28/03/2026
🏞 บันทึก เส้นทางบุญ จาริกธรรม 2569
🍊 วันที่ 27 มี.ค. 2569 เยี่ยมชมบ้านปิปผลิวัน บ้านพระมหากัสสปเถระ อยู่ระหว่างนาลันทา กับราชคฤห์ มาถึงราชคฤห์ กราบสักการะพระมูลคันธกุฏี ณ เขาคิชกูฏ, ประทักษิณ สักการะ จุดแสดงพระปาติโมกข์ วัดเวฬุวันมหาวิหาร วัดแรกในพุทธศาสนา พักใกล้ๆวัด ตอนเย็นค่ำ ๆ พายุ ฝนตกมาชุดใหญาทั้งคืน
เช้าวันที่ 28 มี.ค. มุ่งสู่ดงคสิริ และพุทธคยา
🍊เขาคิชฌกูฏ (Gijjhakuta Hill) เมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย ไม่ใช่แค่ภูเขาธรรมดา แต่เป็น "สถานที่ประทับที่ทรงโปรดที่สุด" ของพระพุทธเจ้าก็ว่าได้ บรรยากาศที่นี่เงียบสงบ มีลักษณะเป็นยอดเขาสูงที่มีหินรูปร่างคล้ายนกแร้งเกาะอยู่ จึงเป็นที่มาของชื่อ "คิชฌะ" (นกแร้ง) + "กูฏ" (ยอด)
ความสำคัญและที่ประทับ
ที่พักของใครบ้าง: บนยอดเขามี พระมูลคันธกุฎี (กุฏิส่วนพระองค์) ซึ่งมีขนาดเล็กและตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุด นอกจากนี้ยังมีถ้ำที่พักของพระสารีบุตร (ถ้ำสุกรขาตา) และถ้ำของพระมหาโมคคัลลานะอยู่บริเวณใกล้เคียงกันด้วย
จำพรรษาไหม: พระพุทธเจ้า เคยจำพรรษาที่นี่ และทรงประทับอยู่นอกพรรษาบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นที่สัปปายะ (เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม) ลมพัดดี และห่างไกลจากความวุ่นวายของตัวเมือง
เหตุการณ์สำคัญและพระสาวกที่เกี่ยวข้อง
เขาคิชฌกูฏปรากฏในพระไตรปิฎกหลายวาระมาก โดยมีเหตุการณ์เด่นๆ ดังนี้:
พระเทวทัตกลิ้งหิน: เป็นจุดที่พระเทวทัตแอบขึ้นไปบนยอดเขาแล้วกลิ้งหินลงมา หมายจะปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า แต่หินกลับกระทบกันจนสะเก็ดกระเด็นมาถูกข้อพระบาทจนห้อพระโลหิต
พระสารีบุตรบรรลุธรรม: ท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์ ณ ถ้ำสุกรขาตา ขณะที่กำลังถวายงานพัดให้พระพุทธเจ้า และฟังพระธรรมเทศนาที่ทรงโปรด "ทีฆนขปริพาชก"
การประกาศพระสูตรสำคัญ: เช่น อาฏานาฏิยปริตร (ท้าวจตุโลกบาลมาเข้าเฝ้าเพื่อถวายบทสวดป้องกันอันตรายจากยักษ์) และในทางมหายาน เชื่อว่าเป็นสถานที่แสดง "สัทธรรมปุณฑรีกสูตร"
ทำไมถึงเลือกพักที่นี่?
สาเหตุหลักคือ ความวิเวก เมืองราชคฤห์ในสมัยนั้นแออัดมาก การขึ้นมาบนเขาทำให้ทรงหลีกเร้นได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ไกลจากตัวเมืองเกินไปที่บิณฑบาตไม่ถึง นอกจากนี้ พระเจ้าพิมพิสาร (กษัตริย์ผู้ครองเมือง) ยังทรงเลื่อมใสมาก ถึงขั้นสร้างทางเดินลาดหินขึ้นไปบนเขาเพื่อจะได้เสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้าได้สะดวก
เรื่อง "เปรต" บนเขาคิชฌกูฏ
ในพระไตรปิฎก (โดยเฉพาะใน พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ และ ลักขณสังยุต ในพระสุตตันตปิฎก) ระหว่างทางลงจากเขาคิชฌกูฏ มักมีบันทึกว่า พระลักขณเถระ และ พระมหาโมคคัลลานะ เดินลงมาแล้วพระมหาโมคคัลลานะยิ้มออกมา
เมื่อพระลักขณเถระถามว่ายิ้มทำไม ท่านจึงตอบ (หลังจากเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า) ว่าท่านเห็น "เปรต" รูปร่างแปลกๆ หลายชนิด เช่น:
อัฐิสังขลิกเปรต: เปรตที่มีแต่โครงกระดูก
มังสเปสิเปรต: เปรตที่มีแต่ชิ้นเนื้อ
กุมภณฑเปรต: เปรตที่มีอัณฑะใหญ่เท่าหม้อ
ทำไมเปรตเยอะ?
