Today’s Papers What Happened On This Day
|||

แด่นักสู้เดือนตุลา.. ตะวันจะมาเมื่อฟ้าสางถ้าเอ่ยถึงปรากฏการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ ๆ ในหน้าประวัติศาสตร์ คงหนีไม่พ้นเหตุก...
14/10/2021

แด่นักสู้เดือนตุลา.. ตะวันจะมาเมื่อฟ้าสาง
ถ้าเอ่ยถึงปรากฏการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ ๆ ในหน้าประวัติศาสตร์ คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์ในเดือนตุลาคม ทั้ง #14ตุลา2516 และ #6ตุลา2519 ซึ่งช่วง 3 ปีนั้นเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของเยาวชนคนหนุ่มสาว กรรมกร เกษตรกร และประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวในทุกหย่อมหญ้าเพื่อเรียกร้องสิทธิของตนเอง ก่อนจะมีภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวของการสลายการชุมนุมอันเป็นที่โจษจันบนหน้าหนังสือพิมพ์ทั้งไทยและต่างประเทศ เพราะเรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลมันโหดเหี้ยมเกินกว่ามนุษย์จะกระทำต่อมนุษย์ด้วยกันได้
14 ตุลา 2516 - 6 ตุลา 2519
3 ปีทองของการเรียกร้องจาก 3 ประสาน : นักศึกษา กรรมกร ชาวนา
ย้อนไปเมื่อ พ.ศ. 2516 เหตุการณ์ ‘14 ตุลา’ นักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชนนับแสนร่วมเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร และพลเอกประภาส จารุเสถียร ปล่อยนิสิตนักศึกษา อาจารย์ และนักการเมือง 13 คนที่ถูกจับกุมในข้อหามั่วสุม ชักชวนให้มีการชุมนุมทางการเมืองในที่สาธารณะเกินกว่า 5 คน บ่อนทําลายความมั่นคงฯ เป็นกบฏภายในพระราชอาณาจักร และมีการกระทําอันเป็นคอมมิวนิสต์ (การยัดข้อหายังดูคุ้น ๆ ไม่เลิก!)
ช่วงสัปดาห์นั้น นอกจากจะมีการจัดชุมนุมประท้วงอย่างสันติวิธีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว ยังมีการเดินขบวนไปยังถนนราชดำเนิน จนเข้าสู่วันที่ 14 ตุลาคม ผู้ชุมนุมก็ถูกปราบปรามด้วยอาวุธสงคราม ทำให้เกิดการลุกฮือต่อต้านทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ร้อนถึงผู้นำอย่าง ‘ถนอม-ประภาส-ณรงค์’ ต้องรีบลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ (เว็บไซต์สำนักเลขาฯ รัฐมนตรี ระบุไว้ในหมายเหตุว่า คณะรัฐมนตรีนี้สิ้นสุดลงเนื่องจากจอมพลถนอม กิตติขจร ได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 https://www.soc.go.th/?page_id=5909)
3 ปีผ่านไป การต่อสู้ของกรรมกร ชาวนา นิสิตนักศึกษาดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศในตอนนั้นเต็มไปด้วยไฟแห่งความหวังที่ลุกโชน🔥 ทั้งงานศิลปะ วรรณกรรม เพลงเพื่อชีวิต หรือภาพยนตร์ ต่างก็สะท้อนภาพการใช้ชีวิตและการต่อสู้ที่ท้าทายขนบเดิม ๆ โดยมุ่งหวังที่จะเห็นสังคมที่มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างเท่าเทียม
