YunYi云逸 เป็นเพจตามใจฉัน ที่ลงเปลี่ยนมาหลายที ...ล่าสุดขอมาลงนิยายที่แปลไว้ค่ะ สำหรับท่านใดที่ชอบงานแปลนิยาย ก็สามารถติดตามอ่านได้เลย

ทั้งตระกูลตัวร้ายได้ยินเสียงในใจของฉันติดตามอ่านได้ทุกช่องทางของเราhttps://kid-cat.com/author/yun_yihttps://inkrealm.co/...
07/07/2026

ทั้งตระกูลตัวร้ายได้ยินเสียงในใจของฉัน

ติดตามอ่านได้ทุกช่องทางของเรา
https://kid-cat.com/author/yun_yi
https://inkrealm.co/
https://readrealm.co/profile/yun_yi001
https://mynovel.co/w/Yun_Yi

#นิยายจีน #นิยายจีนออนไลน์ #นิยายจีนแฟนตาซี #นิยายจีนย้อนยุค #นิยายวันสิ้นโลก #นิยายละครตั้ง #นิยายแนวตบหน้า #นิยายรัก #นิยายทะลุมิติ #นิยายเกิดใหม่ #นิยายแก้แค้น #นิยายปลูกผัก #นิยายเกมส์ออนไลน์ #นิยายจีนแปล #นิยายจีนยุค60 #นิยายจีนยุคสาธารณรัฐ #นิยายจีนยุค70
#นิยาย ゚ #ฟีดดดシ #ฟีด #แนะนำนิยาย

https://youtu.be/LujbkveXnAU

ติดตามอ่านได้ทุกช่องทางของเราhttps://kid-cat.com/author/yun_yihtt...