ตามคัมภีร์ระบุว่า เปรตเหล่านี้ในอดีตชาติเคยทำบาปหนักในเมืองราชคฤห์ (เช่น ฆ่าสัตว์ เบียดเบียนผู้อื่น หรือคดโกง) เมื่อตายไปจึงมาเสวยกรรมอยู่ในบริเวณที่ใกล้กับที่ที่ตนเคยทำผิด
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ (เปรต) นั้นเคยเป็นคนฆ่าโค... เคยเป็นคนเลี้ยงหมู... ในเมืองราชคฤห์นี้เอง ด้วยบาปกรรมนั้น เขาจึงเสวยทุกขเวทนาเช่นนี้" — (วิเคราะห์จากพระสูตรในลักขณสังยุต)
บนเขาคิชฌกูฏนี้ถือเป็น "ธรรมศาลาธรรมชาติ" ที่พระพุทธเจ้าทรงใช้แสดงธรรมหลายวาระ ทั้งแก่พระภิกษุ เทวดา และคฤหัสถ์ นี่คือ 5 พระสูตรเด่นที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้
1. อาฏานาฏิยสูตร (Atanatiya Sutta)
ผู้รับฟัง: พระภิกษุ (โดยมีท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 เป็นผู้มาถวาย)
เนื้อหา: ท้าวเวสสุวรรณและคณะเทวดาผู้ใหญ่ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อกราบทูลว่า มีอมนุษย์ (ยักษ์/ภูตผี) บางพวกที่ไม่เลื่อมใสในพระธรรมและอาจทำร้ายพุทธบริษัทที่ปฏิบัติธรรมในป่า จึงถวาย "อาฏานาฏิยปริตร" เพื่อใช้สวดป้องกันอันตรายและสร้างความเป็นมิตรกับอมนุษย์
ความสำคัญ: เป็นที่มาของบทสวดภาณยักษ์ที่ใช้กันจนถึงปัจจุบัน
2. จูฬเวทัลลสูตร (Culavedalla Sutta)
ผู้สนทนา: พระธรรมทินนาเถรี ตอบปัญหาธรรมแก่ วิสาขเศรษฐี (อดีตสามี)
เนื้อหา: เป็นพระสูตรที่แสดงถึงปัญญาอันล้ำเลิศของสตรีในพุทธกาล วิสาขเศรษฐีถามคำถามยากๆ เกี่ยวกับเรื่องขันธ์ 5, อริยสัจ 4 และการเข้าพละสมาบัติ ซึ่งพระธรรมทินนาเถรีตอบได้อย่างคมคาย จนพระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าท่านเป็นเอตทัคคะในทางผู้แสดงธรรม
ความสำคัญ: แสดงให้เห็นว่าบนเขาคิชฌกูฏไม่ได้มีแค่พระพุทธเจ้าที่แสดงธรรม แต่พระสาวกก็ใช้ที่นี่ในการสนทนาธรรมด้วย
3. มหาปรินิพพานสูตร (ตอนต้น)
ผู้รับฟัง: วัสสการพราหมณ์ (มหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธ)
เนื้อหา: พระเจ้าอชาตศัตรูส่งวัสสการพราหมณ์มาทูลถามกลยุทธ์การโจมตีแคว้นวัชชี พระพุทธเจ้าไม่ได้ตอบเรื่องการรบ แต่ทรงหันไปตรัสกับพระอานนท์เรื่อง "อปริหานิยธรรม 7" (ธรรมอันเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อม) ของชาววัชชี ทำให้นักการทูตอย่างวัสสการพราหมณ์เข้าใจทันทีว่าตราบใดที่ชาววัชชียังรักษาธรรมนี้ไว้ ก็ไม่มีใครเอาชนะได้
ความสำคัญ: เป็นเหตุการณ์สำคัญก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จออกจากราชคฤห์เพื่อไปปรินิพพาน
4. สุกรขาตาพระสูตร (Sukarakhata Sutta)
ผู้รับฟัง: ทีฆนขปริพาชก (หลานชายพระสารีบุตร)
เนื้อหา: เกิดขึ้นที่ถ้ำสุกรขาตา บนเขาคิชฌกูฏ ทีฆนขะมาทูลว่า "ข้าพเจ้าไม่พอใจในสิ่งทั้งปวง" พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอนเรื่องการละทิฐิและการพิจารณาเวทนา (ความรู้สึก) ว่าไม่เที่ยง
ความสำคัญ: ขณะที่ทรงเทศนาให้ทีฆนขะฟัง พระสารีบุตร ซึ่งยืนถวายงานพัดอยู่ข้างหลังได้พิจารณาธรรมตามไปด้วย จนได้บรรลุเป็น พระอรหันต์ ณ วินาทีนั่นเอง
5. อุปาสกสูตร (ในกลุ่มลักขณสังยุต)
ผู้รับฟัง: พระภิกษุสงฆ์ (ผ่านการสนทนาระหว่างพระมหาโมคคัลลานะและพระลักขณเถระ)
เนื้อหา: เป็นเรื่องเกี่ยวกับเปรตที่ถามถึงในตอนแรก พระมหาโมคคัลลานะลงจากเขาคิชฌกูฏแล้วยิ้ม พระพุทธเจ้าจึงทรงรับรองเห็นว่าท่านเห็นเปรตจริงๆ เช่น เปรตที่มีรูปร่างเป็นชิ้นเนื้อ (มังสเปสิเปรต) เพราะชาติก่อนเป็นคนฆ่าสัตว์ในเมืองราชคฤห์
ความสำคัญ: ทรงใช้เหตุการณ์นี้สอนเรื่อง กฎแห่งกรรม ที่ส่งผลชัดเจนและน่าสะพรึงกลัว
สรุปภาพรวม