การรวมกลุ่มชุมนุมที่เกิดขึ้นในยุคนั้นเรียกได้ว่าทรงพลังแทบจะทุกเรื่อง ทั้งการประท้วงของพนักงานรถเมล์ในกรุงเทพฯ 18 บริษัทเพื่อเรียกร้องให้ปรับค่าแรงและสวัสดิการ, กลุ่มนักข่าวนักหนังสือพิมพ์รวมตัวกันเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 17 ที่ควบคุมหนังสือพิมพ์, ชาวนาเขตแม่เลียงประท้วงเหมืองแร่ที่ทำลายสภาพแวดล้อม รวมถึงการ #นัดหยุดงาน เป็นเวลานานนับเดือนของกรรมกรหญิงโรงงานสิ่งทอ เพื่อเรียกร้องค่าจ้างแรงงานและปรับปรุงสวัสดิการ จากกรณีนี้นำมาซึ่งการเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานต่าง ๆ ที่ทรงพลังนับหมื่นคน เพื่อเรียกร้องให้นายจ้างและรัฐบาลช่วยแก้ปัญหา
จะเห็นได้ว่าหลังกรณี 14 ตุลาคม 2516 ไม่ได้มีแค่การเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิแรงงานหรือเรียกร้องประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังจุดกระแสตื่นตัวด้านอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น สิทธิสตรี การศึกษา และสิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อให้เกิดพลังการต่อสู้เพื่อสิทธิของประชาชน นักศึกษา กรรมกร ชาวนา และกลุ่มสังคมอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นมาใหม่เป็นระลอกคลื่น
แสงแห่งความหวังดูเหมือนจะส่องประกาย✨ จนถึงวันวิปโยค 6 ตุลา ความฝันของหลายๆ คนถูกคร่า ร่างไร้ลมหายใจนับสิบถูกกระทำอย่างทารุณ เมื่อย่ำรุ่ง 6 ตุลาคม 2519
ช่วงเที่ยงวันนั้น รัฐบาลออกแถลงการณ์สรุปได้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพสยามมกุฎราชกุมารและจะดำเนินการส่งฟ้องศาลโดยเร็ว โดยรัฐพยายามแสดงให้เห็นว่ากรณีขับไล่พระถนอมและผู้ที่ถูกแขวนคอเป็นเพียงข้ออ้างในการชุมนุมก่อความไม่สงบ แต่ความจริงแล้วผู้ชุมนุมต้องการทำลาย 'ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์' นับเป็นครั้งแรกที่สถานีวิทยุยานเกราะ และชมรมวิทยุเสรี เรียกกลุ่มนักศึกษาประชาชนที่ธรรมศาสตร์ว่า “ผู้ก่อความไม่สงบ” (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://doct6.com)
สิ้นวัน.. นับสี่สิบร่างสิ้นลมหายใจ 5 ร่างที่ใบหน้าปูดบวมบิดเบี้ยวถูกแขวนคอกับต้นไม้บริเวณรอบสนามหลวง เสียงไชโยโห่ร้องดีใจดังขึ้นขณะที่มีการทารุณกรรมซ้ำ ๆ บางร่างหลังหมดลมหายใจยังคงถูกมัดด้วยผ้าขาวม้าแล้วแห่ลากไปมา นักศึกษาหญิงถูกบังคับให้ถอดเสื้อผ้าเหลือเพียงชุดชั้นใน นักศึกษาอีกหลายร้อยคนถูกเจ้าหน้าที่ย่ำเหยียบราวเก็บเป็นหญ้าในสนามฟุตบอล
แต่ไม่มีอะไรที่เหี้ยมโหดไปกว่าการทำราวกับว่า 'ไม่มีอะไรเกิดขึ้น'
ชวนอ่าน #ทุกใบหน้ามีชีวิต เรื่องราวของใบหน้าผู้เสียชีวิตที่แทรกอยู่บน #ประติมานุสรณ์6ตุลา โดยศิลปะปลดแอก - FreeArts https://www.freearts.net/6-oct-monument
ต้นเหตุคืออะไร? ทำไมเหตุการณ์รุนแรงจึงเกิดขึ้น? สมการนี้ยังไม่ถูกแก้.. เรื่องราวยังไม่เคยถูกสะสาง หรือแม้กระทั่งในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ไทยก็ดูไม่อยากพูดถึงเสียด้วยซ้ำ (อ่านเรื่องราว 6 ตุลา เพิ่มเติมได้ที่
เพจบันทึก 6 ตุลา - Documentation of Oct 6)
เราเชื่อว่าวินาทีที่คุณอ่านบรรทัดนี้ เสียงเรียกร้องหาประชาธิปไตยของนักศึกษา ของพ่อแม่พี่น้องร่วมอุดมการณ์ ของเพื่อน ๆ นักสู้ที่ยอมสูญเสียอิสรภาพยังคงกึกก้องในสังคมไทยไม่ต่างจากวันนั้น.. #แด่นักสู้เดือนตุลา
#5ตุลาตะวันจะมาเมื่อฟ้าสาง #6ตุลา
#ประติมานุสรณ์6ตุลา2519
#6ตุลา19 #45ปี6ตุลา19

สถิติใน 6 ตุลา 251945 ราย เสียชีวิต (นศ./ปชช. 40 ราย จนท.รัฐ 5 ราย)145 ราย ได้รับบาดเจ็บ3,094 ราย ถูกจับกุม18 ราย ตกเป็น...
06/10/2021

สถิติใน 6 ตุลา 2519
45 ราย เสียชีวิต (นศ./ปชช. 40 ราย จนท.รัฐ 5 ราย)
145 ราย ได้รับบาดเจ็บ
3,094 ราย ถูกจับกุม
18 ราย ตกเป็นจำเลย

0 ราย ผู้ก่อการสังหารที่ถูกดำเนินคดี

ทางเพจขอรำลึก “ครบรอบ 45 ปี 6 ตุลาฯ 2519” ในวันนี้
พร้อมทั้งไว้อาลัยวีรชนผู้สูญเสียในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์
ถึงแม้ว่าจะมีคนพยายามลบให้เหตุการณ์นี้เลือนหายไปจากความทรงจำ แต่ไม่ว่าจะพยายามลบอย่างไร ภาพของวีรชนนักศึกษาที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยก็จะฝังอยู่ในหัวใจของพวกเราตลอดไป

‘อิสรภาพ…ไม่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ’ ซิงเกิ้ลใหม่จาก Greasy Cafe“ขอมอบเพลงนี้ให้เป็นกำลังใจในการต่อสู้กับความท้อแ.....

 #ปล่อยเพื่อนเราเป็นเวลา 50 กว่าวันแล้วที่ ‘เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์’ ‘ไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา’ และ ‘ทนายอานนท์ นำภา’ ...
29/09/2021

#ปล่อยเพื่อนเรา
เป็นเวลา 50 กว่าวันแล้วที่ ‘เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์’ ‘ไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา’ และ ‘ทนายอานนท์ นำภา’ ถูกจองจำ!!! รวมถึง ‘ไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก’ ที่สูญเสียอิสรภาพ (อีกครั้ง) เป็นเวลากว่า 7 วัน หลังเพิ่งถูกปล่อยตัวจากศาลธัญบุรีได้เพียง 8 วันเท่านั้น
เราอยู่ในประเทศที่ประชาชน ทนายความ นักศึกษา ถูกคุมขังเพราะออกมาแสดงความคิดเห็นและแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าเดิม?! จริง ๆ แล้วทุกคนควรได้รับสิทธิในการประกันตัวตามหลักสิทธิมนุษยชนถ้ายังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด แต่รัฐมันอำมหิตไม่หยุด!!! เดินหมากด้วยกระบวนการยุติธรรมไทยที่บิดเบี้ยว พรากอิสรภาพของเพื่อนเราไปครั้งแล้วครั้งเล่า
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทุกคนไปแออัดกันเพื่อติด #โควิดในเรือนจำ ก็ว่าหนักหนา พอครบกำหนดการรักษา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันทั้ง 5 คน ได้แก่ เพนกวิน-พริษฐ์, ไมค์-ภาณุพงศ์, ณัฐ-ณัฐชนน, ฟ้า-พรหมศร และบอย-ธัชพงศ์ ในวันที่ 15 ก.ย. 64 แต่ไม่วาย.. เพนกวินถูกอายัดตัว ถอนประกันจากคดี #19กันยาทวงอํานาจคืนราษฎร (คดีเดิมที่ถูกฝากขังเมื่อ ก.พ. 64) และถูกส่งฝากขังทันที นับเป็นครั้งที่ 3 ในการถูกจองจำของเพนกวิน
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 64 ชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวไมค์ในคดี ม.112 ของ ปอท. จากกรณี #ราษฎรสาส์น โพสต์จดหมายถึงกษัตริย์ เมื่อ 8 พ.ย. 63 จึงถูกควบคุมตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันที ทั้ง ๆ ที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากศาลธัญบุรีเพียงแค่ 8 วัน เป็นการสูญเสียอิสรภาพของไมค์นับครั้งที่ 5 แล้ว
วันเดียวกัน ศาลอาญา กรุงเทพใต้ มีคำสั่งฝากขังทนายอานนท์ต่ออีก 7 วัน โดยไม่อนุญาตให้ประกัน ซึ่งทนายอานนท์ถูกฝากขังครั้งล่าสุดในคดี ม.112 จากการปราศรัยในกิจกรรมครบรอบ 1 ปี #ม็อบแฮรี่พอตเตอร์ (3 ส.ค.) ที่คดีเพิ่งถูกสั่งฟ้องไม่นานมานี้ ขณะที่ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวมากกว่า 5 ครั้ง แต่เจ้าพนักงานและอัยการก็ยื่นฝากขังต่อเรื่อย ๆ โดยทนายอานนท์แถลงต่อศาลว่า “การขังตนเองไว้ต่อไปเป็นการเกินความจำเป็น และกระทบต่อสิทธิผู้ต้องหาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 24 ที่ว่า ‘การควบคุมตัวผู้ต้องหาให้กระทำได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น’”
ทางด้าน ไผ่-จตุภัทร์ หรือ ไผ่ ดาวดิน ถูกคุมขังมาแทบนับครั้งไม่ถ้วนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งคดีชุมนุมต่อต้านการรัฐประหาร, คดีชูป้ายคัดค้านการรัฐประหาร, คดีการรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และคดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมฯ จากกดแชร์พระราชประวัติของรัชกาลที่ 10 จากเฟซบุ๊กของสำนักข่าวบีบีซีไทย (ระหว่างที่ถูกคุมขัง เขาได้รับรางวัลควังจูเพื่อสิทธิมนุษยชนจากเกาหลีใต้ในปี 2560) และครั้งล่าสุดนี้กับคดีสาดสีหน้า สน.ทุ่งสองห้อง, คดีสาดสีหน้าพรรคภูมิใจไทย และคดีชุมนุม ‘19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร’ ที่ศาลไม่ให้ประกันตัวมาแล้วกว่า 5 ครั้ง อ้างว่าไผ่ยังต้องรักษาอาการโควิดที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่เมื่อครบกำหนดรักษาตัวแล้วก็ยังคงไม่ได้รับสิทธิการประกันตัวอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงมี..
ตราบใดที่รัฐยังมองประชาชนเป็นศัตรู ข่มขู่คุกคามผ่านกระบวนการทางกฎหมาย จับคนไปจองจำในคุกคับแคบเพียงเพราะเห็นต่าง #มันไม่มีทางจบ ยิ่งรัฐไทยแสดงออกให้เห็นเด่นชัดแล้วว่า ‘เปราะบาง’ มากเท่าไหร่ ผู้คนจะยิ่งออกมาพูดความจริงมากขึ้นเท่านั้น!!!
#นักสู้ไม่ใช่นักโทษ
#หยุดจับขังผู้เห็นต่าง

#ประยุทธ์ออกไป
#รัฐบาลฆาตกร
#ยกเลิก112

ทนายอานนท์ นำภา - Arnon Nampa
ภาณุพงศ์ จาดนอก - Panupong Jadnok
เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak
ไผ่ ดาวดิน - จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา - Jatupat Boonpattararaksa

หลักการพื้นฐานของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้กำลังบังคับและอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย (Basic Pri...
18/09/2021

หลักการพื้นฐานของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้กำลังบังคับและอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย (Basic Principles on the Use of Force and Fi****ms) สรุปได้ว่ากรณีที่จะสลายการชุมนุมที่มิชอบด้วยกฎหมายแต่ไม่ได้มีการก่อเหตุร้าย เจ้าหน้าที่จะต้องหลีกเลี่ยงการใช้กำลังบังคับ แต่ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ให้การใช้กำลังบังคับนั้นเป็นไปในระดับที่น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
💥 กระบอง - ควรหลีกเลี่ยงการตีกระบองบริเวณทรวงอก คอ หัว กระดูกสันหลัง และช่องท้อง การล็อกคอด้วยกระบองเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต และอาจเป็นการใช้กระบองที่ผิดกฎหมาย
💥 แก๊สน้ำตา - ควรยิงด้วยมุมสูงจากระยะไกล ไม่ควรเล็งยิงไปยังบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ควรยิงบริเวณหัวหรือใบหน้าเพราะมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส
💥 กระสุนยาง - ควรเล็งยิงไปที่บริเวณช่องท้องส่วนล่างหรือขาของบุคคลที่ใช้ความรุนแรงเท่านั้น การเล็งยิงไปที่ใบหน้า ศีรษะ หรือลำคอ อาจทำให้กะโหลกร้าว สูญเสียการมองเห็นถาวร หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต
💥 รถฉีดน้ำแรงดันสูง - โดยหลักแล้วควรถูกใช้เฉพาะในสถานการณ์ที่เกิดความวุ่นวายอย่างร้ายแรง ควรมีการวางแผนอย่างระมัดระวังและควบคุมด้วยคำสั่งที่ชัดเจนโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูง ต้องไม่ฉีดใส่บุคคลในระยะใกล้เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ
💥 อุปกรณ์และอาวุธเสียง - สามารถนำมาใช้ได้ระหว่างการชุมนุมบนเงื่อนไขว่าต้องมีการทดสอบอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ในระยะใกล้ด้วยระดับเสียงที่ดังและ/หรือเป็นระยะเวลานาน การใช้อาวุธเสียงกับกลุ่มบุคคลโดยไม่เลือกหน้าหรือในระยะที่ความดังของเสียงน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างถาวรต่อระบบการได้ยินของบุคคลเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย
💥 ปืนไฟฟ้า - กระแสประจุไฟฟ้าซึ่งทำให้กล้ามเนื้อของเป้าหมายเกร็งตัวแล้วไม่อาจเคลื่อนไหว ไม่ควรใช้กับผู้สูงอายุ ไม่ควรยิงไปบริเวณศีรษะ หลีกเลี่ยงการเล็งไปที่อกด้านหน้าบริเวณใกล้หัวใจ และไม่ควรใช้กับผู้ที่ต่อต้านคำสั่งของเจ้าพนักงานด้วยการนิ่งเฉย (อ่านเพิ่มเติมที่ https://www.matichon.co.th/article/news_2896857)
ถ้าเทียบจากหลักสากลนี้แล้วจะเห็นได้ว่าการจับกุมของเจ้าหน้าที่รัฐไทยรุนแรงเกินความจำเป็น ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน และขัดต่อหลักการพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ กระทั่งล่าสุด.. กรณี ‘ปิดกั้นสื่อ’ บังคับสั่งห้ามถ่ายภาพ หรือหยุดไลฟ์ เฉกเช่นที่ โอปอ-ณัฐพงศ์ มาลี แอดมินสำนักข่าวราษฎรถูกตำรวจควบคุมตัวไปก่อนหน้านี้ กลายเป็นว่านิยาม ‘ความรุนแรง’ ของฝั่งรัฐและเจ้าหน้าที่ คือ ‘ความจริง’ ที่เกิดขึ้น คือ #ความจริง ที่รัฐต้องการซุกซ่อนเอาไว้ไม่ให้ประชาชนคนใดออกมาพูดถึง!!!
อ่านแบบเต็ม ๆ ได้ที่ลิงก์ https://www.facebook.com/TodaysPapersTH/posts/113766424381589
#ดินแดงเดือด
#รัฐบาลฆาตกร
#ตำรวจทำร้ายประชาชน
#ตำรวจไทยไม่ยึดหลักสากล
#เป็นคฝแล้วอย่าลืมเป็นคนด้วย

🔥🔥🔥 กว่า 1 เดือนของสถานการณ์ดินแดงเดือด 🔥🔥🔥ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและการจัดการวัคซีนโควิดของรัฐบาลประยุทธ์ที่ย่ำแย่ เกือบท...
18/09/2021

🔥🔥🔥 กว่า 1 เดือนของสถานการณ์ดินแดงเดือด 🔥🔥🔥
ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและการจัดการวัคซีนโควิดของรัฐบาลประยุทธ์ที่ย่ำแย่ เกือบทุกเย็นค่ำเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ #แยกดินแดง คือพื้นที่เรียกร้องของกลุ่มคนผู้ไม่ยอมจำนน จนแทบจะเรียกว่าเป็นโซนอันตรายในยามกลางคืนที่เจ้าหน้าที่จะคุมเข้มเป็นพิเศษจนถึงเวลานี้
“เป็นกลาง เป็นธรรม ยึดหลักสิทธิมนุษยชน” คงไม่ใช่คำที่เจ้าหน้าที่ที่ต้องดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมรู้จัก เพราะแถลงการณ์จากภาครัฐหลายครั้งมักใช้คำว่า ‘ควบคุม’ ‘ระงับ’ ‘ปราบปราม’ ต่อกลุ่มผู้ชุมนุม แสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย รวมถึงไม่สามารถวิจารณ์หรือตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐได้เลย เพราะเป็นเวลานานแล้วที่มีเหตุปะทะรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมบริเวณดินแดง มีผู้บาดเจ็บและถูกจับกุมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่สื่อหลักกลับไม่ค่อยนำเสนอภาพเหตุการณ์เหล่านี้เท่าไหร่นัก
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นสิงหาคม โควิดระบาดหนักด้วยตัวเลข ‘นิวไฮ’ มีผู้ติดเชื้อใหม่ราว ๆ 18,000+ คนต่อวัน การชุมนุม ‘​​คาร์ม็อบ’ เริ่มจุดติดในกว่า 30 จังหวัด นำโดย บก.ลายจุด, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration และกลุ่ม ทะลุฟ้า - thalufah จนมาถึงนัดหมายชุมนุมใหญ่ #ม็อบ7สิงหา ของเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH ที่ยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง คือ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกในทันที, นำงบสถาบันฯ และกองทัพอันเหลือเฟือมาใช้จัดการโควิด และนำวัคซีน mRNA มาเป็นวัคซีนหลักแทนวัคซีนเจ้าสัว โดยเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนมุ่งหน้าไปบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ ที่กรมทหารราบที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต แต่ขบวนก็โดนสกัดอยู่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 38 กองร้อย หรือประมาณ 5,700 นาย ระดมยิงแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และน้ำผสมแก๊สน้ำตานานเกือบ 2 ชั่วโมง ทำให้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
หลังจากนั้นการจัดชุมนุมก็ระอุขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเดือน ทั้ง #ม็อบ10สิงหา #ม็อบ13สิงหา ที่กลุ่มทะลุฟ้าจัดกิจกรรม ‘รวมพลศุกร์ 13 ไล่ล่าทรราช’ และมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ โดยนายธนัตถ์ หรือ ไฮโซลูกนัท ธนากิจอำนวย บาดเจ็บจากกระป๋องแก๊สนํ้าตาจนตาขวาบอด และมีการจัดชุมนุมโดยหลายๆ กลุ่ม ไล่มาถึง #ม็อบ15สิงหา บีบแตรไล่ประยุทธ์ และ #ม็อบ18สิงหา ของกลุ่มทะลุฟ้าที่มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์ยิงพลุควัน ปาประทัดตอบโต้กับเจ้าหน้าที่ที่ระดมยิงแก๊สน้ำตาอยู่ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง
เมื่อเข้าสู่เดือนกันยายน สถานการณ์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายเมื่อหลายฝ่ายยังคงชุมนุมเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา 4 วัน 3 คืน ทั้งเรื่องงบประมาณ การบริหารจัดการวัคซีน และการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดของรัฐบาลชุดนี้ โดยผลสรุปในการซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีรวม 6 คน ในวันที่ 4 ก.ย. คือ ‘ลงมติไว้วางใจทุกคน’ 🙄🙄🙄
สถานการณ์บ้านเมืองย่ำแย่ขนาดไหนเห็นชาวบ้านเขาเห็นกันเต็มตา.. แต่ผลออกมาแบบนี้ใครจะไปยอม! #ม็อบ7กันยา จึงกระจายกันหลายจุด อย่างแยกอโศกมี #ไบค์ม็อบ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมีชุมนุมกิจกรรมปราศรัย ‘ทำ…มา 7 ปี อภิปรายครั้งนี้ มึงผ่านมาได้ไง’ รวมถึงซุ้มเขียนจดหมายถึงเพื่อนแกนนำที่ถูกคุมขังในเรือนจำก่อนหน้านี้ ทางด้านกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเยาวรุ่นทะลุแก๊ส นัดรวมพลบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ก่อนจะมีผู้ชุมนุมบางส่วนถูกตำรวจควบคุมฝูงชน​ (คฝ.) เข้าจับกุมและยึดรถจักรยานยนต์ กลุ่มวัยรุ่นจึงตอบโต้ด้วยพลุและประทัดยักษ์ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีเข้าไปยังแฟลตดินแดง และตรอกซอกซอยต่าง ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังบริเวณดินแดงจนถึงช่วงดึก
ต่อเนื่องจนถึง #ม็อบ9กันยา ที่บริเวณแยกดินแดงของกลุ่มทะลุแก๊ซ - Thalugaz เจ้าหน้าที่ยังคงควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด หลังอ้างว่าผู้ชุมนุมมีการขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก และจุดไฟเผา แต่มีผู้โพสต์คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถกระบะชนกลุ่มผู้ชุมนุมแล้วลงมากระทืบซ้ำจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเอาไว้ ร้อนถึง พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษก บช.น. ต้องออกมาแถลงว่าการกระทำของผู้โพสต์ถือเป็นความผิด นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ (ไปอีกกกกก) ส่วนสรุปการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่เดือน ก.ค. 64 จนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 199 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 701 คน
กลุ่มทะลุแก๊ซและประชาชนทั่วไปยังคงมารวมตัวกันที่สามเหลี่ยมดินแดงตั้งแต่ช่วงเย็นในทุกวัน ทั้ง #ม็อบ10กันยา #ม็อบ11กันยา #ม็อบ12กันยา เพื่อขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ยุติการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม ซึ่งนอกจากจะเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ซุ้มเฉลิมพระเกียรติบนทางด่วนดินแดงในช่วงค่ำโดยไม่ทราบสาเหตุแล้ว ยังมีภาพเหตุการณ์รถควบคุมผู้ต้องขังของ สน.พลับพลาไชย 1 #ชนแล้วหนี บริเวณแยกดินแดง โดยผู้บาดเจ็บเป็นเยาวชนอายุ 14 ปี แต่การแถลงข่าวของ บช.น. ระบุว่าเป็นการขับต่อเพื่อหลบหนีอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ผู้ขับ ไม่ใช่ชนแล้วหนีแต่อย่างใด??? (อ่านเพิ่มเติมที่ https://tlhr2014.com/archives/34923)
