20/05/2026
จากคลิปทึ่เคยทำเรื่อง Fender ชนะคดี
ตอนนี้ Fender ทยอยไล่ส่งจดหมายฟ้องแล้วนะ
อวสาน Strat ทางเลือก? เมื่อ Fender เปิดศึกเตรียมฟ้องแบรนด์กีตาร์ทั้งโลก!!
ถ้าใครติดตามข่าววงการอุปกรณ์ดนตรีมาตลอด จะพอทราบกันดีว่า Fender กำลังดำเนินเรื่องลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญามาพักใหญ่แล้วครับ โดยเฉพาะเรื่องของรูปร่างหน้าตาที่เป็นไอคอนิกอย่าง Stratocaster
ล่าสุดสิ่งที่หลายคนเคยคิดว่าเป็นแค่เรื่องไกลตัวกำลังขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น หลังจากที่ Fender ประสบความสำเร็จในการฟ้องร้องเรื่องสิทธิในรูปทรงกีตาร์ที่เยอรมนี จนได้คำตัดสินที่กลายเป็น "บรรทัดฐาน" ที่แข็งแกร่งมากในการนำมาใช้ไล่บี้แบรนด์อื่นทั่วโลก
-----------
เมื่อ "รูปร่างกีตาร์" กลายเป็นงานศิลปะที่ห้ามแตะต้อง
ประเด็นที่ Fender ชนะในเยอรมนีคือการที่ศาลตัดสินให้รูปทรงของ Stratocaster เป็น "งานศิลปะที่มีลิขสิทธิ์" (Copyrighted work of art) ซึ่งต่างจากสิทธิบัตรที่หมดอายุไปนานแล้ว โดย Fender อ้างอิงว่ารูปลักษณ์นี้คือ Trade Dress (รูปลักษณ์ทางการค้า) ที่ครอบคลุมถึงดีไซน์ สัดส่วน และรูปทรงที่ผู้บริโภคเห็นแล้ว "จำได้ทันที" ว่าเป็นของยี่ห้อไหน Fender จึงยืนยันว่ารูปทรงตัวถังและหัวกีตาร์ของ Stratocaster คือทรัพย์สินทางปัญญาที่ต้องปกป้องไม่ให้กลายเป็นของโหลที่ใครจะผลิตก็ได้
การชนะคดีนี้ในเยอรมนีจึงกลายเป็นใบเบิกทางให้ค่ายยักษ์ใหญ่ใช้ความได้เปรียบทางกฎหมายไปกดดันผู้ผลิตทั่วโลก ว่าการเสนอขายสินค้าที่ทรงคล้าย Strat ในเขตสหภาพยุโรปถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
------------
LsL Instruments: จุดเริ่มต้นของศึกใหญ่ที่อาจเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม
ล่าสุด Fender เริ่มส่งจดหมาย Cease and Desist หรือ "หนังสือแจ้งให้ยุติการกระทำ" ไปถึงมือผู้ผลิตแล้ว จดหมายฉบับนี้เปรียบเสมือนคำสั่งทางกฎหมายที่บังคับให้ผู้ผลิตต้องเลิกผลิต เลิกจำหน่าย และเลิกโฆษณาสินค้าที่มีรูปลักษณ์ละเมิดสิทธิ์ทันที หากฝ่าฝืนก็จะถูกลากเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมหาศาล ซึ่งเป็นเกมที่แบรนด์รายย่อยไม่มีทางสู้ได้เลย
ล่าสุด LsL Instruments แบรนด์กีตาร์บูทีคชื่อดังจากแคลิฟอร์เนีย ได้ออกมายืนยันว่าพวกเขาได้รับจดหมายฉบับนี้แล้ว โดย Fender บีบให้ LsL ต้องยุติการผลิตและการจำหน่ายกีตาร์ทุกรุ่นที่ทาง Fender มองว่าละเมิด Trade Dress ของพวกเขา รวมถึงห้ามใช้รูปภาพกีตาร์ทรงดังกล่าวในสื่อโฆษณาและบนเว็บไซต์ทั้งหมดโดยเด็ดขาด
พวกเขาถึงกับต้องเปิดหน้าเพจ GoFundMe เพื่อขอระดมทุนสู้คดี เพราะการจะให้แบรนด์กีตาร์เล็กๆ ไปสู้กับยักษ์ใหญ่นั้นต้องใช้ทุนทรัพย์มหาศาล
LsL ระบุในแถลงการณ์ว่า
"พวกเราเป็นแค่บริษัทเล็กๆ ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมนี้ไปตลอดกาล"
โดยพวกเขาชี้แจงว่าในอดีต Leo Fender ไม่เคยจดลิขสิทธิ์รูปทรงตัวถัง (Body Design) ของกีตาร์ทรง S-style เลย สิ่งที่เขาสนใจในตอนนั้นมีเพียงการจดสิทธิ์ในรูปทรงหัวกีตาร์ (Headstock) เท่านั้น
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีรายงานว่า Fender เริ่มส่งหนังสือเตือนไปยัง "ร้านค้าเครื่องดนตรี" หลายแห่งทั่วโลก สั่งห้ามไม่ให้วางขายกีตาร์ทรง S-style ที่มองว่าละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งนี่จะกลายเป็นโดมิโนเอฟเฟกต์ที่ร้านค้าต้องรีบกลับมาเช็กของและวางแผนธุรกิจกันใหม่ เพราะหากยังวางขายต่อไป ร้านค้าก็เสี่ยงที่จะโดนหางเลขไปด้วย
------------
มุมมองส่วนตัว: เมื่อการปกป้องสิทธิ์ กลายเป็นดาบสองคม
ในมุมมองของผม ก็เข้าใจ Fender นะครับ ถ้าว่ากันด้วยเรื่องของสิทธิ์ทางกฎหมาย สิ่งที่ตัวเองออกแบบมามันมีมูลค่าและต้องปกป้องเอาไว้จากการที่คนอื่นเอาไปหาผลประโยชน์
แต่ในอีกมุมหนึ่ง แบรนด์กีตาร์อื่นๆ ก็ไม่ได้ก๊อปมาขายทั้งดุ้น หลายแบรนด์เอาไปพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นเอกลักษณ์ และแน่นอนว่ามีมือกีตาร์หลายคนที่ชอบแบรนด์เหล่านั้น บางคนอาจจะชอบมากกว่าแบรนด์ต้นฉบับด้วยซ้ำ
ถ้ามองด้วยตรรกะนี้ไปรอบๆ ตัวเรา รถยนต์ ทีวี เครื่องซักผ้า ตู้เย็น แทบจะทุกอย่างมันก็สามารถถูกฟ้องได้เหมือนกันนะ หรือเคสคล้ายๆ กันที่ในวงการอื่นๆ อย่างเคสคราฟท์เบียร์ในประเทศไทย...
สิ่งที่น่าจับตาหลังจากนี้คือ Fender จะเลือกใช้วิธีไหน? จะไล่ฟ้องให้ปิดตัว หรือจะเปลี่ยนมาเป็นโมเดล Licensing ให้แบรนด์เล็กๆ จ่ายค่าลิขสิทธิ์เพื่อแลกกับการผลิตต่อ ซึ่งถ้าเป็นแบบหลัง วงการอาจจะไม่พังครืน แต่ "ราคา" กีตาร์มือหนึ่งที่เราเห็นกันอยู่คงต้องปรับตัวขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับผม เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายแล้วครับ แต่มันคือการขีดเส้นใหม่ให้โลกของกีตาร์ เรากำลังจะอยู่ในยุคที่ "ทรงกีตาร์" อาจจะเป็นสิ่งที่หวงห้ามกันจริงๆ หรือเปล่า?
แล้วเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มือกีตาร์และเจ้าของร้านคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ? การที่ Fender ออกมาคุมเข้มแบบนี้ จะเป็นผลดีต่อมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือจะเป็นการปิดกั้นทางเลือกของพวกเรากันแน่? มาคุยกันครับ!