ที่นี่คือ "ศูนย์กลางการบริหารและการสอน" ในช่วงที่พระองค์ประทับอยู่ในเมืองราชคฤห์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับการเมืองปกครอง (แคว้นวัชชี) เรื่องลี้ลับ (อาฏานาฏิยสูตร) หรือเรื่องการบรรลุธรรมสูงสุด (พระสารีบุตร) ล้วนเกิดขึ้นบนเขาลูกนี้ทั้งสิ้น
🍊วัดเวฬุวันมหาวิหาร (Venuvana Vihara) ถือเป็น "วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา" ตั้งอยู่ที่เมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย มีประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงจุดเริ่มต้นของการหยั่งรากฝังลึกของพุทธศาสนาอย่างชัดเจน
1. กำเนิดและผู้ถวาย
ใครถวาย: พระเจ้าพิมพิสาร พระราชาแห่งแคว้นมคธ ทรงถวายสวนไม้ไผ่ (เวฬุวัน) ให้เป็นที่ประทับ
เกิดขึ้นอย่างไร: หลังจากพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดชฎิล 3 พี่น้องและบริวาร 1,000 รูปจนบรรลุธรรมแล้ว ได้เสด็จเข้าสู่เมืองราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารทรงเลื่อมใสมากและเห็นว่าสวนไม้ไผ่นี้อยู่ไม่ไกลจากเมืองเกินไป สงบสงัด เหมาะเป็นที่บำเพ็ญธรรม จึงทรงหลั่งน้ำทักษิโณทกถวายเป็น "วัด" แห่งแรก
2. การจำพรรษาและสาวกสำคัญ
จำพรรษากี่ครั้ง: พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษาที่นี่ทั้งหมด 6 พรรษา (ได้แก่ พรรษาที่ 2, 3, 4, 17, 19 และ 20)
สาวกที่จำพรรษาและเหตุการณ์สำคัญ:
พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ: ทั้งสองท่านเข้ามาบวชในพุทธศาสนาที่วัดแห่งนี้ หลังจากฟังธรรมจากพระอัสสชิ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ที่เมืองราชคฤห์ (พระสารีบุตรบรรลุที่ถ้ำสุกรขาตา ส่วนพระมหาโมคคัลลานะบรรลุที่หมู่บ้านกัลลวาลมุตตคาม)
พระมหากัสสปะ: ท่านเป็นผู้ที่มีบทบาทสูงมากในเมืองนี้ และเป็นประธานในการทำสังคายนาครั้งที่ 1 ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหา ซึ่งอยู่บนเขาหนึ่งใน 5 ลูกของราชคฤห์
3. เหตุการณ์สำคัญในพระไตรปิฎก
วันมาฆบูชา (จาตุรงคสันนิบาต): เหตุการณ์ที่พระอรหันต์ 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันเพ็ญเดือน 3 เกิดขึ้นที่ "ลานกาแลนทกนิวาปสถาน" ภายในวัดเวฬุวันนี่เองครับ ทรงแสดง โอวาทปาติโมกข์ เพื่อวางหลักการพ้นทุกข์
การกำราบพระเทวทัต: เหตุการณ์ที่พระเทวทัตพยายามทำสังฆเภท (ทำให้สงฆ์แตกกัน) และส่งนายขมังธนูมาลอบปลงพระชนม์ ก็มีจุดเริ่มต้นและเหตุการณ์หลายตอนเกิดขึ้นที่นี่
4. ผู้อุปถัมภ์และศาสนาอื่นในเมือง
ฝ่ายชาย: พระเจ้าพิมพิสาร (ต่อมาคือพระเจ้าอชาตศัตรูหลังทรงสำนึกผิด) และ หมอชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์ประจำพระองค์ที่ถวายตัวดูแลพระสงฆ์และถวายวัดชีวกัมพวัน
ฝ่ายหญิง: นางวิสาขา และ พระนางเขมาเถรี (อัครสาวิกาฝ่ายขวา) ซึ่งเป็นพระมเหสีของพระเจ้าพิมพิสารก่อนออกบวช
ศาสนาอื่น: เมืองราชคฤห์เป็นศูนย์กลางของหลายลัทธิ โดยเฉพาะ ศาสนาเชน (Nigantha Nataputta) ซึ่งมีศาสนสถานบนเขาและในเมืองมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงพวก ปริพาชก (นักบวชนอกรีต) ที่ตั้งอาศรมอยู่ตามถ้ำต่างๆ
5. เบญจคีรี: 5 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งราชคฤห์
เมืองราชคฤห์ถูกล้อมรอบด้วยภูเขา 5 ลูก (เรียกว่า "เบญจคีรี") ซึ่งมีความสำคัญดังนี้:
เขาคิชฌกูฏ: ที่ประทับส่วนพระองค์และที่แสดงธรรมหลายพระสูตร
เขาเวภารบรรพต: สถานที่ตั้งของ ถ้ำสัตตบรรณคูหา ที่ทำสังคายนาครั้งแรก และมีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ (ตะโปทาราม)
เขาเวปุลลบรรพต: ภูเขาที่สูงที่สุดในบรรดาทั้งหมด มีความเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของเมืองในยุคอดีตกาล
เขาอิสิคิลิ: ชื่อมีความหมายว่า "ภูเขากลืนกินฤาษี" เพราะในอดีตมีพระปัจเจกพุทธเจ้าเข้าไปบำเพ็ญธรรมและปรินิพพานที่นี่จำนวนมาก
เขาปัณฑวบรรพต: สถานที่ที่พระเจ้าพิมพิสารเสด็จไปเฝ้าเจ้าชายสิทธัตถะเป็นครั้งแรกหลังทรงออกผนวช
6. สถานที่สำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ชีวกัมพวัน (Jivaka's Mango Garden): วัดป่ามะม่วงของหมอชีวก อยู่เชิงเขาคิชฌกูฏ
ตโปทาราม (Tapodharama): บ่อน้ำร้อนโบราณที่พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์เคยไปสรงน้ำ (ปัจจุบันยังใช้งานอยู่)
คุกคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร: จุดที่พระเจ้าอชาตศัตรูขังพระราชบิดา ซึ่งจากจุดนี้สามารถมองเห็นยอดเขาคิชฌกูฏได้ชัดเจน
ในพระไตรปิฎกและคัมภีร์อรรถกถา ระบุถึงพระสาวกรูปสำคัญที่บรรลุธรรมในเมืองราชคฤห์ (รวมถึงเขาคิชฌกูฏและวัดเวฬุวัน) ไว้อย่างชัดเจนหลายท่าน ดังนี้
1. บนเขาคิชฌกูฏ (ถ้ำสุกรขาตา)
พระสารีบุตร (อัครสาวกเบื้องขวา):
เหตุการณ์: หลังจากบวชได้ 15 วัน ท่านยืนถวายงานพัดอยู่เบื้องหลังพระพุทธเจ้า ขณะที่พระองค์ทรงแสดงธรรมชื่อ "ทีฆนขสูตร" โปรดทีฆนขปริพาชก (หลานชายของท่าน)
การบรรลุ: ขณะที่ฟังธรรมไป ท่านได้พิจารณาธรรมตามไปด้วยจนจิตหลุดพ้นจากอาสวะ บรรลุเป็น พระอรหันต์ ณ ถ้ำสุกรขาตา บนเขาคิชฌกูฏนั่นเอง
2. ในเขตเมืองราชคฤห์ (หมู่บ้านกัลลวาลมุตตคาม)
พระมหาโมคคัลลานะ (อัครสาวกเบื้องซ้าย):
เหตุการณ์: หลังจากบวชได้ 7 วัน ท่านไปบำเพ็ญเพียรอยู่ที่หมู่บ้านกัลลวาลมุตตคาม ในเขตเมืองราชคฤห์ แล้วเกิดความง่วงเหงาหาวนอน (ถีนมิทธะ) เข้าครอบงำ
การบรรลุ: พระพุทธเจ้าเสด็จไปแก้ง่วงให้ด้วยอุบาย 8 ประการ และทรงแสดงธรรมเรื่องการไม่ยึดมั่นในธรรมทั้งปวง ท่านจึงบรรลุเป็น พระอรหันต์
3. ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร
พระอัญญาโกณฑัญญะ และกลุ่มปัญจวัคคีย์: แม้ท่านจะบรรลุธรรมขั้นแรก (โสดาบัน) ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แต่ในคัมภีร์ระบุว่าพระอรหันต์ 1,250 รูป ที่มาประชุมกันในวันมาฆบูชาที่วัดเวฬุวัน ล้วนเป็นพระอรหันต์เอหิภิกขุอุปสัมปทา ที่บรรลุธรรมและบวชโดยพระพุทธเจ้า ซึ่งหลายรูปในจำนวนนี้ก็ได้บรรลุธรรมขั้นสูงขึ้นขณะพำนักอยู่ที่วัดแห่งนี้
พระอัสสชิ: ท่านเป็นหนึ่งในปัญจวัคคีย์ และเป็นผู้แสดงธรรมบทสั้นๆ "เย ธัมมา เหตุปัปภะวา..." ให้พระสารีบุตร (สมัยเป็นอุปติสสะ) ฟังจนบรรลุโสดาบันขณะเดินอยู่ในเมืองราชคฤห์
4. สถานที่อื่นๆ ในเมืองราชคฤห์
พระมหากัสสปะ: ท่านพบพระพุทธเจ้าครั้งแรกที่ พหุปุตตกเจดีย์ (อยู่ระหว่างเมืองราชคฤห์กับเมืองนาลันทา) ท่านฟังโอวาท 3 ข้อแล้วบวช หลังจากนั้นเพียง 7 วัน ท่านก็บรรลุเป็น พระอรหันต์ ขณะบำเพ็ญเพียรอยู่ในเขตเมืองราชคฤห์นี้เอง
พระนางเขมาเถรี (อัครสาวิกาเบื้องขวา): เดิมเป็นพระมเหสีของพระเจ้าพิมพิสาร ท่านไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่วัดเวฬุวันด้วยความจำใจ (เพราะรักสวยรักงามและกลัวพระพุทธเจ้าสอนเรื่องความไม่สวยงาม) พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตรูปหญิงงามให้ดูแล้วค่อยๆ เหี่ยวเฉาจนตายไปต่อหน้า ท่านจึงบรรลุเป็น พระอรหันต์ ทันทีขณะยังเป็นฆราวาส แล้วจึงทูลขอลาไปบวช
สรุปความสำคัญ
เมืองราชคฤห์เปรียบเสมือน "จุดกำเนิดของพระอัครสาวก" ครับ เพราะทั้งพระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะ ซึ่งเป็นเสาหลักของกองทัพธรรม ล้วนบรรลุธรรมและเริ่มต้นบทบาทสำคัญที่เมืองนี้ทั้งสิ้น
🍊วัดเวฬุวันมหาวิหาร (Venuvana Vihara) ถือเป็น "วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา" ตั้งอยู่ที่เมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย มีประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงจุดเริ่มต้นของการหยั่งรากฝังลึกของพุทธศาสนาอย่างชัดเจน
1. กำเนิดและผู้ถวาย
ใครถวาย: พระเจ้าพิมพิสาร พระราชาแห่งแคว้นมคธ ทรงถวายสวนไม้ไผ่ (เวฬุวัน) ให้เป็นที่ประทับ
เกิดขึ้นอย่างไร: หลังจากพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโปรดชฎิล 3 พี่น้องและบริวาร 1,000 รูปจนบรรลุธรรมแล้ว ได้เสด็จเข้าสู่เมืองราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารทรงเลื่อมใสมากและเห็นว่าสวนไม้ไผ่นี้อยู่ไม่ไกลจากเมืองเกินไป สงบสงัด เหมาะเป็นที่บำเพ็ญธรรม จึงทรงหลั่งน้ำทักษิโณทกถวายเป็น "วัด" แห่งแรก
2. การจำพรรษาและสาวกสำคัญ
จำพรรษากี่ครั้ง: พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษาที่นี่ทั้งหมด 6 พรรษา (ได้แก่ พรรษาที่ 2, 3, 4, 17, 19 และ 20)
สาวกที่จำพรรษาและเหตุการณ์สำคัญ:
พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ: ทั้งสองท่านเข้ามาบวชในพุทธศาสนาที่วัดแห่งนี้ หลังจากฟังธรรมจากพระอัสสชิ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ที่เมืองราชคฤห์ (พระสารีบุตรบรรลุที่ถ้ำสุกรขาตา ส่วนพระมหาโมคคัลลานะบรรลุที่หมู่บ้านกัลลวาลมุตตคาม)
พระมหากัสสปะ: ท่านเป็นผู้ที่มีบทบาทสูงมากในเมืองนี้ และเป็นประธานในการทำสังคายนาครั้งที่ 1 ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหา ซึ่งอยู่บนเขาหนึ่งใน 5 ลูกของราชคฤห์
3. เหตุการณ์สำคัญในพระไตรปิฎก
วันมาฆบูชา (จาตุรงคสันนิบาต): เหตุการณ์ที่พระอรหันต์ 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันเพ็ญเดือน 3 เกิดขึ้นที่ "ลานกาแลนทกนิวาปสถาน" ภายในวัดเวฬุวันนี่เองครับ ทรงแสดง โอวาทปาติโมกข์ เพื่อวางหลักการพ้นทุกข์
การกำราบพระเทวทัต: เหตุการณ์ที่พระเทวทัตพยายามทำสังฆเภท (ทำให้สงฆ์แตกกัน) และส่งนายขมังธนูมาลอบปลงพระชนม์ ก็มีจุดเริ่มต้นและเหตุการณ์หลายตอนเกิดขึ้นที่นี่
4. ผู้อุปถัมภ์และศาสนาอื่นในเมือง
ฝ่ายชาย: พระเจ้าพิมพิสาร (ต่อมาคือพระเจ้าอชาตศัตรูหลังทรงสำนึกผิด) และ หมอชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์ประจำพระองค์ที่ถวายตัวดูแลพระสงฆ์และถวายวัดชีวกัมพวัน
ฝ่ายหญิง: นางวิสาขา และ พระนางเขมาเถรี (อัครสาวิกาฝ่ายขวา) ซึ่งเป็นพระมเหสีของพระเจ้าพิมพิสารก่อนออกบวช
ศาสนาอื่น: เมืองราชคฤห์เป็นศูนย์กลางของหลายลัทธิ โดยเฉพาะ ศาสนาเชน (Nigantha Nataputta) ซึ่งมีศาสนสถานบนเขาและในเมืองมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงพวก ปริพาชก (นักบวชนอกรีต) ที่ตั้งอาศรมอยู่ตามถ้ำต่างๆ
5. เบญจคีรี: 5 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งราชคฤห์
เมืองราชคฤห์ถูกล้อมรอบด้วยภูเขา 5 ลูก (เรียกว่า "เบญจคีรี") ซึ่งมีความสำคัญดังนี้:
เขาคิชฌกูฏ: ที่ประทับส่วนพระองค์และที่แสดงธรรมหลายพระสูตร
เขาเวภารบรรพต: สถานที่ตั้งของ ถ้ำสัตตบรรณคูหา ที่ทำสังคายนาครั้งแรก และมีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ (ตะโปทาราม)
เขาเวปุลลบรรพต: ภูเขาที่สูงที่สุดในบรรดาทั้งหมด มีความเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของเมืองในยุคอดีตกาล
เขาอิสิคิลิ: ชื่อมีความหมายว่า "ภูเขากลืนกินฤาษี" เพราะในอดีตมีพระปัจเจกพุทธเจ้าเข้าไปบำเพ็ญธรรมและปรินิพพานที่นี่จำนวนมาก
เขาปัณฑวบรรพต: สถานที่ที่พระเจ้าพิมพิสารเสด็จไปเฝ้าเจ้าชายสิทธัตถะเป็นครั้งแรกหลังทรงออกผนวช
