ฉุยฉายวันทนีย์

ฉุยฉายวันทนีย์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ฉุยฉายวันทนีย์, ศิลปะการแสดง, 5/124 หมู่บ้านปริญญดาเกษตรนวมินทร์ ซอยนวมินทร์ 111 ถนนนวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม, Bangkok.

งานเขียนจากใจคนที่ไม่ใช่ศิลปิน อยากเล่าความรัก ความประทับใจในงานนาฏศิลป์ ด้วยฝีมือการแสดง ถ่ายทอด กำกับ เผยแพร่และสร้างสรรค์ของครูน้อย ศิลปินต้นแบบผู้ชำนาญการด้านศิลปะการแสดงของกรมศิลปากร ดร.วันทนีย์ ม่วงบุญ เชิญ #คนรักครูน้อย #รักนาฏศิลป์ มาแชร์กันตรงนี้

🧡 พระนางศุภยาลัต เป็นพระอัครมเหสีพระองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์อลองพญา พระราชธิดาในพระเจ้ามินดงและพระนางอเลนันดอ  ด้วยความทะเ...
11/09/2026

🧡 พระนางศุภยาลัต เป็นพระอัครมเหสีพระองค์สุดท้ายแห่ง
ราชวงศ์อลองพญา พระราชธิดาในพระเจ้ามินดงและพระนางอเลนันดอ ด้วยความทะเยอทะยาน พระนางจึงได้เป็นพระอัครมเหสีในพระเจ้าสีป่อ กษัตริย์พม่าองค์สุดท้ายก่อนที่จะตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
#รักพระนางศุภยาลัต

 #ครูน้อยวันทนีย์EP 80:   ขอเชิญแก้วแววตามาด้วยพี่ ร่วมฝ่ายฟ้อนละครในใช้ท่าที ละครในเรื่อง “อิเหนา” เล่าเท่าไหร่ก็ไม่จบ ...
09/09/2026

#ครูน้อยวันทนีย์
EP 80: ขอเชิญแก้วแววตามาด้วยพี่ ร่วมฝ่ายฟ้อนละครในใช้ท่าที

ละครในเรื่อง “อิเหนา” เล่าเท่าไหร่ก็ไม่จบ
ด้วยความงามและความน่าสนใจ มีอยู่ในทุกกระเบียดนิ้ว

อิเหนาเต็มไปด้วยความสนุกสนานตามเนื้อเรื่อง
มีความไพเราะของรสวรรณคดี ทั้งเนื้อหาแฝงคติธรรม
สอดแทรก สังคม ศิลปะ วัฒนธรรม การเมือง

และสะท้อนขนบธรรมเนียมประเพณีไทยโบราณได้อย่างแม่นยำ
เนื่องจากรัชกาลที่ 2 ทรงปรับปรุงประเพณี
จากเรื่องเดิมให้เข้ากับราชประเพณีไทย

อีกทั้งตัวละครก็มีมิติทางอารมณ์สมจริง
สะท้อนความเป็นมนุษย์ มีรัก โลภ โกรธ หลง
กระบวนท่ารำก็ปราณีตงดงาม

ฉันเห็นวิดีโอการแสดง ละครใน เรื่องอิเหนา
ตอน “ฤทธิ์เทวาปะตาระกาหลา”
จัดแสดง 4 รอบ ณ โรงละครเเห่งชาติ ในปี 2561 เขียนบรรยายไว้ว่า
นำเเสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต กรมศิลปากร

การแสดงมีความยาว 2 ชั่วโมงเศษ
กำกับการเเสดง และถ่ายทอดท่ารำตัวเอกทุกตัว
รวมทั้งกระบวนการตรวจพลของทัพปันหยี และระบำนกยูง
โดย วันทนีย์ ม่วงบุญ

จะไม่หยุดดูได้อย่างไร
https://youtu.be/7IYDYA23h4o
ในเรื่อง มีตัวละครเอก ที่ครูน้อยเคยรับบททั้งสิ้น
อิเหนา อุณากรรณ ปันหยี ย่าหรัน นกยูง

มีฉากลมหอบที่หอบเอารถของนางบุษบาขึ้นไปสูงเกือบถึงเพดาน
ฉากลมหอบเป็นฉากสำคัญ ที่มีผลต่อการดําเนินเรื่อง
เป็นการพิสูจน์ความรักของคู่พระนางว่าจะยิ่งใหญ่
และอดทนเพียงไรต่อปัญหาซึ่งเกินกําลังมนุษย์
ทั้งยังแสดงถึงความรักความผูกพันที่ลึกซึ้งของอิเหนาที่มีต่อบุษบา

บางครั้งฉันรู้สึกว่า องค์ปะตาระกาหลา
ทำไมต้องมาพัวพัน วุ่นวายกับเขาเสียทุกเรื่อง
น่าจะให้ตัวละครตัดสินใจเอง ต่อสู้เองบ้าง
นี่เป็นผู้กําหนดชะตาชีวิตของตัวละครไปหมด
เป็นคนตั้งกฎการแต่งงาน
เป็นผู้กําหนดว่า วงศ์เทวัญต้องคู่กับวงศ์เทวัญ

และถ้าไม่เข้ามายุ่ง ชีวิตของตัวละครและ
การดำเนินเรื่องจะเปลี่ยนไปยังไง

ปะตาระกาหลา หรือองค์อสัญแดหวา เป็นต้นวงศ์อสัญแดหวา
สถิตอยู่บนสวรรค์และจะเหาะลงมาเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ
เช่น เมื่อโอรสกษัตริย์วงศ์เทวาประสูติ
ก็เหาะลงมาอวยชัยให้พร พร้อมมอบกริชที่จารึกชื่อให้