เกิดคำถามและข้อถกเถียงมากมายถึงความรุนแรงในการชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา เมื่อการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมาตามสิทธิพลเมือง แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับเข้าจับกุมโดยใช้กำลังและอาวุธ เช่น การรุมจับจนล้มหมอบและใช้กระบองตีซ้ำหรือรุมกระทืบ, การถีบรถจักรยานยนต์ที่กำลังวิ่งอยู่ให้ล้ม, การใช้กระสุนยางยิงในระดับที่เป็นอันตราย และการขับรถไล่ตามในระยะกระชั้นชิด โดยผู้ถูกจับกุมส่วนใหญ่คือเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่มักจะถูกสายเคเบิ้ลไทร์รัดข้อมือ ถูกยึดโทรศัพท์มือถือ ทำให้ติดต่อผู้ปกครองหรือทนายความไม่ได้.. เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควรให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายกับเด็กและเยาวชนกลับกระทำการที่ไม่เป็นไปตามหลักการจับกุมเด็กและเยาวชนตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิเด็ก ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ และเป็นการกระทำละเมิดที่ปราศจากอำนาจทางกฎหมายที่จะกระทำได้ (อ่านเพิ่มเติมที่ https://tlhr2014.com/archives/34891?fbclid=IwAR3vyVuRwfnQBCboyj6lnniS1LPX9w8Zv2jRxd8rxLPfqDj5nsZ_1WaZAdY)
พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าว 3 คำสรุปการกระทำของเจ้าหน้าที่ คฝ. ที่สลายการชุมนุมของประชาชนย่านดินแดงอย่างรุนแรงว่า “ข้ามขั้นตอน อุปกรณ์เกิน รุนแรงเกินกว่าเหตุ”
“เราจะเอากันแบบนี้เหรอ จะไม่ต้องมีมาตรฐานกันเลยเหรอ รัฐไม่เคยมองว่าผู้ชุมนุมเป็นผู้ที่ออกมาเรียกร้องสิทธิ ตรงกันข้าม มองว่าเป็นผู้เห็นต่าง เป็นผู้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย สร้างปัญหาสังคมอย่างต่อเนื่อง จึงใช้ความรุนแรง นี่คือความชอบธรรมที่รัฐพยายามสร้าง ซึ่งผิดทุกหลักการ” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว (อ่านเพิ่มเติมที่ https://www.khaosod.co.th/politics/news_6608367)
ถ้าเทียบจากหลักสากลแล้วจะเห็นได้ว่าการจับกุมของเจ้าหน้าที่รัฐไทยรุนแรงเกินความจำเป็น ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน และขัดต่อหลักการพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ กระทั่งล่าสุด.. กรณี ‘ปิดกั้นสื่อ’ บังคับสั่งห้ามถ่ายภาพ หรือหยุดไลฟ์ เฉกเช่นที่ โอปอ-ณัฐพงศ์ มาลี แอดมินสำนักข่าวราษฎรถูกตำรวจควบคุมตัวไปก่อนหน้านี้ กลายเป็นว่านิยาม ‘ความรุนแรง’ ของฝั่งรัฐและเจ้าหน้าที่ คือ ‘ความจริง’ ที่เกิดขึ้น คือ #ความจริง ที่รัฐต้องการซุกซ่อนเอาไว้ไม่ให้ประชาชนคนใดออกมาพูดถึง!!!
#ดินแดงเดือด
#รัฐบาลฆาตกร
#ตำรวจทำร้ายประชาชน
#ตำรวจไทยไม่ยึดหลักสากล
#เป็นคฝแล้วอย่าลืมเป็นคนด้วย

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Today’s Papersผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Today’s Papers:

แชร์

ประเภท