "ยาย"

คนที่ดังที่สุดมีชื่อเสียงติดอยู่ในประวัติโสเภณีไทยก็คือคุณแม่แฟง เพราะทำมาค้าขึ้น จนมีเงินมากมายพอสร้างวัดขึ้นมาได้ ที่ตรอกวัดโคก ชื่อ"วัดคณิกาผล" ชื่อก็บอกว่าเป็นผลมาจากโสเภณีนั่นเอง แต่ชาวบ้านเรียกว่า "วัดใหม่ยายแฟง" มาม่าซังแฟง มีลูกสาวสืบทอดธุรกิจชื่อกลีบ บริหารงานได้เก่งไม่แพ้แม่ ขึ้นชื่อว่าเป็นสำนักเกรดเอ ตกแต่งห้องอย่างดี มีเครื่องใช้ประจำอย่างเครื่องแป้ง ขันน้ำ กระโถน เป็นพวกเครื่องถมมีราคา ราวกับบ้านคหบดี
ที่นอนหมอนมุ้งขาวสะอาดสะอ้าน เป็นที่นิยมของลูกค้าระดับสูงกระเป๋าหนัก
จนคุณแม่กลีบร่ำรวยสามารถสร้างวัดได้เหมือนกันชื่อ "วัดกันมาตุยาราม"
บุตรของคุณแม่กลีบไม่ได้เจริญรอยตามแม่ แต่ได้เข้ารับราชการเป็นขุนนางจนได้เป็นถึงคุณพระ โสเภณีสมัยนั้นอายุสิบห้าสิบหกขึ้นไป ทำตัวฉูดฉาดสะดุดตาชาย ผัดหน้าขาว กินหมากปากแดง ใส่น้ำอบไทยหอมฟุ้ง แต่งตัวก็นุ่งผ้าลายหรือโจงกระเบน ห่มผ้าแถบหรือสไบเฉียง บางคนใส่เสื้อคอ คือเป็นเสื้อมีสายโยงบ่าคล้ายๆเสื้อสายเดี่ยว ตกค่ำพวกนี้ก็จะมานั่งโชว์ตัว อยู่หน้าห้องริมตรอกอย่างเปิดเผย คอยต้อนรับลูกค้า ส่วนกลางวันพวกเธอนอนพักไม่ออกมาทำงาน


ในยุคที่เอดส์ยังไม่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์
มีประวัติสถิติของกรมสุขาภิบาลกระทรวงมหาดไทย ในสมัยรัชกาลที่ ๖
ระบุว่าพวกผู้ชาย(วัยหนุ่ม?) ในพระนครที่ป่วยเป็นกามโรค
มีจำนวนถึงร้อยละเจ็ดสิบห้าทีเดียว


ขอบคุณข้อมูลจาก เวปบ้านมหาดอทคอม

ตำนานเบียร์.. (2)และเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2476 เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระนางเจ้าร...
07/12/2012

ตำนานเบียร์.. (2)



และเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2476 เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน มาทอดพระเนตรการลงเสาเข็มคอนกรีตตึกโรงเบียร์แห่งแรก ด้วยเครื่องจักร ทรงซักถามถึงกิจการต่างๆ จนทั่วถึงแล้วจึงเสด็จฯ กลับเดิมทีพระยาภิรมย์ภักดี ทำกิจการเดินเรือเมล์ระหว่างตลาดพลูกับท่าเรือราชวงศ์ โดยใช้ชื่อว่า บริษัทบางหลวง จำกัด ต่อมาทางรัฐบาลเริ่มโครงการสร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้า และตัดถนนเชื่อมตลาดพลู กับประตูน้ำภาษีเจริญ ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่บริษัทบางหลวงทำกิจการเดินเรืออยู่ ทำให้ไม่สามารถเดินเรือได้ต่อ จึงเริ่มมีการเปลี่ยนกิจการ โดยหันไป
ทำการค้าอย่างอื่นแทน ซึ่งก็คือธุรกิจการผลิตเบียร์ และการศึกษาแล้ว พบว่าเบียร์สามารถผลิตขึ้นเองในประเทศไทยที่อยู่ในเขตร้อนได้
จึงเริ่มโครงการตั้งโรงงานผลิตเบียร์ขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

เมื่อยื่นเรื่องขออนุญาตต่อกระทรวงพระคลังมหาสมบัติแล้ว
มีการพิจารณากันอย่างมาก เนื่องจากในยุคนั้นยังไม่มีนโยบายเรื่องนี้มาก่อน
โดยเฉพาะเรื่องการพิจารณาเรียกเก็บภาษีเบียร์ ซึ่งในครั้งแรกจะกำหนดให้เสียภาษีลิตรละ 63 สตางค์ ในระหว่างที่รอการอนุญาต พระยาภิรมย์ภักดีได้เดินทางไปเมืองไซ่ง่อน ประเทศอินโดจีน (เวียดนาม) ในปีพ.ศ. 2474 เพื่อศึกษาแบบแปลนเครื่องจักร ตลอดจนวิธีการผลิตเบียร์ หลังจากมีกาiพิจารณาอนุญาตให้ตั้งโรงงานผลิตเบียร์ได้ และเรียกเก็บภาษีเบียร์ผ่านไปได้ 1 ปี จึงอนุญาตให้พระยาภิรมย์ภักดีผลิตเบียร์ได้ แต่ห้ามผูกขาด และคิดภาษีเบียร์ในปีแรก ลิตรละ 1 สตางค์ ในปีที่สองลิตรละ 3 สตางค์
ปีที่สามลิตรละ 5 สตางค์ ส่วนปีต่อๆ ให้พิจารณาตามที่เห็นสมควร

ต่อมาช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2475 กระทรวงมุรธาธร โดยพระองค์เจ้าศุภโยคเกษม ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลละอองธุลีพระบาท ความว่า
ได้รับรายงานจากกรมสรรพสามิตว่า นายลัก และนายเปกคัง ชาวจีน ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตผลิตเบียร์ (ยี่ห้อทีเคียว) ขึ้นจำหน่ายในประเทศ โดยรับรองว่า จะผลิตเบียร์ชนิดเดียวกับเบียร์จากต่างประเทศ
ที่ทำจากดอกฮ็อพ และมอลต์ โดยขอผลิตประมาณ 10,000 เฮกโตลิตรต่อปี พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 จึงทรงมีพระราชกระแสว่า "เป็นเรื่องแย่งกับพระยาภิรมย์ภักดี และถ้าให้ทำก็คงทำสำเร็จก่อนพระยาภิรมย์ภักดีแน่ เพราะฉะนั้นคนที่เริ่มคิดก่อน และเป็นพ่อค้าคนไทยกลับจะต้องฉิบหาย และทำไม่สำเร็จ" จึงทรงเห็นว่าไม่ควรอนุญาต "พระยาภิรมย์ภักดีขอทำก่อน ได้รับอนุญาตแล้ว ในเวลานี้ยังไม่ควรอนุญาตให้ใครได้ทำอีก เพราะจะมีผล 2 ประการ คือ



มีต่อ............

06/12/2012
ภาพนี้คงไม่ต้องมีคำบรรยายอะไรมากนะครับ ภาพจาก บางกอก โพสต์
05/12/2012

ภาพนี้คงไม่ต้องมีคำบรรยายอะไรมากนะครับ

ภาพจาก บางกอก โพสต์

ที่อยู่

Diadaeng
Bangkok
10300

เบอร์โทรศัพท์

66851369159

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Coff TVผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Coff TV:

แชร์