Rainfall Acoustic Play

Rainfall Acoustic Play "Rainfall เมื่อฝนตกจากฟ้า" ละครเวทีรักฤดู?

จบไปแล้วนะคะสำหรับละครเวทีส่งท้ายฤดูฝน "Rainfall เมื่อฝนตกจากฟ้า"ขอบคุณท่านผู้ชมทุกท่านที่สนับสนุนและให้กำลังใจละครของพว...
28/10/2015

จบไปแล้วนะคะสำหรับละครเวทีส่งท้ายฤดูฝน

"Rainfall เมื่อฝนตกจากฟ้า"

ขอบคุณท่านผู้ชมทุกท่านที่สนับสนุนและให้กำลังใจละครของพวกเรานะคะ

หากเกิดข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

แล้วพบกันใหม่...ในวันที่ฝนตกจากฟ้า :)

และแล้วก็มาถึงรอบสุดท้ายของเราแล้วนะคะท่านผู้ชมย้ำเตือนอีกครั้งสำหรับละครรอบวันอังคารละคร Rainfall รอบ 19.00 น. ละครความ...
27/10/2015

และแล้วก็มาถึงรอบสุดท้ายของเราแล้วนะคะท่านผู้ชม

ย้ำเตือนอีกครั้งสำหรับละครรอบวันอังคาร

ละคร Rainfall รอบ 19.00 น.

ละครความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง

เปิดรับบัตรตั้งแต่เวลา 17.30 น.

ประตูโรงละครเปิดเวลา 18.45 น.

และละครของเราเริ่มตรงเวลา 19.00 น. นะคะ

**ขอสงวนสิทธ์ไม่อนุญาตให้ผู้ชมที่มาสายเกินกว่า 19.00 น. เข้าชมนะคะ และสงวนสิทธ์การคืนเงินค่าบัตรละครค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ**

วันนี้ต้องขอขอบคุณพี่ๆจากGTH ที่มารับชมรวมถึงให้กำลังใจทีมงานและนักแสดงค่า และพรุ่งนี้เรามาส่งท้ายฤดูฝนไปพร้อมๆกันในRain...
26/10/2015

วันนี้ต้องขอขอบคุณพี่ๆจากGTH ที่มารับชมรวมถึงให้กำลังใจทีมงานและนักแสดงค่า

และพรุ่งนี้เรามาส่งท้ายฤดูฝนไปพร้อมๆกันในRainfall รอบสุดท้ายกันค่ะ :)

25/10/2015

จบไปแล้วนะคะท่านผู้ชมกับรอบที่ 1 และ 2

ย้ำเตือนอีกครั้งสำหรับรอบวันจันทร์นะคะ

ละคร Rainfall รอบ 19.00 น.

ละครความยาวประมาณ 1 ชั่วโมง

เปิดรับบัตรตั้งแต่เวลา 17.30 น.

ประตูโรงละครเปิดเวลา 18.45 น.

และละครของเราเริ่มตรงเวลา 19.00 น. นะคะ

**ขอสงวนสิทธ์ไม่อนุญาตให้ผู้ชมที่มาสายเกินกว่า 19.00 น. เข้าชมนะคะ และสงวนสิทธ์การคืนเงินค่าบัตรละครค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ**

25/10/2015

ประกาศ !!!

ละคร Rainfall รอบ 19.00 น.

เปิดรับบัตรตั้งแต่เวลา 17.30 น.

ประตูโรงละครเปิดเวลา 18.45 น.

และละครของเราเริ่มตรงเวลา 19.00 น. นะคะ

**ขอสงวนสิทธ์ไม่อนุญาตให้ผู้ชมที่มาสายเกินกว่า 19.00 น. เข้าชมนะคะ และสงวนสิทธ์การคืนเงินค่าบัตรละครค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ**

ประกาศ !!!เราเปิดประตูให้เข้าโรงละคร 13.45 น. นะคะท่านผู้ชม  ละครของเราเริ่ม 14.00 น. ตรงเวลานะคะ :)
25/10/2015

ประกาศ !!!