ครั้งหนึ่งปะตาระกาหลาโกรธอิเหนา
ที่ไปหลงรักนางจินตะหราและไม่ยอมอภิเษกกับนางบุษบา
จึงต้องการจะลงโทษอิเหนา โดยทำอุบายแปลงเป็นกวางทอง
ล่อให้วิหยาสะกำตามเพื่อให้พบภาพวาดนางบุษบา
จนเกิดศึกกะหมังกุหนิง

และเมื่ออิเหนาเผาเมืองดาหา โดยปลอมตัวเป็นจรกา
ลักนางบุษบาไปไว้ในถ้ำ
ปะตาระกาหลาก็บันดาลให้ลมหอบนางบุษบาไป
ในขณะที่อิเหนาไปแก้สงสัยในเมืองดาหา

ปะตาระกาหลาให้นางบุษบาปลอมเป็นชายชื่ออุณากรรณ
และสาปให้ทั้งสองจำกันไม่ได้
จนกว่าพระญาติทั้งหลายจะพบกันพร้อมหน้า

เมื่ออิเหนาบวชเป็นดาบสและตั้งจิต
ขอให้องค์ปะตาระกาหลาบันดาลให้พบนางบุษบา
ปะตาระกาหลาก็ดลใจอุณากรรณให้ออกติดตามอิเหนา

เมื่อเกิดศึกชิงนางสะการะหนึ่งหรัด อุณากรรณรบกับระตูจะมาหรา
ปะตาระกาหลาก็ลงมาอวยพรให้อุณากรรณชนะศัตรู

และเมื่อสียะตราออกติดตามหานางบุษบาโดยปลอมตัวเป็นย่าหรัน
ปะตาระกาหลาก็แปลงเป็นนกยูงนำทางไปถึงเมืองกาหลัง

ฉันมิอาจจบเรื่องอิเหนาลง
หากมิได้สำแดงความงามของ อิเหนา-บุษบา
คู่ขวัญวรรณคดีที่งามที่สุดให้เห็นกันชัดๆ

และขอโทษที่มิมีตามองความงามของอิเหนาอื่น
ที่ไม่ใช่ครูน้อยของฉัน
https://youtu.be/kBoNgr9SPWo?list=RDkBoNgr9SPWo

ในวิดีโอชุดนี้ ทั้งบทร้อง ท่ารำ และผู้รำคู่ขวัญวรรณคดี อิเหนา-บุษบา
เสมือนบทคัดย่อ ของงานวิจัยเรื่อง ละครใน
ที่กรรมการสอบต้องให้ 4 ผ่าน และปุ่มทอง

“ฝ่ายฟ้อนละครใน ละเมียดละไม แช่มช้า
ทั้งท่วงทั้งที มีสง่า นวยนาดยาตรา ทัศนาปราณีต
แบบอย่างข้างใน ดูวิไลนุ่มนวล
น่าชมสมส่วน ทุกกระบวนกรายกรีด

แม่ศรี ละครใน
เป็นแบบอย่าง ละครไทย แต่สมัยบูราญ
เป็นเครื่องชูพระเกียรติยศ
ให้ปรากฏทุกสถาน
ใครชมรำสำราญ
ให้ชื่นบานทั่วกันเอย ”

จากสารคดีสั้น จดหมายเหตุกรุงศรี
วัฒนธรรมร่วมอาเซียน “ อิเหนาจากชวามาไทย เลยไปพม่า”
https://youtu.be/vCIpNOIqttk

เรื่องอิเหนาบทละครใน มีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
แห่งกรุงศรีอยุธยา
ได้รับความนิยมสืบเนื่องมาจนสมัยต้นรัตนโกสินทร์

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ในตำนานอิเหนาว่า
ต้นเรื่องเป็นพงศาวดารชวา เรียกว่า อิเหนาปันหยีกะรัตปาตี
เรียกย่อๆว่าปันหยี
นิยมเล่นเป็นละครและการเชิดหนัง หรือวายังกุลิต ( Wayang Kulit)

ส่วนของไทย แต่งสำหรับเล่นละครใน หรือละครหลวง

ละครในเรื่องอิเหนาของไทย ยังได้แพร่ต่อไปยังราชสำนักพม่า
ได้รับการยกย่องว่า มีกระบวนรำสวยงาม
เป็นมหรสพของหลวง ไม่ว่าจะย้ายราชธานีไปที่ใด
จะนำละครไทยไปทุกแห่ง

ฉันคงไม่ตามไปเขียนเรื่องอิเหนาในราชสำนักพม่าต่อ
แต่จะต่อด้วย เรื่องในราชสำนักพม่าแทน
ชมบทบาทครูน้อยกันจุกๆ
เดาได้ไหมว่า
เรื่องอะไร

#ครูน้อยของฉัน #นาฏศิลปินของชาติ
#อาจารย์วันนีย์ม่วงบุญ #นาฏศิลป์ไทย
ขอขอบคุณบทและภาพจากครูน้อย #สำนักการสังคีต #กรมศิลปากร
บทความของ คุณสุภัค มหาวรากร ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
วิดีโอยูทูป ช่อง LAKORN lakorn
วิดีโอยูทูป ช่อง สํานักการสังคีต กรมศิลปากร
วิดีโอยูทูป ช่อง จดหมายเหตุกรุงศรี ดูน้อยลง