6. สถานที่สำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ชีวกัมพวัน (Jivaka's Mango Garden): วัดป่ามะม่วงของหมอชีวก อยู่เชิงเขาคิชฌกูฏ
ตโปทาราม (Tapodharama): บ่อน้ำร้อนโบราณที่พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์เคยไปสรงน้ำ (ปัจจุบันยังใช้งานอยู่)
คุกคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร: จุดที่พระเจ้าอชาตศัตรูขังพระราชบิดา ซึ่งจากจุดนี้สามารถมองเห็นยอดเขาคิชฌกูฏได้ชัดเจน
🍊เมืองราชคฤห์และวัดเวฬุวันมหาวิหาร เป็นฉากหลังของเหตุการณ์สำคัญมากมายใน "พระธรรมบท" (Dhammapada) ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่รวบรวมเรื่องราวการทำกรรมและผลของกรรมผ่านคาถาสั้นๆ รวมถึงเป็นสถานที่ตรัสพระสูตรสำคัญอีกหลายบท ดังนี้
1. เหตุการณ์สำคัญใน "ธรรมบท" (Dhammapada) ที่เกิดขึ้น ณ เมืองนี้
เรื่องพระจักขุปาลเถระ: พระเถระผู้ตาบอดแต่บรรลุธรรม ท่านมาปฏิบัติธรรมที่เมืองนี้และเดินจงกรมทับแมลงตายโดยไม่เจตนา พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าท่านไม่มีบาปเพราะไม่มีเจตนา และตรัสคาถาแรกของธรรมบทที่ว่า "มโนปุพพังคมา ธัมมา..." (ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า)
เรื่องนางกาลียักษินี: การจองเวรข้ามภพข้ามชาติระหว่างภรรยาหลวงและภรรยาน้อยที่พยาบาทกัน จนพระพุทธเจ้าทรงระงับเวรด้วยการตรัสว่า "เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร แต่ระงับได้ด้วยการไม่จองเวร"
เรื่องพระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ: ผลจากการทำสังฆเภทและพยายามปลงพระชนม์พระพุทธเจ้าที่เขาคิชฌกูฏและในเมืองราชคฤห์ จนในที่สุดถูกแผ่นดินสูบใกล้กับวัดเชตวัน (แต่แผนการเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นที่ราชคฤห์)
เรื่องโฆสกเศรษฐี: ชายหนุ่มผู้มีบุญมาก ถูกเศรษฐีผู้เป็นพ่อบุญธรรมพยายามฆ่าถึง 7 ครั้งแต่รอดมาได้ทุกครั้งด้วยอานุภาพแห่งบุญ จนสุดท้ายได้เป็นเศรษฐีใหญ่ในเมืองโกสัมพี แต่ประวัติช่วงต้นและความวุ่นวายหลายอย่างโยงใยกับเมืองราชคฤห์
เรื่องพระมหาโมคคัลลานะถูกโจรทุบ: ท่านปรินิพพานที่ตำบลกาฬศิลา ในเขตเมืองราชคฤห์ หลังจากถูกพวกเดียรถีย์จ้างโจรมาทุบร่างกายจนแหลกเหลวเพื่อชดใช้กรรมเก่าในอดีตชาติ
2. พระสูตรสำคัญที่ตรัส ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร
นอกจาก โอวาทปาติโมกข์ ในวันมาฆบูชาแล้ว ยังมีพระสูตรที่น่าสนใจดังนี้:
สิคาโลวาทสูตร (สูตรว่าด้วยทิศ 6): พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็น สิคาลกุมาร กำลังไหว้ทิศต่างๆ ตามคำสั่งเสียของพ่อ จึงทรงสอนเรื่อง "ทิศ 6" (เช่น พ่อแม่คือทิศเบื้องหน้า, ครูอาจารย์คือทิศเบื้องขวา) เพื่อให้เป็นการไหว้ทิศทางธรรมที่ถูกต้อง
โมริยปริตร (พระคาถาพญายูงทอง): ทรงเล่าเรื่องอดีตชาติที่เคยเกิดเป็นพญายูงทอง สวดมนต์รักษาตัวให้พ้นจากบ่วงแร้วของนายพราน เพื่อสอนให้ภิกษุระมัดระวังตนและใช้พระธรรมเป็นเครื่องคุ้มครอง
ธนัญชานิสูตร: ทรงสนทนากับ ธนัญชานิพราหมณ์ (สามีของนางธนัญชานีผู้เลื่อมใส) ที่มาท้าทายพระองค์ด้วยปัญหาธรรม แต่สุดท้ายพราหมณ์กลับเลื่อมใสและขอบวช
คิริมานนทสูตร: พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่อง "สัญญา 10 ประการ" (การพิจารณาความไม่เที่ยง ความเป็นโรค ความเป็นอนัตตา) ให้พระอานนท์นำไปบอกแก่ พระคิริมานันทะ ที่กำลังป่วยหนัก จนท่านหายจากโรคด้วยการฟังธรรมนี้
3. สาวกและบุคคลที่มีบทบาทเด่นในเมืองนี้
พระมหากัสสปะ: ท่านเป็นผู้เคร่งครัดในธุดงค์ และเป็นผู้ที่ได้รับมอบ "จีวร" จากพระพุทธเจ้า (ซึ่งเป็นกรณีพิเศษมาก) ท่านพำนักอยู่ที่ถ้ำปิปผลิคูหา บนเขาเวภารบรรพต
หมอชีวกโกมารภัจจ์: เป็นอุปัฏฐากที่สำคัญที่สุดในด้านการแพทย์ ท่านสร้างวัด ชีวกัมพวัน (ป่ามะม่วง) ถวาย และเป็นผู้ถวายการรักษาพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งห้อพระโลหิตจากเหตุการณ์พระเทวทัตกลิ้งหิน
พระอานนท์: แม้ท่านจะติดตามพระพุทธเจ้าไปทุกที่ แต่ที่ราชคฤห์นี้ ท่านมีบทบาทมากในการเป็นผู้ประสานงานระหว่างกษัตริย์ พราหมณ์ และเหล่าภิกษุ
เมืองราชคฤห์จึงเป็นเหมือน "ห้องเรียนใหญ่" ของพุทธศาสนา ที่มีทั้งเรื่องราวของกฎแห่งกรรมที่เข้มข้นในธรรมบท และพระสูตรที่วางรากฐานการใช้ชีวิตในสังคม (ทิศ 6)
🍊ในพระไตรปิฎกและคัมภีร์อรรถกถา ระบุถึงพระสาวกรูปสำคัญที่บรรลุธรรมในเมืองราชคฤห์ (รวมถึงเขาคิชฌกูฏและวัดเวฬุวัน) ไว้อย่างชัดเจนหลายท่านดังนี้:
1. บนเขาคิชฌกูฏ (ถ้ำสุกรขาตา)
พระสารีบุตร (อัครสาวกเบื้องขวา):
เหตุการณ์: หลังจากบวชได้ 15 วัน ท่านยืนถวายงานพัดอยู่เบื้องหลังพระพุทธเจ้า ขณะที่พระองค์ทรงแสดงธรรมชื่อ "ทีฆนขสูตร" โปรดทีฆนขปริพาชก (หลานชายของท่าน)
การบรรลุ: ขณะที่ฟังธรรมไป ท่านได้พิจารณาธรรมตามไปด้วยจนจิตหลุดพ้นจากอาสวะ บรรลุเป็น พระอรหันต์ ณ ถ้ำสุกรขาตา บนเขาคิชฌกูฏนั่นเอง
2. ในเขตเมืองราชคฤห์ (หมู่บ้านกัลลวาลมุตตคาม)
พระมหาโมคคัลลานะ (อัครสาวกเบื้องซ้าย):
เหตุการณ์: หลังจากบวชได้ 7 วัน ท่านไปบำเพ็ญเพียรอยู่ที่หมู่บ้านกัลลวาลมุตตคาม ในเขตเมืองราชคฤห์ แล้วเกิดความง่วงเหงาหาวนอน (ถีนมิทธะ) เข้าครอบงำ
การบรรลุ: พระพุทธเจ้าเสด็จไปแก้ง่วงให้ด้วยอุบาย 8 ประการ และทรงแสดงธรรมเรื่องการไม่ยึดมั่นในธรรมทั้งปวง ท่านจึงบรรลุเป็น พระอรหันต์
3. ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร
พระอัญญาโกณฑัญญะ และกลุ่มปัญจวัคคีย์: แม้ท่านจะบรรลุธรรมขั้นแรก (โสดาบัน) ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แต่ในคัมภีร์ระบุว่าพระอรหันต์ 1,250 รูป ที่มาประชุมกันในวันมาฆบูชาที่วัดเวฬุวัน ล้วนเป็นพระอรหันต์เอหิภิกขุอุปสัมปทา ที่บรรลุธรรมและบวชโดยพระพุทธเจ้า ซึ่งหลายรูปในจำนวนนี้ก็ได้บรรลุธรรมขั้นสูงขึ้นขณะพำนักอยู่ที่วัดแห่งนี้
พระอัสสชิ: ท่านเป็นหนึ่งในปัญจวัคคีย์ และเป็นผู้แสดงธรรมบทสั้นๆ "เย ธัมมา เหตุปัปภะวา..." ให้พระสารีบุตร (สมัยเป็นอุปติสสะ) ฟังจนบรรลุโสดาบันขณะเดินอยู่ในเมืองราชคฤห์
4. สถานที่อื่นๆ ในเมืองราชคฤห์
พระมหากัสสปะ: ท่านพบพระพุทธเจ้าครั้งแรกที่ พหุปุตตกเจดีย์ (อยู่ระหว่างเมืองราชคฤห์กับเมืองนาลันทา) ท่านฟังโอวาท 3 ข้อแล้วบวช หลังจากนั้นเพียง 7 วัน ท่านก็บรรลุเป็น พระอรหันต์ ขณะบำเพ็ญเพียรอยู่ในเขตเมืองราชคฤห์นี้เอง
พระนางเขมาเถรี (อัครสาวิกาเบื้องขวา): เดิมเป็นพระมเหสีของพระเจ้าพิมพิสาร ท่านไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่วัดเวฬุวันด้วยความจำใจ (เพราะรักสวยรักงามและกลัวพระพุทธเจ้าสอนเรื่องความไม่สวยงาม) พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตรูปหญิงงามให้ดูแล้วค่อยๆ เหี่ยวเฉาจนตายไปต่อหน้า ท่านจึงบรรลุเป็น พระอรหันต์ ทันทีขณะยังเป็นฆราวาส แล้วจึงทูลขอลาไปบวช
สรุปความสำคัญ
เมืองราชคฤห์เปรียบเสมือน "จุดกำเนิดของพระอัครสาวก" ครับ เพราะทั้งพระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะ ซึ่งเป็นเสาหลักของกองทัพธรรม ล้วนบรรลุธรรมและเริ่มต้นบทบาทสำคัญที่เมืองนี้ทั้งสิ้น
🍊เหตุผลที่มีบทบัญญัติห้ามภิกษุอาบน้ำบ่อยเกินไป (เว้น 15 วันครั้ง) โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก ตโปทาราม (Tapodarama) หรือบ่อน้ำร้อนในเมืองราชคฤห์ มีที่มาจากเรื่องราวใน พระวินัยปิฎก (มหาวิภังค์) ดังนี้
ต้นเหตุแห่งการบัญญัติสิกขาบท
ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสาร ทรงมีพระประสงค์จะสรงน้ำที่บ่อน้ำร้อนตโปทาราม จึงเสด็จไปที่นั่น แต่ในขณะนั้นมีภิกษุจำนวนมากกำลังอาบน้ำอยู่และอาบอยู่นานมาก (เนื่องจากน้ำร้อนช่วยผ่อนคลายร่างกาย)
พระเจ้าพิมพิสารทรงให้เกียรติพระสงฆ์ จึงประทับรออยู่ข้างนอกจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนค่ำ เมื่อภิกษุเหล่านั้นอาบเสร็จและขึ้นจากบ่อ ประตูเมืองราชคฤห์ก็ปิดเสียแล้ว ทำให้พระเจ้าพิมพิสารไม่สามารถเสด็จกลับเข้าพระราชวังได้ ต้องประทับแรมนอกเมืองจนรุ่งเช้า
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่อง จึงทรงตำหนิภิกษุเหล่านั้นว่า "ไม่รู้จักประมาณในการอาบน้ำ" และทำให้คฤหัสถ์ได้รับความลำบาก จึงทรงบัญญัติสิกขาบท (สัปปาณกวรรคที่ 7) ว่า:
"ภิกษุอาบน้ำในเวลาที่มิใช่กาล ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์"
(คำว่า "กาล" ในที่นี้คือ 15 วันต่อ 1 ครั้ง)
ข้อยกเว้น (สมัยที่อนุญาตให้อาบได้บ่อยกว่า 15 วัน)
อย่างไรก็ตาม พระพุทธเจ้าทรงเล็งเห็นความจำเป็นในบางกรณี จึงทรงบัญญัติ "สมัย" หรือข้อยกเว้นที่ภิกษุสามารถอาบน้ำได้บ่อยกว่า 15 วัน (เรียกว่า "สรงน้ำในกาล") ได้แก่:
คิมหสมย: ในฤดูร้อน (ช่วงเดือนสุดท้ายของฤดูร้อน)
สัปปณหสมย: ในช่วงที่มีแดดร้อนจัดจนเหงื่อไหล
คิลานสมย: เมื่อมีความเจ็บไข้ได้ป่วย (ซึ่งน้ำร้อนช่วยบรรเทาอาการได้)
กรรมสมย: เมื่อทำงานหนักมา (เช่น กวาดวัด ทำงานก่อสร้าง)
อัทธานสมย: เมื่อเดินทางไกล (ตั้งแต่ครึ่งโยชนขึ้นไป)
วุฏฐิสมย: เมื่อตัวเปียกฝน
วัตถุประสงค์ของบทบัญญัติ
เพื่อความเป็นอยู่ง่าย: ไม่ให้ภิกษุติดในกามสุขหรือความสบายจากการแช่น้ำร้อนนานๆ จนเสียเวลาปฏิบัติธรรม
เพื่อประหยัดทรัพยากร: ในสมัยนั้นแหล่งน้ำสาธารณะมีจำกัด การที่พระอาบน้ำนานอาจเบียดเบียนชาวบ้าน
เพื่อรักษาสัมมาคารวะ: ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้มีอุปการะคุณ (เช่น กษัตริย์หรือชาวบ้าน) ต้องเดือดร้อนหรือเสียเวลาเพราะรอพระ
สรุปคือ บ่อน้ำร้อนตโปทารามเป็นสถานที่เกิดเหตุที่ทำให้พระพุทธเจ้าทรงวางระเบียบเรื่องการอาบน้ำ เพื่อให้ภิกษุเป็นผู้เลี้ยงง่ายและไม่เป็นภาระแก่สังคมนั่นเอง
_____꧁❆☆🙏🙏🙏☆❆꧂______
🍊 วันที่ 17 พ.ย. 2568 - 7 เม.ย. 2569
🍎 จำนวน 109วัน
🟩 ระยะทาง 3,100 ก.ม.
🍋 พระสงฆ์ 110 รูป / อุบาสก 2 คน
🥭เส้นทางประเทศ อินเดีย- เนปาล🌺 จากสนามบินกัลกัตต้า - พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ - พาราณสี สารนาท สถานที่แสดงธรรมจักกัปปวัตนสูตร - โกสัมภี -สังกัสสะ- สาวัตถี สถานที่ทรงจำพรรษานานที่สุด - กุสินารา สถานที่ปรินิพพาน - ลุมพินี สถานที่ประสูติประเทศเนปาล - ไวสาลี - นาลันทา - พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้
------------------------------------
🌟 “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย”
“ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์เกื้อกูลแก่ชาวโลกเถิด”🌟
🍊 ธรรมยาตรา - ธุตังคะ จาริกธรรม
เจริญรอยตามบุรพาจารย์ ฝึกฝน อดทน ขัดเกลา บำเพ็ญขันติบารมี วิริยะบารมี สัจจะบารมี อธิษฐานบารมี เดินภาวนา แผ่เมตตาทุกที่ๆถึง
🌸 🙏😊🍛✨ สาธุ อนุโมทนาผู้มีบุญทุกคนที่ได้ร่วมอุปถัมภ์ สนับสนุนด้วยการถวายภัตตาหาร เภสัช น้ำดื่ม ยานพาหนะ ที่พัก อำนวยความสะดวกทั้งหลายทั้งปวง รวมถึงถวายกำลังใจ 🍳🍛 ⛺ ขอทุกท่านจงเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญนี้ ตามกำลังแห่งตนทุกคนเทอญ นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ ฯ
_______