เราเปิดประตูให้เข้าโรงละคร 13.45 น. นะคะท่านผู้ชม

ละครของเราเริ่ม 14.00 น. ตรงเวลานะคะ :)

24/10/2015

สำหรับท่านที่จะเดินทางมาด้วยรถยนตร์ส่วนตัวในวันพรุ่งนี้นะคะ

สามารถจอดรถตรงไหนก็ได้ในอาคารจอดรถค่ะ
โดยจะเสียค่าที่จอดรถชั่วโมงละ 10 บาทหากนำบัตรจอดรถมาประทับตราที่ studio ค่ะ
อย่าลืมเผื่อเวลาการเดินทางกันมาด้วยนะคะ

แล้วเจอกันที่ Adlib Studio พรุ่งนี้ค่า (:

สวัสดีค่ะ ท่านผู้ชมทุกท่านและแล้วพรุ่งนี้ละคร Rainfall ของเราก็ถึงวันแสดงแล้วนะคะรอบ 14.00 น. เปิดรับบัตร  12.30 - 13.30...
24/10/2015

สวัสดีค่ะ ท่านผู้ชมทุกท่าน

และแล้วพรุ่งนี้ละคร Rainfall ของเราก็ถึงวันแสดงแล้วนะคะ

รอบ 14.00 น. เปิดรับบัตร 12.30 - 13.30 น.
รอบ 19.00 น. เปิดรับบัตร 17.30 - 18.30 น.

ละครประมาณ 1 ชั่วโมง แสดงที่ Adlib Studio

เผื่อเวลาเดินทางด้วยนะคะท่านผู้ชม แล้วพบกันค่ะ :)

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของใครหลายคนอาจจะยังมาไม่ถึง แต่สำหรับใครบางคนผ่านไปแล้ว ที่สำคัญมันมีเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ไม่สาม...
24/10/2015

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของใครหลายคนอาจจะยังมาไม่ถึง แต่สำหรับใครบางคนผ่านไปแล้ว ที่สำคัญมันมีเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ไม่สามารถไขว่คว้าไว้ได้ ทำให้คนบางคนถูกอดีตทำร้าย และนำความจริงแสนสั้นในอดีต มาสร้างเป็นโลกลวง หรือความจริงเสมือนในโลกปัจจุบัน จนใครๆ ก็หาว่า "เพี้ยน" และ "บ้า" ใช่แล้วค่ะ เรากำลังเอ่ยถึง "มิสป่าตอง" หญิงชราวัย 72 ปี แต่เธอหมุนเข็มนาฬิกาหยุดเวลาตัวเองไว้ที่อายุ 18 ปี ... ใครคือมิสป่าตอง...มิสป่าตองคืออะไร คำถามเหล่านี้คงผุดขึ้นในใจหลายคน

ทั้งนี้ ถ้าใครมีโอกาสได้ดูรายการคนค้นฅน เมื่อค่ำคืนวันอังคารที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา คงจะได้สัมผัสกับชีวิตเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยจินตนาการของ "มิสป่าตอง" พร้อมกับคงชอบใจกับวลีเด็ดๆ ที่เธอบอกว่า "เพิ่งเลิกกับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวฝีปากกล้า เพราะเค้าทำแต่ข่าวจนไม่มีเวลาให้" เจอแบบนี้เชื่อทำเอาหลายๆ คนอยากรู้จักกับแฟนของสรยุทธขึ้นมาในทันที วันนี้กระปุกดอทคอมเลยไม่พลาด ขอพาไปเปิดโลกที่เต็มไปด้วยจินตนาการ แต่แฝงไว้ด้วยความรัก ความฝัน ความหลังที่ฝังจำฝังใจของอดีตอันเจ็บปวด ของหญิงสาวที่ใครๆ ก็เรียกเธอว่า "มิสป่าตอง" กันค่ะ...