06/07/2026

คู่มือเอาตัวรอดของฮูหยินเอก

ติดตามอ่านได้ที่ :
https://kid-cat.com/author/yun_yi
https://inkrealm.co/
https://readrealm.co/profile/yun_yi001
https://mynovel.co/w/Yun_Yi
#นิยายจีน #นิยายจีนออนไลน์ #นิยายจีนแฟนตาซี #นิยายจีนย้อนยุค #นิยายวันสิ้นโลก #นิยายละครตั้ง #นิยายแนวตบหน้า #นิยายรัก #นิยายทะลุมิติ #นิยายเกิดใหม่ #นิยายแก้แค้น #นิยายปลูกผัก #นิยายเกมส์ออนไลน์ #นิยายจีนแปล #นิยายจีนยุค60 #นิยายจีนยุคสาธารณรัฐ #นิยายจีนยุค70
#นิยาย ゚ #ฟีดดดシ #ฟีด #แนะนำนิยาย.................................................................
คำโปรย
[ทะลุมิติย้อนเวลา] 《คู่มือเอาตัวรอดของฮูหยินเอก》 ผู้เขียน: โคล่าเจียงทัง【จบแล้ว】
เรื่องย่อ:
ข่าวร้าย: จูหมิงหลีทะลุมิติมาเป็นฮูหยินเอกในราชวงศ์ศักดินา สามีเย็นชาไร้หัวใจ และคืนแต่งงา
นก็ได้รับคำสั่งให้ออกจากเมืองหลวงทันที
ระบบ: 【โฮสต์โปรดเพิ่มค่าความชื่นชอบของพระเอก เมื่อสะสมค่าประสบการณ์ได้มากพอ สามารถแลกยาเสริมความงาม ยาปรับรูปร่าง เพื่อช่วยให้ท่านพิชิตใจพระเอก——】
จูหมิงหลี: เดี๋ยวก่อน! ลองเปลี่ยนมุมมองดูสิ!
นี่มันข่าวดีชัด ๆ:
ฮูหยินเอกมีอำนาจมาก แม่สามีไม่ยุ่งเรื่องในจวน สามีมีเงินและไม่คอยจู้จี้ ในเมื่อเงื่อนไขดีขนาดนี้ จะไปเพิ่มค่าความชื่นชอบพระเอกทำไมอีก?
บ่าวไพร่ก่อเรื่อง บัญชียุ่งเหยิง — จัดระเบียบ
ที่ดินไร้ผลผลิต ร้านค้าขาดทุน — บริหาร
เพื่อนบ้าน ภรรยาขุนนางชั้นผู้น้อย — ผูกมิตร
ลูกหลานผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน เอาแต่ใจไร้เหตุผล — อบรมสั่งสอน
หลานชายที่เรียนอยู่สำนักศึกษาหลวง ว่าที่ผู้สืบทอดตระกูลเสิ่น สุขภาพไม่ดี แบบนี้เธอไม่ควรบำรุงร่างกายให้เขาหน่อย แล้วแวะไปเยี่ยมเพื่อเพิ่มความสัมพันธ์สักหน่อยหรือ?
ใกล้สิ้นปีแล้ว สินค้าที่ต้องจัดซื้อ งานเลี้ยง ข้าวสารเก่าคุณภาพต่ำจากปีก่อน พวกนี้เธอไม่ต้องจัดการหรือ?
สาวใช้ที่มีหัวด้านการค้า ถ้าปล่อยให้อยู่แต่ในเรือนหลังคงน่าเสียดายเกินไป เธอไม่ควรส่งนางไปฝึกงานที่ร้านของตัวเอง แล้วหาเงินก้อนโตหรือ?
ยุ่งจะตายอยู่แล้ว ใครจะมีเวลาไปสนใจเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ กัน!
……………………………………………….
ต่อมา เสิ่นจี้ที่เหน็ดเหนื่อยจากการออกรบกลับถึงบ้าน แล้วพบว่าจวนเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้
หลานชายหลานสาวเชื่อฟังเกินไป บ่าวรับใช้เก่งเกินไป เพื่อนร่วมงานก็เป็นมิตรเกินไป แม้แต่อาหารยังอร่อย ผ้าห่มก็นุ่มและอุ่นสบาย
จูหมิงหลี:
“แม่ทัพน้อยเสิ่น ตอนที่ท่านไม่อยู่ ข้าเอาร้านค้าของจวนเสิ่นไปบริหาร เงินที่ได้ควรแบ่งกันอย่างไรดี? อีกอย่าง ที่ดินตระกูลเสิ่นมีเยอะเกินไป ตอนนี้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งตระกูลก็กินไม่หมดอยู่แล้ว ข้าจึงตัดสินใจว่า——”
เสิ่นจี้: เดี๋ยวนะ อะไรนะ?
“อ้อ แล้วก็ร้านขายยาที่ข้าเปิด ยารักษาบาดแผลภายนอกได้ผลดีมาก ข้ารู้สึกว่าอยู่แค่เมืองหลวงคงไม่เหมาะ อยากขยายตลาดออกไป ท่านช่วยเปิดทางที่ซั่วเป่ยให้ข้าได้ไหม?”
เสิ่นจี้: ……
เสิ่นจี้: !!..............................................................................................
บทที่ 1 การเริ่มต้นของฮูหยินเอก
แสงเทียนไหวระริก ภายในห้องหอเงียบสงัดอย่างยิ่ง ไส้เทียนลุกไหม้เกิดเสียงแตกเปาะแปะ จูหมิงหลีมองร่างใหม่ของตนเองด้วยความไม่คุ้นชิน นางทะลุมิติมาเป็นเจ้าสาว
ในห้วงความคิดมีเสียงจักรกลดังขึ้นว่า 【โฮสต์สวัสดี ท่านทะลุมาเป็นภรรยาของเสิ่นจี้นาม
จูหมิงหลี ภายหน้าเขาจะประสบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กลายเป็นเจี้ยตู๋สื่อแห่งสามเมือง เป็นคนโหดเหี้ยมเย็นชา เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกลูกหลงในวันหน้า ภารกิจของท่านคือสะสมค่าประสบการณ์ และเพิ่มค่าความชื่นชอบของเขาให้เต็มก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเป็นคนดำมืด เมื่อสะสมค่าประสบการณ์ได้แล้ว ท่านสามารถแลกโอสถบำรุงโฉมในร้านค้า เพื่อใช้พิชิตใจเขาได้】
นี่คือระบบพิชิตใจในตำนานอย่างนั้นหรือ? จูหมิงหลียังไม่ทันได้คิดมาก ตรงประตูก็มีเสียงเคลื่อนไหวเบา ๆ ดังขึ้น นางรีบยกพัดกลมขึ้นปิดหน้า
เสียง “เอี๊ยด” ดังขึ้นคราหนึ่ง อากาศที่หยุดนิ่งในห้องเริ่มไหลเวียน พัดให้เปลวเทียนส่ายไหว ทำให้ห้องหอที่ประดับด้วยสีแดงสดเผยความน่าหวาดหวั่นออกมาหลายส่วน
ผู้มาเยือนยังไม่ทันเดินเข้าสู่ห้องด้านในก็หยุดยืน จากนั้นสายตาคมกริบคู่หนึ่งก็ตกลงบนร่างของจูหมิงหลี
นางเงยหน้ามองไป สายตาถูกพัดบังไว้ มองเห็นเพียงรูปร่างสูงโปร่งของอีกฝ่ายอย่างเลือนราง เวลาผ่านจากพิธีคำนับฟ้าดินไปเพียงไม่นาน เขาก็ถอดชุดมงคลออก เปลี่ยนเป็นชุดเกราะเสียแล้ว กลิ่นอายแข็งกร้าวน่าเกรงขามพุ่งเข้ามาปะทะใบหน้า
จูหมิงหลีสะดุ้งในใจ คนผู้นี้มีแรงกดดันรุนแรงเกินไป คงเข้าหาได้ยาก เจ้าสาวบนเตียงปิดบังใบหน้าของตนไว้มิดชิด ฝ่ายเจ้าบ่าวกลับมิได้สนใจนัก มองเพียงครู่เดียวก็ละสายตา
ตระกูลเสิ่นล้วนเป็นวีรชนผู้ภักดี บิดาตายในสนามรบ ทิ้งมารดาให้ล้มป่วยไม่อาจฟื้นคืนได้โดยง่าย กว่าจะตั้งตัวขึ้นมาได้ พี่ชายคนโตและพี่ชายคนรองก็สละชีวิตติดกันพอดี ประจวบกับฮ่องเต้องค์ใหม่เพิ่งขึ้นครองราชย์ เรื่องทุกอย่างจึงตกอยู่บนบ่าของเขา
การแต่งงานของเสิ่นจี้เป็นคำมั่นที่ท่านปู่ทำไว้กับสหายเก่า เขาไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ เรื่องใหญ่ในชีวิตที่คนอื่นให้ความสำคัญ ท่ามกลางความทุกข์หนักอึ้ง กลับเป็นเพียงเหตุการณ์เล็กน้อยที่ผ่านเข้ามา เขารีบไปรับเจ้าสาว และคืนเดียวกันก็ต้องออกจากเมืองหลวง
เสิ่นจี้มองเจ้าสาว หัวใจที่ด้านชาแล้วมิได้เกิดระลอกคลื่นใด เพราะเขาไม่เคยคาดหวังชีวิตที่สงบสุขและเปี่ยมสุขมาตั้งแต่แรก ลูกน้องมารายงานว่า ภรรยาคนใหม่ผู้นี้มีใจให้ญาติผู้พี่ ก่อนออกเรือนยังเคยคิดสั้นก่อเรื่องใหญ่ครั้งหนึ่ง บัดนี้เขาต้องออกจากเมืองหลวง ตระกูลเสิ่นเหลือเพียงมารดากับเด็ก ๆ อีกกลุ่มหนึ่ง ไม่อาจรับความวุ่นวายได้อีก
ท่ามกลางความเงียบอึดอัด เขาเอ่ยอย่างกระชับว่า “ข้ารู้ว่าเจ้ามิได้เต็มใจแต่งกับข้า หากเจ้าใช้ชีวิตอย่างสงบ ข้าจะมอบอิสระให้เจ้ามากพอ”
กล่าวจบก็ไม่ได้หวังให้นางตอบ คนที่ใช้การฆ่าตัวตายมาข่มขู่พี่ชายก่อนออกเรือน ย่อมไม่เหมือนคนฉลาดนัก เขากล่าวจบก็หันกายคิดจะจากไป ทว่ากลับได้ยินภรรยาที่นั่งนิ่งมาตลอดเปล่งเสียงยินดีออกมา “จริงหรือ?!”
ฝีเท้าของเสิ่นจี้ชะงักลง ชั่วขณะนั้น ท่ามกลางเรื่องงานทหารที่อัดแน่นในสมอง กลับมีความคิดหนึ่งที่ไม่เข้าพวกแทรกเข้ามา นางอดอาหารมาหลายวันไม่ใช่หรือ เหตุใดยังมีแรงเช่นนี้?
อีกฝ่ายหันกลับมามองเขา คนที่เคยผ่านสนามเลือดมักมีบรรยากาศเย็นเยียบติดตัว จูหมิงหลียังไม่คุ้นชิน แต่ก็อดถามไม่ได้ว่า “อิสระที่ท่านกล่าวถึง ครอบคลุมเรื่องใดบ้าง?” เรื่องค่าใช้จ่าย ขอบเขตอำนาจ...คำพูดนี้ยังไม่ชัดเจนพอ
เสิ่นจี้มองเจ้าสาว รู้สึกว่านางมีชีวิตชีวาแปลกประหลาดผุดขึ้นมาสายหนึ่ง
จู่ๆเขาก็เริ่มรู้สึกจริงขึ้นมานิดหน่อยว่าตนแต่งงานแล้ว จึงตอบกลับไปส่ง ๆ ว่า “ขึ้นอยู่กับความจริงใจของเจ้า” กล่าวจบก็หันหลังเดินออกจากห้อง หลอมรวมเข้าไปในราตรีมืดมิดและสายลมหนาวเย็นอันเปี่ยมกลิ่นสังหาร............................................................................................
อีกฝ่ายตอบคำถามแบบใช่หรือไม่ใช่ แต่กลับเลือกตอบกลางๆ จูหมิงหลีวางพัดกลมลง คิดในใจว่าการทะลุมิติมาเริ่มต้นเช่นนี้ก็ไม่เลวนัก การเพิ่มค่าความชื่นชอบก็ใช่ว่าจะมีเพียงหนทางพิชิตเสิ่นจี้ คำว่า “ใช้ชีวิตอย่างสงบ” ที่เขาพูดออกมาก็เป็นอีกหนทางหนึ่งเช่นกัน!
จูหมิงหลีได้ความหวังกลับคืนมา เต็มไปด้วยแรงฮึด นางเรียกระบบออกมาเพื่อปรึกษากับมัน
【ขออภัยโฮสต์ ระบบนี้เป็นระบบพิชิตใจ รุ่น 1.0 เดิมคือระบบนางมารล่มเมือง ไม่มีเส้นทางผ่านด่านอื่น】
จูหมิงหลีเริ่มวาดฝันให้มันฟัง “เจ้าก็เคยอัปเดตมาแล้วครั้งหนึ่ง อัปเดตอีกครั้งจะเป็นไรไป เสิ่นจี้เพียงคนเดียวจะนับอะไรได้ ความชื่นชอบจากทั้งจวนเสิ่น เพื่อนบ้านรอบข้าง รวมถึงบ้านเดิมของข้า รวมกันตั้งหลายร้อยคน ยังเทียบไม่ได้กับเขาเพียงคนเดียวหรือ?”
ระบบลังเลอยู่บ้าง เพราะในโลกก่อน ๆ โฮสต์ทุกคนภายใต้การดูแลของมันล้วนพิชิตเป้าหมายล้มเหลว โอสถบำรุงโฉมทำให้โฮสต์งดงามราวนางเซียนแล้วแท้ ๆ แต่เป้าหมายภารกิจกลับยังเย็นชาไร้ใจ หรือวิธีที่ผ่านมาจะมีปัญหาจริง? ระหว่างที่ระบบกำลังชั่งใจ ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังเข้ามา สาวใช้คนหนึ่งกำมือแน่นเดินเข้ามาในห้องด้านใน
“ฮูหยิน ท่านได้พูดถึงคุณชายตระกูลฝ่ายมารดากับหลางจวินหรือไม่ เหตุใดหลางจวินจึงจากไปแล้ว?” (郎君 หลางจวิน หมายถึงสามี หรือหากเป็นคนรับใช้เรียกคือเจ้านายฝ่ายชาย)
จูหมิงหลีไม่ตอบ
สาวใช้ถอนหายใจว่า “ฮูหยิน ตอนนี้ท่านแต่งเข้าตระกูลผู้อื่นแล้ว กับคุณชายตระกูลฝ่ายมารดาย่อมมีวาสนาแต่ไร้บุญร่วม เหตุใดต้องทำให้ตนเองลำบากด้วยเจ้าคะ?”
อ้อ ที่แท้คุณชายตระกูลฝ่ายมารดาก็คือรักแรกในใจของ “ข้า” นี่เอง อีกทั้งจากท่าทีของ “สามี” ดูเหมือนเขาก็รู้เรื่องนี้ด้วย? ระดับความยากของภารกิจสูงถึงเพียงนี้ อย่างไรเสียก็ต้องหาทางอื่นจึงจะดีกว่า! สาวใช้เห็นนางไม่พูดก็แทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว
หลังจากจูหมิงหลีกับญาติผู้พี่แอบมีใจให้กัน สาวใช้และแม่นมรอบกายเดิมถูกขายออกไปจนหมด เปลี่ยนคนชุดใหม่เข้ามา ใครจะคิดว่าคนชุดใหม่กลับปล่อยให้นางอดอาหารบีบบังคับผู้อื่นได้อีก ตระกูลจูหมดหนทาง จึงทำได้เพียงเลือกสาวใช้หัวแข็งไม่กี่คนให้ติดตามมาเป็นสินเดิม
คนหัวแข็งย่อมยึดติดกับเหตุผลตายตัวเท่านั้น ตระกูลจูกำชับให้สาวใช้จับตาจูหมิงหลีให้ดี ไม่อนุญาตให้นางคิดถึงหรือเอ่ยถึงญาติผู้พี่อีก
เห็นสาวใช้ร้อนใจเพียงนี้ จูหมิงหลีรีบส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “เขาจากไปอย่างรีบร้อน พวกเรายังพูดกันไม่กี่คำ”
สาวใช้ถอนหายใจโล่งอก จากนั้นกลับเผยสีหน้ากังวลอีกครั้ง ท่านชายแห่งตระกูลเสิ่นออกจากเมืองหลวงคืนวันแต่งงาน ตระกูลเสิ่นมีฐานะสูงส่ง ฮูหยินเกรงว่าจะควบคุมคนในจวนไม่อยู่ ยิ่งเรื่องที่ฮูหยินไม่เต็มใจแต่งเข้าตระกูลเสิ่น แม้จะพยายามกดข่าวไว้แล้ว แต่ท่านชายไม่มีทางไม่รู้...วันข้างหน้า คงลำบาก
“ฮูหยิน คืนนี้ไม่มีเรื่องใดแล้ว บ่าวรับใช้ท่านเข้านอนดีหรือไม่เจ้าคะ?”
จูหมิงหลีพยักหน้า สาวใช้จึงคล่องแคล่วถอดเครื่องประดับและเกล้ามวยให้นาง จากนั้นก็เรียกคนให้นำน้ำร้อนมาให้นางล้างหน้า เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น สาวใช้ยังจะปรนนิบัติจูหมิงหลีขึ้นเตียงพักผ่อน จูหมิงหลีรีบกล่าวว่า “พอแล้ว เจ้าเองก็ไปพักเถิด”
อย่างไรเสียก็แต่งเข้ามาแล้ว สาวใช้จึงไม่ต้องกังวลว่านางจะฆ่าตัวตายข่มขู่อีก คำนับครั้งหนึ่งแล้วถอยออกจากห้องหอ เวลานั้นเอง ตรงหน้าจูหมิงหลีก็มีตัวอักษรบรรทัดหนึ่งปรากฏขึ้น
【ความภักดีของสาวใช้เจียวเหวยเพิ่มขึ้น】
จูหมิงหลีชะงักไปครู่หนึ่ง
ระบบรีบกล่าวเสริมทันที 【ระบบอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 3.0 แล้ว การอัปเดตครั้งนี้ เพิ่มเส้นทางและรูปแบบการพิชิต】
จูหมิงหลีจึงวางใจและเข้านอนแต่หัวค่ำ นอนเร็ว ย่อมตื่นเร็วด้วย สาวใช้เพียงเคาะประตู นางก็ลืมตาขึ้นแล้ว
ยามเหม่า ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เทียนแดงมอดดับไปนานแล้ว อาศัยเพียงแสงสลัวราง สาวใช้ทั้งหลายเดินเข้ามาอย่างแผ่วเบาเป็นแถว คนถืออ่าง คนปรนนิบัติล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดเวลาจูหมิงหลีไม่พูดสิ่งใด สาวใช้ทั้งหลายจึงรู้สึกไม่สบายใจ เกรงว่าจะไปสะกิดอารมณ์ของนางเข้า
คืนวันแต่งงาน หลางจวินรับพระบัญชาออกจากเมืองหลวงในคืนนั้น ใครเล่าจะมีความสุขได้?
ก็ไม่รู้ว่าหลางจวินได้รับความโปรดปรานหรือไม่ หากได้รับความโปรดปราน ไหนเลยจะมีผู้ใดแต่งงานอย่างรีบร้อนเพียงนี้? แต่หากไม่ได้รับความโปรดปราน เหตุใดฮ่องเต้จึงยังทรงเลือกเขาไปทำงานสำคัญ ถึงขั้นไม่มีแม้แต่วันลาหยุดแต่งงาน เห็นได้ชัดว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่สำคัญแน่นอน
สาวใช้ทั้งหลายคิดเรื่องเหล่านี้ไม่กระจ่าง จูหมิงหลียิ่งไม่คิดถึงมัน นางหวังเพียงให้เสิ่นจี้กลับมาช้าที่สุดยิ่งดี ชายแปลกหน้าคนหนึ่งจู่ ๆ กลายมาเป็นสามีของตน นางไม่รู้จริง ๆ ว่าควรรับมืออย่างไร
“ฮูหยิน ได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาเตือนเบา ๆ จูหมิงหลีจำได้เพียงสาวใช้ชื่อเจียวเหวยเมื่อคืน จึงตอบรับคลุมเครือเสียงหนึ่ง
นางลุกขึ้น จ้องมองสาวใช้ผู้นั้นครู่หนึ่ง แล้วเห็นตัวอักษรเรืองแสงปรากฏเหนือศีรษะนาง
【ลวี่ฉี่】
พอกะพริบตาอีกครั้ง ก็มีรายละเอียดของตัวละครปรากฏขึ้น
【สถานะ: สาวใช้สินเดิม ค่าความภักดี: 70/100】
เมื่อลองมองไปทางเจียวเหวย ค่าความภักดีมีถึง 82 หากจะใช้งานคน เจียวเหวยย่อมเหมาะสมกว่า แต่เรื่องนี้ยังไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด จูหมิงหลีมีสาวใช้ตระกูลเสิ่นนำทาง พอออกจากลานเรือน เดินผ่านระเบียง ประตูบุปผาห้อย ห้องโถงทางผ่าน ในที่สุดก็มาถึงเรือนของมารดาตระกูลเสิ่น โชคดีที่แต่งเข้าตระกูลเสิ่น ที่พักอยู่ไม่ไกล หากอยู่ไกลกว่านี้อีกหน่อย ตอนฟ้ายังมืดก็ต้องตื่นออกเดินทางแล้ว
หากพบตระกูลใหญ่ที่มีสมาชิกมากมาย ต้องไปคำนับผู้อาวุโสทีละคน กลับห้องไปกินอาหารเช้า แล้วกลับมาพูดคุยเป็นเพื่อนผู้อาวุโสคลายเหงา พอได้เวลาอีกก็ต้องรีบกลับเรือนตนเองไปจัดการงานต่าง ๆ หากเป็นคนใส่ใจมากหน่อย ตั้งแต่รายรับของร้านค้าไปจนถึงการจัดซื้อของเดือนหน้า ล้วนต้องตรวจดูทั้งหมด ตอนบ่ายยังต้องกลับมาปรนนิบัติแม่สามี สานสัมพันธ์กับแต่ละเรือน ดูแลเอาใจใส่ผู้อ่อนวัย…ยุ่งจนถึงยามโพล้เพล้ ก็ยังต้องมาคำนับอีกครั้ง
ไปกลับหลายรอบเช่นนี้ การเป็นฮูหยินเอกแท้จริงแล้วเป็นงานใช้แรงกายอย่างหนึ่ง
เวลานี้ คนตระกูลเสิ่นในเรือนใหญ่ต่างมารวมตัวรอกันพร้อมแล้ว
จูหมิงหลีคำนวณเวลาได้พอดี ไม่เร็วไม่ช้า เพียงแต่เดินมาถึงหน้าประตูแล้ว กลับยังไม่ได้ยินเสียงสนทนาภายในเลย สาวใช้ใหญ่ที่ยืนรออยู่หน้าประตูคำนับนางแล้ว จึงเข้าไปในห้องพลางกล่าวเสียงเบาว่า “เรียนเหล่าฟูเหริน ฮูหยินสามมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
ภายในห้องยังคงไร้เสียงใด จูหมิงหลีเดินตามเข้าไป ก็พบว่าเป็นดังที่นางคิดไว้จริง ๆ จวนเสิ่นตั้งแต่บนจรดล่างล้วนเต็มไปด้วยบรรยากาศซบเซาไร้ชีวิตชีวา
เสิ่นเหล่าฟูเหรินที่นั่งอยู่ด้านบนมีสีหน้าเรียบเฉย นางไม่รู้เรื่องที่ “จูหมิงหลี” มีใจให้ญาติผู้พี่ เพียงประเมินจูหมิงหลีจากชาติตระกูล และเห็นว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ไม่เลว
ท่านปู่ของจูหมิงหลีเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่มีชื่อเสียงมากในวงวรรณศิลป์ แม้จะไม่ได้ไต่เต้าสูงในราชสำนัก แต่บทกวีและงานเขียนเลื่องลือไปทั่วหล้า มีสหายสนิทมากมาย เสิ่นโหวก็เป็นหนึ่งในนั้น ทันทีที่จูหมิงหลีถือกำเนิด การหมั้นหมายก็ถูกกำหนดไว้แล้ว ครั้นพอเสิ่นจี้พ้นช่วงไว้ทุกข์ สองตระกูลก็รีบจัดการเรื่องแต่งงานทันที
ความเจ็บปวดจากการสูญเสียสามีและบุตรตลอดหลายปีมานี้ ได้ขัดเกลานางจนคล้ายคนไร้ความรู้สึก นางเอ่ยคำห่วงใยตามธรรมเนียมไม่กี่ประโยค ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าถามว่าเมื่อคืนพักผ่อนเป็นอย่างไร จากนี้ไปเจ้าก็คือสะใภ้ของตระกูลเสิ่นแล้วทำนองนั้น จากนั้นก็มอบเครื่องประดับให้นางหลายกล่อง แล้วจึงเริ่มแนะนำคนในห้อง
เมื่อครั้งเสิ่นโหวยังมีชีวิตอยู่ มีภรรยาเอกหนึ่งคน อนุหนึ่งคน ภรรยาเอกก็คือเหล่าฟูเหรินในปัจจุบัน มีบุตรชายสามคนและบุตรสาวหนึ่งคน ฮูหยินใหญ่ที่เกิดจากอนุออกเรือนไปนานแล้ว และจากเมืองหลวงไปพร้อมสามีที่ถูกส่งไปดำรงตำแหน่งต่างเมือง
ต้าหลางกับเอ้อร์หลางตายในสนามรบต่อเนื่องกัน เหลือเพียงซานหลาง หรือก็คือเสิ่นจี้
ต้าหลางมีบุตรชายหนึ่งคน บุตรสาวหนึ่งคน ส่วนภรรยาเสียชีวิตจากอาการป่วยตั้งแต่ยังไม่มากวัย เรือนรองมีบุตรฝาแฝดชายหญิงหนึ่งคู่ สามีภรรยาคู่นี้รักใคร่ลึกซึ้ง หลังจากสามีเสียชีวิต ภรรยาก็ตรอมใจจนล้มป่วย ครั้นอัญเชิญวิญญาณกลับเมืองหลวงได้ไม่นาน ก็จากไปด้วยความทุกข์ระทม
จูหมิงหลีหันไปทางเหล่าผู้อ่อนวัย ฝั่งคนหนุ่มสาวดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง และกำลังแอบมองนางอยู่ คุณหนูใหญ่แห่งเรือนโตดูอายุราวสิบสี่สิบห้าปี งดงามอ่อนโยนและเก็บตัวมาก พอเห็นจูหมิงหลีมองมา ก็รีบคำนับทันที พลางกล่าวเสียงเบาว่า “ท่านอาสะใภ้สาม”
นางไม่กล้าสบตาจูหมิงหลี “หลานชื่อหลิงอี๋ เป็นบุตรสาวคนโตของเรือนใหญ่ ด้านล่างยังมีน้องชายชื่อหลิงเหวิน เป็นนักเรียนกั๋วจื่อเจี้ยน บังเอิญตรงกับช่วงสอบย่อย ท่านจี้จิ่วเข้มงวดไม่อนุญาตให้ลา จึงไม่อาจกลับมาได้” (祭酒 จี้จิ่ว คือ - หัวหน้าสำนักศึกษาหลวง)
นางอธิบายอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นข้างกายกลับมีเสียงหัวเราะเยาะเบา ๆ ดังขึ้น
จูหมิงหลีหันไปมองทางนั้น ฝั่งเรือนรองมีฝาแฝดสองคน อายุราวสิบสองสิบสามปี เด็กสาวกำลังเหม่อลอยไปไกล ส่วนเด็กหนุ่มกำลังขมวดคิ้ว มองเสิ่นหลิงอี๋ด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
เสิ่นหลิงอี๋ดูเหมือนจะชินเสียแล้ว รีบเงียบเสียงลง ใบหน้าขึ้นสีแดงจัด
รอบด้านเงียบสงัด เด็กสาวแห่งเรือนรองที่กำลังเหม่อลอยอยู่ก็สังเกตได้ว่าบรรยากาศไม่ถูกต้อง ดวงตากลมโตกรอกวูบหนึ่ง ก็เข้าใจทันทีว่าพี่ชายของตน “อาการกำเริบอีกแล้ว” จึงยกมือฟาดลงบนแขนเขาฉาดหนึ่ง
“เสิ่นหลิงซู!” เด็กหนุ่มพลันชี้คิ้วขึ้นทันที เสียงตะโกนนี้ในที่สุดก็ทำให้เหล่าฟูเหรินที่นั่งอยู่ด้านบนได้สติกลับมา นางลากเสียงยาวว่า “หลิงซู หลิงเหิง!”
ฝาแฝดจึงยอมสงบลงอย่างฝืนใจ แต่สีหน้ายังคงดูไม่ยอมเชื่อฟัง วันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น แต่เหล่าฟูเหรินกลับดูอิดโรยราวกับเหนื่อยมาทั้งวัน นางใช้มือพยุงศีรษะไว้
“จูซื่อ หลิงอี๋ พวกเจ้าสองคนเข้ามาข้างหน้า”
จูหมิงหลีกับเสิ่นหลิงอี๋รีบเดินไปตรงหน้าเหล่าฟูเหริน
“สภาพร่างกายของข้า เจ้าก็เห็นแล้ว สะใภ้ทั้งหลายก็จากไปกันเร็ว ดังนั้นงานดูแลกิจการในจวนจึงให้หลิงอี๋จัดการชั่วคราว บัดนี้เจ้าแต่งเข้ามาแล้ว ก็ควรแบ่งเบาไปบ้าง”
จูหมิงหลียังไม่ทันพูด เสิ่นหลิงอี๋ข้างกายกลับถอนหายใจโล่งอกเสียงดังเสียก่อน
“ด้วยชาติตระกูลของเจ้า คิดว่าการดูแลงานภายในพวกนี้คงไม่ใช่เรื่องยาก” เหล่าฟูเหรินให้บุตรชายคนเล็กรีบแต่งงาน หนึ่งในเหตุผลก็เพราะตระกูลเสิ่นขาดนายหญิงผู้ดูแลจวนจริง ๆ
เมื่อพูดมาถึงเพียงนี้แล้ว จูหมิงหลีจึงทำได้เพียงรับไว้
วันแรกสามีออกจากเมืองหลวงในคืนแต่งงาน วันที่สองคนในจวนก็ปฏิบัติอย่างเย็นชา หากเป็นเจ้าสาวใหม่คนอื่นคงขุ่นเคืองใจไม่น้อย แต่จูหมิงหลีกลับรู้สึกว่าเช่นนี้ก็ดี นางไม่ถนัดเสแสร้งพูดจาเกรงใจกันไปมา อีกทั้งมารดาเสิ่นอ่อนแอถึงเพียงนี้ คิดดูแล้วก็คงไม่คิดหาเรื่องสะใภ้เช่นกัน

คู่มือเอาตัวรอดของฮูหยินเอกฟัง/อ่านได้ที่ https://kid-cat.com/author/yun_yihttps://youtu.be/TNK8OSazU6k #นิยายจีน  #นิยา...
06/07/2026

คู่มือเอาตัวรอดของฮูหยินเอก
ฟัง/อ่านได้ที่ https://kid-cat.com/author/yun_yi
https://youtu.be/TNK8OSazU6k

#นิยายจีน #นิยายจีนออนไลน์ #นิยายจีนแฟนตาซี #นิยายจีนย้อนยุค #นิยายวันสิ้นโลก #นิยายละครตั้ง #นิยายแนวตบหน้า #นิยายรัก #นิยายทะลุมิติ #นิยายเกิดใหม่ #นิยายแก้แค้น #นิยายปลูกผัก #นิยายเกมส์ออนไลน์ #นิยายจีนแปล #นิยายจีนยุค60 #นิยายจีนยุคสาธารณรัฐ #นิยายจีนยุค70
#นิยาย ゚ #ฟีดดดシ #ฟีด #แนะนำนิยายนิยาย

ติดตามอ่าน/ฟังได้ที่ https://kid-cat.com/author/yun_yiคำโปรย[ทะลุ...

🎈ฟังนิยายแบบไม่ต้องอ่าน✨️ ทั้งตระกูลตัวร้ายได้ยินเสียงในใจของฉันติดตามอ่านและฟังได้ที่🧨 https://kid-cat.com/author/yun_y...
06/07/2026

🎈ฟังนิยายแบบไม่ต้องอ่าน✨️ ทั้งตระกูลตัวร้ายได้ยินเสียงในใจของฉัน
ติดตามอ่านและฟังได้ที่🧨 https://kid-cat.com/author/yun_yi

https://youtu.be/q4QYQ-VUTRo

#นิยายจีน #นิยายจีนออนไลน์ #นิยายจีนแฟนตาซี #นิยายจีนย้อนยุค #นิยายวันสิ้นโลก #นิยายละครตั้ง #นิยายแนวตบหน้า #นิยายรัก #นิยายทะลุมิติ #นิยายเกิดใหม่ #นิยายแก้แค้น #นิยายปลูกผัก #นิยายเกมส์ออนไลน์ #นิยายจีนแปล #นิยายจีนยุค60 #นิยายจีนยุคสาธารณรัฐ #นิยายจีนยุค70
#นิยาย ゚ #ฟีดดดシ #ฟีด #แนะนำนิยาย

ติดตามฟังและอ่านได้ที่ https://kid-cat.com/author/yun_yiฉวนเหวินท...

🌹นิยายเสียง ทะลุมิติยกบ้าน ฝ่าทุพภิกขภัยสู่การเป็นเทพ💕 #นิยายจีน  #นิยายจีนออนไลน์          #นิยายจีนแฟนตาซี  #นิยายจีนย...
05/07/2026

🌹นิยายเสียง ทะลุมิติยกบ้าน ฝ่าทุพภิกขภัยสู่การเป็นเทพ💕

#นิยายจีน #นิยายจีนออนไลน์ #นิยายจีนแฟนตาซี #นิยายจีนย้อนยุค #นิยายวันสิ้นโลก #นิยายละครตั้ง #นิยายแนวตบหน้า #นิยายรัก #นิยายทะลุมิติ #นิยายเกิดใหม่ #นิยายแก้แค้น #นิยายปลูกผัก #นิยายเกมส์ออนไลน์ #นิยายจีนแปล #นิยายจีนยุค60 #นิยายจีนยุคสาธารณรัฐ #นิยายจีนยุค70
#นิยาย ゚ #ฟีดดดシ #ฟีด #แนะนำนิยาย

https://youtu.be/Hoq0daP-Sp8

รับฟังฉบับรายตอนได้ที่ https://kid-cat.com/author/yun_yi

ติดตามฟังได้ที่ https://kid-cat.com/author/yun_yi📌 คำโปรยเรื่อง...

💖รวมนิยายนะคะ ~~เรื่องที่แปล [จบแล้ว] ของYunYi云逸❗️ติดตามได้ 3 ช่องทางด้งนี้ค่ะ ช่องทางที่  1 🔜 https://readrealm.co/prof...
04/07/2026

💖รวมนิยายนะคะ ~~เรื่องที่แปล [จบแล้ว] ของYunYi云逸❗️
ติดตามได้ 3 ช่องทางด้งนี้ค่ะ
ช่องทางที่ 1 🔜 https://readrealm.co/profile/yun_yi001
ช่องทางที่ 2 🔜 https://kid-cat.com/author/yun_yi
ช่องทางที่ 3 🔜 https://inkrealm.co/
#นิยายจีน #นิยายจีนออนไลน์ #นิยายจีนแฟนตาซี #นิยายจีนย้อนยุค #นิยายวันสิ้นโลก #นิยายละครตั้ง #นิยายแนวตบหน้า #นิยายรัก #นิยายทะลุมิติ #นิยายเกิดใหม่ #นิยายแก้แค้น #นิยายปลูกผัก #นิยายเกมส์ออนไลน์ #นิยายจีนแปล #นิยายจีนยุค60 #นิยายจีนยุคสาธารณรัฐ #นิยายจีนยุค70
#นิยาย ゚ #ฟีดดดシ #ฟีด #แนะนำนิยาย
🧨นิยายแนวยุคสาธารณะรัฐ
เมื่อฉันกลายเป็นลูกสุดรักของพ่อแม่สุดแกร่งในยุค 60
ทะลุมิติมาเป็นน้าสาวคนงามแห่งยุค 70
หวนคืนยุค 70 ฉันพึ่งพาระบบเลี้ยงดูคุณชายผู้ทรงอำนาจ
ภรรยาที่ถูกเอ็นดูแห่งยุค 70........................................................................................
🧨นิยายแนวแฟนตาซีและยุคจีนโบราณ
เริ่มต้นทะลุมิติมาเป็นรูปสลักเทพ ฉันถูกยกให้เป็นเทพหญิงในปีทุพภิกขภัย
ทะลุมิติยกบ้าน ฝ่าทุพภิกขภัยสู่การเป็นเทพ
เด็กน้อยห้าขวบ : ท่านแม่มีมิติเก็บเสบียงนับหมื่นหมู่
ทั้งตระกูลตัวร้ายได้ยินเสียงในใจของฉัน
ทะลุมิติสู่โลกอสูรยุคบรรพกาล ปลูกผักทำไร่ใช้ชีวิต
ทะลุนิยายมาเป็นภรรยาเก่าตัวประกอบของตัวร้าย
หวนคืนครั้งนี้ ข้าจะเอาคืนทั้งหมด
ทั้งครอบครัวข้าทะลุมิติมาพร้อมพลังวิเศษ.........................................................................................
🧨นิยายแนววันสิ้นโลก
เอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก: มือถือรีเฟรชเสบียงหมื่นล้านล้าน
ถูกบังคับให้เกิดใหม่ตอนอายุห้าขวบ [วันสิ้นโลก]
วันสิ้นโลกฉันขอช่วงชิงทุกสิ่ง..........................................................................................
🧨นิยายแนวปัจจุบันดราม่า
ลูกหลานกตัญญูทั้งหลาย จงคุกเข่าลง ฉันคือย่าทวดของพวกนาย
หลังได้ยินเสียงในใจของเจ้าก้อนน้อย ทั้งครอบครัวก็พลิกชะตาฝืนฟ้า
ถีบลูกบุญธรรมเนรคุณ ฉันนี่แหละตัวแม่

04/07/2026

📚เริ่มต้นทะลุมิติมาเป็นรูปสลักเทพ ฉันถูกยกให้เป็นเทพหญิงในปีทุพภิกขภัย🌷

ติดตามอ่านได้ที่ https://readrealm.co/profile/yun_yi001

#นิยายจีน #นิยายจีนออนไลน์ #นิยายจีนแฟนตาซี #นิยายจีนย้อนยุค #นิยายวันสิ้นโลก #นิยายละครตั้ง #นิยายแนวตบหน้า #นิยายรัก #นิยายทะลุมิติ #นิยายเกิดใหม่ #นิยายแก้แค้น #นิยายปลูกผัก #นิยายเกมส์ออนไลน์ #นิยายจีนแปล #นิยายจีนยุค60 #นิยายจีนยุคสาธารณรัฐ #นิยายจีนยุค70
#นิยาย ゚ #ฟีดดดシ #ฟีด #แนะนำนิยาย...........................................................................................................
บทที่ 1 สวมเป็นรูปสลักเทพ
อวี๋ลั่วนั่งยองอยู่ตรงขอบประตูวิหารเก่าที่ทรุดโทรม กำลังแงะหญ้าเล่น นับจากวันที่นางทะลุมิติมาเป็นรูปสลักเทพ ก็ผ่านไปครบสามเดือนเต็มแล้ว หญ้าข้างนอกงอกขึ้นมารอบหนึ่งแล้วอีกรอบ แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดผ่านมา ราวกับวิหารทรุดโทรมแห่งนี้ถูกผนึกไปแล้ว
นางไม่อาจออกห่างจากวิหารนี้ได้ไกลนัก อีกทั้งยังไม่รู้ด้วยว่าตนเองมาอยู่ในที่กันดารเพียงใด
แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่พอทำให้นางปลอบใจได้ เพราะนางได้ตื่นระบบที่ผู้ทะลุมิติต้องมีกัน
เพียงแต่ว่าระบบนี้มันเจ้าเล่ห์อยู่บ้าง เพราะมันมีชื่อว่า—ระบบไก่ป่ากลายเป็นเทพ
ระบบห่วยแตก นี่มันชื่อบ้าบออะไร จะเป็นเทพหรือไม่เทพนางยังไม่รู้ แต่ไก่ป่าที่เดินผ่านวิหารทรุดโทรมมีอยู่สองสามตัว นางจับมาทำย่างกินหมดแล้ว ว่าแล้วเชียว ไกลออกไปมีอีกตัวหนึ่งกำลังกระโดดมาทีละน้อย มันค่อย ๆ ยกเท้าเล็ก ๆ เดินมา และแอบชะโงกหัวมองเข้ามา
หนึ่งก้าว สองก้าว ปากแหลมของมันเล็งไปที่เมล็ดข้าวป่าหลายเมล็ดบนขั้นบันไดวิหารทรุดโทรม แล้วในพริบตาเดียว มันก็ถูกนางคว้าคอห้อยขึ้นกลางอากาศ
พร้อมกับเสียงร้องกระต๊ากกระต๊ากและเสียงกุกกุกก๊ากๆ ไก่ป่าตัวใหญ่ที่มาส่งถึงที่ ก็ถูกมัดขาทั้งสองเรียบร้อย
วันนี้เจ้าไก่ป่าตัวนี้อ้วนเป็นพิเศษ อวี๋ลั่วพอใจกับอาหารที่ส่งถึงปากครั้งนี้มาก ไม่นานนางก็ถอนขน ล้างเครื่องในเสร็จ และนำไปตั้งย่าง การกระทำทั้งหมดนี้รวดเร็วมาก กระทั่งแทบไม่ต้องลงมือเอง
อย่างไรนางก็ผูกติดอยู่กับระบบกลายเป็นเทพ แม้ระบบจะยังไม่เปิดใช้งานทั้งหมด แต่บางอย่างพื้นฐานก็ยังพอมี เช่น การควบคุมวิหารทรุดโทรมแห่งนี้อย่างเด็ดขาด ขอเพียงอยู่ในเขตวิหาร ยิ่งเข้าใกล้รูปสลักเทพเท่าใด พลังควบคุมของนางก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
“ระบบ เจ้ารับปากแล้วมิใช่หรือ ขอเพียงข้าสะสมค่าศรัทธาให้พอ ก็จะได้ครองร่างของตนเอง กลายเป็นเทพที่แท้จริงใช่หรือไม่”
ขณะว่าง นางก็ยังไม่ลืมซักไซ้ระบบอีกครั้ง นางเองก็ไม่มีทางเลือก ระบบนี้มันขี้เกียจเกินไป ถามสิบครั้ง ยังตอบไม่ถึงครั้ง นางต้องหาเวลาเค้นเอาคำตอบ ไม่เช่นนั้นเจ้าเด็กระบบนี่ก็จะไม่รู้ตัวเลย
[แน่นอน ขอเพียงโฮสต์มีศรัทธาจากผู้ศรัทธาในจำนวนที่ถึงเป้าหมายเล็ก ๆ ก็จะกลายเป็นเทพแท้]
เป้าหมายเล็กๆ เจ้าระบบนี่ช่างพูดเสียจริง หากอยู่ในสมัยที่นางยังมิได้ตายกลับมาในโลกปัจจุบันเสียยังพอมีหวังบ้าง แต่นี่มันสมัยโบราณ จะไปหาคนมากมายเพียงนั้นมาจากที่ใดเล่า
ระบบยังกล่าวต่อว่า [ผู้ศรัทธาแต่ละคนสามารถส่งค่าศรัทธาให้โฮสต์อย่างต่อเนื่อง โฮสต์ไม่ต้องกังวล ขอเพียงหาผู้ศรัทธาเพิ่มก็พอ]
อวี๋ลั่วถึงได้ถอนหายใจโล่ง มิฉะนั้นในสมัยโบราณ หากต้องหาคนหนึ่งร้อยล้านคน เกรงว่าจะหาให้ทั่วแผ่นดินก็ยังไม่ครบ นางโบกมือเบาๆขนไก่สวยงามกลายมาอยู่ในมือ ส่วนที่เหลือลงดินไป
ไก่ย่างบนขาตั้งสุกจนหอมกรุ่น น้ำมันเดือดแวววาว แม้ไม่ได้ใส่เครื่องปรุงมากนัก แต่นางเก็บผลไม้รสเค็มมากลูกในเขตวิหาร บีบน้ำลงบนไก่ รสชาติจึงออกมาดีไม่น้อย เดี๋ยวก่อน! เหมือนจะมีเสียงฝีเท้าข้างนอก
นี่เป็นครั้งแรกที่อวี๋ลั่วได้ยินเสียงใกล้วิหารทรุดโทรม นางตื่นเต้นจนแทบทำอะไรไม่ถูก ในชั่วอึดใจ นางก็เก็บไก่ย่างเข้าไปในห้วงพื้นที่เล็กของระบบ กำจัดกลิ่นภายในวิหารทั้งหมด แล้วลอยละลิ่วกลับขึ้นไปเหนือรูปสลักเทพ
คนยังไม่ทันได้เห็น เสียงก็มาก่อนแล้ว “ท่านพี่ ท่านว่าวิหารนี้ศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่ ท่านแม่จะหายดีจริงหรือ” น้ำเสียงเด็กเล็กแหบและอ่อนแรง คงเพราะปีนเขามานาน จึงยังหอบหายใจอยู่
“น้องรอง วิหารเทพแห่งขุนเขาบนเขารกร้างแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่ท่านแม่เคยพูดถึง ขอเพียงเราขออย่างศรัทธา ท่านแม่ต้องหายดีแน่” น้ำเสียงเด็กหญิงอีกคนหนักแน่นมาก
ครู่ต่อมา เด็กหญิงที่สวมชุดกระโปรงสีเขียวหม่นเต็มไปด้วยฝุ่นโคลน ยืนอยู่หน้าวิหารทรุดโทรม วิหารนี้เก่ามาก ผนังดินกร่อนจนลายไม้ผุบ้างไม่ผุบ้าง บานประตูไม้หนึ่งข้างผุไปครึ่ง เมื่อมีลมพัดแรง ประตูไม้ก็ส่งเสียงดังโครมครามไม่หยุด
หลินซิ่วยกมือเช็ดเหงื่อและฝุ่นบนหน้า แล้วจัดผมตนเองให้ดูไม่สกปรกจนเกินไป สุดท้าย นางรวบรวมความกล้า พาน้องสาวผลักประตูไม้ที่ผุครึ่งบานนั้นเข้าไปอย่างเงียบ ๆ
เมื่อเดินเข้าไป หลินซิ่วก็รู้สึกทันทีถึงความแตกต่าง เพราะภายในวิหารเทพแห่งขุนเขานี้ ไม่มีความเย็นเฉียบอย่างที่คิด ไม้บานประตูเก่าแม้ใกล้พังทลาย แต่ลมพายุข้างนอกก็ไม่อาจพัดเข้ามา ราวกับทุกอย่างภายในหยุดนิ่ง
ทุกสิ่งภายในแม้ทรุดโทรม จนแทบมองไม่เห็นหน้ารูปสลักเทพ แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด นางปิดประตูแล้วรีบออกไปข้างนอกเพื่อสัมผัสแรงลมบนผิวหน้า เด็กหญิงอายุห้าถึงหกขวบข้างตัวก็ออกไปด้วยอย่างงุนงง
ภาพนี้ทำให้อวี๋ลั่วที่รออยู่งงงวยอย่างมาก อะไรกันละเนี่ย! นี่มันเรื่องอะไร ทำไมแม้แต่คำเดียวก็ไม่พูด แล้วเหตุใดจึงเดินออกไปเล่า มาถึงวิหารเทพแล้ว มิได้มาขอพรสักคำรึ หากไม่ถึงขนาดนั้น อย่างน้อยบ่นอะไรสักหน่อยก็ได้ ให้ข้าที่ยังไม่เริ่มทำงานในฐานะเทพได้ฟังบ้าง
อุตส่าห์รอมาเนิ่นนาน อวี๋ลั่วไม่อยากให้ผู้ศรัทธาในอนาคตหนีไป นางกำลังคิดว่าจะทำเสียงอะไรออกมาดี ก็เห็นเด็กหญิงทั้งสองกลับเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ ใบหน้าที่แห้งกร้านของ
หลินซิ่วแดงระเรื่ออย่างตื่นเต้น นางคุกเข่าลงด้วยเสียงดังปึง
“เทพแห่งขุนเขา ขอท่านช่วยมารดาข้าด้วยเถิด แม่ของข้านอนป่วยอยู่นานแล้ว อาการหนักยิ่งนักท่านย่าก็ยังตีท่านแม่ ซ้ำยังบังคับให้นางออกไปทำงาน”
“ข้าก็ทำงานได้ ขอเพียงท่านแม่ของข้าหายดี ข้าจะทำงานให้ท่านทั้งชีวิตเลย”
เด็กหญิงไม่รู้จะถวายสิ่งใด จึงทำได้เพียงร้องไห้ตาแดงและรับปากว่าตนเองทำงานได้เก่ง
อวี๋ลั่วที่นั่งอยู่ในห้วงของรูปสลักเทพก็อึ้ง นางมองเด็กหญิงอย่างละเอียด เด็กคนโตดูอายุสิบสองถึงสิบสาม ขุดเสื้อผ้าที่ใส่เล็กจนรั้งแขนเสื้อได้แค่ถึงข้อมือ ผิวหน้าของนางแตกแห้งจนมีเลือดซึม มือแดงบวมแตกจากความหนาว รองเท้าแตกสองรูใหญ่จนเห็นนิ้วเท้าแดงบวม
ในสมัยโบราณ เด็กหญิงวัยนี้ในสายตาหลายคน ก็ถือว่าเริ่มเตรียมตัวแต่งออกเรือนได้แล้ว
หากมารดาของนางไม่หาย นางคงถูกปู่ย่าขายออกไป ส่วนเด็กน้อยข้างตัวถึงจะดีกว่าเล็กน้อย แต่ก็ซูบผอมและแข็งทื่อเพราะความหนาว สำหรับเด็กหญิงตัวเล็กผู้นี้ หากอยู่ต่อในบ้าน ก็อาจถูกตีถูกดุด่า ทำงานเยี่ยงวัวควายต่อไป ภายในวิหารค่อยๆเงียบลง หลินซิ่วรออยู่นาน รู้สึกว่าตนอาจกล่าวผิดไป นางหน้าขึ้นสีแดงด้วยความร้อนใจอีกครั้ง
“ท่านเทพแห่งขุนเขา ข้ายังสามารถซ่อมวิหารให้ท่านได้ แม้เราจะไม่มีเงินมาก แต่ข้าแอบเรียนวิธีทำงานจากบ้านข้างๆ ข้าจะตัดต้นไม้ ทำบานประตูใหม่ให้ท่าน”
บ้านข้างๆทำงานช่างไม้ พวกผู้ใหญ่ไม่ระวังเด็กมากนัก หลินซิ่วช่างหัวไว จำขั้นตอนได้ตั้งแต่วัยเด็ก เพียงแต่นางไม่มีเครื่องมือ จึงไม่เคยได้ลอง หากครั้งนี้ท่านแม่ของนางฟื้น นางจะยอมทำทุกอย่างเพื่อถวายบานประตูใหม่แก่เทพแห่งขุนเขา
จู่ๆในวิหารทรุดโทรมก็มีเสียงถอนหายใจแผ่วเบาลอยมา
[ติ๊ง ระบบตรวจพบผู้ศรัทธาใหม่สองคน จะสนองความปรารถนาของผู้ศรัทธาหรือไม่]
“สนองแน่นอน แต่ข้าออกไปจากวิหารทรุดโทรมนี้ไม่ได้ จะช่วยคนอื่นอย่างไรเล่า”
[ติ๊ง ตรวจพบเจตจำนงของโฮสต์ ระบบได้ทำการรับภารกิจโดยอัตโนมัติ]
อวี๋ลั่วกำลังคิดว่าระบบจะทำอย่างไร พลันหันไปก็พบว่าไก่ย่างมันแวววาวตัวนั้นหายไปจากห้วงของรูปสลักเทพแล้ว นางเบิกตากว้าง และเห็นใบไม้ใหญ่เรืองแสงเขียวม้วนไก่ย่างกลิ้งลงไปตรงหน้าสองเด็กหญิง ซ้ำยังสั่นเบาๆราวกับทักทาย นี่มันบ้าชัดๆ! ยังมีการทักทายอีก มีแต่ระบบนั่นแหละที่ทำได้ แต่นี่มันไก่ย่างที่นางเฝ้ารอถึงหนึ่งเดือนเชียวนะ
ช่างเถอะ! อย่างไรก็เป็น “วิญญาณ” อยู่แล้ว ไม่ต้องกินก็ได้ หากสามารถช่วยมารดาของเด็กสองคนนี้ นางก็ยอม “เดี๋ยวก่อน ระบบ เจ้าดูแปลก ๆ นะ”
[แปลกอย่างไร] ระบบย้อนถาม......................................................................................
บทที่ 2 ไก่ย่างหนึ่งตัว
“มารดาผู้อื่นป่วยหนัก แค่กินไก่ย่างหนึ่งตัวก็หายดีแล้วหรือ จะไปหลอกใครกันแน่”
อวี๋ลั่วเพิ่งจะรู้ตัวว่าระบบมิได้มอบวิธีแก้ใดๆให้นางเลย กลับเอาไก่ย่างเพียงตัวเดียวของนางไปเสียอย่างนั้น
[ติ๊ง ตรวจพบว่าโฮสต์ได้ส่งมอบไก่ย่างแล้ว กำลังสุ่มคัดสรรของขวัญอยู่]
[ระบบได้สุ่มความสามารถ “แรงมหาศาล” แล้ว กำลังจัดเตรียมเสร็จสิ้น เมื่อความสามารถมีผลแล้ว ขอให้มอบคะแนนห้าดาวด้วย]
ดวงตาของอวี๋ลั่วเปล่งประกาย สีหน้าของนางตื่นเต้นเล็กน้อย “ที่แท้แล้วมีเรื่องดีเช่นนี้ด้วยหรือ ไก่ย่างหนึ่งตัวไม่เท่าไร แม้แต่สิบตัวข้าก็มอบให้ได้”
ทว่าในชั่วพริบตา ระบบก็กระทบความคิดฝันของนางแตกละเอียด [โฮสต์อย่าคิดมากไป ความสามารถเหล่านี้เป็นการสุ่มทั้งหมด ล้วนขึ้นอยู่กับโชค]
[ผู้ศรัทธาสิบคน จะสุ่มความสามารถออกมาได้หนึ่งชุด โฮสต์สามารถสุ่มเลือกหนึ่งอย่างจากความสามารถเหล่านั้น และยังเป็นการสุ่มเหมือนกัน]
[นอกจากนี้โฮสต์ยังสามารถตรวจดูบนแผงระบบ โฮสต์มีผู้ศรัทธาสองคนแล้ว ระบบเปิดใช้งานให้โฮสต์อย่างสมบูรณ์ ขอให้โฮสต์มีผู้ศรัทธามากยิ่งขึ้น ข้าจะไปนอนแล้ว]
ว่าเสร็จ ระบบก็เงียบหายไป แท้จริงแล้วเป็นระบบเป็นเพียงเครื่องมือ พูดคำสองคำแล้วก็หายไป ไม่อยู่ให้เห็นแม้แต่สักอึดใจเดียว
อย่างไรก็ดี อวี๋ลั่วเข้าใจเรื่องต่างๆพอสมควรแล้ว และเริ่มตั้งตารอสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหน้า หากนางได้รับความสามารถของผู้ศรัทธา เมื่อมีร่างจริงในภายหน้า นางก็ปลอดภัยยิ่งขึ้น ไม่ต้องกลัวถูกใครซุ่มทำร้าย เมื่อคิดเช่นนี้นางก็ยินดียิ่งนัก ยิ่งมองคู่พี่น้องในวิหารทรุดโทรม ก็ยิ่งรู้สึกว่าพวกนางเป็นดาวนำโชคของตน
นางพึมพำ “พบหน้าครั้งแรกก็กลายเป็นผู้ศรัทธา เช่นนั้นหรือว่าความงามของข้าทำให้มัจฉาจมวารี ปักษีตกนภา จันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนางจนคู่พี่น้องแตกตื่นไปเลยหรือ”
“ข้าก็ว่าอยู่แล้ว ถึงตอนนี้ข้าจะลอยไปมาได้เท่านั้น แต่ความงามของข้าไม่ธรรมดาเลย”
นางประคองใบหน้าตนเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยอารมณ์
ส่วนทางด้านสองพี่น้องก็ถึงกับนิ่งงันจริง หากแต่เพราะตกตะลึงกับไก่ย่างที่โผล่ขึ้นมากะทันหัน เด็กหญิงคนน้องยิ่งตกใจจนพูดไม่ออก เอาแต่นิ้วชี้ไปที่ไก่ย่างบนพื้น
เป็นหลินซิ่วที่ได้สติกลับมาก่อน นางสังเกตเห็นความแปลกประหลาดของวิหารทรุดโทรมนี้ตั้งแต่แรกแล้ว หากไม่เช่นนั้น เหตุใดวิหารเทพแห่งขุนเขาซึ่งโทรมเช่นนี้ ประตูไม้ยังพังไปครึ่ง แต่ลมแรงภายนอกกลับไม่อาจพัดเข้ามาได้ ที่นี่ต้องเป็นวิหารเทพที่แท้จริง ภายในมีเทพปกปักคุ้มครอง ดังนั้นลมปีศาจและลมพายุจึงไม่กล้าล้ำเส้นเข้ามาภายใน
หลินซิ่วรีบดึงน้องสาวให้คุกเข่าลง กล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ แล้วจึงเก็บไก่ย่างที่ห่อด้วยใบไม้แนบอกอย่างระมัดระวัง
“ท่านเทพแห่งขุนเขา ขอบพระคุณในพระเมตตา หากมารดาข้าฟื้นตัว ข้าจะพานางมาแก้บนแน่นอน”
กล่าวจบ นางก็พาน้องสาวเดินออกไปด้วยท่าทีหนักแน่น และค่อย ๆ ปิดประตูวิหารทรุดโทรมด้วยความระมัดระวัง
อวี๋ลั่วลอยออกมา มองดูรอยแยกของประตูครู่หนึ่ง ด้วยความถวิลหาโลกภายนอก
นางคิดในใจว่า “เมื่อใดกันนะ ข้าถึงจะเข้าออกวิหารแห่งนี้ได้ตามใจ อยู่นานจนข้าใกล้จะขึ้นราแล้ว”
นางดีดตัวไปจนถึงขอบกำแพงล่องหน ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง
“ไม่ถูกสิ! ครานี้ดูเหมือนจะมากกว่าเดิมครึ่งนิ้ว”
อวี๋ลั่วขึ้นราอยู่ที่นี่สามเดือนแล้ว นางจำทุกซอกทุกมุมได้ดี นางจำได้ว่ากำแพงล่องหนอยู่ตรงขั้นบันไดชั้นล่างสุดของวิหาร แต่เมื่อครู่ที่นางล่องลงพื้นกลับเลยขั้นบันไดออกมา แม้จะเพียงครึ่งนิ้ว แต่สำหรับนางนี่นับเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะหมายความว่าหากมีผู้ศรัทธามากพอ นางอาจเดินไปทั่วเขารกร้างนี้ได้ หากคิดให้ไกลกว่านั้น นางอาจได้อิสรภาพโดยสมบูรณ์ ด้วยความยินดีเช่นนี้เมื่ออวี๋ลั่วเปิดแผงระบบดู นางก็รู้สึกอ่อนโยนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“เจ้าหนูทั้งสอง ขอให้พวกเจ้าเก็บไก่ย่างกลับถึงที่ให้ปลอดภัยเถิด เรื่องนี้เกี่ยวพันกับการที่ข้าจะได้มีผู้ศรัทธาเพิ่ม และได้อิสรภาพที่ข้าถวิลหา”
แต่แล้วบนแผงระบบก็ไม่รู้เมื่อใดกลับปรากฏตัวอักษรขึ้นสามบรรทัดว่า
[หลินซิ่วตะลึงกับวิหารทรุดโทรมที่ลมลอดได้แต่ลมกลับเข้าไม่ได้ ทำให้มีความศรัทธาในตัวโฮสต์ และประสงค์จะขอความช่วยเหลือ]
[หลินจูถูกพี่สาวทำให้คล้อยตาม มีความเคารพต่อวิหารทรุดโทรมอย่างมาก โฮสต์ได้รับผู้ศรัทธาเด็กวัยห้าปีหนึ่งคนโดยไม่ต้องออกแรง]
[หลินซิ่วเห็นไก่ย่างสดใหม่ รู้สึกทึ่งในความสามารถของวิหารทรุดโทรม มีความศรัทธาเพิ่มขึ้นอย่างแรงกล้า เพิ่มค่าศรัทธา 0.5]
เมื่ออ่านจบ อวี๋ลั่วก็เงียบไป ดังนั้นสองคนนี้หาได้ศรัทธาเพราะความสง่างามของรูปสลักเทพไม่ นางเงยหน้ามองรูปสลักที่ทำจากดินเหลือง แล้วก็เงียบไปอีก
ต้องเป็นเพราะรูปสลักยังไม่ได้ปั้นใบหน้า ผู้ศรัทธาจึงไม่ทันได้สังเกต ไม่เป็นไร! วันหน้าข้าจะพลิกสถานการณ์ เด็กสาวผู้แสนดีของข้ายังรับปากจะเปลี่ยนประตูให้ข้าอยู่มิใช่หรือ ขาดไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น รูปสลักก็จะสมบูรณ์แล้ว ชัยชนะอยู่ไม่ไกล อวี๋ลั่วเงยหน้าอีกครั้ง แล้วพบว่าบนแผงระบบมีตัวอักษรเพิ่มอีกหนึ่งบรรทัด
[หลินซิ่วและหลินจูผู้ศรัทธาตัวน้อยกำลังก้าวเดินอย่างยากลำบาก ระหว่างทางพบหมีป่า ทั้งสองกำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว]
เห็นดังนี้ ใจอวี๋ลั่วหดเกร็ง เด็กสองคนนั้นคนหนึ่งอายุสิบสาม อีกคนเพียงห้าปี เรี่ยวแรงก็ไม่มี คาดว่าปีนเขารกร้างก็คงกินเวลาสองสามวัน เสื้อผ้ายังขาดวิ่น หากพบหมีป่าที่ดุร้าย พวกนางคงไม่รู้จะทำอย่างไรดี
แต่อวี๋ลั่วทำได้เพียงกระวนกระวาย เพราะแม้แต่นางยังไม่อาจออกจากวิหาร ไก่ย่างก็ถูกส่งไปแล้ว ต้องกินเข้าไปจึงจะได้รับความสามารถ “แรงมหาศาล”
ท่ามกลางความกังวล ระบบก็ขึ้นข้อความใหม่
[หลินซิ่วผู้เฉลียวฉลาดพาน้องสาวหลบอยู่ในรอยหิน ใช้กิ่งไม้ที่แผ่กิ่งก้านเหมือนกรงเล็บไล่หมีป่าไปแล้ว ทั้งสองคนกำลังเร่งเดินทางต่อ…]
ท้ายสุด แผงระบบถึงกับวาดรูปคนตัวเล็กสองคนที่วาดแบบลวกๆกำลังวิ่งอยู่ และข้างหน้าผากยังจุดเหงื่อไว้เป็นหยดๆอย่างจงใจ ยอดเยี่ยม! เหลือเชื่อมาก! เพียงแต่หมีป่าที่ไล่จนวิ่งหนีนี้ ทำให้อวี๋ลั่วคิดมากอีกครั้ง สัตว์ป่าในเขารกร้างนี่ขี้ขลาดกันเช่นนี้หรือ
ที่เขารกร้าง หลินซิ่วพาน้องสาวหลินจูรีบเดินทางกลับ คราวนี้พวกนางไม่ต้องตามหาวิหารเทพแห่งขุนเขาอีกแล้ว เมื่อยามค่ำคืนมาถึง ก็ลงมาถึงเชิงเขาหลินจูที่อยู่ข้างกายเหนื่อยจนหอบหายใจแรง ไม่อาจเดินต่อได้อีก หลินซิ่วจึงกัดฟันแบกน้องสาวขึ้นหลังทันที
“เขารกร้างทั้งแถบนี้อันตรายมาก แม้จะลงถึงตีนเขาแล้วก็ห้ามประมาท เราต้องรีบกลับบ้านให้ทัน แม่ยังรออยู่”
ด้านหนึ่งเป็นภัยที่คอยคุกคามทุกย่างก้าว อีกด้านเป็นมารดาที่ป่วยหนักอยู่บนเตียง หลินซิ่วจึงระเบิดกำลังที่ไม่เคยมีก่อน ฝืนใช้ความทรหดเพียงลำพัง แบกน้องสาวจนมาถึงปากหมู่บ้าน ด้านหน้า คือ ต้นท้อเก่าที่คุ้นตา และเสียงเห่าของสุนัขที่ดังเป็นระยะ
ทว่าเมื่อถึงตอนนี้ หลินซิ่วก็ไม่อาจฝืนทนได้อีก นางทรุดตัวลงและหมดสติไป
“ซิ่วเอ๋อร์ ซิ่วเอ๋อร์!” มีเสียงตะโกนดังมาจากที่ไกล

ที่อยู่

On-nut 46 Road
Bangkok
10250

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ YunYi云逸ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์