08/09/2026

หาใดเหมือน 🧡 ครูน้อยของฉัน
👍วางแผนการสอนอย่างดี ทุ่มเท ตั้งใจ หวังผลสัมฤทธิ์อย่างสูงของลูกศิษย์ในหนึ่งวันที่อบรม


#สำนักส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม #มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

 #ครูน้อยวันทนีย์EP 79:   เสียงนกโพระดก มันร้องโฮกโป๊ก โฮกโป๊กอยู่หนไหนยังจำละครเรื่อง ”สอดสร้อยมาลา”กันได้ไหมมีบทเพลงหน...
07/09/2026

#ครูน้อยวันทนีย์
EP 79: เสียงนกโพระดก มันร้องโฮกโป๊ก โฮกโป๊กอยู่หนไหน

ยังจำละครเรื่อง ”สอดสร้อยมาลา”กันได้ไหม
มีบทเพลงหนึ่ง ที่ตัวละครชื่อสร้อย
ร้องบ่อยครั้ง
“เสียงนกโพระดก มันร้องโฮกโป๊ก โฮกโป๊กอยู่หนไหน”
จนคนดูรู้สึกเหมือนเป็นเพลงจำของสร้อย

เพลงชื่อ “โพระดก” ยังเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง
นางสาวโพระดก เมื่อปี 2508
คำร้อง โดย ครูชาลี อินทรวิจิตร ทำนองโดย ครูสมาน กาญจนผลิน
ขับร้อง โดย คุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ศิลปินแห่งชาติ
https://youtu.be/TxmI19U0Dzo?list=RDTxmI19U0Dzo

นกโพระดก มักอาศัยอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ในสวนหรือป่าโปร่ง
มีลำตัวสีเขียว และชอบส่งเสียงร้องดัง "ป๊ก ๆ" หรือ "โฮกโป๊ก"
เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ส่วนนกตีทองเป็นนกโพระดกพวกที่มีขนาดเล็กที่สุด
ลำตัวประมาณ 16 เซนติเมตร
เชื่อกันว่าหากมีนกโพระดกหรือนกตีทอง ที่มีสีสันสดใสบินมาเกาะใกล้บ้าน
หรือส่งเสียงร้องอยู่บริเวณที่พักอาศัย จะเป็นลางดี
นำพาโชคลาภ เงินทอง หรือข่าวดีมาให้

ช่วงฉันดูละคร สอดสร้อยมาลา ฮัมเพลงนี้ติดปาก
ก็เพิ่งมารู้จากบทของครูน้อย
ว่าเพลงนี้มาจากบทละครในเรื่องอิเหนา ตอน “อิเหนาชมดง”
ในเพลงมีเสียงนกประเภทต่างๆประกอบอยู่ด้วย
ทำให้เพิ่มความน่ารัก สดชื่น
เมื่อเทียบกับเพลง version อื่นแล้ว สำหรับฉัน ไพเราะยิ่งกว่า

ในปลายรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงปรับปรุงบทละครเรื่องอิเหนา
ตอน ตัดดอกไม้ฉายกริช เพื่อแสดงเป็นละครดึกดำบรรพ์
เนื้อเรื่องกล่าวถึงอิเหนา สังคามาระตา พร้อมพี่เลี้ยง และเสนากิดาหยัน
พากันเที่ยวป่า และได้พบนางยุบลค่อม
ที่พลัดหลงกับหมู่นางกำนัลขณะออกไปหาดอกลำเจียกถวายนางบุษบา

ทรงนำเพลงแม่ศรีของเก่าซึ่งเดิมเป็นเพลงพื้นเมือง
ที่ขับร้องในการแสดงละครมาแต่งขยาย
และสอดแทรกเสียงนก เสียงไก่ ให้เข้ากับทำนองร้อง และดนตรี
อย่างสนิทสนมกลมกลืน เรียกชื่อว่าเพลงแม่ศรีทรงเครื่อง
นักดนตรีนิยมเรียกกันว่า “ตับนก”
นับเป็นเพลงไทยเพลงแรกที่สอดแทรกเสียงสัตว์ให้เข้ากับทำนองเพลง

ในการแสดงละครในเรื่องอิเหนา ตอนอิเหนาชมดง นี้
ครูน้อย ได้รับการถ่ายทอดบท "อิเหนา"
จากท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ศิลปินแห่งชาติ
ครูเคยไปแสดงละครในเรื่องอิเหนาตอน อิเหนาชมดง
ที่ยูเนสโก เมื่อครั้งตามเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

และต่อมาได้ถ่ายทอดให้นาฏศิลปินออกแสดงงานต่างๆ
ณ โรงละครแห่งชาติ และสังคีตศาลา
รวมทั้งยังจัดทำโครงการอนุรักษ์ละครดึกดำบรรพ์
ในตอน อิเหนาชมดง ด้วย

สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ใช้บทนี้ ในงานสัมมนา เชิงปฏิบัติการ
ณ โรงแรมเมธาวลัย จังหวัดเพชรบุรี วันที่ 9-11 มีนาคม 2564

สมมติเป็น ฉากป่าเชิงเขา
-ปี่พาทย์ทำเพลงเร็ว – ลา-
(อิเหนา สังคามาระตา พี่เลี้ยง กิดาหยัน รำออก วนรอบเวที )
- ร้องเพลงชมดงใน –
น่าชม ทีท่า พนาเวศ ที่ประเทศ แทบเนิน สิงขร
พฤกษา ร่มแสง ทินกร ลมพัด เกสร ขจรมา
ลำดวน หวนหอม พะยอมแย้ม พิกุลแกม แก้วเกด กฤษณา
ไม้ผล ผลห้อย ย้อยระย้า หล่นกลาด ดาษดา พนาลัย
- ร้องเพลงแม่ศรีทรงเครื่อง -
อิเหนา - เสียงนกโพระดก มันร้องโฮกโป๊ก โฮกโป๊กอยู่หนไหน
เสนา- พระพุทธเจ้าข้า กิ่งเพกานั่นเป็นไร
ตัวเขียวเขียวเอ้าเลี้ยวไป เข้าโพรงไม้ทางนี้เอย
สังคา - เสียงนกกางเขน อ้อจับตอไม้เอน เจรจาอยู่จู๋จี๋
เสนา - พระพุทธเจ้าข้า น่าเอ็นดูเต็มที
แต่เลี้ยงไม่รอดมันยอดดี ดิ้นจนหัวฉีกปีกหักเอย
อิเหนา - นกกาเหว่าเสียงหวาน ร้องก้องดงดาน เสียงกังวานยิ่งนัก
เสนา - บุราณท่านว่าไว้ มันไข่ให้กาฟัก
เท็จจริงไม่ประจักษ์ พระพุทธเจ้าข้าเอย
สังคา - นั่นไก่หรืออะไร อุ๊ยจริงจริงแหละไก่ พอทักไปก็ขันจ้า
เสนา - ขันคึกอยู่คนละถิ่น ตัวไหนบินเข้าหา
พระพุทธเจ้าข้า ตีกันสิ้นท่าทางเอย
-ปี่พาทย์ทำเพลงเชิด-
(อิเหนา ชวนสังคามาระตา พี่เลี้ยง กิดาหยัน รำเข้าโรง)

อันที่จริง ก่อนที่จะถึงตอน อิเหนาชมดง
ฉันอยากจะกล่าวถึงละครเรื่องอิเหนาอีกตอนหนึ่ง
ชื่อ อิเหนาชมพระอาราม
เป็นตอนที่ถูกตัดทอนออกไม่ได้นำมาจัดแสดง
อันอาจเป็นเพราะเนื้อหามีความซ้ำซ้อน
อีกทั้งกระบวนท่ารำชมศาลของนางบุษบา
ก็มีความงามสมบูรณ์อยู่แล้ว

ทำให้บทการแสดงละคร ตอนอิเหนาชมพระอาราม
รวมไปถึงกระบวนท่ารำชมพระอารามของอิเหนา
สูญหายไปตามกาลเวลา

สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้นำบทการแสดงละครใน เรื่องอิเหนา
ตอนอิเหนาชมพระอาราม มาจัดแสดงอีกครั้งเนื่องในรายการ
“เหมันต์เบิกบาน สุขสราญสังคีต” โครงการดนตรีสำหรับประชาชน
ปีที่ 66 ครั้งที่ 6
และการแสดงวิพิธทัศนา ชุด “สรรสาระศิลปะทั่วไทย”
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2566

โดยนำบทการแสดงที่มีอยู่เดิมของท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี
ศิลปินแห่งชาติ ที่ได้จัดทำไว้เมื่อพุทธศักราช 2520
มาเรียบเรียงและบรรจุเพลงใหม่โดย นายธำมรงค์ บุญราช นักวิชาการละครและดนตรีชำนาญการ

และผู้ที่ประดิษฐ์กระบวนท่ารำตอน อิเหนาชมพระอาราม คือ
ครูวันทนีย์ ม่วงบุญ ผู้ชำนาญการศิลปะการแสดง

การนำบทการแสดงดังกล่าวมาจัดแสดงอีกครั้ง
นอกจากจะเป็นการรื้อฟื้นบทละครที่สูญหายแล้ว
ยังเป็นการประดิษฐ์กระบวนท่ารำอวดฝีมือของอิเหนาในอีกรูปแบบหนึ่ง

ซึ่งเป็นกระบวนท่ารำชมความงามของสถานที่ของตัวละครพระ
ที่มีความอ่อนช้อย งดงาม แต่ยังคงไว้ซึ่งลีลาของตัวละครพระ
แตกต่างจากกระบวนท่ารำชมสถานที่ของตัวละครนาง

ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนำไปต่อยอดทางการศึกษานาฏศิลป์ไทย
ในอนาคต

ครูน้อยของฉัน เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วนะ "อิเหนา"

https://youtu.be/DmEUdkNP2iw?list=RDDmEUdkNP2iw
ฉันฟังเพลง อิเหนาชมดง อีกเที่ยว
ให้สงสารนกกางเขน
เลี้ยงไม่รอดมันยอดดี
ดิ้นจนหัวฉีกปีกหักเอย

#ครูน้อยของฉัน #นาฏศิลปินของชาติ
#อาจารย์วันนีย์ม่วงบุญ #นาฏศิลป์ไทย
ขอขอบคุณบทและภาพจากครูน้อย #สำนักการสังคีต #กรมศิลปากร
FB กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร /FB กรมอุทยานแห่งชาติ
เว็บไซต์ Go to know.com แพลทฟอร์มแบ่งปันความรู้ ประวัติอิเหนาชมดงโดย koboop
ยูทูปช่อง kasemsuk ชมดง - คณะดุริยะปราณีต

🙏🧡 ทุกนาทีที่ครูน้อย   สอน เป็นนาทีที่ยิ่งใหญ่ของลูกศิษย์เสมอ #สำนักส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม  #มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด...
06/09/2026