ในมุมเล็กๆ ของจังหวัดภูเก็ตอย่าง "หาดป่าตอง" ยังมีสาวน้อยนางหนึ่ง ที่เธอหยุดเวลาชีวิตไว้ที่อายุ 18 ปี หรือจะเรียกให้ถูก คือ เธอหมุนเวลาตัวเองไว้ที่อายุ 18 ปี ทั้งๆ ที่อายุอานามเธอก็มากถึง 72 ปี . . . "มิสป่าตอง" หรือ "ละมูล คงสวัสดิ์" ชาวจังหวัดพิษณุโลก ที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่หาดป่าตองได้ประมาณ 20 ปีกว่าก่อน ทุกๆ วันผู้คนตามร้านค้า ถนนหนทาง จะเห็นหญิงชราสาวสวยที่แต่งองค์ทรงเครื่องมาอย่างสวยสดงดงาม ค่อยๆ เดินไปเดินมา จนใครๆ ก็เรียกเธอติดปากว่า "มิสป่าตอง" ซึ่งเธอเป็นคนแรกและคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับตำแหน่งกิตติมศักดิ์นี้

"ละมูล" เป็นนักขุดทองรุ่นแรกๆ ของป่าตอง ที่อพยพมาจากจังหวัดพิษณุโลก ถึงเธอจะคว้าไม่ได้ในสิ่งที่ฝัน แต่เธอก็มีความสุขกับฝันที่เธอจินตนาการ และเธอก็ไม่เคยกล่าวโทษป่าตอง กลับกันเธอรู้สึกรักและหวงแหนป่าตอง จนไม่ยอมจากไปอยู่ที่ไหน จะขอตายอยู่ที่ป่าตอง ทั้งนี้ชื่อเสียงของเธอโด่งดังไปทั่วป่าตอง แทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธอ ด้วยความรักที่เธอทุ่มเทให้กับที่นี่ อย่างหมดตัวหมดใจนี่เอง ทำให้ป่าตองตอบแทนเธอด้วยการมอบสิทธิพิเศษ ให้เธอเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์คนเดียว ที่ได้สวมมงกุฎพร้อมสายสะพายในตำแหน่ง "มิสป่าตอง" ตลอดกาล ณ ปัจจุบัน ละมูลเป็นมิสป่าตองมา 4 ปีแล้ว ซึ่งตำแหน่งมิสป่าตองไม่ใช่ใครๆ ก็จะเป็นได้ เพราะนอกจากต้องสวยและมีความรู้แล้ว จะต้องรักประชาชน รักประเทศชาติด้วย ซึ่ง "ละมูล" มีคุณสมบัติเหล่านี้ จึงทำให้เธอได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ และเธอได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

"มิสอยู่ป่าตองตั้งแต่อายุ 25 ปี จนกระทั่งตอนนี้ 72 ปี แต่มิสอายุ 18 ปี เพราะเพิ่งเกิดมาใหม่ มิสเป็นลูกของพระพุทธเจ้า มิสมีบุญ ทำบุญไว้มาก ช่วยเหลือคนอยากคนจน เป็นมิสป่าตองมา 4 ปีแล้ว มิสไปประกวดนางฟ้าจำแลงได้ที่ 1 จากนั้นไปประกวดเป็นมิสภูเก็ต มิสได้เป็น 2 - 3 ตำแหน่ง และพอเค้ามาเปิดหาดป่าตอง มิสก็อยากไปเดินขบวนพาเหรดกับเค้า เลยใส่ชุดสีแดงกำมะหยี่ หน้าตาไม่แต่ง แล้วพอไปถึงปลาโลมาเค้ามายืนเคารพมิสกัน มิสก็ไม่รู้ว่าประชาชนตั้งให้เป็น มิสป่าตอง มิสหันหน้าหันหลังก็ไม่เชื่อว่ามิสเป็นมิสป่าตอง จนเค้าออกข่าวมาประมาณ 1 เดือน ถึงเชื่อว่าเป็นมิสป่าตอง ตอนฮานามิ (สึนามิ) เข้ามา ตอนนั้นนักท่องเที่ยวหายหมดเลย มิสก็คิดว่าตัวเองมีหน้าที่ ที่ต้องทำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวป่าตองเยอะๆ"

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ทุกๆ วัน มิสป่าตองคนนี้ใส่ชุดสวย ไม่ว่าจะเป็น ชุดว่ายน้ำ, ชุดราตรี เป็นต้น ออกไปเดินให้ความสำราญ เที่ยวทักทายผู้คนหรือนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณชายหาดป่าตอง ก่อนที่เธอจะไปปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ของวัน

"มาเดินเป็นขวัญใจนักท่องเที่ยว มิสก็มาเดินๆๆ เค้าบอกว่ามิสมีความรู้ ตัวมิสจะลำบากก็ไม่เท่าไหร่ แต่ประชาชนจะลำบากกว่ามิส เพราะไม่มีที่ทำมาหากิน ถึงเหนื่อยมิสก็ทน ไม่ท้อถอย มิสมีกำลังใจที่ประชาชนมีความสุข คือเห็นคนอื่นมีความสุขเราก็สุขด้วย ทุกอย่างมันอยู่ที่พรหมลิขิต ตราบใดที่ป่าตองยังเฟื่องฟู มิสก็จะอยู่คู่ป่าตอง"

มิสป่าตอง

และเมื่อเสร็จสิ้นจากภารกิจหน้าที่ทางสังคมแล้ว ในทุกๆ วันเธอจะไปรับพวงมาลัยจากตลาด เพื่อตอนค่ำจะได้นำไปส่งให้กับบรรดาร้านอาหารซีฟู๊ด ซึ่งเป็นลูกค้าเธอมาเป็นสิบปี ถึงฝนจะตกแดดออก เธอก็ไม่เคยหยุด เธอให้เหตุผลว่า ถ้ามิสไม่เอามาลัยไปส่งเขา แขกจะไม่เข้าร้านเขา มิสสงสารเขาก็ต้องไปส่งทุกวัน ร้านอาหารเหล่านี้ ก็จะเก็บขวดน้ำ กระป๋อง กระดาษ ไว้ให้เธอเป็นการตอบแทนน้ำใจ ทุกวันนี้เธอมีรายได้ ด้วยการเก็บของเก่า และขายมาลัยเป็นหลัก ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ถึงแม้เธอจะมีคนรัก เป็นชายผู้สูงศักดิ์ชาวต่างชาติ เป็นสะใภ้ของนายทุนที่มีกิจการใหญ่โต แต่เธอก็มีความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของผู้หญิง พอที่หยัดยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง จะตกระกำลำบากแค่ไหน เธอก็ไม่เคยเอ่ยปากขอใคร เพราะเธอคิดว่า "มีเท้าสิบนิ้ว มือสิบนิ้ว ก็ต้องมีปัญญาทำกันไป"

อย่างไรก็ตาม ด้วยอายุที่ย่างเข้าสู่วัยชรา จึงอาจทำให้ความทรงจำบางส่วนได้สูญหายไป แต่เธอกลับจำเรื่องราวความรักไว้ในหัวใจ

"มิสเคยไปอยู่เยอรมัน กับแฟนที่ชื่อปีเตอร์ แฟนมิสอายุ 70 ปี มิสไปอยู่กับแกที่เยอรมัน 3 เดือน 15 วัน แต่แฟนมิสเป็นคนขี้หึง ไปไหนก็ไม่ให้ไป เวลาแกไปทำงานแกจะใส่กุญแจขังมิสไว้อยู่ในห้อง แถมยังชอบตีมิส จับมิสโยนบันได มิสทนไม่ไหวก็เลยบอกเค้าว่ามิสไม่อยู่แล้ว มิสจะกลับเมืองไทย พอมิสเลิกกับเค้าก็ไม่ได้ยุ่งกับใครอีกเลย จนมาเจอกับสรยุทธ (สรยุทธ สุทัศนะจินดา) ตอนแกมาทำข่าวฮานามิ (สึนามิ) พอมาเจอมิสก็แกก็ชอบมิส แล้วเป็นแฟนกัน แต่แกทำแต่ข่าว เลยไม่มีเวลาให้มิส สุดท้ายก็เลิกกัน เพราะแกไม่มีเวลาจริงๆ พอเยอรมันมาขอเค้าก็เลยยกให้เลย ส่วนกับแฟนเยอรมันคนล่าสุดหมั้นกันไว้ 4 ปีแล้ว มิสมีลูกกับแกตั้ง 13 คน เลยคิดถึง ตอนนี้ก็ท้องอยู่ 7 เดือน เค้ากลัวว่ามิสจะไปมีแฟนใหม่"

Credit : http://hilight.kapook.com/view/35473

"เราจะรักกันตลอดไป และจะไม่ทอดทิ้งกัน หากมีผู้ใดทรยศต่อความรักที่มีให้กัน ก็ขอให้ผู้นั้นอายุสั้น" สวัสดีค่ะท่านผู้ชม ก่อ...
21/10/2015

"เราจะรักกันตลอดไป และจะไม่ทอดทิ้งกัน หากมีผู้ใดทรยศต่อความรักที่มีให้กัน ก็ขอให้ผู้นั้นอายุสั้น"

สวัสดีค่ะท่านผู้ชม ก่อนชมการแสดงของเราวันนี้เรามีโศกนาฏกรรมความรักของมะเมี๊ยะ หญิงสาวชาวพม่าและเจ้าน้อยศุขเกษมมาให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ

ตำนานของ มะเมี๊ยะ เป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมแห่งความรักของคู่หนุ่มสาวที่มีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ และชนชั้น โดยฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าชายจากล้านนา กรุงสยาม และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นหญิงสาวแม่ค้า ชาวพม่า แต่แม้ว่าทั้งคู่จะถูกกีดกันด้วยความต่างและสถานการณ์บ้านเมือง แต่ทั้งสองก็ยังคงมีจิตใจรักมั่นต่อกัน จนกระทั่งตายจากไป ซึ่งความประทับใจระคนเวทนาที่มีต่อความรักของคนทั้งคู่นี้เองที่ทำให้เรื่องราวของ มะเมี๊ยะ ถูกเล่าสืบต่อกันมา

ตามตำนาน เล่ากันว่า มะเมี๊ยะ มีชีวิตอยู่จริงในช่วงปี พ.ศ. 2430-พ.ศ. 2505 นางเป็นหญิงสาวชาวพม่า ที่หน้าตาสะสวย จิ้มลิ้มพริ้มเพรา และเป็นเพียงแม่ค้าขายบุหรี่ซะเล็ก (บุหรี่พม่ามวนโต) อยู่ที่ตลาดใกล้บ้านในเมืองมะละเหม่ง ในตอนที่นางมีอายุ 16 ปีนั้นเอง ก็ได้พบกับ เจ้าน้อยศุขเกษม เจ้าชายแห่งเมืองล้านนาผู้ซึ่งเดินทางมาศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเซนต์แพทริก ในพม่า ทั้งคู่ต่างถูกใจในตัวกันและกัน จึงได้คบหาดูใจกันเรื่อยมา และหลังจากนั้นไม่นาน ทั้งคู่ก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา ด้วยการสนับสนุนจากทางบ้านของ มะเมี๊ยะ

ในวันพระ ทั้งคู่มักจะพากันไปทำบุญตักบาตรและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ตามสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองมะละแหม่งอยู่เสมอ จนกระทั่งในวันหนึ่ง ณ ลานกว้างหน้าพระธาตุใจ้ตะหลั่น ทั้งสองก็ได้กล่าวคำสาบานรักต่อกันว่าจะรักกันตลอดไป และจะไม่ทอดทิ้งกัน หากมีผู้ใดทรยศต่อความรักที่มีให้กัน ก็ขอให้ผู้นั้นอายุสั้น

แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขของคนทั้งคู่ก็สั้นนัก เพราะจากนั้นไม่นานกำหนดการที่เจ้าน้อยศุขเกษม จะต้องเดินทางกลับเชียงใหม่ก็มาถึง ขณะนั้นเจ้าน้อยที่มีอายุเพียง 20 ปีได้ตัดสินใจให้ มะเมี๊ยะ ปลอมตัวเป็นชายติดตามขบวนเสด็จกลับไปยังเมืองเชียงใหม่ ในฐานะเพื่อนหนุ่มชาวพม่า โดยที่เจ้าน้อยฯ ไม่ได้รู้เลยว่า เจ้าแก้วนวรัฐ และ เจ้าแม่จามรี ผู้เป็นเจ้าพ่อและเจ้าแม่ของพระองค์ได้หมั้นหมาย เจ้าหญิงบัวนวล ธิดาของเจ้าสุริยวงษ์ (คำตัน สิโรรส) ให้เป็นคู่หมั้นของพระองค์แล้ว ตั้งแต่ปีที่เจ้าน้อยฯ เดินทางไปศึกษาเล่าเรียนในเมืองพม่า

เมื่อขบวนของ เจ้าน้อยศุขเกษม และ มะเมี๊ยะ เดินทางมาจนถึงเชียงใหม่ เจ้าน้อยฯ ก็จำต้องพา มะเมี๊ยะ ไปแอบซ่อนไว้ที่บ้านหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่งที่เจ้าพ่อและเจ้าแม่จัดเตรียมไว้ให้เป็นที่พัก เจ้าน้อยฯ ได้ใช้เวลาคิดใคร่ครวญอยู่หลายวันก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริงเรื่องที่พระองค์มี มะเมี๊ยะ เป็นภรรยาอยู่แล้วให้ทั้งสองฟัง ซึ่งแม้ทั้งคู่จะไม่พูดอะไร แต่ เจ้าน้อยศุขเกษม ก็พอจะทราบได้ว่าทั้งคู่ไม่ยอมรับ มะเมี๊ยะ เนื่องจากปัญหาใหญ่ในขณะนั้น คือ เจ้าน้อยเป็นผู้ที่ได้รับการคาดหวังว่าจะได้รับตำแหน่งเจ้าหลวงองค์ถัดไป จากเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ ซึ่งหากพระองค์เลือก มะเมี๊ยะ มาเป็นศรีภรรยา ประชาชนย่อมต้องเกิดความอึดอัดใจในการยอมรับ มะเมี๊ยะ ผู้เป็นหญิงต่างชาติมาดำรงฐานะศรีภรรยาของเจ้าเมืองอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นยังน่าหวั่นวิตก เมื่อมหาอำนาจอังกฤษกำลังแผ่อิทธิพลไปทั่วดินแดนในคาบสมุทรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มะเมี๊ยะ ซึ่งเป็นคนจากแผ่นดินพม่าอันเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ อาจกลายเป็นชนวนปัญหาทางการเมืองที่ใหญ่โตได้ในภายหลัง

ในที่สุดเพื่อรักษาความมั่นคงของบ้านเมืองและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง เจ้าพ่อและเจ้าแม่จึงได้ยื่นคำขาดให้เจ้าน้อยฯ ส่งตัว มะเมี๊ยะ กลับเมืองมะละแหม่ง และในยามเย็นวันนั้นเอง เจ้าน้อยฯ ก็ได้เข้าพิธีเรียกขวัญและรดน้ำมนต์ที่เจ้าพ่อกับเจ้าแม่จัดขึ้น เพื่อขจัดสิ่งชั่วร้ายที่ท่านทั้งสองเชื่อว่า มะเมี๊ยะ ได้กระทำ เป็นเหตุให้เจ้าน้อยฯ หลงใหลในตัวนาง

หลังจากพิธีรดน้ำมนต์ผ่านพ้นไป ช้างพาหนะและไพร่พลที่จะใช้ในการส่งตัว มะเมี๊ยะ กลับเมืองมะละแหม่งก็ถูกจัดเตรียมทันทีตามคำสั่งของ เจ้าแก้วนวรัฐ เมื่อ เจ้าน้อยฯ กลับไปถึงที่พักในคืนนั้น มะเมี๊ยะ ได้รับการเกลี้ยกล่อมโดยหญิง-ชาย ชาวพม่า ให้นางกลับไปรอเจ้าน้อยฯ ที่เมืองมะละแหม่ง มิฉะนั้นบ้านเมืองอาจเดือดร้อน ซึ่งนางก็ยินยอมจากไปเพื่อมิให้ผู้ใดได้รับความเดือดร้อน แต่แม้ว่าตัวนางจะจากไปไกล แต่ความรักอันมั่นคงของนางก็จะยังคงอยู่ดังคำสาบานที่เคยให้ไว้แก่กันและกัน ฝ่ายเจ้าน้อยฯ เองก็ยังคงยืนยันในความรักที่มีต่อ มะเมี๊ยะ เช่นกัน และขอให้นางกลับไปรอที่บ้านก่อน หากว่าพระองค์มีวาสนาก็จะกลับไปรับนางมาอยู่ด้วยกันที่เชียงใหม่ให้ได้

ในเช้าวันหนึ่งของเดือนเมษายน นับเป็นวันเดินทางกลับเมืองมะละแหม่งของมะเมี๊ยะ ณ บานประตูหายยาเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ใคร่เห็นโฉมหน้าของ มะเมี๊ยะ ที่ลือกันว่างามนักงามหนา บรรยากาศในยามนั้นเต็มไปด้วยความหดหู่และเศร้าหมอง ทุกคนต่างสะเทือนใจกับการจากลาของคนที่รักกันยิ่งทั้งสอง และเมื่อเจ้าน้อยฯ พูดภาษาพม่ากับ มะเมี๊ยะ ได้เพียงไม่กี่คำ นางก็ร่ำไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจในอ้อมแขนของ เจ้าน้อยศุขเกษม ด้วยยากจะทำใจแยกจากกันได้ ในที่สุด เจ้าน้อยฯ ก็ได้รับปากกับ มะเมี๊ยะ ว่าตนจะยึดมั่นในคำปฏิญาณที่ให้ไว้ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ หากพระองค์สมรสกับหญิงอื่นก็ขอให้ชีวิตของพระองค์ประสบแต่ความทุกข์ทรมานใจ แม้แต่อายุก็จะไม่ยืนยาว นอกจากนี้ เจ้าน้อยฯ ยังได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับไปหา มะเมี๊ยะ และก่อนจากลา มะเมี๊ยะ ก็ได้คุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้า สยายผมออกเช็ดเท้า เจ้าน้อยฯ ด้วยความอาลัยหา ก่อนที่เธอจะจากไป

เมื่อกลับไปถึงเมืองมะละแหม่งแล้ว นางได้แต่เฝ้ารอคอยเจ้าน้อยฯ จนครบกำหนดที่ท่านได้รับปากไว้ แต่กลับไร้วี่แววใด ๆ มะเมี๊ยะ จึงตัดสินใจบวชเป็นแม่ชีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่านางยังซื่อสัตย์ต่อความรักที่มีต่อเจ้าน้อยศุขเกษม

เวลาผ่านไป จนกระทั่ง มะเมี๊ยะ ได้ทราบข่าวการเข้าพิธีมงคลสมรส ระหว่าง เจ้าน้อยศุขเกษม ผู้ซึ่งบัดนี้ได้ดำรงยศศักดิ์เป็น ร้อยตรีเจ้าอุตรการโกศล กับ เจ้าหญิงบัวนวล ณ เชียงใหม่ แม่ชีมะเมี๊ยะจึงได้เดินทางมายังเมืองเชียงใหม่ และขอเข้าพบ เจ้าน้อยฯ เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดีกับชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ขององค์อดีตสวามีผู้เป็นที่รักก่อนที่จะตัดสินใจครองตนเป็นแม่ชีไปตลอดชีวิต

ทว่า เจ้าน้อยศุขเกษม กลับไม่ยอมลงไปพบแม่ชีมะเมี๊ยะ ตามที่นางขอร้อง เพราะไม่อาจจะหักห้ามความสงสารที่มีต่อนางได้ ตัวพระองค์ในยามนั้นได้แต่ยึดสุราเป็นที่พึ่งดับความทุกข์จากความรักความอาลัยในตัว มะเมี๊ยะ และชีวิตที่ไม่เคยมีความสุขในชีวิตสมรส ท่านทำได้เพียงแต่มอบหมายให้ เจ้าบุญสูง พี่เลี้ยงคนสนิท นำเงินจำนวน 800 บาท ไปมอบให้กับ แม่ชีมะเมี๊ยะ เพื่อใช้ในการทำบุญ พร้อมกับมอบแหวนทับทิมประจำกายอีกวงหนึ่งเป็นตัวแทนของ เจ้าน้อยฯ ให้กับนาง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจให้แก่คนทั้งคู่เป็นอย่างมาก เจ้าน้อยฯ เสียชีวิตในอีกไม่กี่ปีต่อมาด้วยพิษสุรา ด้าน แม่ชีมะเมี๊ยะ เมื่อได้จากลากลับไปยังเมืองมะละแหม่งแล้วก็ครองชีวิตเป็นชีดังที่ตั้งใจไว้ จนกระทั่งถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2505 รวมอายุได้ 75 ปี

และเรื่องราวดังกล่าวก็คือตำนานรักระหว่าง เจ้าน้อยศุขเกษม และ มะเมี๊ยะ ที่เล่ากันว่า เจ้าหญิงบัวนวล ผู้ซึ่งเป็นคู่หมั้นและภรรยาของเจ้าน้อยศุขเกษมเป็นผู้บันทึกและถ่ายทอด จนได้รับการเผยแผ่ทั้งโดยการเล่าขานสืบต่อกันมา แต่กระนั้นเรื่องราวในรายละเอียดต่าง ๆ ก็ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่ได้รับคำตอบ เพราะเหล่าผู้ที่อยู่ร่วมยุคร่วมเหตุการณ์ต่างปกปิดข้อมูลเหล่านั้นไว้ มีผู้ที่หลงในเสน่ห์ของตำนานนี้ได้ออกตามหาความจริง และตามหาว่า มะเมี๊ยะ มีตัวตนจริงหรือไม่ แต่ก็ยังคงไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัด มีเพียงผู้ที่พอจะอนุมานว่าเป็นเธอได้เท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า มะเมี๊ยะ จะมีตัวตนจริงหรือไม่ แต่ความรักของเธอและเจ้าน้อยฯ ก็ยังเป็นที่ประทับใจ และถูกยกย่องให้เป็นตำนานของรักแท้ที่มิอาจเลือนหายไปได้แม้ว่าจะถูกพรากจากกันก็ตาม


Credit : http://hilight.kapook.com/view/79520

ตำนานพื้นบ้านของไทยที่ถูกเล่าขานต่อกันมาตั้งแต่ในอดีตมีอยู่มากมาย แต่หากจะเอ่ยถึงตำนานรักอันได้อ้างอิงจากบุคคลผู้มีชีวิตจริงในอดีต เห็นจะหนีไม่พ้นตำนานของ มะเมียะ กับ เจ้าน้อยศุขเกษม

ประกาศ!ตอนนี้บัตรละครทุกรอบ sold out หมดแล้วนะคะสำหรับท่านที่ยังสนใจจะมาดู แต่จองไม่ทัน ยังสามารถจองเข้ามาเป็น waiting l...
21/10/2015

ประกาศ!

ตอนนี้บัตรละครทุกรอบ sold out หมดแล้วนะคะ

สำหรับท่านที่ยังสนใจจะมาดู แต่จองไม่ทัน ยังสามารถจองเข้ามาเป็น waiting list ได้นะคะ โดยทางเราจะโทรไปแจ้งหากมีผู้ชมคนไหน cancel บัตร ตามลำดับ waiting list ที่จองมาของแต่ละรอบค่ะ

ปล. ไม่สามารถซื้อบัตรเพิ่มหน้างาน และไม่รับ waiting list หน้างานนะคะ ขออภัยในความไม่สะดวก

ขอบคุณค่ะ :)

ที่อยู่

Bangkok
10110

เบอร์โทรศัพท์

0818798022

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Rainfall Acoustic Playผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท