Philosophy at SWU

Philosophy at SWU สาขาวิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

20/05/2020
ร่วมระลึกถึง ศาสตราจารย์ ดร. วิทย์ วิศทเวทย์  ผู้มีคุณูปการต่อวงการปรัชญาในประเทศไทย
13/05/2020

ร่วมระลึกถึง ศาสตราจารย์ ดร. วิทย์ วิศทเวทย์ ผู้มีคุณูปการต่อวงการปรัชญาในประเทศไทย

จุดยืนของ Mark Zuckerberg-Facebook และคำถามของ ส.ส หญิง Ocasio-Cortez ควรมองอย่างไรในเชิงเหตุผล             --- เขียนโดย...
18/01/2020

จุดยืนของ Mark Zuckerberg-Facebook และคำถามของ ส.ส หญิง Ocasio-Cortez ควรมองอย่างไรในเชิงเหตุผล
--- เขียนโดย เป่าปาก (นามแฝง) ---

--- จากกรณีที่ Mark Zuckerberg ประธานบริษัท Facebook อภิปรายปัญหากับ ส.ส. หญิงปม Facebook ยืนยันไม่ลบโฆษณาการเมืองที่เผยแพร่ข่าวปลอม แม้ทาง Facebook เองเคยถูกบริษัท Cambridge Analytica ใช้ประโยชน์จากข่าวปลอมจนแทรกแทรงการเลือกตั้งคนเป็นกรณีอื้อฉาว ซึ่งก่อนหน้านี้ Facebook ผ่านมรสุมข่าวฉาวจากการที่บริษัท Cambridge Analytica บริษัทโฆษณาการเมืองในอังกฤษใช้ประโยชน์จาก Facebook ในการประเมินพฤติกรรมของผู้ใช้เพื่อยิงโฆษณาข่าวปลอมให้โดยหวังผลทางการเมือง แทรกแซงผลการเลือกตั้งในประเทศต่างๆ เป็นเหตุให้ทาง Facebook ต้องออกมาปรับปรุงนโยบายด้านความโปร่งใสการยกใหญ่
--- ในระหว่างการไต่สวนนี้ ส.ส. Ocasio-Cortez ได้ยิงคำถามไปยังประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการรับมือของ Facebook ในเรื่องข่าวปลอม ซึ่งเราจะพาผู้อ่านไปร่วมทำความเข้าใจเข้าใจสถานการณ์ดังกล่าวนี้โดยมองมองผ่านการวิเคราะห์คำถามของ ส.ส. หญิง กับสภาวการณ์ทางฝั่งของ Mark Zuckerberg และองค์กร facebook ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 5 ประเด็น ต่อไปนี้

ประเด็นแรก : การมีข่าวปลอมหรือข้อมูลเท็จในเหตุการณ์ดังกล่าวจาก Facebook นั้นมาจากไหน
--- เกิดจากเหตุการณ์ที่ ศาสตราจารย์สร้างแบบทดสอบเพื่อเก็บงานวิจัย ลง ใน Facebook ให้ประชาชนลงมาทดสอบ โดยส่วนใหญ่ละเลยนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Facebook ทำให้แอฟลิเคชั่นสามารถดึงข้อมูล่วนตัวผู้ใช้ไปFacebook ได้เตือนอาจารย์ผู้สร้างแบบทดสอบเนื่องจากละเมิดนโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้ Facebook ต่อมาได้ทำการขายข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้ให้กับบริษัท Cambridge Analytica นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้

ประเด็นที่สอง : Mark Zuckerberg มีเจตนาปล่อยให้มีหรือไม่
--- Mark Zuckerberg ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการไม่ติดตามจัดการข้อมูลผู้ใช้ส่วนตัวที่เล็ดลอดออกไป เกิดช่องโหว่ส่งผลให้มีข้อมูลเท็จในแพลตฟอร์ม Facebook ไม่มีนโยบายที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงที่นักการเมืองพูด เพื่อให้ประชาชนนั้นเข้าใจและทราบเพื่อที่ด้วยตนเองจากวิจารณญาณ แต่ถ้าข้อมูลมีการยุยงให้เกิดความรุนแรง การทำร้ายร่างกายขึ้น หรือโน้มน้าวประชาชนในการเลือกตั้ง จะมีนโยบายป้องกันการบิดเบือนความเห็น นำข้อมูลเท็จออก แต่การที่ Facebook นั้นไม่มีค่าใช้จ่าย และรายได้ส่วนใหญ่นั้นมาจากการโฆษณา
--- ในการชี้แจงต่อ สภา คองเกรส 2 วัน (12 เม.ย. 61) คำถามอีกคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ
ข้อมูลของคุณถูกเก็บในระบบ ของบุคคลที่ 3ที่กำลังถูกถามหรือไม่ (Cambridge) ข้อมูลส่วนตัวของคุณ(Anna Eshoo) แล้วคุณจะเปลี่ยนแผนธุรกิจเพื่อดูแลข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่
มื่อ Facebook รู้ว่างานวิจัยของ Cambridge Analytica แท้จริงมีจุดประสงค์แอบแฝงเพื่อเก็บข้อมูลทางการเมือง-ได้ติดต่อทางผู้บริหาร Cambridge Analytica ในเรื่องโครงการหรือไม่ ถ้าไม่เพราะอะไร (Anna Eshoo)
จากการถูกถามให้ตอบคำถามว่า “จะเปลี่ยนแผนธุรกิจเพื่อดูแลข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่”
Mark Zuckerberg ไม่สามารถให้คำตอบสำหรับเรื่องนี้ ตรง ๆ ได้ ทำให้เราไม่สามารถทราบถึงจุดยืนว่ามีจุดยืนอย่างไรต่อเรื่องนี้

ประเด็นที่สาม : Mark Zuckerberg ได้ประโยชน์อะไรจากการมีข่าวปลอมหรือข้อมูลเท็จใน Facebook
--- Facebook ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ รายได้ส่วนใหญ่นั้นมาจากการที่บริษัทว่าจ้างให้ Facebook Mark Zuckerberg ย่อมได้ประโยชน์จากการที่มีข้อมูลเท็จซึ่งเป็นผลพวงมาจากโฆษณา แต่ถ้า Facebook ไม่สามารถจัดการข้อมูลเท็จได้อาจส่งผลเป็นปัญหาหลักต่อการรับรู้ของประชาชนอาจจะส่งผลให้ Facebook นั้นหมดความน่าเชื่อถือ

ประเด็นที่สี่ : การที่ Mark Zuckerberg เอาเรื่องดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวกับการเมืองโดยอนุญาตให้นักการเมืองใช้ platform ของ Facebook ในการลงโฆษณาเพื่อหาเสียง
--- Facebook เข้าไปเกี่ยวข้องกับการหาเสียงของนักการเมืองนั้นเกิดขึ้นจาก การที่ข้อมูลส่วนตัว ผู้ใช้ Facebook 87ล้านคน หลุดออกไปทางผลการวิจัย บริษัท Cambridge Analytica นำข้อมูลนั้นเอามาใช้ประโยชน์ ด้วยการช่วยในแคมเปญหาเสียงของ Donald Trump จากพรรคRepublican ใน ปี 2016 ทำให้ Donald Trump สามารถแซงชนะ Hillary Clinton

ประเด็นที่5 เป็นประเด็นที่สืบเนื่องมาจาก ส.ส. Alexandria Ocasio-Cortez สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแคร็ต ที่ได้มีการตั้งคำถามต่อนาย Mark Zuckerberg ประธานบริษัท Facebook ซึ่งเป็นคำถามสำคัญที่ว่า
--- Alexandria Ocasio-Cortez : คุณจะไม่ลบข้อความเท็จหรือจะลบข้อความเท็จที่เกี่ยวกับการเมืองบนพื้นที่ของคุณ ลบหรือไม่ลบ ?
จากการตั้งคำถามนี้แสดงว่า ส.ส. Alexandria Ocasio-Cortez มีความเข้าใจว่า นาย Mark Zuckerberg จะต้องรู้ว่ามีข้อความเท็จที่เกี่ยวกับการเมืองบนพื้นที่ของ Facebook ซึ่งตนเป็นประธานบริษัท เพราะเนื่องจากว่าเมื่อไม่นานมานี้ทางบริษัท Facebook ได้มีนโยบายว่า จะตรวจสอบข้อความเท็จในการโฆษณา แต่กลับยืนยันว่าจะไม่ตรวจสอบข้อความเท็จในการโฆษณาที่มาจากนักการเมือง เนื่องจากทาง Facebook ได้ให้เหตุผลว่า : นักการเมืองควรรับผิดชอบข้อความของตน หากนักการเมืองปล่อยข้อความเท็จก็ควรที่จะให้ประชาชนตัดสินความถูกผิดด้วยตนเอง ซึ่ง ส.ส Alexandria Ocasio-Cortez ต้องการจะสื่อสารว่า การที่นาย Mark Zuckerberg ปล่อยให้มีข้อความเท็จที่เกี่ยวกับการเมืองโดยที่ นาย Mark Zuckerberg รู้ว่ามีข้อความเท็จที่เกี่ยวกับการเมืองบนพื้นที่ของ Facebook ซึ่งตนเป็นประธานบริษัทและเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ เป็นการกระทำที่ถือว่าผิด เพราะว่าการปล่อยให้มีข้อความเท็จหรือที่ไม่ใช่ข้อความเท็จแต่อาจเป็นข้อความจริงแต่เป็นข้อความจริงเพียงบางส่วนที่เกี่ยวกับการเมืองบนพื้นที่ของ Facebook ซึ่งมีอิทธิพลเป็นอย่างมากและส่งผลให้ผู้ใช้งาน Facebook ที่มีเป็นจำนวนมากได้รับรู้ข้อความโฆษณาที่เกี่ยวกับการเมืองนั้น รับข้อความเท็จหรือเกิดความเข้าใจผิดได้ ซึ่งส่งผลเสียต่อประชาชนและต่อประเทศชาติในวงกว้างและในระยะยาวด้วยจนกว่าจะถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ และการที่ Facebook มีอิทธิพลต่อผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ทำให้ส.ส. Alexandria Ocasio-Cortez มอง Facebook ว่าสามารถเป็นสื่อได้ เพราะทั้งสื่อและ Facebook เป็นการพยายามที่จะสื่อสารข้อความใดข้อความหนึ่งแก่ผู้รับข้อความเหมือนกัน แตกต่างกันตรงที่ สื่อที่นำเสนอผ่านโทรทัศน์หรือสิ่งพิมพ์เป็นการสื่อสารทางเดียว คือ มีผู้ส่งข้อความและมีผู้รับข้อความแต่ผู้รับข้อความจะไม่สามารถตอบกลับข้อความนั้นได้ แต่ Facebook เป็นการสื่อสารสองทาง คือ มีผู้ส่งข้อความและมีผู้รับข้อความซึ่งผู้รับข้อความจะสามารถตอบกลับข้อความนั้นได้ทันที ดังนั้นความคาดหวังของ นาง Alexandria Ocasio-Cortez ที่มีต่อ Facebook คือ Facebook ควรจะมีมาตรจัดการการตรวจสอบข้อความหรือโฆษณาก่อนว่าเป็นข้อความจริงหรือเท็จ ในการโฆษณาที่เกี่ยวกับการเมืองก่อนที่จะมีการนำเสนอเช่นเดียวกันกับสื่อ

--- ทั้งนี้ จากคำตอบของ Mark Zuckerberg ที่ยืนยันว่าจะไม่ลบโฆษณาทางการเมืองที่เข้าข่ายเป็นข่าวปลอมเนื่องจากว่า ประชาชนควรแยกแยะเอง หากมองท่าทีของทาง Facebook ในเชิงหลักการแล้วจะเห็นได้ว่าจุดยืนของทาง Facebook นั้น สะท้อนแนวคิดในทางเสรีนิยม ที่ถือว่า ผู้ใช้ Facebook ในฐานะ “ปัจเจกบุคคลผู้มีสิทธิเสรีภาพ ย่อมมีสิทธิในการพิจารณาข้อมูลข่าวสารและแยกแยะหรือตัดสินใจเลือกเชื่อได้ด้วยตนเอง หากทาง Facebook เข้าไปจัดการควบคุมข้อมูลที่ไหลเวียนเหล่านั้น ก็จะถือเป็นการผูกขาดการนำเสนอข้อมูลและละเมิดสิทธิที่จะรับรู้ข่าวสารอย่างรอบด้านของผู้ใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดกับหลักการของเสรีนิยมอันเป็นคุณค่าอันดับหนึ่งของอเมริกาอย่างชัดแจ้ง นอกจากนี้มุมมองทางการเมืองแบบเสรียมยังแฝงนัยยะของ"มโนทัศน์เรื่องเสรีภาพ"ไว้ ซึ่งเรียกร้องให้ปัจเจกบุคคลกล้าใช้เสรีภาพของตนในการตัดสินใจเลือกคิด,เชื่อ,กระทำ ตามเจตจำนงของตนเอง ซึ่งเราต้องรับผิดชอบผลของการตัดสินใจเลือกนั้น หากปัจเจกบุคคลผู้ใช้ Facebook ตระหนักและมีความสำนึกถึงการมีเสรีภาพของตนเองในลักษณะดังกล่าว ย่อมทำให้ผู้ใช้มีวิจารณญาณและมีความรอบคอบในการเสพสื่อมากขึ้น ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง และนอกจากนี้การที่ facebook อ้างว่าตนไม่ได้มีสถานะเป็นสื่อ แต่เป็นพียง social media เท่านั้น ทาง Facebook จึงไม่มี “ภาระอันจำเป็น” ใดๆที่จะต้องจัดการกับปัญหาดังกล่าว

--- ในอีกด้านหนึ่ง มีผู้คนบางกลุ่มที่มองว่านโยบายของทาง Facebook เกี่ยวกับโฆษณาทางการเมืองนั้นไม่เหมาะสม เพราะหากปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้แยกแยะเอง ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียหายในทางการเมืองต่อประเทศได้ ซึ่งเราไม่อาจทราบว่าประชาชนส่วนใหญ่จะมีวิจารญาณเพียงพอหรือไม่ในการแยกข้อมูลที่เป็นจริงกับเท็จออกจากกัน ดังนั้น ควรมีหน่วยงานหรือองค์กรทำหน้าที่คัดกรองข้อมูล ซึ่งหน่วยงานที่เหมาะสมที่สุดในกรณีนี้ก็คือ Facebook ซึ่งมีศักยภาพในการจัดการกับปัญหาในลักษณะเช่นนี้ จากมุมมองดังกล่าว อาจกล่าวได้ว่าคนกลุ่มนี้มองว่า Facebook ควรเดินตามแนวทางแบบปฏิบัตินิยม ที่ถือว่าทฤษฎีหรือหลักการใดที่จะเป็นจริงหรือมีประสิทธิภาพ ทฤษฎีหรือหลักการดังกล่าวนั้นต้องสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ได้ในเชิงปฏิบัติ กล่าวคือต้องสามารถแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม และประเทศชาติได้ โดย Facebookควรจะคำนึงถึงความเป็นไปได้ของผลลัพธ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายในระยะยาวต่ออประเทศ และหาวิธีจัดการมันแม้ว่าจะต้องละเมิดหลักเสรีนิยมก็ตาม

--- อย่างไรก็ตาม หากทาง Facebook เปิดใจเดินตามแนวทางของหลักปฏิบัตินิยม โดยดำเนินนโยบายตรวจสอบข่าวปลอมเกี่ยวกับโฆษณาทางการเมือง ข้อมูลข่าวสารทั้งหมดที่เกี่ยวกับการเมืองจะอยู่ในการจัดการควบคุมของทาง Facebook เพียงฝ่ายเดียว นั่นหมายความว่า Facebook เป็นผู้ผูกขาดการคัดสรร นำเสนอ ข้อมูลทางการเมือง และพรากสิทธิของผู้ใช้ที่จะรับรู้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาตามที่นักการเมืองพูดจริง การกระทำในลักษณะดังกล่าว เข้าข่ายเผด็จการหรือไม่ และหากเป็นเช่นนี้ จะมีอะไรมารับประกันว่าทาง Facebook ไม่ได้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของนักการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งอาจใช้เป็นช่องทางในการลงโฆษณาชวนเชื่อเพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้กับฝ่ายตัวเองได้ แล้วหาก Facebook กระทำเช่นนั้น จะไม่เท่ากับว่า Facebook กลายสถานะเป็นสื่อสาธารณะไปหรอกหรือ บุคคลผู้ใช้ Facebook หลายคนคงไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าวแน่ นอกจากนี้ในทางปฏิบัติแล้วยังถือว่าทำได้ยากมากในการคัดแยกข้อมูลเท็จออกจากข้อมูลจริง เพราะข่าวปลอมในทางการเมืองนั้นมีลักษณะของการชักจูง โน้มน้าวจิตใจ หรือชวนให้เข้าใจผิด หรือบางครั้งก็อาจจะไม่ใช่ข่าวปลอมแบบตรงๆ แต่เป็นการนำเสนอความจริงเพียงส่วนเดียวซึ่งส่งผลให้ความหมายของข้อมูลต่างออกไปจากเดิมมาก ข่าวปลอมลักษณะนี้มีความสลับซับซ้อนมากกว่าข่าวปลอมทั่วไป เมื่อเป็นเช่นนี้จึงยังไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการแยกระหว่างความจริงกับความเท็จ นอกจากนี้มนุษย์ทุกคนควรมีเสรีภาพในการแยกแยะด้วยตัวเองตามวิจารณญาณของตนว่าข้อมูลใดน่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือ นี่เองอาจเป็นเหตุผลที่ทาง Facebook คิดไม่ตก จึงตัดสินใจเลือกที่จะไม่จัดการกับปัญหาดังกล่าว และด้วยการที่ Facebook มีสถานะเป็น social media ที่แสวงหาผลกำไรนี่เอง จึงอธิบายได้ว่า เหตุใด ระบบอัลกอริทึมของ Facebook จึงถูกออกแบบมาในลักษณะที่ทำให้ผู้ใช้เห็นข้อมูลแต่ในด้านที่เขาติดตาม นั่นเพราะเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของทาง Facebook ที่ต้องการตอบสนองต่อความต้องการ"เลือกเห็น"หรือติดตามในสิ่งที่สนใจของผู้ใช้นั่นเอง เพื่อที่ว่าผู้ใช้จะได้ต้องการเล่นมันมากขึ้นเรื่อยๆ ดังที่ Mark Zuckerberg ได้กล่าวไว้ว่า “คนกลับมาเช็ค Facebook บ่อย ๆ เพราะเขาได้สิ่งที่เขาอยากเห็น” ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยอดของผู้ใช้ Facebook เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นสื่อ social media ที่มีความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในปัจจุบัน

--- กล่าวโดยสรุปจากประเด็นทั้งหมดนั้นจะเห็นได้ว่า จากคำถามของ ท่าน ส.ส.หญิง Alexandria Ocasio-Cortez ได้สะท้อนว่า ส.ส. มองการกระทำของ Facebook ถือเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะ Mark Zuckerberg มีเจตนาในการปล่อยให้มีข่าวปลอมทางการเมืองบนพื้นที่ของ Facebook ซึ่งทาง ส.ส. มีความคาดหวังให้ทาง Mark Zuckerberg แสดงความรับผิดชอบต่อพฤติการณ์ดังกล่าว โดยการจัดการตรวจสอบคัดกรองข้อมูลที่เป็นเท็จในทางการเมืองออกจาก platform เพื่อประโยชน์สุขของประเทศ กล่าวได้ว่า มุมมองลักษณะดังกล่าวของ ส.ส.หญิง Alexandria Ocasio-Cortez นั้นถือเป็นตัวแทนของจุดยืนในมุมมองแบบปฏิบัตินิยม ในส่วนนโยบายของทาง Facebook นั้น ทางเราได้ข้อสรุปว่า สิ่งที่สามารถนำมา justification จุดยืนของทาง Facebook ได้นั้น ได้แก่ แนวคิดแบบเสรีนิยม และ การที่ Facebook อธิบายถึงสถานะของตนว่าไม่ได้เป็นสื่อสาธารณะ แต่เป็นแค่ social media ทำให้ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามจรรณยาบรรณของสื่อ ถึงแม้ การ justification ดังกล่าวจะถูกท้าทายด้วยมุมมองแนวความคิดแบบปฏิบัตินิยม และอาจถูกวิจารณ์ถึงระบบอัลกอริทึมที่เอื้อให้เกิดปัญหา แต่ทางเรายังเห็นว่า ข้อวิจารณ์ดังกล่าวยังถือว่ามีข้อบกพร่องในทางปฏิบัติ ซึ่งจุดยืนของทาง Facebook ยังคงความมีเหตุผลและมีหลักการไว้ได้

--- อย่างไรก็ตาม ข้อพิจารณาทั้งหมดในบทความเป็นเพียงการมอง"ปัญหา"ด้วยมุมมองหรือกรอบความเข้าใจในทางปรัชญาแบบนึงเท่านั้น อาจมีในบางจุดที่ผู้เขียนละเลยในการพิจารณาไป หรือข้อพิจารณาของผู้เขียนยังมีความบกพร่องอยู่บ้าง ก็อยากฝากให้ผู้อ่านช่วยนำเนื้อหาในบทความไปคิดต่อ ให้เกิดการถกเถียงอภิปรายขึ้นเพื่อให้เนื้อหามีความลุ่มลึกยิ่งขึ้นต่อไป

--- ข้อเสนอสุดท้ายที่ทางเราอยากจะฝาก คือถึงถึงแม้ facebook จะไม่มีมาตราการในการคัดกรองข้อมูล หรือใน Social Media อื่นๆที่มีการแพร่กระจายของ fake news อยู่มากก็ตาม แต่ทางเราเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่จะเข้าใจ และรู้เท่าทันมันได้ โดยที่ไม่ต้องหวังพึ่งพาระบบของ facebook หรือ social media อื่นๆในการจัดการกับข่าวปลอม ซึ่งเราก็เชื่อว่าในปัจจุบันนั้น กลไกที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรับมือกับข่าวปลอมคือการมี "วิจารณญาณ" ของเรานั่นเอง เพราะท้ายที่สุดมนุษย์ทุกคนก็ต้องใช้เสรีภาพในการตัดสินใจเลือกเองอยู่ดีว่าจะเชื่อหรือกระทำอะไร และเราต้องรับผิดชอบผลของการตัดสินใจนั้น

นิสิตหลักสูตรปรัชญาและศาสนา​ คณะมนุษยศาสตร์​ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ​ 3​ คน​ เข้าร่วมการนำเสนอบทความครั้งนี้
24/11/2019

นิสิตหลักสูตรปรัชญาและศาสนา​ คณะมนุษยศาสตร์​ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ​ 3​ คน​ เข้าร่วมการนำเสนอบทความครั้งนี้

Accepted papers for the Annual Conference of The Philosophy and Religion Society of Thailand, 2019
บทความที่ผ่านความเห็นชอบของผู้ทรงคุณวุฒิให้นำเสนอในงานประชุมสามัญประจำปีของสมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2562

(1) Hua Menglian “Big Data, E-Commerce and Deceptive Pricing”
(2) Jesada Buaban “AI Buddha: Savior in the Capital World”
(3) Li Wei and Xia Mingyue “The Ethical Problems of Virtual Eternity Technology and its Challenge to the Ethics of Chinese Deceased Culture”
(4) Prach Panchakunathorn “Risk-Taking and Justice”
(5) Zao Khamdai (Venerable) “B-technique”
(6) เกลอ ประสิทธิเมกุล “เทคโนโลยีกำหนดความสุขอย่างนั้นหรือ?”
(7) ชุตริณธรณ์ ฝั้นศิริ “การพัฒนาความสุขตามทัศนะของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต): ศึกษาเปรียบเทียบกับจิตวิทยาเชิงบวก”
(8) ธนัชชนม์ ธนาธิป-ปริพัฒน์ “การไม่สามารถแทนที่ของหุ่นยนต์นักบวชปัญญาประดิษฐ์: พิจารณาจากมุมมองพุทธศาสนา”
(9) ธนีพร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม “การพัฒนาจริยธรรมด้วยเรื่องเล่าทางศาสนา: การจัดจริยศึกษาตามแนวทางแบบเรื่องเล่าด้วยทศชาติชาดกสำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี”
(10) ไพเราะ มากเจริญ “ปัญญาประดิษฐ์ต้องรับผลของกรรมหรือไม่: มุมมองจากพุทธศาสนาเถรวาท”
(11) มงคล เทียนประเทืองชัย “ปัญญาประดิษฐ์คิดและทำไม่เหมือนปัญญามนุษย์”
(12) รัฐพล เพชรบดี “ว่าด้วย มนุษย์ ชีวิต ความหมาย ความรัก และปัญญาประดิษฐ์ กับการสำรวจเชิงทดลองทางความคิด”
(13) ไลลา หริ่มเพ็ง “จริยศาสตร์แห่งความอาทรและจริยศาสตร์แห่งความยุติธรรมในการจัดสรรซะกาต”
(14) วรเทพ ว่องสรรพการ “จินตนาการทางการเมือง: ศึกษาเปรียบเทียบขบวนการเบอร์ซีห์กับขบวนการภาคประชาชนในสังคมไทย”
(15) สุพิชชา เพชรสังข์ “การใช้มังงะเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้คำสอนทางพระพุทธศาสนา: "เดธโน้ต สมุดมรณะ" และกฎแห่งกรรม”
(16) สุมาลี มหณรงค์ชัย “ความหมายของศาสนาในยุคเทคโนโลยีรื้อทำลาย”
(17) เสาวณีย์ บุญคำ “การวิเคราะห์เชิงปรัชญาเรื่อง AI (การวินิจฉัย)ที่มีบทบาทต่อสังคมตามทรรศนะของปีเตอร์-พอล เฟอร์เบค”
(18) เสาวลักษณ์ บุญคำ “การวิเคราะห์เรื่องธรรมชาติของมนุษย์ในทรรศนะรูซโซเพื่อเสนอแก้ปัญหาอาชญากรรมในไทยเชิงประยุกต์”
(19) อนุชา พูลสิน “ความเข้าใจเรื่องฮาลาลของผู้ขอการรับรองอาหารฮาลาลจากคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร: การศึกษาทัศนะผู้ให้คำปรึกษาโรงงาน”
(20) อมรเทพฤทธิ์ สองสียนต์ และ ศักรินทร์ ณ น่าน “โลกที่ไม่ได้มีแค่มนุษย์: การเข้าใจรักโรแมนติกในสังคมดิจิตัลผ่านภาพยนตร์เรื่อง Her”
(21) อัญชลิตา สุวรรณะชฎ “ตรรกะและภาษาของ รูดอล์ฟ คาร์นาป”
(22) อำนาจ ยอดทอง “ประเด็นจริยธรรมเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ในมุมมองพระพุทธศาสนา”

Author will receive comments from reviewers via E-mail. Please have your paper revised according to the comments. Send an MS-Word file of your revised paper to Assist. Prof. Dr.Theptawee Chokvasin within Monday 16th December, 2019. The revised papers will be compiled into the proceeding of the Society.
ผู้เขียนจะได้รับคำแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขจากผู้ทรงคุณวุฒิ ดังที่จะส่งให้อีกครั้งหนึ่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ขอให้ผู้เขียนพิจารณาปรับแก้ไขตามคำแนะนำและส่งฉบับแก้ไขให้ ผศ.ดร.เทพทวี โชควศิน ภายในวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคมนี้ เพื่อที่จะได้รวบรวมและนำเข้าสู่เอกสารสืบเนื่องของการประชุมสัมมนาต่อไป

2 ปีที่แล้ว นักธุรกิจมหาเศรษฐีคนดังเคยชี้..จบเอกปรัชญาน่าจะมีเอี่ยวในการสร้าง “เศรษฐีล้านล้านเหรีญ” คนแรกของโลกhttps://w...
22/11/2019

2 ปีที่แล้ว นักธุรกิจมหาเศรษฐีคนดังเคยชี้..จบเอกปรัชญาน่าจะมีเอี่ยวในการสร้าง “เศรษฐีล้านล้านเหรีญ” คนแรกของโลก
https://www.youtube.com/watch?v=Rs24VgVX2zE