🙏🧡 ทุกนาทีที่ครูน้อย สอน เป็นนาทีที่ยิ่งใหญ่ของลูกศิษย์เสมอ

#สำนักส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม
#มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

 #ครูน้อยวันทนีย์: EP 78    พระองค์อ่อนลมัยไปมา แล้วจินตนานิ่งนึกคนึงในใครกันที่ถึงกับตัวอ่อนไปมา เมื่อเห็นสาวงามจริงพริ...
05/09/2026

#ครูน้อยวันทนีย์
: EP 78 พระองค์อ่อนลมัยไปมา แล้วจินตนานิ่งนึกคนึงใน

ใครกันที่ถึงกับตัวอ่อนไปมา
เมื่อเห็นสาวงามจริงพริ้งพร้อมละม่อมละไม
ดูพลางเพลินไปไม่ไคลคลา

คงไม่ใช่อิเหนา ที่จะมาตะลึงหยุดเดินแบบนี้
เพราะเธอคุ้นกับสาวงามมากมายอยู่แล้ว
แต่นี่น้องยังไม่เคยพานพบ
จึงคิดปฏิพัทธ์พิศวงขึ้นมา

เห็นน้องตัวอ่อน เดินไม่ไหวอย่างนี้
บทจะกล้า เพราะความรัก ก็อุบายทำได้ทุกอย่าง
ไปลักอุ้มนางเกนหลงออกมาจากที่นอน สะดุดใครก็ไม่สน

ค่อยช้อนองค์ อุ้มเอา หลงหนึ่งหรัด
เอาชาย ซาโบะรัด ขนิษฐา
พระเร่งรีบ ดำเนิน เดินมา
สะดุดนาง กุชชา นารี
ไม่เหลือบเหลียว เลี้ยวลง จากตำหนัก
ออกจาก ประตูลัก สวนศรี

สังคามาระตาก็เหมือนกัน ทำตัวเป็นที่ปรึกษา
ชี้เป้าว่านางเกนหลงนอนอยู่กับนางอรสา
จะนอนอยู่ด้านใน อย่าอุ้มผิดคน
แล้วถ้าคืนนั้นเขาเกิดสลับที่กัน คงยุ่ง
ต้องอุ้มกลับไปเปลี่ยน

สำคัญมั่นคงให้จงดี
เทวีนั้นนอนอยู่ข้างใน
เมื่อเจ้าจะเข้าไปข้างในที่
จงเข้าข้างทางนี้พี่ชี้ให้
ใครใครซักถามอย่าคร้ามใจ
ปันหยีนั้นยังไม่กลับมา

ที่ปันหยีหรืออิเหนาปลอมมาไม่อยู่
ก็ไม่ได้ไปทำงานที่ไหน
แต่มัวไปหาไม้ไผ่พาดกำแพง
ลอบเข้าไปหาสาวเหมือนกัน

พระทัยรำลึกตรึกตรา
ถึงสะกาหนึ่งหรัดโฉมยง
แต่ให้สารสื่อสวนชวนคิด
ยังมิได้สมคิดจิตประสงค์

เมื่อสังคามาระตามาบอกข่าว
ปันหยีมั่นใจว่าต้องเป็นย่าหรันแน่
ที่ลักพาตัวนางเกนหลง
จึงติดตามไปต่อสู้

กล่าวถึงสียะตรา ซึ่งเป็นอนุชาของนางบุษบา
เมื่อชันษาครบ 15 ปี ท้าวดาหาจึงจัดพิธีโสกันต์
และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นวังหน้า

แต่สียะตรามีความคิดถึงนางบุษบาและอิเหนา
จึงออกอุบายทูลลาท้าวดาหาออกประพาสป่า
โดยปลอมตัวเป็นชาวป่า ชื่อ ย่าหรัน
ย่าหรันเที่ยวติดตามหานางบุษบาและอิเหนาอยู่เป็นเวลานานก็ไม่พานพบ
ร้อนถึงเทพเจ้าปะตาระกาหลา ต้องแปลงพระองค์เป็นนกยูง
มาล่อให้ย่าหรันหลงติดตามไปจนถึงเมืองกาหลัง

ย่าหรันเข้าเฝ้าท้าวดาหาที่ท้องพระโรง
ซึ่งขณะนั้นอิเหนาที่ปลอมกายเป็นโจรป่าชื่อปันหยี
เข้าเฝ้าท้าวกาหลังอยู่พร้อมกับสังคามาระตา
แต่ปันหยีกับย่าหรันจำกันไม่ได้
ส่วนสังคามาระตาจำได้ว่าย่าหรันคือสียะตรา
แต่ไม่ได้บอกให้ปันหยีรู้

นางเกนหลง เป็นชื่อที่นางวิยะดาน้องสาวของอิเหนาใช้
ตอนปลอมตัวไปพร้อมกับอิเหนา

ฉากที่พบกันจนทำย่าหรันตัวอ่อน
เป็นฉากที่นางเกนหลง กับนางอรสา และระเด่นกาญจหนา
เพลินชมพันธุ์ไม้ในอุทยาน
สังคามาระตา matchmaker ได้ชวนย่าหรันมาที่อุทยาน
ครั้นแลเห็นนางเกนหลงก็เกิดความรัก
เฝ้าแต่ตลึงมอง
จนสังคามาระตาสงสัย

หยุดอยู่นั่นไง ยังไม่มา
เห็นอะไรต้องตาหรือว่าไร

น้องย่าหรันก็แก้ตัวไป

หนามอะไรมายอกน้องนี้
แล้วแสร้งแกล้งยกบาทา
อนิจจาเคราะห์ร้ายไม่พอที่
ทำนิ่วพักตร์ชักหนามแล้วพาที
อย่าเพ่อไปก่อนพี่อยู่ท่ากัน

คิดถึงอิเหนาตอนตัดดอกไม้ ที่หาดอกลำเจียกมาเขียนสารถึงนางบุษบาก็โดนหนามตำเหมือนกัน
ต้องถามครูน้อย ว่าท่าดึงหนาม
ของอิเหนากับย่าหรัน ท่าเดียวกันไหม

สังคามาระตาพาย่าหรันไปเฝ้าปันหยี
ซึ่งนางเกนหลงขึ้นไปเฝ้าอยู่ด้วย
ในขณะที่ปันหยีเมินพักตร์ไปทอดพระเนตรระบำ

ย่าหรันก็เอื้อมมือไปต้องมือนางเกนหลง
จนนางสะบัดแหวนหลุด พอปันหยีเหลียวมา
ย่าหรันก็หยิบแหวนส่งให้นางเกนหลงพร้อมพูดว่า
นางเกนหลงทำแหวนตก ปันหยีเข้าพระทัยว่าเป็นความจริง
จึงตำหนินางเกนหลง ทำให้นางเกนหลงโกรธ

ฉากที่เป็นต้นเรื่องหลักของตอนนี้
เป็นฉาก ขณะที่ย่าหรันกำลังวาดรูปอยู่ในอุทยานเมืองกาหลัง
สังคามาระตาเข้าไปเห็น

ดูน้อง ก็น่า ปรานี
ผ่ายผอม ดังมี โรคา
แม้นว่า เป็นโรค อื่นไกล
ไม่พอ เป็นไร นักหนา
อันไข้ใจ นี้สุด ปัญญา
ที่จะ รักษา เห็นสิ้นที

เมื่อสังคามาระตาแลเห็นว่า รูปที่ย่าหรันวาด
คือรูปทศกัณฑ์ลักนางสีดา จึงบอกกับย่าหรันว่า
ย่าหรันอาจหาญมาก
แต่อันความที่คิดไว้เห็นทีจะสมปรารถนา

ในช่วงเวลาที่ปันหยีไม่อยู่ สังคามาระตาแนะให้ย่าหรันทำตามแผนการ
ย่าหรันจึงแอบเข้าไปลักนางเกนหลงไปได้

ปันหยียกทัพไปล้อมที่อยู่ของย่าหรันไว้
ฝ่ายย่าหรันก็พานางเกนหลง ออกมาเจรจายอมรับผิดแต่โดยดี
ปันหยีเกรงว่า ความจะแพร่งพรายที่ตนปลอมกายมา
จึงต้องเข้าต่อสู้กับย่าหรัน

ในการต่อสู้กันด้วยกริชนั้น
บังเกิดเป็นเปลวไฟขึ้นทุกครั้งที่กริชกระทบกัน
ในที่สุด ท้าวกาหลังก็ทรงขอให้ยุติเรื่องเสีย

สูจิบัตร ละคร เรื่อง อิเหนา ตอนย่าหรันลักนางเกนหลง
ครูน้อยของฉัน เล่นเป็น ย่าหรัน ขึ้นปกสูจิบัตร
คู่กับ ครูใบศรี เรืองนนท์ นางเกนหลง
การแสดงละครตอนนี้ อยู่ในยุคที่ ท่านอาจารย์เดโช สวนานนท์
เป็นอธิบดีกรมศิลปากร

การแสดงมี 2 ชุด
อีกชุดหนึ่ง ครูอิงอร ศรีสัตบุศย์ เป็นย่าหรัน
คู่กับครู จินดารัตน์ วิริยะวงศ์ เป็นนางเกนหลง

โดย ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ศิลปินแห่งชาติ
เป็นผู้เรียบเรียงตัดตอนเป็นบทละคร
และอำนวยการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิด

บทบาทการแสดงเป็นย่าหรันของครูน้อย
ซึ่งตามบทเหมือนเป็นน้องของสังคามาระตา
เชื่อฟัง พึ่งพา จะปิดบังอะไรก็ไม่ได้

จะน่ารักขนาดไหน
ให้ดูภาพที่ย่าหรันเขินอายที่ถูกจับได้
ว่าอาจหาญคิดการใหญ่
ไม่เกรงกลัวปันหยี

วาดรูปไปก็สร้างความฮึกเหิมไป
ย่าหรัน กล้าๆหน่อย !

#ครูน้อยของฉัน #นาฏศิลปินของชาติ
#อาจารย์วันทนีย์ม่วงบุญ #นาฏศิลป์ไทย
ขอบคุณบทและภาพจากครูน้อย #สำนักการสังคีต #กรมศิลปากร

ครูน้อยวันทนีย์ : EP 77   สอนรำคู่ ในค่ายทีมชาติสายรำ วันที่ฉันหาญกล้า ไปเข้าค่ายอบรมนาฏศิลป์ที่เต็มไปด้วยเด็กทีมชาติสาย...
01/09/2026

ครูน้อยวันทนีย์
: EP 77 สอนรำคู่ ในค่ายทีมชาติสายรำ

วันที่ฉันหาญกล้า ไปเข้าค่ายอบรมนาฏศิลป์ที่เต็มไปด้วยเด็กทีมชาติสายรำ และเหล่าครูสอนนาฏศิลป์
เพราะติดตามโครงการเพื่อสังคม ของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ที่ครูน้อยของฉัน มีส่วนร่วมมาระยะหนึ่งแล้ว

ตั้งแต่ไปสอนการแสดงละครเรื่อง เวสสันดรชาดก ตอนพระนางมัทรีให้นักศึกษา ในโครงการเทศน์มหาชาติ ประจำปี 2568 ที่วัดประดิษฐาราม (วัดมอญ) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาจัดขึ้น เพื่อจัดหาทุนทรัพย์ในการบูรณปฏิสังขรณ์หอสวดมนต์ อีกทั้งเป็นการสร้างความสามัคคีระหว่างบ้าน วัด สถานศึกษา และชุมชน

กระทั่งเห็นครูน้อยไปเป็นวิทยากรใน โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการนาฏศิลป์ไทย "รำเดี่ยว รำคู่" ในการแสดงโขนตามรูปแบบกรมศิลปากร วันที่ 31 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยครูน้อย และครูปกรณ์ พรพิสุทธ์ ศิลปินแห่งชาติ ถ่ายทอดกระบวนท่ารำและเทคนิคในการแสดงรำคู่ โขนรามเกียรติ์ ตอน พระรามตามกวาง

ที่หลายคนทราบดีว่า กวางทองเป็น ตัวละครและบทบาทการแสดงที่สร้างชื่อเสียงให้ครูน้อยอย่างมาก จนเรียกได้ว่า เป็น signature ของครูน้อย

และในครั้งนี้ เมื่อฉันเห็นประกาศของสำนักศิลปะและวัฒนธรรมฯ จึงไม่รีรอที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการนาฏศิลป์ไทย ครั้งที่ 3 "รำคู่" ในวันที่ 29 – 30 สิงหาคม 2569 ณ โรงละครศรีสุริยวงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อส่งเสริมและสืบสาน ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแขนงนาฏศิลป์ไทย ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม อันทรงคุณค่าของชาติ

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ถ่ายทอดกระบวนท่ารำ กลวิธี และเทคนิคการรำคู่ ชุด ฉุยฉายนาฏราช วิทยากรโดย ครูชัยกิจ ช่างต่อ และครูพัณณ์ชิตา พิพัฒน์ชุติพร นาฏศิลปินชำนาญงาน สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

และวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ถ่ายทอดกระบวนท่ารำ กลวิธี และเทคนิคการรำคู่ในการแสดงละครนอก เรื่อง สุวรรณหงส์ ตอน ชมถ้ำ วิทยากรโดย ครูปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย - โขน ละคร) พ.ศ. 2567 และ นาฏศิลปิน (ด้านอำนวยการแสดง) สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และ ครูวันทนีย์ ม่วงบุญ ผู้ชำนาญการศิลปะการแสดง สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

ซึ่งทักษะด้านการรำคู่ เป็นทักษะด้านการแสดงที่สะท้อนอัตลักษณ์และความสามารถเฉพาะบุคคล

การอบรมใช้เวลาสองวันอย่างคุ้มค่า เริ่มตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 16.30 น. ครูให้ท่ารำและสอนจนจบเพลง และต่อด้วยการบันทึกวิดีโอผู้เรียนเป็นกลุ่ม

สังเกตว่าการสอนของครูทั้ง 4 ท่านเป็นการสอนแบบศิลปิน คือสอนรำให้สวย ให้มีลีลา และสำคัญคือให้มีอารมณ์ร่วมกับบทบาทการแสดง ทั้งยังแบ่งปันเทคนิคต่างๆให้อย่างไม่กั๊ก เพื่อให้การแสดงออกมาสวยงามครบถ้วนทุกมิติ เช่น ศิลปินของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร

สำหรับครูน้อย เริ่มจากการบรรยายพื้นฐานของการแสดงชุด สุวรรณหงส์ ตอน ชมถ้ำ เล่าเรื่องให้ฟังย่อๆ เพื่อให้มีจินตนาการ และเน้นว่าเป็นละคร ไม่ใช่ระบำ ฉะนั้น การแสดงต้องมีลีลา และอารมณ์ร่วม ต้องตีบทให้แตก

ให้เข้าใจ จะเมิน เลี้ยวหลบ ทำเฉย แอบ ผลักไส หรือ ซ่อนความรู้สึกว่าเป็นผู้หญิงที่ชอบเพชรพลอย ก็ต้องทำให้กลมกลืนรื่นไหล อีกทั้งบทพราหมณ์เกศสุริยง ที่ครูน้อยสอน เป็นนางที่ปลอมตัวเป็นพราหมณ์ ดังนั้นจึงมีลักษณะการรำแบบผู้เมีย คือ รำพระ แต่มีท่าทีของนางสอดแทรกเข้ามา เช่น มีท่าลักคอ และอารมณ์ของตัวแสดงก็ต้องเป็นอารมณ์ผู้หญิง แต่ใช้ท่าพระรำ

ส่วนครูปกรณ์ สอนตัวสุวรรณหงส์ ซึ่งจะต้องรำให้เข้าคู่สอดรับกันกับพราหมณ์เกศสุริยง ทั้งสองตัวละครใส่รองเท้ารำ เพราะเข้าถ้ำเพชรพลอย และในบทให้เหยียบเพชรนิลจินดาติดขึ้นมา ถ้าไม่ใส่รองเท้าในความเป็นจริง จะติดขึ้นมาไม่ได้

ตามสไตล์ครูน้อย สอนช้าๆแต่เอาจนจบเพลงในช่วงเช้า 3 ชั่วโมง สอนต่อเนื่อง ทั้งรำ ทั้งพูดตลอดเวลาไม่หยุดไม่เบรคใดๆจนช่วงบ่ายครูเสียงหาย

ที่ว่าช้า ไม่ได้หมายถึงไปได้ช้า แต่เป็นการนับจังหวะให้ฟังชัดๆ เช่น ท่าออกในเพลงพญาเดิน จะเปลี่ยนท่าตอนไหน จะเปลี่ยนเท้าตอนไหน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 จะเริ่มจีบ เริ่มนับตอนจังหวะไหน ครูน้อยบอกหมด นับซ้ำๆไปพร้อมกับเพลงให้ทุกครั้ง จนผู้เรียนจำและทำได้เอง และครูน้อยสอนให้จำเนื้อเพลงให้ได้แม่นยำก่อน จะทำให้รำง่ายขึ้น

https://youtu.be/uAFFZxpZExQ?list=PLJAFG_Dui-8M

พราหมณ์เกศสุริยง เป็นตัวละครอีกตัวหนึ่งที่ครูน้อยนอกจากจะแต่งพราหมณ์สวยแล้ว ยังรำได้สวยหวานมาก แบบติดตาผู้ชม ท่าลักคอ กระดกเท้าในคำว่า “คูหา” ตั้งแต่ช่วงแรกๆก็เท่ห์แล้ว ท่ารำผู้เมีย สร้างลีลาที่เก๋ ภาษาชาวบ้าน คือ มีลูกเล่นเยอะ ดังนั้น คนรำสวย แสดงเก่ง จะได้โชว์ความสามารถ ความงามอย่างเต็มที่ในบทบาทนี้

ครูน้อยสอนไปก็บอกไปว่า ในเพลงมีท่ารำที่โดดเด่น สวย สวยกว่า และสวยที่สุด ตั้งแต่
“เจ้าพราหมณ์พิศ พลอยงาม แสงวามวับ ” ท่าละเลงเท้าทีละข้าง เขี่ยดูเพชรพลอยในดิน
“เจ้าพราหมณ์เยื้อง หยุดรอ ไม่จรลี” ท่ายกเท้าขวาและหมุนไหล่ขวาเยื้องไปวางเท้าด้านหลังตรงคำว่า หยุด
“ให้กุมภณฑ์เก็บไว้ ได้ดีดี” ท่าเอี้ยวตัว มองมือที่ชี้ไปที่เท้าสลับกัน ทีละข้าง

แต่ในความรู้สึกของฉัน บทพราหมณ์เกศสุริยง ไม่มีช่วงไหนธรรมดาเลย สวยสง่าทั้งท่า เพราะทั้งเพลงจริงๆ

หลังจากเรียนติดต่อกันจนจบเพลงในช่วงเช้า พักกลางวันแล้วครูน้อยให้ทบทวนทั้งเพลงอีกครั้ง ก่อนที่จะบันทึกวิดีโอผลสัมฤทธิ์ เด็กๆรำกันเก่ง จำท่าได้หมด

แต่สำหรับฉัน ช่างเป็นการอบรมที่เข้มข้น สนุก ท้าทายสมอง สติ ความจำ และร่างกาย
ครูน้อยบอกว่า สว. กล้าๆหน่อย
ฉันอยู่ในกลุ่มที่ 1 ผลสัมฤทธิ์ของการเรียน 4 ชั่วโมง โดยมีน้องคู่หน้าเป็นตัวช่วยหลัก ได้เท่าที่เห็น

https://youtu.be/mBSB9vp1Wao?list=PLJAFG_Dui-8M

มีวิดีโอ อีกชุดที่ทำให้เห็นว่า ครูน้อย เวลาสอนผู้เรียนกลุ่มใหญ่ จริงจัง และทุ่มเทแบบไม่รู้เหน็ดเหนื่อยขนาดไหน เป็นโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการฝึกอบรมเครือข่ายศิลปินด้านนาฏดุริยางคศิลป์ ของสำนักการสังคีต (กรมศิลปากร) สู่สถานศึกษา

https://youtu.be/Pw_T-a9mK3E
เรื่อง “กลวิธีการรำ ชุดระบำพรหมาสตร์" เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ประกอบไปด้วย การบรรยายประกอบการสาธิตการแสดงด้านนาฏศิลป์ ดนตรี เรื่อง การแสดงระบำพรหมาสตร์ วิทยากรโดยครูปกรณ์ พรพิสุทธิ์ และการฝึกปฏิบัติ โดยครูวันทนีย์ ม่วงบุญ และคณะ

จะหานาฏศิลปินที่มีฝีมือขนาดนี้
สอนเก่งขนาดนี้
และทุ่มเทขนาดนี้
ยากแล้ว
เด็กๆที่มีโอกาสได้เรียนกับครูน้อย
นับว่าได้รับสิ่งพิเศษ มีค่า และน่าจะเป็นแรงบันดาลใจ
ให้พัฒนาต่อเนื่อง
จนบรรลุผลดังหวัง

#ครูน้อยของฉัน #นาฏศิลปินของชาติ
#อาจารย์วันทนีย์ม่วงบุญ #นาฏศิลป์ไทย
ขอขอบคุณบทและภาพจากครูน้อย #สำนักการสังคีต #กรมศิลปากร
ขอขอบคุณ #สำนักศิลปะและวัฒนธรรม #มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
Pbru Channel

ที่อยู่

5/124 หมู่บ้านปริญญดาเกษตรนวมินทร์ ซอยนวมินทร์ 111 ถนนนวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม
Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ฉุยฉายวันทนีย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์