CampG ล้อมวงกันเข้ามา ร่วมก่อไฟสร้างสรรค์

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของยุคที่"ดิจิตอล"หรือ"ออนไลน์" ได้เข้ามา ทำให้สิ่งที่เราเคยเรียนในห้องเรียนใช้ไม่ได้อีกต่อไป! เรามา "เริ่มเรียนรู้ใหม่" ในศาสตร์ที่หลากหลาย แต่ต่างมุ่งเน้นพัฒนา"คุณ" ให้ตอบโจทย์ความต้องการของยุคสมัยนี้

16/11/2019

👉🏻 Camp G The X Gen Presents
" นิเวศวิทยาการสร้างสรรค์งาน "
โดย นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

🚀 เพราะทุกกระบวนการสร้างสรรค์มี
“ ความสัมพันธ์ ” ซ่อนอยู่... 🚀

👉🏻 มาส่องขั้นตอนการจัดการ
ลงลึกมุมมอง เเนวคิด วิธีการทำตัวเป็นมิตรกับโจทย์ย๊ากก.. หรือหัวข้อท้าทายย.. ทำอย่างไร? ให้องค์ประกอบต่างๆ ที่ต้องเจอกลายมาเป็นกำลังเสริมเเละเกิดเป็นงานที่มีเวทมนตร์ได้ในที่สุด!

🎬 Course Syllabus

📍part 1 : ให้สภาวะแวดล้อมและปัจจัยได้มีผลต่อการสร้างงานชิ้นหนึ่ง เงิน/โจทย์/เงื่อนไขต่างๆที่มีผลต่อเรื่องโปรเจคท์ที่เราจะสร้าง ข้อจำกัดและเงื่อนไขที่มีเสมอและปฎิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะทำหนังอินดี้หรือไม่อินดี้
(2 ชม)

📍part 2 : ให้บทไหลไปตามลม
เมื่อเข้าใจเงื่อนไขแล้ว เข้าสู่การปรับบทให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อม ต่อเนื่องจาก (part 1) คือ บทจะกำหนดชะตาชีวิตทุกอย่าง เหมือนวางแผนการรบ
วางแผนดี เข้าใจโจทย์และปัจจัยรอบๆ งานจะโฟลว์ไปมากกว่าครึ่ง

📍part 3 : ให้อุปสรรคเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ
การกำกับและไดเรคชั่นที่เราอาจจะได้จากข้อจำกัดทั้งเรื่องเงินและเวลา บางครั้งการได้มาซึ่งไอเดียที่ดี นักแสดงที่ดี หรือสถานที่ถ่ายทำที่ดี ก็มาจากเงื่อนไขและข้อจำกัด เพียงแต่เราต้องโอบรับมันและทำงานร่วมกับมัน ไม่เห็นมันเป็นอุปสรรค
(2 ชม)

📍part 4 : ให้คำถามเกิดอีกคำถาม?
(1 ชม)

วัน : เสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้
เวลา : 13.00-18.00 น. ( ลงทะเบียน 12.00 น. )
สถานที่ : G Village Bangkok

🎯 บัตรเข้าเรียนคลาส มี 2 ประเภท
1. บัตรบุคคลทั่วไป ราคา 4,500 บาท (จำนวน 40 ที่นั่ง) https://www.ticketmelon.com/campg/campgthexgen-nawapol
สมัครวันนี้ – ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2019
จาก 4,500 บาท เหลือ 4,050 บาท
แค่พิมพ์ code : ECOLOGY

2. บัตรนิสิต นักศึกษา Buy 1 Get 1 Free!
ราคา 4,500 บาท/2 ที่นั่ง (จำนวน 10 สิทธิ์เท่านั้น)
*เงื่อนไข
👉🏻 วิธีสมัคร:โทรติดต่อตรงผู้จัด (คุณฝ้าย 084-668-7898)
พร้อมหลักฐานแสดงสถานะการเป็นนักศึกษา
(1 คน/ 1 ครั้งเท่านั้น )

หมายเหตุ* บัตรสำหรับนิสิต นักศึกษา ทาง Camp G The X Gen ขอสงวนสิทธิ์ให้นิสิต นักศึกษาเท่านั้น ทีมงานจะมีการตรวจเช็คบัตรนักศึกษาที่หน้างานในวันกิจกรรม

🔥 รู้ไว้ ได้ใช้เเน่! กับศาสตร์ที่จะพาเราเข้าใจให้ลึกซึ้งมากขึ้นในมิติของวิชาระบบนิเวศน์การสร้างงานที่เหล่า Storyteller เเละ Content Creator พศ. นี้ ต้องห้ามพลาด!!! 🔥

#นิเวศวิทยาการสร้างสรรค์งาน

Advertising The Acting Effect 2 by ครูร่ม��📝ถึงเวลาปล่อย extremely diary 👉 for TVC. เปิดสมุดบันทึกจดยิกๆ ที่ Camp G The ...
15/11/2019

Advertising The Acting Effect 2 by ครูร่ม��📝ถึงเวลาปล่อย extremely diary 👉 for TVC. เปิดสมุดบันทึกจดยิกๆ ที่ Camp G The X Gen ได้มีโอกาสไปนั่งโน๊ตความรู้พีคๆ จากคลาสเรียนการเเสดงวิชาโฆษณาของครูร่ม 1ใน 3 เทพตัวเเม่เเอคติ้งโค้ชจาก เรียนการเเสดงซีรีส์ | ภาพยนตร์ | โฆษณา ณ Camp G The X Gen

👾 Acting for TVC.15 / 30 / 45 /60 sec.
📍 โฆษณาคือ สิ่งที่ถูกสร้างจาก storyboard เเบบไล่ชอท 👉 ดังนั้นการเเสดงในโฆษณา จึงมีเวลาในการเเสดงจำกัดเเบบ 1 วินาที มันคือการ react เริ่มต้นด้วย frame จากวินาทีนี้ ---> ไปสู่ ---> วินาทีนั้น ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก เราจึงต้องพยายามทำการเเสดงที่ดีเเละ clear เเข่งกับเวลาที่กำหนดให้ได้�📍 ทริคเเสดงโฆษณา เวลาที่คุณต้องกระโจนเข้าไปในซีนๆ หนึ่งด้วยเวลา Super จำกัด!�คือ คุณต้องคิดก่อน! ว่าตัวละครนั้นๆ กำลังจะมีการกระทำที่เกิดจาก thinking อะไร? ไม่ใช่เเสดงจาก number 5 4 3 2 action!
📍 3 เรื่องโคตรสำคัญ อยากให้คนทำงานสายการเเสดงโฆษณาให้ความสำคัญ
1. " Product is a main charactor "�สินค้าคือพระเอกที่เเท้จริง ไม่ใช่คุณ ดังนั้นคุณจะทำยังไงให้ตีโจทย์ของการเเสดงให้เเตก�ในเวลาที่วินาทีของโฆษณากำหนดไว้
2. " Be clear "�การเเสดงต้องชัดเเละนักแสดงต้องทำได้เร็ว ต้องชัดเลยว่าใช้โพรดักส์เเล้วรู้สึกอะไร เเฮปปี้สุด กลัวสุด เกร็งสุด feeling มันเป็นยังไง�อะไรที่คลุมเคลือโฆษณาจะไม่ใช้ สิ่งที่เราต้องรู้คือเรา clear ด้วยความรู้สึกอะไร
3. " Be precise " หรือเป๊ะ ที่เราพูดว่า คม! ( rhythm ) คำว่า คม คือจังหวะการเเสดงชัดได้ในเวลาที่มี!�ซึ่งเราต้องรู้ให้ได้ว่าจุดประสงค์ที่เรา act นั้นเกิดจากอะไร เเละทำให้ได้ในเวลาที่เค้ากำหนด
📍ศาสตร์ของการเเสดงโฆษณานั้น เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เเม่นยำที่สุด นักแสดงควรถูก train มาโดยละเอียด�เเละได้มีเวลาฝึกฝนตัวเองจนชำนาญ เพื่อจะได้มาช่วยลดขั้นตอนการบิ้วท์หน้ากองถ่าย ช่วยให้เกิดงานเเสดงที่คมภายใต้เวลาจำกัดได้
📍 Feedback is a key!�การที่เราได้รับ Feedback มาจากมุมมองต่างๆ ของกันเเละกัน จะช่วยทำให้เราเกิดการเรียนรู้เเละพัฒนา�มันคือการฝึกฝนในสิ่งที่จะทำให้เรา "ดีขึ้น"
📍 Shot controversial�คือ shot sensitive ที่มักจะเกิดขึ้นในโฆษณาที่เราเลือก Celeb มาเป็นนักเเสดง เเล้วในบทมีซีนที่เค้าต้องเเสดงสีหน้า ท่าทาง หรือคำพูดไดอะลอกล้อกับปมด้อย ปมเด่นของตัวเอง (ซึ่งเค้าอาจจะไม่ได้ชอบ หรือไม่ยอมเเสดงออกมาให้ชัด)�Challenge คือทำยังไงที่จะบรีฟ Celeb เเล้วเค้าไม่รู้สึกเหมือนโดนต่อว่า จนทำให้เกิดการเเสดงที่ไม่ clear�( ว่าตอนจบเเล้ว idea action จะให้ lead ความรู้สึกของนักแสดง Celeb ไปทางไหน ) เพราะการเเสดงสำหรับโฆษณา�มันจะต้อง clear มากที่สุด! จนสามารถตอบโจทย์ product ได้
📍 ทำอารมณ์เเบบโฆษณา�เวลาเราจะ on กอง ก่อนเริ่มถ่ายอะไรใดใดก็จะมีการทำอารมณ์ เเต่สำหรับกองโฆษณาเราต้องฝึกเอาอารมณ์ออกมาให้ได้เเบบ Maximize only!!!
( วันนี้เห็นทุกคนได้ฝึกเเสดงออกทางอารมณ์เเบบชาวซุปเปอร์ไซย่า คือ ปล่อยอารมณ์ Maximum ขั้นสุด! ทั้งเเฮปปี้สุด / กลัวสุด / ลุ้นสุด / เสียใจสุด etc.�ซึ่งระหว่างที่นักเรียนงานเเสดงกำลังทำอารมณ์ ครูร่มจะเข้าไป interactive เพื่อให้นักเรียนเกิดการกระทบจนสามารถปล่อยอารมณ์ขั้นสุดออกมาได้�จากนั้นให้จำ เก็บอารมณ์เอาไว้มาใช้เเสดง )
📍 เเบบฝึกหัดสำหรับวิชาการเเสดง ครูมักจะบอกเตือนเราเสมอ ให้ห้ามคิดว่าเดี๋ยวจะเเสดงอะไร เพราะคิดเเล้วมันไม่เคย work�เเต่ให้เชื่อร่างกายตัวเอง เชื่อพลังเเละลมหายใจตัวเอง ว่าเรารู้สึกอะไร เเล้วทำไปโดยสัญชาติญาณ!
📍 เเบบฝึก Check in ว่ามาถึงกองถ่ายรึยัง? คือ exercise ที่ใช้การสอบถามความเป็นไป เเละความรู้สึกภายในที่นักแสดงมี เเละอยากแชร์ออกมา เพื่อเเบ่งกันรับรู้สภาพจิตใจ โดยให้นักเเสดงได้เล่าสั้นๆ ถึง 👉สภาพเสียง 👉สภาพจิตใจ 👉สภาพร่างกายของตัวเอง�การทำ exercise นี้จะช่วยให้นักเเสดงไม่เผลอปิดกั้นความรู้สึก เเละเรียนรู้ที่จะเป็นนักแสดงเต็มตัวจากการ express ความรู้สึกที่มี เเละอนุญาติให้ตัวเองได้ปลดปล่อยความรู้สึกนั้นออกมา จริงใจกับความรู้สึกตัวเองให้มากที่สุด
📍 " เพราะการเเสดงคือ : การเเสดงออก " เเม้เเต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างอารมณ์เราเอง ก็ต้องกล้าหาญที่จะปล่อยมันออกมา
📍 นักแสดงควรทำ option 3 option ของการเเสดงเสมอ เเละผกก. ควรทำ option 3 option ของการกำกับเช่นกัน การทำวิธีนี้เป็นการเผื่อเเผนการในการรันงานที่หน้ากอง ช่วยให้เรามี choice เพิ่มขึ้นในการสร้างสรรค์งาน เเละเป็นความสามัคคีกันหา Possibility ของทั้งทีมเเสดง เเละทีมกำกับ ทำให้เราเจอการเเสดงเเละงานกำกับที่ match กันได้ในที่สุด
นอกจากนี้ยังมีทริคเด็ด + เคล็ดลับท่าไม้ตายต่างๆ จากครูร่มที่เราได้เรียนในจักรวาลของ The Acting Effect อีกเพียบบบ 👀💡💡💡ทั้ง exercise สร้างพลังงานให้ร่างกายเราได้ work กับ energy บริสุทธิ์ / memory game & technic ของ hollywood ในการทำให้ " จำบทได้ " ฯลฯ เยอะมั้กๆๆๆ กับ 3 ชม. ทรงพลัง ที่ครูร่ม Squeeze มาให้เราผจญภัยกันเเบบ Maximize จริงๆ สมเป็นคลาสเเห่งความ(ต้อง)สุด! ทุกวินาที make it count! For real ~ ขอบคุณทีมนักเรียน Camp G The X Gen เเละครูของเรามั้กๆๆ ครัช ที่ร่วมสร้างความสุดของคลาสนี้มาด้วยกัน
#ดีใจที่ได้เรียน #ไม่เรียนชาตินี้ก็ไม่รู้จะได้เรียนชาติไหน #รวั๊กส์! 💕

  Week 2 เรียนวิชาซีรีส์ กับครูกุ๊กไก่ จาก Camp G The X Gen. เฮ้!💪☻⚡📝🌝   📢 👀° สรุป 👉 สกัด 👉 ซีรีส์��👉🏻 เข้าการทวนความเข้...
15/11/2019

Week 2 เรียนวิชาซีรีส์ กับครูกุ๊กไก่ จาก Camp G The X Gen. เฮ้!💪☻⚡
📝🌝 📢 👀° สรุป 👉 สกัด 👉 ซีรีส์��👉🏻 เข้าการทวนความเข้าใจของนร. series / films / advertise ว่าเข้าใจอะไรมาบ้าง

📍Film 👉🏻 คือจอใหญ่เล่นละเอียดมากกก จริงที่สุด real ที่สุด เพราะคนดูมีสมาธิกับทุกสิ่งที่เห็นอยู่บนนั้น ในเเง่การเเสดง acting ต้อง real มากๆๆ
📍Ads 👉🏻 ธรรมชาติของโฆษณา ด้วยเวลาจำกัดมาก ต้องดึงดูด อยากให้เห็นทันที 1 วิ.ต้องเห็นชัดเจน " เล่นให้คม เล่นให้ชัดเจน คนดูไม่ต้องเดา "
📍Series 👉🏻 มีความกึ่งไปทางหนังมากกว่าละคร ตัวละครมีมิติ เส้นเรื่องมีความต่อเนื่อง ในพาร์ทของ series มีความหลากหลายของ acting ที่กว้างมาก มากจนเกือบจะเป็น film อยู่เเล้ว
ซึ่งในฐานะของนักแสดง หรือคนทำงานเเสดง ถ้าการทำงานเราอยู่ในจอทีวี เราต้องทำให้ "ชัด" ที่สุด �
📍 ความยากของ series คือ การที่บทหนังจะมีความยาวมากกว่าใครเพื่อน เเละเเต่ละซีนถ่ายไม่เรียงกันเลยสุดเเท้เเต่ location ที่ทีมงานเค้าวางเเผนไว้ 👉เคล็ดลับงานดี! คือ นักแสดงหรือผู้กำกับต้องช่วยกันให้ความสำคัญในการ check state of emotion ของตัวละครก่อนหน้าซีนที่จะถ่าย ว่าความรู้สึกของตัวละครนั้นเพิ่งผ่านอารมณ์เเบบไหนมา กำลังจะเข้าไปในสถานการณ์ตรงหน้าด้วยจุดประสงค์ใด (*)เราต้องทวนให้ดีทุกครั้งก่อนที่จะปล่อยให้นักแสดงเข้าไป เค้าจะได้เข้าถึงอารมณ์ของบทๆ นั้นได้เเม่นยำ�
📍 ที่ว่าการสำรวจอารมณ์ของตัวละครในสถานการณ์ก่อนหน้า มันคือกระบวนการที่เรียกว่า " state of emotion "
ทริคจำง่าย ก็คือการทวนตัวละครว่า�1. Who What When Where Why How จ๊ะ?
2. Scene ที่กำลังจะเล่น 👉 need หรือความต้องการของตัวละครนั้นๆ คืออะไรจ๊ะ?
3. อารมณ์ก่อนหน้าที่เราต้องรู้ คืออะไรบ้าง? คนที่อยู่ในสถานการณ์ของเรา (คู่เล่น) เค้าเพิ่งผ่านอารมณ์อะไรมาบ้าง
Fyi.คนทำโจทย์การเเสดงต้องให้ความสำคัญสิ่งนี้ที่หน้า set ก่อนเริ่มส่วนของ action เสมอ
��📍 ครูกุ๊กไก่เชื่อมโยงจากบทเรียนของครูร่ม ที่สอนให้เราวิเคราะห์อารมณ์ของตัวละครจาก Step who what when where why 👉🏻 เพื่อเช็คความต้องการเเละอารมณ์ของตัวละครให้ละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะพานักเรียนลองฝึก plot graph อารมณ์ตัวละครในบทที่เราได้รับ เพื่อให้เข้าใจการเเสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งถ้าเข้าใจมันถูก + เช็คความต้องการของตัวละครได้เเม่นยำ ไม่ว่าทีมงานจะเลือกถ่ายซีนไหนก่อนการเเสดงของเราก็จะไม่เป็นปัญหา ที่สำคัญนักเเสดงจะไม่เล่นด้วยอารมณ์เเบบเดียวกันตลอดเวลา หรือที่เค้าเรียกกันว่า “ เล่นเเบน ”��📍ความสำคัญของการทำ Plot Graph 👉🏻 การทำ plot graph คือการทำการบ้านวิเคราะห์ก้อนอารมณ์ของตัวละครที่เกิดจาก circumstant ต่างๆ ที่บทบอกเรามา

• เป็นการ ทำ timeline ของ mark อารมณ์ตัวละครที่เราอ่านเจอจากในบท เรียง tl. ไล่ไปตามเส้นเรื่อง
แกนกราฟที่เราพล๊อต คือระบุตัวละคร a b c เเละ ระบุลำดับ ep.

• เเล้วลองศึกษาช่วงอารมณ์ตัวละครเเต่ละช่วง เขียนการวิเคราะห์ของเราเรียงไปตาม ep. ( สิ่งนี้จะดีมากๆ เเละช่วยได้มากตอนไปถ่ายจริง เพราะธรรมชาติในการถ่ายทำกองซีรีย์ breakdown จะกระโดดไปมาตามเเต่ความสะดวกของการจัดการ )

• คำว่าทำการบ้าน 👉🏻 ในฐานะ "นักแสดง" มันคือการทำตัวให้พร้อมทุกมิติ ก่อนที่จะไปเล่นอยู่ในซีนนั้นๆ คือวินัยเเละเป็นหน้าที่ของนักแสดงที่ดี��📍 ต่อกันด้วย จับกลุ่ม 👉🏻 เเจกบท �ด้วยธรรมชาติของ Series มันคือละครเรื่องยาว ครูกุ๊กไก่เลยขอเเจก breakdown ให้นักเรียนได้ฝึกทำงานจริงกับสถานการณ์ของความเป็นกองถ่าย จะได้เข้าใจเเละเห็นภาพว่าตัวเองจะเตรียมตัวเองให้พร้อมที่สุดในการไปทำงานอย่างไร �
📍 พอเราใส่จินตนาการเข้าไป เเละเราทำการบ้านกับบทมาดี เราจะเริ่มรู้ว่าเราต้องเเสดงอะไร need ของตัวละครคืออะไร ความรู้สึกก่อนการเข้า scene สำคัญมาก (*)บทเป็นเพียงบท มันมีมาเพื่อจะ give direction ให้เราเท่านั้น นักแสดงหลายคนรวมถึงผกก. บางคนหลงคิดว่าการเเสดงคือการ #ท่องให้ตรงบท 👉ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกิดการเเสดงที่ตีบทเเตกที่สุดได้ ดังนั้นตอนอ่านบท ทำการบ้านเยอะๆ หมายถึงทำความเข้าใจ need ตัวละครเยอะๆ เเล้วพอเราออกไป action ท่าทางการเเสดงของเราก็จะ flow ไปตามความรู้สึกจริงของการ "เป็นมนุษย์" การเเสดงจึงจะละเอียด เเละเป็นธรรมชาติ�
📍 เมื่อเราเข้าใจเเล้วว่า 👉 act = การกระทำ เเละการเเสดงมันถอดมาจาก "ความรู้สึกของมนุษย์" ชึ่งมนุษย์เราจะรู้สึกเเบบ moment by moment ไม่ได้ carry ทุกอย่างตั้งเเต่เกิดมาเข้าฉาก ดังนั้นทุกครั้งที่เริ่มซีนใดๆ นักเเสดงต้องเลือกเพียง moment ก่อนหน้าเท่านั้น มาใช้ในการเเสดง recheck state of emotion ให้ดีๆ ว่าเรามี need อะไรในการกระทำหนึ่งๆ นั่นเอง
ขอบคุณครูกุ๊กไก่นะฮับ พวกเรารู้จัก Series เเบบลึกซึ้งขึ้นเยอะมากๆ เลย นับถือการเเลกเปลี่ยนความคิดของทั้งครูเเละนักเรียนที่ส่งต่อประสบการณ์ให้กันเเบบไร้ซึ่งอัตตา ทุกคนกระโจนเข้าใส่เเบบฝึกหัดกันเเบบไม่มีขวยเขิน บรรยากาศห้องเรียนมันเลยน่าเรียนจริงๆ ขอบคุณสำหรับการผจญภัยหมู่ที่เเสนสนุกครับ All the X venger dream team!
💙💛❤ 👀⚡💕� #เล่นได้จริงรู้สึกจริง�บันทึกไว้อีกครั้ง ณ รร. เเคมป์จี.

  Week 2 เรียนวิชาภาพยนตร์ กับครูบิว จาก Camp G The X Gen. 💪☻⚡📝🌝   📢 👀° สรุป 👉 สกัด 👉 ภาพยนตร์�บันทึกฉบับที่ 2 จากห้องเร...
14/11/2019

Week 2 เรียนวิชาภาพยนตร์ กับครูบิว จาก Camp G The X Gen. 💪☻⚡
📝🌝 📢 👀° สรุป 👉 สกัด 👉 ภาพยนตร์�บันทึกฉบับที่ 2 จากห้องเรียน Acting คลาสเปี่ยมพลัง เรียนกับ 3 เทพการเเสดง ครูกุ๊กไก่ ♡ ครูร่ม ♡ ครูบิว ♡�.�.

รอบนี้ครูบิวจัดประสบการณ์ผ่านบทเรียนที่จะช่วยให้เข้าใจเเละตามทัน"ความคิด"ของตัวละคร ผ่านวิชาการเเสดงในมิติของภาพยนตร์ ซึ่งถือเป็นชั่วโมงเเห่งการรวบรวมผลึกความรู้ในการสำรวจความคิด ของ "มนุษย์" โดยเฉพาะตัวเราเอง 😃 ได้อย่างดีเลย
📝📝📝 ก้อนพลังความรู้.ลึกซึ้ง.ที่ครู Bew Arjsamat ส่งมอบให้เราอยากจด จด เเละจดมีเป็นกระบุงโกย อยากเอามาเเชร์ชาว Camp G The X Gen ครัช เริ่ม!
��กับคำถามที่ว่า : การเเสดงเเบบไหน ถึงจะเรียกว่า " เอาอยู่ " กับหนัง?

ครูบิวเปิดตัวอย่างหนังให้ดูหลายเรื่อง หลายสไตล์ เพื่อให้เราเห็นความเป็นไปได้ของการเเสดงที่ใช้ใน Film�📍 Acting ในมิติของภาพยนตร์ เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดสูง เพราะมีความเป็นอวจนภาษาเยอะมาก ( non verbal language ) มักจะเน้นเเสดงออกด้วยท่าทาง ความรู้สึก มากกว่าคำพูด
📍 การเเสดงที่เกิดขึ้นในมิตินี้ นักแสดงจึงต้องมีสมาธิสูงมาก 👉 100% เต็ม! อยู่กับสิ่งนั้น moment นั้นจริงๆ จริงที่สุดเท่าที่จะจริงได้ เห็นจริงๆ เเละรู้สึกจริงๆ ให้ได้
📍 การเเสดงของ Film จึงต่างกับ Series เเละ Tvc. เพราะมันจะเน้น.ความจริง.มากกกก เป็นการเเสดงที่มี layer เยอะ 👉 layer ใน layer 👉 1 กระพริบตาก็มีความหมาย 1 ลมหายใจก็มีความหมาย ทุกอย่างที่เราทำล้วนมีความหมาย เเละนับหมด เพราะคนดูมีพื้นที่เเละมีสมาธิที่จะเห็นทุกอย่างชัดเจน :)��📍การเเสดงของ Film จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับ universe ที่ผู้กำกับคนนั้นๆ สร้างขึ้นมา ดังนั้นในฐานะนักแสดง ทีม หรือ acting coach มีอะไรไม่เข้าใจต้อง "ถาม" 👉🏻 ถามให้ละเอียด��📍วันนี้เราจะมาไขความลับ บอกวิธีการทำงานของ acting coach 👉🏻 ว่าเค้าทำงานอย่างไร เมื่อได้บทมา นักแสดงต้องมีวิธีเตรียมตัวอย่างไร
📍ครูบิว ให้ลองอ่านบทภาพยนตร์มะลิลา / เปิดให้ดู มะลิลา universe ที่ผกก. นุชี่ สร้างขึ้น�📍สิ่งสำคัญมากๆ ในการเล่น Film คือเวลาได้บทมาเเล้ว นักแสดงต้องทำงานกับ film ด้วยวิธี 👉🏻 inner message คือ อนุญาติให้ senses ทั้งหมดของเราเปิดรับสิ่งที่เร้าอยู่ใน scene ทั้งการเปิด hearing เปิด skin เปิด sense ทุกอย่างของนักแสดงจะต้องรู้สึกให้ได้ว่านักแสดงอยู่ตรงนั้นจริงๆ ส่วนเรื่องนน.การเเสดงอารมณ์ของตัวละคร อันนี้เราต้องทำการบ้านกับผกก. ว่าเล่นเเค่ไหนถึงจะตรงกับ universe ที่ผกก. ต้องการ��📍ทฤษฏี ก้อนเค้ก = 1 theme ของหนัง 1 เรื่อง
• ตัวละคร main
ทุกการกระทำจะ support theme นี้ตลอด สิ่งที่เค้าทำจะ serve ความต้องการเสมอ ( obj.)
• ตัวละคร support การกระทำจะขัดขวาง theme ทำให้เกิด conflict ของเรื่อง

หลักท่อนของ storyteller
👉🏻 ช่วงเเรก : ท่อน 1 = 15 นาทีเเรก เราจะบอกปัญหาของตัวละคร
( เค้าถึงบอกว่าหนัง หรือ/ซีรีส์ 15 นาทีเเรกถ้าไม่สนุก หรือน่าติดตาม แปลว่าหนังมีปัญหาเเระ )
👉🏻 ช่วงสอง : ตัวละครทำทุกอย่างเพิ่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ
หรือทำให้ตัวเองสำเร็จใน Goals นั้นๆ
👉🏻 ช่วงสุดท้าย : คลายปมของปัญหา ตัวละครจะเติบโตในช่วงนี้

👉🏻 outer conflict : ปัญหาของตัวละครที่เกิดจากภายนอก สิ่งที่ตัวเอง control ไม่ได้ ตัวละครต้องฝ่าฟัน
👉🏻 inner conflict : ปัญหาภายในที่เกิดจากตัวเอง��📍objective ( Goals / Need )
ความต้องการของตัวละคร สิ่งนี้สำคัญมากกกๆๆๆๆ มากที่สุดในการที่จะสื่อสารความรู้สึกของตัวละครได้ดี ไม่มีหลงทาง
เเบ่งเป็น
1. ความต้องการด้วยใจจริง
2. ความต้องการเเบบหน้าที่บังคับ

📍นักแสดงหลายคนหลงทางหาความต้องการของตัวละครไม่เจอ
ดังนั้น นักแสดงต้องรู้ว่าภายในห้วงความคิดของเราตอนนั้นๆ คิดอะไรอยู่ เราถึงจะเเสดงออกมาได้
�📍ใน Film นั้น ความคิดหรือเสียงในหัว ของนักแสดงสำคัญมาก มันคือ " Inner message " ที่ตัวละครอยู่ ณ situation นั้นๆ ตลอดเวลา 👉 ทำหน้าที่ช่วย lead action ให้เล่นได้ละเอียดมากๆ ถ้านักแสดงสามารถฝึกจนได้ยินมันตลอด จะช่วยทำให้การเเสดงมีรายละเอียดที่จริงมาก ชัดมาก ไม่มี short ไหน ที่เราเล่นเเบบ blank เลย
📍 ดังนั้นถ้าถามว่าการเเสดงนี้ คนนี้ทำไมเล่นดีมาก เล่นละเอียดมาก ก็ตอบเลยว่านักแสดงเเละแอคติ้งโค้ชต้องทำการบ้านในบทนั้นหนักมาก #ต้องขยันเเละขยี้!
📍 หลุมที่นักแสดงเจอบ่อยๆ คือ work การบ้านเเค่บทของตัวเอง เเต่ไม่ได้ work บทหรือไดอะล๊อคของ partner ที่เเสดงอยู่ในซีนด้วย เลยทำให้การเเสดงนั้นไม่ clear เพราะไม่ได้เผื่อพื้นที่ไว้ทำความเข้าใจกับ reaction ของคู่เล่นที่เล่นอยู่ด้วยกัน
📍เสียงภายในเรา clear 👉 การเเสดงก็จะ clear�
📍Inner message หรือ monologue message มักจะเป็นคำพูดในหัวเรา :) ไม่ใช่อารมณ์
" ตัวละครเห็นอะไร เเล้วตัวละครคิดอะไร , เห็นอะไร แล้วคิดอะไร " �👉🏻 อย่าสับสนไปจับที่อารมณ์ เเต่ให้ไปจับที่ว่าตัวละครคิดอะไรอยู่ ตัวละครต้องการอะไร��● เวลาที่ “หาความต้องการ”
จำไว้ว่าความต้องการจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อมีคนอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยเสมอ ถ้าเรา set ความต้องการนั้นไว้คนเดียว เราจะส่งความต้องการไปไม่ถึง เพราะความต้องการมี active เเละ passive เสมอ �
📍 ความต้องการที่ชัด จะทำให้เกิดการเเสดงที่ชัด เเละไม่หลงทาง
ความต้องการที่ชัดคือ
1. ความต้องการ ต้องเฉพาะเจาะจง จับต้องได้ เป็นอย่างอื่นอย่างใดไปไม่ได้
2. หาผลลัพธ์ของความต้องการนั้นให้เจอ ว่าอยากได้สิ่งนี้เพราะอะไร ถ้าไม่ได้สิ่งนั้น จะเกิดอะไรขึ้น ต้องเห็นภาพ clear มากๆ เจอ set ของ objective ให้ได้
3. ต้องเป็นความต้องการที่เราพร้อมจะเชื่อได้ทันที หรือเราอินกับสิ่งนั้นมากๆๆๆ��💪เเละอื่นๆ อีกมากกกก ก.ไก่.ล้านตัว ที่พวกเราได้ take note เเละย่อยมันอย่างละเอียดลออในห้อง Acting Class จำไว้นะพวกเรานักเรียน 👉 เสียงในหัวของเราต้องการอะไร? เมื่อใดความต้องการ clear ชัดได้ เราก็จะเกิดการกระทำที่ชัดเจนเเละเกิดความหมายตามมา 🙂 ความฝันของเราก็เช่นกัน เฮ้! ลุยยยยยย

#ไม่เรียนชาตินี้ก็ไม่รู้จะได้เรียนชาติไหน

14/11/2019
☻💕มาจ้ะเเม่! คลาสเรียนคาบที่ 3 วิชาศาสตร์ "งานเเสดง"   Week เเรกนี้ ขอปิดท้ายด้วย Instructor ร่ม เเห่ง Camp G The X Gen!...
07/11/2019

☻💕มาจ้ะเเม่! คลาสเรียนคาบที่ 3 วิชาศาสตร์ "งานเเสดง" Week เเรกนี้ ขอปิดท้ายด้วย Instructor ร่ม เเห่ง Camp G The X Gen!

✨👀หลังจากได้เรียนเเละสำรวจองค์ความรู้ใหม่ๆ ใน Objective ของตัวละคร เเละได้เปิดให้ร่างกายได้ทำความรู้จัก Sensory ของมนุษย์ผ่านเคล็ดวิชาของครูกุ๊กไก่เเละครูบิวไปอย่างเข้มข้น เหล่านักสร้างสรรค์ทั้งผู้กำกับ นักเเสดง เเละทีมเขียนบทของเราก็... #ลุยต่อไม่รอล่ะนะ กับการลงลึกเรื่อง Imagination 📓📒📕🚀

🌿ม่ะ! สกัดกันสักหน่อย คลาส Sensory Vs. Imagination นี้มันทำงานกับเราเเละตัวละครได้อย่างไรบ้าง :)...
อ่านต่อ
👉🏻History : ที่มาของการเเสดง เเละที่มาของศาสตร์งานเเสดงหลักๆ ของโลก
👉🏻Actor's tools ของมนุษย์มีอะไรบ้าง?
Body / Voice / Internal Condition / Breath

👉🏻 ทำ theatre game
เป็นการฝึก choice reaction คุณจะ follow หรือคุณจะปฏิเสธ ฝึกความเป็นเด็ก ฝึกสนุกกับความผิดพลาด

วิธีนี้ เป็น Theatre Game ใช้เล่นกันมากใน Studio เรียนงานเเสดงที่ Russia เอาไว้ฝึกนักแสดง ให้เข้าใจคำว่า " acting choice "

👉🏻: บทของเรามีอยู่เเล้วเเหละ มันก็มีเท่านั้นเเหละ เเต่! คุณจะเลือกทำในทิศทางไหน อันนี้เป็น choice ของคุณ

👉🏻 ในการ train ของนักแสดง
ความสนุกในห้องเรียน กับ Laugh a little สำคัญ อย่าลืม allow ตัวเองให้ผิดพลาดได้ เเละเรียนรู้ที่จะ Have fun!

• เพราะหน้ากองคุณจะไม่ได้สนุก เเต่เเน่นอนว่าคุณอาจจะมีการเล่นที่ผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ดังนั้นฝึกที่จะ allow ให้ตัวเองเจอการผิดพลาดนั้น

👉🏻เล่นเเล้วเราก็จะ get ว่าส่งบทได้ clear enough เป็นยังไง ทั้งตัวเราหรือคนส่ง วู๊ปส์! เเฮ่! เเซ๊ป!

👉🏻ก่อนที่จะเช็คว่าเป็นที่ partner เราต้อง check ตัวเองก่อนว่าเราส่งบท clear enough รึยัง? ถ้าทบทวนว่าเราเล่นส่งบทดีที่สุดแล้ว เเล้วอีกฝ่ายไม่ส่งมาให้ หรือมองไม่เห็นเรา สิ่งที่เราต้อง work ต่อ คือปรับที่ตัวเอง
( ในเชิงที่ต้องเอาไปปรับในการเเสดงคือ การเเสดงของเราที่ไม่มีคนส่ง action มาให้อย่างที่อยากได้ สิ่งที่เราทำ คือ เราปรับเค้าไม่ได้ เราต้องปรับที่ตัวเอง get attention ให้ได้ )

👉🏻Relaxation and Being expressive
คือการวอร์มเรื่อง Body & Breath
เพื่อเปิดรับพลังงานของตัวละครให้เข้ามา สวมบทบาทนั้น จนเมื่อเข้าความเป็นตัวละครเสร็จเรียบร้อยเเล้ว ก็ shake it off เอาอารมณ์ตัวละครออก แล้วกลับมาเป็นตัวเอง

สกัด!

👉🏻ฝึกผลิตพลังงานสะอาดด้วยตัวเอง สร้างขึ้นเอง ใช้มันทำงาน เเละเอาออก กลับมาเป็นตัวเอง
👉🏻อะไรก็เเล้วเเต่ที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นจากการที่ตัวเราสร้างขึ้นมา
ดังนั้นคุณต้องรับผิดชอบด้วยการเอามันออกด้วยตัวเอง (( shake it off ))
ในเเนวทางของการใช้ชีวิต หยิบมาเป็นเเนวคิดที่จะใช้สลัดอารมณ์เราได้ด้วย ในคลาสเราจะได้ยินครูบอกว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นดีหมด มันโอเคหมด อนุญาติให้มันออกมา เเละอันไหนที่ควบคุมไม่ได้ให้ surrender เเละ Fighter กันใหม่
👉🏻เเละปิดท้ายด้วย... " Sensory Practice " ที่ครูร่มให้เรานำเครื่องดื่มที่ชอบมาคนละ 1 ขวดเเละเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเราเอง

• ภาพ Memory recall :
ใช้ memory recall จดจำรายละเอียดที่เราเห็นจากเครื่องดื่ม

• น้ำหนัก Memory touch :
ใช้การสัมผัส จับ touch น้ำหนัก อุณหภูมิ เครื่องดื่มเรา

• เสียง Memory voice :
ครีเอทเสียงของการทำให้หลากหลาย เพื่อลองจับความรู้สึกนั้น

• กลิ่น Memory smell :
ดมกลิ่น เเล้วลอง story recall ว่ามันมีเรื่องราวให้นึกถึงไหม ถ้ามีความทรงจำเกิดขึ้น ก็รับรู้มันไว้ ถ้าไม่มีไม่เป็นไรไม่ต้องประดิษฐ์ขึ้นมา

• รสชาติ Memory taste
ครูให้ดื่มหลายๆ เเบบ จิบบ้าง ดื่มทีละหลายอึกบ้าง สุดท้ายอมไว้ในปากบ้าง เพื่อจะเก็บ after taste ไว้ในความทรงจำ

👉🏻 ทุกครั้งที่ครูเเยกประสาทสัมผัสให้ จะให้เราจินตนาการภาพให้ชัดก่อน ( หลับตา clear ภาพในตาออก ) เเล้วเปิดตา ดึงความทรงจำนั้นๆ ออกมา เเล้วใช้จินตนาการทำงาน
👉🏻 Human being ความเป็นมนุษย์นั้น เราจะมีการรับ sensory ที่เเตกต่างกัน ด้วย figure ด้วยประสบการณ์ ที่เราล้วนมีมาต่างกัน ซึ่งไม่เป็นไร เพราะในห้องเรียนคือการ train skill เพื่อเราจะสามารถไปสร้างความพร้อมให้ดีที่สุดหน้ากองนั่นเอง

เเละนี่คือไตรภาค สามคาบเเรกของการเป็นนักเรียนศาสตร์งานเเสดง ที่คุณได้มาสำรวจ ลงลึก เเละทดลอง "ทำ" ด้วยตัวเอง
ปล. สัปดาห์หน้าลงลึกเเล้วฮะ เจาะเคล็ดลับสกัดทุกเทคนิคสำหรับการเเสดงทั้งซีรีส์ | ภาพยนตร์ | โฆษณา จะเป็นยังไงบ้าง ทีมเเคม์จะเก็บภาพบรรยากาศมาเล่าสู่กันฟังครัชชช เฮ้!


#ไม่เรียนชาตินี้ก็ไม่รู้จะได้เรียนชาติไหน

☻💕มาอีกระลอกคลื่นความรู้ กับคลาสเรียนศาสตร์ "งานเเสดง"   by Instructor บิว เเห่ง Camp G The X Gen!✨👀สัปดาห์เเรกมีทั้งหมด...
06/11/2019

☻💕มาอีกระลอกคลื่นความรู้ กับคลาสเรียนศาสตร์ "งานเเสดง" by Instructor บิว เเห่ง Camp G The X Gen!

✨👀สัปดาห์เเรกมีทั้งหมด 3 คาบด้วยกัน ผ่านบทเรียน Very Ice-Breaking เเละเรียนการทำความเข้าใจใน Objective ของตัวละครของครูกุ๊กไก่กันไปอย่างเข้มข้น เหล่านักสร้างสรรค์ทั้งผู้กำกับ นักเเสดง เเละทีมเขียนบทของเราก็ลุยต่อกันเลยกับคาบที่ 2 ของครูบิว 📓📒📕🚀

🌿ม่ะ! สกัดกันสักหน่อย คลาส Sensory Communication นี้มันทำงานกับเราเเละตัวละครได้อย่างไรบ้าง :)

👉🏻 การเปิด senses คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ประตูด่านเเรกที่ทำให้เกิดความรู้สึก เเละมนุษย์ทุกคนมี สามารถหยิบมาใช้ได้

👉🏻 นักแสดงคือ artist ประเภทเดียวที่ใช้ร่างกาย ทั้ง 5 senses เเละจิตใจในการส่งความรู้สึกออกมา

👉🏻 ปลายทางงานเเสดงที่ดี คือการเเสดงให้มัน " จริง " เเละเราต้องเชื่อมัน " จริงๆ "

👉🏻 อารมณ์เเละความรู้สึกเป็นผลพลอยได้ของ " ความต้องการ "

👉🏻 ในความต้องการหนึ่งๆ ที่เราเซ็ทเป็นเป้าหมาย 1 อย่าง นักแสดงมีวิธีการทำได้หลายแบบมากๆ ที่จะทำให้ได้ตามสิ่งที่ต้องการ
*ดังนั้นเมื่ออาวุธในการแสดงนึงไม่ได้ผล ถ้านักแสดง”อยู่ตรงนั้น”ได้จริงๆ เค้าจะมองเห็นสถานการณ์ที่กำลังเป็นไปตรงหน้า เเละไม่ลืมที่จะหยิบอาวุธใหม่ขึ้นมาใช้เเทนอาวุธเดิม นักเเสดงที่มีสมาธิกับอารมณ์ของตัวละครได้ดีจะเปลี่ยนวิธีไปได้เรื่อยๆ จนกว่าเค้าจะได้ตามสิ่งที่ตัวละครต้องการ

👉🏻 ทฤษฎีของ Acting มันคือทฤษฎีของความเป็นมนุษย์ 🌝 ซึ่งความต้องการก้อนใหญ่ๆ ของเราจะ Active เเละถูกขับเคลื่อนอยู่เสมอไม่ว่าเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

เช่น เราต้องการเข้ามหาลัยให้ได้ เราก็จะทำหลายวิธีมากเพื่อที่จะขับเคลื่อนไปให้ถึง Goal นั้น (ความต้องการของเรา) ไม่ว่าจะเป็น...
1. ตื่นตีสามทุกวี่วันกว่าครึ่งปี มาอ่านหนังสือติวสอบเข้ามหาลัย
2. ไปลงคอร์สติวเตอร์ทั้งหมด กับครู 5 สถาบัน
3. ไปบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ Etc.

เห็นไหม? ว่าความต้องการหนึ่งๆ เราสามารถครีเอท choice ที่จะใช้ในการเเสดงได้มากมาย ขอเพียงเรารู้สึก "จริง" กับสถานการณ์ตรงหน้า เราก็จะเเสดงออกอารมณ์ของตัวละครได้ลื่นไหลไปเอง เป็นธรรมชาติ ไม่ Cliche

👉🏻 ตามปกตินักแสดงจะรู้บทก่อนอยู่แล้ว วิธีที่จะทำให้ในซีนเป็นธรรมชาติเหมือนมันไม่ได้ถูกเเพลนไว้ คือ...
ให้การรู้ก่อนนั้น 👉🏻เป็นเรื่องของการ "เตรียมตัวทำการบ้านกับบท" ทำความเข้าใจสิ่งที่ตัวละครต้องการ รู้ข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวละครนั้นๆ ให้ได้มากที่สุด เอาให้เห็นภาพชัด เพื่อว่าสิ่งที่เราเตรียมมา... "จะนำมาปล่อย + วางทิ้งทุกอย่างไว้ที่หน้าซีน" เเล้วเข้าไปเล่นในซีนนั้นเเบบ no plan, เล่นจากความรู้สึกที่เข้าใจอารมณ์ของตัวละครล้วนๆ (ไม่ได้เล่นจากอารมณ์ของตัวเอง) เเละอนุญาตให้สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันได้เกิดขึ้น

* ถ้าทำได้... การเเสดงนั้นก็จะมอบ magic ที่เป็นไปโดยธรรมชาติให้กับคนดู รวมถึงตัวผู้เล่นเองด้วย : )

👉🏻 สมาธิของคนเรามีหลายแบบ ทั้ง Self Contact และ Other Contact ที่เราเรียนกันในคลาส Define ไว้ 3 แบบ คือ
สมาธิแบบที่ 1.
สมาธิที่เรามีกับตัวเอง : เราจะ Aware กับตัวเองมากๆ ถึงมากเกินไป ให้ระวังเพราะมันจะทำให้เราเผลอมองไม่เห็นการเล่นของพาร์ทเนอร์เราในซีน ทำให้ขาดการรับส่งที่ดี

สมาธิแบบที่ 2.
สมาธิที่เรามีต่อคนอื่น : มันคือการที่เราวางสมาธิไว้ที่คนอื่น มองคนอื่น แล้วเอาความรู้สึกของคนอื่นมาตัดสินตัวเรา อันนี้ก็ต้องระวัง เพราะเราจะมัวเเต่พะวงที่คนอื่น จนลืม focus ว่าความต้องการของตัวละครที่เราจะสื่อสารออกมานั้นคืออะไร

สมาธิแบบที่ 3.
สมาธิกับสิ่งที่เรากำลังทำ ( เมื่อเราเข้าไปในซีนนั้น ) อันนี้ให้เอามาใช้ในงานเเสดง จงเอา Focus มาอยู่ในสิ่งที่เรากำลังทำ เราจะเอาอะไรจากสิ่งที่เรา “ กำลังทำ ”

👉🏻 การลุกขึ้นมาลองเล่น คือสิ่งดี ยิ่งลุกขึ้นมาทำเยอะ ก็จะได้เยอะ ทุกคน คือร่วมกันเป็นครู ถ้าเรานั่งฟังแต่ไม่ได้ลุกขึ้นมาทำ เราก็จะได้แค่คอนเสปต์, "การทำ" ทำให้เรามีประสบการณ์ เหมือนเราว่ายน้ำ ฝึกว่ายน้ำได้บ่อยจะช่วยให้เราอึดยิ่งขึ้น เเละพลิกแพลงได้หลายท่วงท่า

👉🏻 ในศาสตร์แห่งงานแสดง เราควรเล่นที่ “ ความต้องการ ” อย่าไปเล่นที่อารมณ์, ผกก. หลายคนมักจะบอกให้นักแสดงรู้สึกอย่างนั้น โน้นนี้ ซึ่งบางทีมันเล่นไม่ได้
เพราะเราลืม Focus ไปที่ "ความต้องการ" นั่นเอง

👉🏻 นักแสดงมักจะตกหลุมพราง โดยการจำแค่บทตัวเอง เลยทำให้เราไม่ได้ Focus ผู้เล่นที่เล่นด้วย จนทำให้ไม่เกิดการต่อบท และเหมือนเข้าซีนนั้นมา แล้วมาเล่นคนเดียว

👉🏻 ใช้ใจให้มากขึ้น และอนุญาตให้ร่างกายมันสื่อสารไปกับเราด้วย :) มนุษย์เรามีอาวุธในการแสดงคือ ร่างกายทั้งร่าง เราอย่าใช้แค่ความคิดหรือความรู้สึกในหัว หรือใช้แค่สายตา จนลืมใช้อุปกรณ์ในการสื่อสารที่เหลือที่ร่างมนุษย์มอบให้เรามา

👉🏻 การ ReAct ของนักแสดงมี 4 แบบ
• 1. ReAct เท่ากับที่เราเป็น / 2. ไม่ ReAct. / 3. ReAct ในทางตรงข้าม / 4. OverAct ( ในการแสดงที่ดีตัดข้อนี้ออกไปก่อน เพราะมันไม่ค่อยได้ใช้ใน way นี้ )

👉🏻ในความเป็น “ ตัวละคร” เค้าอาจจะเป็นคนที่ไม่ได้แสดงออกแบบเรา ดังนั้นห้ามยึดหรือตัดสินอารมณ์ของตัวละครจากมุมมองของเรา หน้าที่ของนักแสดงที่ดี คือ “ ทำการบ้านว่าตัวละครนั้นๆ เค้าเจออะไรมา เค้ารู้สึกอย่างไร เค้าเลยเเสดงออกแบบนี้ จงเติมคำในช่องว่างให้มากพอ ” พอที่จะทำให้บทที่กำลังแสดงอยู่นั้น... มัน "พอ" เเละ "ดี"

👉🏻 สรุป!!! ปัญหาของนักแสดงไทย คือมักจะแสดงจากความเป็นตัวเอง ( คือ Springboard จากตัวเอง ) แต่ถ้าเราอยากทำให้มันละเอียดมากๆ เราต้องทำการบ้านให้ดี เเละเข้าให้ถึงความต้องการของตัวละคร ไม่.ใช่.ความต้องการ.ของ.ตัว.เรา

เเละนี่คือคลาสเรียน เปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในร่างกายเราเพื่อใช้เป็น tools หรือเป็นเครื่องมือในการสื่อสารอารมณ์ของตัวละคร งานนี้นักเรียนชาวเเคมป์ของเราไม่เคยทำให้ผิดหวัง ทุกคนลงสนาม - เรียนรู้ - ลองเล่นจริง - เพื่อที่จะเข้าใจความรู้สึกนั้นๆ ได้ด้วยตัวเอง ปรบมือ!!!

#เป็นนักเรียนด้วยกันมันส์ดี!
#ไม่เรียนชาตินี้ก็ไม่รู้จะได้เรียนชาติไหน
.
💚

☻💕เรียนตอนลมหนาวมาเยือน ( เเม้ตอนนี้ลมหนาวจะบ๊ายบายไปแล้ว ) ก็จัดเป็น Winter class ซะหน่อยละกัน กับ   by Instructor กุ๊ก...
05/11/2019

☻💕เรียนตอนลมหนาวมาเยือน ( เเม้ตอนนี้ลมหนาวจะบ๊ายบายไปแล้ว ) ก็จัดเป็น Winter class ซะหน่อยละกัน กับ by Instructor กุ๊กไก่

✨👀เอาภาพบรรยากาศห้องเรียนสัปดาห์เเรกของเหล่าคนรัก "งานเเสดง" มาฝากครับผม ไป Tour พร้อมๆ กับดูกันซิ!ว่าเหล่านักสร้างสรรค์ได้เรียนอะไรกันไปบ้าง? 📓📒📕🚀🌿ม่ะ!

👉🏻 ความมหัศจรรย์ของคลาส the acting effect ที่มีคนจากหลายบทบาทในศาสตร์งานเเสดงมาเรียน คือ คลาสที่นักแสดง ผกก. คนเขียนบท สามารถที่จะได้มอง "เห็น " การเเสดงออกของเเต่ละคน ที่ผ่านประสบการณ์เเละที่มาที่ต่างกัน มันทำให้เราได้เปิดกว้างมากขึ้นเเละเพิ่มมิติความเข้าใจงานเเสดงได้มากขึ้นจากการได้เห็นคนอื่น บทบาทอื่นๆ ที่เค้าเเสดงออกมา

👉🏻 การเเสดงที่ดี คือ การเเสดงที่อนุญาติให้ตัวเราได้ " connect " กับสถาณการณ์ real time ตรงหน้า มากกว่าจะเผลอไปกำหนดบทบาทการเเสดงเอาไว้ เเล้วเผลอ cliche ไม่รู้ตัว

👉🏻 ระวังกับดักของนักแสดง คือ อยากทำงานเอาใจโจทย์ จนลืมที่จะ "ซื่อสัตย์" กับความรู้สึกตรงหน้า หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นใน moment นั้น

👉🏻 การเเสดงที่ connect คนดูได้ดีที่สุด คือ การเเสดงที่เรา "ปล่อย" สิ่งหรือสถานการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้น ให้ทำงานกับเรา

👉🏻 ความยาก ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างเสมอ : )

ตลอด 3 ชั่วโมงเต็มๆ ทีมเเค้มป์เชื่อว่านักสร้างสรรค์ทุกคนที่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้มา Xplore สำรวจองค์ความรู้ใหม่ๆ เเละร่วมทดลอง exercise ต่างๆ ไปพร้อมๆ กันในครั้งนี้ จะเจอมุมมองใหม่เเละได้เเนวทางที่น่าสนใจพร้อมเคล็ดลับมากมายที่เป็นประโยชน์ติดตัวกลับไปใช้กับเนื้องานตรงหน้าของตนได้ไม่มากก็น้อย~ อย่างเเน่นวล

#เป็นนักเรียนด้วยกันมันส์ดี!
#ไม่เรียนชาตินี้ก็ไม่รู้จะได้เรียนชาติไหน
.
💚

CampG TheXGen Presents " นิเวศวิทยาการสร้างสรรค์งาน " โดย นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ 🚀 เพราะทุกกระบวนการสร้างสรรค์มี “ ความสัมพั...
31/10/2019

CampG TheXGen Presents
" นิเวศวิทยาการสร้างสรรค์งาน "
โดย นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์

🚀 เพราะทุกกระบวนการสร้างสรรค์มี
“ ความสัมพันธ์ ” ซ่อนอยู่... 🚀

คลาสปิดท้ายปี! ที่อยากชวนคุณมาสิงร่าง
" เต๋อ นวพล" เเล้วออกผจญภัยในดินเเดน
สุดหฤหรรษ์ที่ชื่อว่า "การสร้างงาน" เฮ้!

👉🏻 มาส่องขั้นตอนการจัดการ
ลงลึกมุมมอง เเนวคิด วิธีการทำตัวเป็นมิตรกับโจทย์ย๊ากก.. หรือหัวข้อท้าทายย.. ทำอย่างไร? ให้องค์ประกอบต่างๆ ที่ต้องเจอกลายมาเป็นกำลังเสริมเเละเกิดเป็นงานที่มีเวทมนตร์ได้ในที่สุด!

🎬 Course Syllabus

📍part 1 : ให้สภาวะแวดล้อมและปัจจัยได้มีผลต่อการสร้างงานชิ้นหนึ่ง
เงิน/โจทย์/เงื่อนไขต่างๆที่มีผลต่อเรื่องโปรเจคท์ที่เราจะสร้าง ข้อจำกัดและเงื่อนไขที่มีเสมอและปฎิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะทำหนังอินดี้หรือไม่อินดี้
(2 ชม)

📍part 2 : ให้บทไหลไปตามลม
เมื่อเข้าใจเงื่อนไขแล้ว เข้าสู่การปรับบทให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อม ต่อเนื่องจาก (part 1) คือ บทจะกำหนดชะตาชีวิตทุกอย่าง เหมือนวางแผนการรบ
วางแผนดี เข้าใจโจทย์และปัจจัยรอบๆ งานจะโฟลว์ไปมากกว่าครึ่ง ถ้าจะปรับตัวอะไรควรเริ่มที่บทก่อนเลย

📍part 3 : ให้อุปสรรคเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ
การกำกับและไดเรคชั่นที่เราอาจจะได้จากข้อจำกัดทั้งเรื่องเงินและเวลา บางครั้งการได้มาซึ่งไอเดียที่ดี นักแสดงที่ดี หรือสถานที่ถ่ายทำที่ดี ก็มาจากเงื่อนไขและข้อจำกัด เพียงแต่เราต้องโอบรับมันและทำงานร่วมกับมัน ไม่เห็นมันเป็นอุปสรรค
(2 ชม)

📍part 4 : ให้คำถามเกิดอีกคำถาม?
(1 ชม)

🎯 คลาสนี้เหมาะสำหรับใคร?
ตอบ : "ทุกคนที่สนใจ”และต้องการเรียนรู้ประสบการณ์ที่เข้มข้นจากนวพล

👉 1. นักศึกษาที่อยากได้เคล็ดวิชาในการทำงานสร้างสรรค์
👉 2. สายงานเอเจนซี่ โปรดักชั่น หรือสายงานที่เกี่ยวข้อง
👉 3. บุคคลทำงานสร้างสรรค์ทุกประเภท ที่สนใจอยากนำความรู้ไปต่อยอดเเละอยากได้มุมมองใหม่ๆ ในการคิดงานให้กับสายอาชีพที่ทำอยู่
👉 เข้าเเคมป์วันไหน?
วัน : เสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้
เวลา : 13.00-18.00 น. ( ลงทะเบียน 12.00 น. )
สถานที่ : G Village Bangkok

🎯 บัตรเข้าเรียนคลาส มี 2 ประเภท
1. บัตรบุคคลทั่วไป ราคา 4,500 บาท
(จำนวน 40 ที่นั่ง)
กดซื้อที่ https://www.ticketmelon.com/campg/campgthexgen-nawapol?

2. บัตรนิสิต นักศึกษา Buy 1 Get 1 Free!
ราคา 4,500 บาท/2 ที่นั่ง (จำนวน 10 สิทธิ์เท่านั้น)
*เงื่อนไขในการใช้บัตรนักศึกษา ดังนี้
👉🏻 วิธีสมัคร:โทรติดต่อตรงผู้จัด (คุณฝ้าย 084-668-7898)
พร้อมหลักฐานแสดงสถานะการเป็นนักศึกษา
สามารถใช้สิทธิ์ได้คนละ 1 ครั้งเท่านั้น

หมายเหตุ* บัตรสำหรับนิสิต นักศึกษา ทาง Camp G The X Gen ขอสงวนสิทธิ์ให้นิสิต นักศึกษาเท่านั้น ทีมงานจะมีการตรวจเช็คบัตรนักศึกษาที่หน้างานในวันกิจกรรม หากตรวจบัตรเเล้วพบว่าผิดเงื่อนไขที่ระบุไว้ ทางทีมผู้จัดขออนุญาติยกเลิกสิทธิ์ผู้สมัครโดยไม่ต้องเเจ้งให้ทราบล่วงหน้า

🔥 รู้ไว้ ได้ใช้เเน่! กับศาสตร์ที่จะพาเราเข้าใจให้ลึกซึ้งมากขึ้นในมิติของวิชาระบบนิเวศน์การสร้างงานที่เหล่า Storyteller เเละ Content Creator พศ. นี้ ต้องห้ามพลาด!!! 🔥


#ไม่เรียนชาตินี้ไม่รู้จะเรียนชาติไหน
#นิเวศวิทยาการสร้างสรรค์งาน

23/10/2019

นี่คือสุดยอดการรวมตัวครั้งสำคัญของโลกการเเสดง! 3 แอคติ้งตัวเเม่จาก 3 Academy!

ครูร่ม Romchat Tanalappipat ( SPARK DRAMA )
ครูบิว( BEW’S ACT-THINGS)
เเละครูกุ๊กไก่ Kookkai Rangsima Ittipornwanich ( ACTIONPLAY )
⚡⚡Camp G The X Gen presents “ The Acting Effect ”⚡⚡

#เรียนครั้งเดียวเจาะได้ครบ! จบทุกเทคนิคงานเเสดง

หลักสูตรเข้มข้นที่รวบเอา 3 หมวดการเเสดงสุดฮิต สกัดมาให้เรียนกันจบได้ในคลาสเดียว! เเถมได้เรียนเเบบใกล้ชิด ประกบตัวต่อตัว ซักถามเเลกเปลี่ยนข้อสงสัยได้ไม่มีกั๊ก กับ 3 เเอคติ้งโค้ชสาวที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับมากที่สุดของพศ. นี้!
คลาสเจาะลึกเทคนิคของ 3 โลกการเเสดง
" โฆษณา / ซีรีส์/ ภาพยนตร์ "

เสาร์ 2 ,อาทิตย์ 3,เสาร์ 9,อาทิตย์ 10 พฤศจิกายนนี้
4 วันเต็ม! 25 ชั่วโมง
รับจำนวนจำกัด 20 คน

👉 สมัครวันนี้ จาก 22,000 บาท เหลือ 17,600 บาท!
** พิมพ์ Code ACTINGORG

▶ รีบกดเข้าไปสมัครเลย ที่ https://www.ticketmelon.com/ca…/campgthexgen-theactingeffect?

สอบถามเพิ่มเติมที่ FB Camp G
เบอร์ 084-668-7898 คุณฝ้าย

ที่อยู่

16/78 Lat Phrao 18 Yaek3
Bangkok
10900

เบอร์โทรศัพท์

+66982742225

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CampGผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

เรื่องราวของเรา

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของยุคที่"ดิจิตอล"หรือ"ออนไลน์" ได้เข้ามา ทำให้สิ่งที่เราเคยเรียนในห้องเรียนใช้ไม่ได้อีกต่อไป! เรามา "เริ่มเรียนรู้ใหม่" ในศาสตร์ที่หลากหลาย แต่ต่างมุ่งเน้นพัฒนา"คุณ" ให้ตอบโจทย์ความต้องการของยุคสมัยนี้