ต่อไปนี้เป็นบทแปลสคริ้ปของคลิ้ปยูทูบจากสถานีข่าวธุรกิจระดับโลก CNBC :
“ในธุรกิจด้านปัญญาประดิษฐ์นั้น...โอกาสที่จะทำเงินได้นับเป็น ‘ล้านล้าน’ (trillion) เหรีญนั้นยังรอเราอยู่.” นี่คือคำกล่าวของ ผู้สร้างตนเองให้เป็นมหาเศรษฐีพันล้าน (ชาวอเมริกัน) นาม มาร์ค คิวบัน (Mark Cuban). เขายังกล่าวอีกว่า “เศรษฐีล้านล้านเหรีญคนแรกนั้นจะคือใครบางคนที่ยึดครองความได้เปรียบในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เอาไว้ได้. “ถ้าคุณไม่พัฒนาตนเองให้เป็นผู้นำในด้าน ‘deep learning’ (การเรียนรู้ด้วยโปรแกรมแบบลึก) หรือด้าน ‘neural networks’ (เครือข่ายแบบใยประสาท’ และเรื่องที่เกี่ยวข้องแล้วละก็...คุณก็จะพ่ายแพ้.” “ในโลกช่วง 10 ปีข้างหน้า จะมีความเปลี่ยนแปลงทางเทคโรโลยีอีกมากกว่าที่เปลี่ยนเปลี่ยนมาแล้วในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา.” และยังได้กล่าวเสริมด้วยว่า ”‘การคิดเชิงวิพากษ์’ (Critical Thinking) จะทวีคุณค่าเพิ่มขึ้น ในขณะที่งานทางด้านเทคนิคอย่างผู้ตรวจบัญชี (CPAs) หรือคนทำบัญชีนั้น ท่าจะลำบากแน่.” “สุดท้ายแล้ว...ดูจะเป็นข่าวดีทีเดียวสำหรับผู้ที่เรียนวิชาเอกปรัชญา.” เขากล่าวตบท้าย.

The self-made billionaire believes great profits await entrepreneurs working with artificial intelligence. » Subscribe to CNBC Make It.: http://cnb.cx/2kxl2r...

ส่งท้าย... เราเริ่มได้ยินเสียงทำนองเดียวกันกับผู้รู้ชาวไทยแล้วว่า...ปรัชญานั้น “มีอนาคต”
21/11/2019

ส่งท้าย... เราเริ่มได้ยินเสียงทำนองเดียวกันกับผู้รู้ชาวไทยแล้วว่า...ปรัชญานั้น “มีอนาคต”

ปัญญาประดิษฐ์จะต้องมีจริยธรรมในเรื่องต่างๆ อย่างไรบ้างนั้น ตอนนี้คงไม่มีคำตอบชัดเจน แต่นี่น่าจะเป็นช่ว...

เหตุใด ปริญญาทางปรัชญา สามารถทำให้คุณรุ่งด้าน data science
21/11/2019

เหตุใด ปริญญาทางปรัชญา สามารถทำให้คุณรุ่งด้าน data science

John Hearty is the data science manager at NuData Security. Yet he started out more about Kant than code – he studied philosophy.

3 ยอดกูรูธุรกิจประสานเสียง...มี 5 เหตุผลที่ทำให้คนจบเอกปรัชญาจะเป็นผู้ประกอบการ (ธุรกิจ) ที่ยิ่งใหญ่
21/11/2019

3 ยอดกูรูธุรกิจประสานเสียง...มี 5 เหตุผลที่ทำให้คนจบเอกปรัชญาจะเป็นผู้ประกอบการ (ธุรกิจ) ที่ยิ่งใหญ่

When accomplished entrepreneurs like Reid Hoffman, Peter Thiel and Carly Fiorina credit their philosophy backgrounds for their success, you have to wonder if they're on to something.

นิตยสารฟอร์บส์ชี้เหตุที่ควร เรียนเอกปรัชญา
21/11/2019

นิตยสารฟอร์บส์ชี้เหตุที่ควร เรียนเอกปรัชญา

When looking for a college major that will give students a return on investment, philosophy might be your best bet.

ที่อยู่

114 ซอยสุขุมวิท 23 เขตวัฒนา
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Philosophy at SWUผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท