เรื่องเล่า จากนายหัว

เรื่องเล่า จากนายหัว เรื่องความเชื่อ และเรื่องวิญญาณ

เสียงสุดท้ายเสียงโทรศัพท์สายหนึ่งพาต้อมกลับบ้านเกิดเพื่อร่วมงานศพของ “ยาย”แต่เมื่อไปถึงวัดคนที่นอนอยู่ในโลงกลับไม่ใช่คนท...
10/02/2026

เสียงสุดท้าย

เสียงโทรศัพท์สายหนึ่ง
พาต้อมกลับบ้านเกิด
เพื่อร่วมงานศพของ “ยาย”
แต่เมื่อไปถึงวัด
คนที่นอนอยู่ในโลง
กลับไม่ใช่คนที่เขาคิด
และเสียงสุดท้ายในคืนนั้น
อาจไม่ใช่เสียงจากโลกของคนเป็น
เสียงสุดท้าย

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในช่วงเย็น
ขณะที่ผมนั่งทำงานอยู่หน้าโต๊ะในออฟฟิศย่านชานเมืองกรุงเทพฯ
เป็นเสียงเรียกเข้าธรรมดา
แต่หัวใจผมกลับเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ผมชะงัก
ตา
ผมไม่ได้คุยกับตาโดยตรงมานานหลายปีแล้ว
ตั้งแต่ย้ายออกจากบ้านมาทำงาน
ปกติจะเป็นยายที่โทรมา
หรือไม่ก็ติดต่อกันผ่านญาติคนอื่น
ผมกดรับสาย
ยังไม่ทันพูดอะไร
เสียงของตาก็ดังขึ้นมาก่อน
“ต้อม…”
เป็นเสียงแหบต่ำ ฟังดูเหนื่อย
เหมือนผ่านเรื่องหนักหนามา
“เย็นนี้…กลับบ้านเลยนะ”
ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะถามกลับไป
“มีอะไรหรือเปล่าครับตา”
ปลายสายเงียบ
ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจเบา ๆ
“ยาย…เสียแล้ว”

คำพูดสั้น ๆ นั้น
ทำให้มือที่จับโทรศัพท์เย็นเฉียบ
หัวใจผมเหมือนหล่นวูบ
สมองตื้อไปหมด
“ตา…ตาพูดจริงเหรอครับ”
“จริง”
“กลับมาเถอะ”
“ยายรออยู่”
สายถูกตัดไป
ไม่มีเสียงร้องไห้
ไม่มีคำปลอบใจ
เหลือเพียงความเงียบ
และความว่างเปล่าในอก
ผมลางานทันที
ไม่สนเหตุผลใด ๆ ทั้งนั้น
ภาพยายผุดขึ้นมาในหัว
รอยยิ้มอ่อนโยน
เสียงเรียกชื่อผม
มือเหี่ยวย่นที่คอยลูบหัวตอนผมยังเด็ก
ยายเป็นคนเลี้ยงผมมากับตา
ตั้งแต่พ่อแม่จากไป
บ้านไม้หลังเล็ก
อาหารเรียบง่าย
แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
ผมไม่เคยคิดเลยว่า
วันหนึ่งจะไม่ได้ยินเสียงยายอีก
รถทัวร์ออกจากกรุงเทพฯ ตอนเย็น
ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง
ไฟถนนเรียงรายผ่านสายตา
ตลอดทาง
ผมพยายามโทรกลับไปหาตา
แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ
โทรศัพท์เงียบ
เหมือนถูกปิดไว้
ผมคิดเข้าข้างตัวเองว่า
ตาคงยุ่งกับงานศพ
หรือไม่ก็แบตหมด
แต่ลึก ๆ ในใจ
ผมกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ผมกลับถึงหมู่บ้านเกือบสองทุ่ม

ถนนดินเงียบสงัด
มีเพียงไฟถนนดวงเล็ก ๆ ส่องแสงริบหรี่
ลมเย็นพัดผ่าน
พากลิ่นดิน กลิ่นหญ้า
ความทรงจำในวัยเด็กค่อย ๆ กลับมา
ตรงปากซอย
ผมเห็นเงาคนยืนอยู่
เมื่อเดินเข้าไปใกล้
หัวใจผมเต้นแรงขึ้น
ตายืนอยู่ข้างจักรยานคันเก่า
จักรยานที่ผมเคยนั่งซ้อนท้ายไปโรงเรียน
เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีซีด
กางเกงผ้าเก่า
ทุกอย่างเหมือนเดิม
“ตา…”
ผมเรียกเสียงเบา
ตาหันมามอง
ยิ้มให้ผม
เป็นรอยยิ้มที่คุ้นเคย
“ขึ้นมา”
“เดี๋ยวไปไม่ทัน”
ผมรีบซ้อนท้าย
มือจับเอวตา
ความรู้สึกอบอุ่นแล่นผ่านหัวใจ
จักรยานเคลื่อนตัวช้า ๆ
เสียงโซ่ดังเอี๊ยดอ๊าด
ถนนมืด
แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนทางสว่างกว่าปกติ
“ตา…ยายเป็นยังไงบ้างครับ”
ตาไม่ตอบ
ยังคงปั่นจักรยานต่อไป
ผมไม่ได้ถามซ้ำ
คิดว่าตาคงเสียใจ

ไฟจากวัดส่องสว่างมาแต่ไกล
เสียงสวดอภิธรรมดังแว่ว
ตาจอดจักรยานหน้าวัด
หันมาพูดกับผม
“เองเข้าไปกราบศพก่อนนะ”
“ตาจะไปหาหลวงพ่อหน่อย”
ผมพยักหน้า
เดินเข้าไปในศาลา
หัวใจเต้นแรง
น้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว
ผมเดินไปที่หน้าที่ตั้งศพ
สายตาจับจ้องไปที่กรอบรูปหน้าหีบ
และในวินาทีนั้น
ร่างกายผมเหมือนหยุดนิ่ง
ในกรอบรูป
ไม่ใช่รูปของยาย
แต่เป็นรูปของ ตา
ภาพขาวดำ
รอยยิ้มเดียวกับที่ผมเพิ่งเห็น
ข้าง ๆ กัน
คือรูปของยาย
นั่งร้องไห้
ขาผมอ่อนแรง
ทรุดลงกับพื้น
“นี่มัน…อะไร…”
เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง
เสียงที่ผมจำได้ดี
“เองรู้ได้ยังไง…ว่าตาตายแล้ว”
ผมหันไป
ยายยืนอยู่ตรงนั้น
รอยยิ้มอ่อนโยน
เหมือนทุกครั้ง
“ยาย…”
“ยายกำลังจะโทรบอกเอง”
น้ำตาผมไหลออกมา
โดยไม่รู้ตัว
เสียงสวดค่อย ๆ เลือนหาย
ทุกอย่างรอบตัวเงียบลง
คำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยิน
“กลับมาแล้วก็ดีแล้วนะต้อม”
“ตาไม่ต้องห่วงอีกต่อไปแล้ว”

ขอบคุณผู้ติดตามใหม่ทุกคน! ดีใจที่มาติดตามกัน!วิทยา ประทุมศรี, ประจักษ์ ทิว หอมหวล
20/08/2025

ขอบคุณผู้ติดตามใหม่ทุกคน! ดีใจที่มาติดตามกัน!

วิทยา ประทุมศรี, ประจักษ์ ทิว หอมหวล

บุกป่าอาถรรพ์ กับพรานเขียวตอนที่ ๖ ตอน (พรานเขียว เสียท่าให้พรายป่า)บทประพันธ์ จากนายหัว(ต่อจากตอนที่แล้ว)..... ไอ้เผือก...
05/03/2025

บุกป่าอาถรรพ์ กับพรานเขียวตอนที่ ๖ ตอน (พรานเขียว เสียท่าให้พรายป่า)
บทประพันธ์ จากนายหัว
(ต่อจากตอนที่แล้ว)..... ไอ้เผือกรีบวิ่งเอาใบไม้ที่พรานเขียวสั่ง เอามาให้พรานเขียว....
ไอ้เผือกยังทำหน้าสงสัย.. แต่..แต่..นี่มันใบมะขามนะครับพ่อพรานเขียว
พ่อพรานเขียว จะให้ฉันเอามาทำอะไรหรือครับ
พรานเขียว หันมาบอกไอ้เผือก..อย่าชักช้าไอ้เผือก ส่งใบมะขามมาให้ข้าเร็วเข้า
พอพรานเขียวได้ใบมะขามจากไอ้เผือก...
พรานเขียว ก็รีบบริกรรมคาถาทันที
พรานเขียว รีบสั่งให้ไอ้เผือกมาอยู่ข้างหลังแก เองอย่าได้ไปห่างจากข้านะเว้ยไอ้เผือก ไม่งั้นพวกมันเล่นงานเองตายแน่
ไอ้เผือกรีบรับปากพรานเขียว และหลบไปอยู่ข้างหลังพรานเขียวทันที
ครับๆพ่อพราน...
ในขณะที่ ฝูงค้างคาว กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้น จนมืดฟ้ามัวดิน พวกมันกำลังบินวน จนทำให้เกิดพายุหมุน เพื่อจะพัดให้พรานเขียวและเผือก ทำให้เสียสมาธิ เพื่อจะได้บุกเข้าโจมตี หวังที่ฆ่าชีวิตของทั้งสองคนให้ได้
แล้วเสียงผีพรายจากต้นไม้ใหญ่ ก็หัวเราะดังขึ้นมา เป็นเสียงเล็กแหลม หิหิหิ
วันนี้พวกเองชะตาขาดแล้วไอ้พรานเฒ่าเอ้ย
ขณะนั้น..พรานเขียวก็กำลังร่ายมนต์คาถาพรึมพรำอยู่ พวกค้างคาวทั้งฝูง ก็รวมตัวเป็นสาย พุ่งเข้าใส่พรานเขียวกับไอ้เผือกทันที
พรานเขียวหันมายิ้มที่มุมปาก..แล้วชูมือมี่กำใบมะข้ามไปข้าหน้าแล้วรีบแบมือออก
ขณะที่ไอ้เผือกมองวิธีกรรมของพรานเขียวอยู่นั้น ไอ้เผือก ถึงกับไม่เชื่อในสายตาตัวเอง ว่ามันเป็นไปได้ยังไงยิ่งกว่าในละครเสียอีก
จากใบมะขาม ที่มันวิ่งไปรูดมาเมื่อกี้ พอพรานเขียวร่ายมนต์คาถา และแบมือออกเท่านั้นเอง
ใบมะขาม มันกลับกลายเป็นฝูงตัวต่อหัวเสือ จำนวนมากมาย บินออกจากมือพรานเขียว
ตรงเข้าไปรุมต่อยพวกค้างคาวผีทันที
เสียงค้างคาวผีร้องด้วยความเจ็บปวด อย่างโหยหวน กรี๊ดๆๆๆๆ
พรานเขียว..หัวเราะในลำคอหึหึ
แล้วพรานเขียวก็พูดขึ้นว่า พวกเองมันดูถูกข้าเกินไป คราวนี้แหละพวกเองจะได้ลงอเวจีจริงๆล่ะวะ
แค่ในชั่วพริบตา ค้าวคาวที่ถูกต่อหัวเสือไล่ต่อย ก็กลายเป็นควันสลายหายไปจนหมด
พอพวกค้างคาวตายหมด ต่ออันดุร้ายที่เกิดจากเวทย์มนต์ ก็กลับกลายเป็นใบไม้ร่วงลงมาบนดิน แล้วหายไปต่อหน้าต่อตาของไอ้เผือก ไอ้เผือกนึกในใจ...พ.ศ.นี้ยังมีสิ่งเหล่านี้ให้เห็นกับตาได้อีกหรือเนี่ยไม่อยากจะเชื่อในสายตาเลยจริงๆ

แต่...พรานเขียวและไอ้เผือกไม่ทันจะขยับตัว
พรายป่าที่สิงอยู่กับต้นไม้ใหญ่ ก็คำรามเสียงดังขึ้นมา มันยังไม่จบง่ายๆหรอกไอ้พรานเฒ่า
แล้วรากไม้ที่อยู่ใต้ดินก็เลื้อยโผล่ขึ้นมาจากใต้ดินมากมาย รากไม้เหล่านั้นราวกับมันมีชีวิต
มันเลื้อยพุ่งเข้าหาพรานเขียวกับไอ้เผือกทันที
ทั้งพรานเขียวและไอ้เผือกไม่ทันจะได้ตั้งตัว ทั้งพรานเขียวและไอ้เผือก ก็ถูกรากไม้พันร่างทันที มันเข้ามาพันอย่างรวดเร็ว
แล้วรากไม้ มันก็ทำรากไม้ให้ยืดยาวออกมา พันที่คอไอ้เผือก เพื่อหวังฆ่าให้ตาย
ไอ้เผือกเองเมื่อถูกรากไม้พันคอ ก็ทำให้ไอ้เผือกหายใจไม่ออก เมื่อไอ้เผือกถูกรากไม้ของพรายป่า ลากตัวเข้าไปที่ต้นไม้ใหญ่
ไอ้เผือกเองก็พูกแทบไม่ได้ ได้แต่พรึมพรำอยู่ในลำคอ
พะพะพ่อ..พะพราน..ฉะ..ฉะ..ฉัน ฉันจะจะหายใจไม่ออกแล้ว ฉันคงตายแน่พ่อพรานเขียว
ขณะนั้น..พรานเขียวเอง ก็ถูกรากไม้ของพรายป่า รัดแขนและขาจนขยับไม่ได้
ทางด้านของพรานเขียวเอง..ก็ไม่สามารถจะพนมมือเพื่อจะบริกรรมคาถาได้เลย พรานเขียวเองก็กำลังจะแย่เหมือนกัน
ไอ้เผือกจึงพูดพรึมพรำออกมาจากลำคอ เพราะไอ้เผือกเหมือนจะรู้ตัวเองว่าไม่รอดแน่แล้ว
พ่อพราน...ฉันขอบคุณพ่อพรานเขียวมากนะ ที่สั่งสอนฉันมามากมาย ฉันคงจะไม่ได้มีโอกาส ทดแทนบุณคุณพ่อพรานเขียวเสียแล้ว
ส่วนพรานเขียว..ก็พูดขึ้นมาว่า เจ้าพรายป่าเอ๋ย...เองไม่ได้เก่งกล้าอย่างที่เห็นหรอกนะ
วันนี้..เองอาจจะเอาชนะข้าได้ก็จริงอยู่
แต่เอง..ไม่สามารถเอาชนะเวรกรรมทีกำลังจะตามเองมาไม่ได้หรอกนะ
พรายป่าหัวเราะขึ้นมาทันที ที่ได้ยินพรานเขียวพูดขึ้นมาอย่างนั้น
หิหิหิ..พวกเองยังจะมาปากดีอีกหรือพวกเอง
พวกเองกำลังจะตาย อยู่มะลอมมะล่อแล้ว อย่ามาพูดขู่ข้า อย่ามาเขียนเสือให้วัวกลัวเลยไอ้พรานเฒ่า หิหิหิ
ข้าจะให้เองตายอย่างไม่ทรมาน ไอ้พรานเฒ่า แล้วรากไม้ก็เริ่มพันคอพรานเขียว ให้แน่นขึ้น..แน่นขึ้น
พรานเขียว ได้พยายามหันไปบอกไอ้เผือก ด้วยเสียงที่แหบพร่า ทนหน่อยนะไอ้เผือกเอ๊ย..ชะตาของเรา ยังไม่หมดไปตรงนี้หรอกวะไอ้เผือกเอ๊ย
แล้วพรานเขียวก็หลับตา เหมือนจะทำสมาธิ แล้วเหมือนจะคุยอะไร กับใครสักอย่าง
พรายป่า ก็หัวเราะขึ้นมาอีก...หึหึหึ...
พวกเองไม่ต้องดิ้นรนไปหรอก...
นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้วได้แล้วพวกเอง
ขณะนั้น เผือกเองก็กำลังจะขาดลมหายใจ จนเสียงดัง..อ๊อกๆๆ
ส่วนพรานเขียวพยายามพูดออกมาเป็นครั้งสุดท้าย
ข้า..ข้าอยู่นี่....
พอสิ้นเสียงพรานเขียว
เสียงปืนลูกซอง ปลอกแดงบรรจุตะกั่ว๙เม็ด ก็แผดเสียงดังขึ้นมาทันที....เปรี้ยงๆๆ
เสียงปืนดังไปทั่วผืนป่า..ตะกั่ว พรุ่งเข้าไปที่ต้นไม้ใหญ่ ที่มีพรายป่าสิงอยู่ทันที
เสียงพรายป่าร้องอย่างเจ็บปวด อ๊ากกกกกก
และยังไม่ทันสิ้นเสียงร้องของพรายป่า
ตะกั่วก็ออกจากปลายกระบอกปืนลูกซอง นัดที่๒ก็แผดเสียงออกมาทันที เปรี้ยงๆๆ
เสียงพรายป่าร้องลั่น อ๊ากกกกก
พลัน..รากไม้ก็คลายจากการพันธนาการเผือกและพรานเขียวทันที
รากไม้มันรีบหดหายลงไปในดิน เหมือนอย่างกับว่า พวกมันเจ็บปวดแสนสาหัส
เสียงพรายป่ามันร้องโอดครวญ จนดั่งไปทั้งป่า
เสียงพรายป่าพูดขึ้น...เองเป็นใคร เองเป็นใคร ที่อาจหาญมาทำร้ายข้าได้
เสียงหัวเราะดังขึ้นมา ฮ้าๆๆๆ
เองไม่รู้จักข้าหรือไอ้พรายป่า ข้าอยู่ป่านี้มานานแสนนาน เองไม่รู้จักข้าเลยหรือไง
วันนี้เอง มันชะตาขาดเสียแล้ว ไอ้พรายป่า
แล้วถ้าเองไม่รู้จักข้า..ข้าจะบอกก็ได้
ข้า..พรานเสาร์ไง รู้ไว้เสียด้วย
ข้านี่แหละ จะมาเอาเองไปลงนรกอเวจี..ฮ้าๆๆๆ
พรานเสาร์รีบเข้าไปหาพรานเขียวทันที
เป็นไงบ้างพรานเขียว
พรานเสาร์..ร้องสั่งคนที่ติดตามมาด้วย
เฮ้ย..ไอ้ทิ้ง..เองไปดูไอ้หนุ่มคนนั้นสิ ไปเอาตัวมันออกมาก่อน ก่อนที่ไอ้พรายป่าจะฟื้นตัว
พรานเสาร์ถามพรานเขียวด้วยความเป็นห่วง
เป็นไงบ้างพรานเขียว ไหวไหม
วันนี้..ทำไม พลาดท่าให้พวกมันเล่นงานพรานเขียวได้ล่ะ
ไอ้ข้า มันพะวงหน้าพะวงหลัง เพราะไอ้เผือกมันมาด้วย ข้าเลยเสียสมาธิไปหน่อยเว้ย
แต่ก็ยังดีนะ..ที่ข้ารู้ว่าพวกเองมาทางนี้พอดีพรานเสาร์ ญาณข้ามันรับรู้ได้พอดี
ฉันเองก็รับรู้ ในสิ่งที่พรานเขียวสื่อถึงฉันเหมือนกัน
ฉันเองก็เข้าป่ามากับไอ้ทิ้ง ขณะเดินกันมา
เจอร่องรอยห้างบนต้นไม้ของพรานเขียว และเห็นรอยเท้า รู้ว่าพึ่งเดินออกกันมา
เลยรีบตามมา อีกอย่าง ฉันได้ยินเสียงพรายกระสิบมาตามลมที่พรานเขียวเรียกฉัน
ฉันก็เลยรีบตามมานี่แหละครับพรานเขียว
เออๆๆ..ไอ้เผือกเป็นไงบ้างเอง
ไอ้เผือก..หันไปขอบคุณพรานพรานเสาร์กับทิดทิ้ง
ฉันขอขอบคุณ พรานเสาร์กับทิดทิ้งด้วยนะ ที่มาช่วยพวกฉันทันเวลาพอดี
พรานเขียวเลยพูดขึ้นว่า...
อย่ามัวมาถามไถ่กันตอนนี้เลยว่ะ
ข้าว่า..เดี๋ยวใอ้พรายป่า มันจะตั้งตัวได้
ข้าว่า..เราต้องรีบทำอะไรสักอย่างก่อนจะดีกว่านะ
พรานเสาร์เลยพูดขึ้นว่า ข้าว่านะ..พรานเขียว
เราต้องจัดการกับพรายป่ามันให้เด็ดขาด
ให้มันไปผุดไปเกิดเสีย ไม่งั้นมันก็จะมาคอยทำร้ายคนอยู่อย่างนี้นะพรานเขียว
เออๆๆ..ข้าเห็นด้วย..พรานเสาร์..ว่าแต่จะเอายังไงล่ะ
เผือกเริ่มอาการดีขึ้นแล้ว และออกความเห็นเลยทันที
ฉันว่า..ตัดต้นไม้ต้นนี้มันลงเลยจะดีกว่านะ
ตัดให้ไม่เหลือตอเลย ยังไงมันก็ต้องตาย
พรานเขียว..หัวเราะหึหึ...
ใจเย็นๆไอ้เผือก ต่อให้เองตัดต้นไม้ต้นนี้ พวกมันก็ไม่ตายหรอกไอ้เผือกเอ้ย
แต่ที่เองสิ..จะโดนติดคุกเว้ย เขาจะได้หาว่าเองตัดไม้ทำลายป่าสิวะ มันผิดกฏหมายนะเว้ย
ไอ้เผือกเอ่ยขึ้นมาอีก...เรานี่นะตัดไม้ต้นนี้ไม่ได้ แต่ทำไมนายทุนตัดกันโครมๆ
พรานเสาร์เบรคไอ้เผือกทันที เห้ยๆๆๆ พอๆๆๆเลยไอ้เผือก
เราสนุกกันอยู่ในป่าพอแล้ว พูดมากเดี๋ยวจะได้ไปอยู่ในกรงขังกัน พอพอพอเลยไอ้เผือก
ฉะ..ฉะ..ฉันขอ ขอโทษครับ ฉันลืมไปครับ
ว่าแต่..จะจัดการกับพรายป่ายังไงดีล่ะครับ
เออ..มันมีวิธีสิวะ พรานเขียวพูดขึ้นมาทันที
ไอ้เผือกเสนอความคิดใหม่ขึ้นมาทันที...
พ่อพรานเขียว.. ฉันว่าจุดไฟเผามันทั้งต้นเลยดีไหมครับพ่อพราน
พรานเขียวหันมามองหน้าไอ้เผือก เฮ้ยๆๆไม่ได้หรอก เดี๋ยวมันจะกลายเป็นทำให้เดือดร้อน ทั้งสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่กันทั้งป่าเว้ยไอ้เผือก
พรานเขียวเลยพูดขึ้นว่า...
ประเดี๋ยวข้าขอนั่งสมาธิสักหน่อย เดี๋ยวข้าจะบอกให้ ว่าจะทำยังไง
ขณะที่พรานเขียวนั่งลงทำสมาธิอยู่นั้น
พรานเสาร์ได้ให้ทิดทิ้งไปเอาเถาวัลย์ป่ามา
นี่ครับ..พรานเสาร์เถาวัลย์
แล้วพรานเสาร์ ก็รับเอาเถาวัลย์มาเสกคาถา แล้วส่งให้ไอ้ทิ้ง
เอ้า..ไอ้ทิ้งเองเอาเถาวัลย์ไปมัดรอบต้นไม้นั้นไว้เร็ว ก่อนที่มันจะกลับมาเล่นงานพวกเราได้อีก
เอ้า..ไอ้เผือก ไปช่วยไอ้ทิ้งด้วยไป้
ครับๆ..พรานเสาร์
ขณะที่ทิดทิ้งกับไอ้เผือกช่วยกัน เอาเถาวัลย์พันรอบต้นไม้ใหญ่อยู่นั้น
ก็มีเสียงกรี๊ดๆๆของเจ้าผีพราย ก็ร้องโหยหวนก็ดังขึ้นมาทันที
โอ้ยยยยยย...พวกเองอย่าคิดว่า จะเอาชนะข้าได้นะ
พวกเองต้องเอาชีวิตมาทิ้งในป่านี้ทั้งหมด...หิหิหิ
พรานเสาร์เสียงแข็งขึ้นมาทันที...
เองรู้จักพรานเสาร์น้อยไปเสียแล้ว ไอ้พวกพรายป่านอกรีด
พรานเขียว บริกรรมคาถาเสร็จ จึงลืมตาขึ้นมา พร้อมกับบอกว่า...
เพื่อไม่ให้พรายป่าตนนี้ ไปทำร้ายใครได้อีก ต้องส่งวิญญาณมัน ให้มันหลุดพ้นจากตรงนี้ไปเสีย
ไอ้เผือกหันไปถามพรานเขียว..
พ่อพราน..แล้วจะเอาไงต่อล่ะครับ
พรานเขียวเอ่ยขึ้น... ไอ้ทิ้งกับไอ้เผือก พวกเองถอยออกมาจากต้นไม้นั้นห่างๆ ข้าจะทำพิธี
พรานเสาร์เหมือนจะรู้ใจของพรานเขียวว่า พรานเขียวกำลังจะทำอะไร
พรานเสาร์จึงล้วงมือเข้าไปในย่าม แล้วเอาไข่ไก่ดิบขึ้นมา แล้วส่งให้กับพรานเขียว
เอาไปสิพรานเขียว
พรานเขียว หันมายิ้มที่มุมปาก...
เออๆ..เองรู้ใจข้าจริงๆว่ะไอ้เสาร์
ก็ข้าเคยเดินป่ากับพรานเขียวมาเป็น๑๐ปีแล้ว ทำไมข้าจะไม่รู้ใจพรานเขียวละ..หึหึ
ดีดี..ข้าจะเริ่มทำพิธีแล้วนะ
พรานเขียวคว้าไข่ จากมือพรานเสาร์ไปแล้วบริกรรมคาถา แล้วเป่าไปที่ไข่ทันที เพรี้ยงๆๆ
แล้วโยนไข่ขึ้นไปอากาศสูงจากหัวสักประมาณสักสองเมตร
ทั้งไอ้เผือกและทิดทิ้งต่างจ้องมองที่ไข่ด้วยความตกตลึงกันทั้งคู่
เมื่อเห็นไข่ไก่ที่พรานเขียวโยนขึ้นไปบนอากาศ แทนที่มันจะตกลงมา แต่กลับไปลอยวนไปรอบต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น
เสียงกรีดของพรายป่า..ร้องดังขึ้นอีกครั้ง กรี๊ดๆๆ
พรายป่าคำรามเสียงขึ้นมาอีกครั้ง...
เองจะทำอะไรข้าไอ้พรานเขียว
พรานเขียวหัวเราะในคอ..หึหึ...เดี๋ยวเองก็รู้
ทันไดนั้น ไข่ไก่ที่พรานเขียวโยนขึ้นไปนั้น ลอยวนอยู่ประมาณ๓รอบ แล้วตกลงสู่พื้นดินอย่างแรง..ตุ๊บ
ทั้งไอ้เผือกและทิดทิ้งเบิกตากว้างอีกครั้ง
ไอ้เผือกถึงกับอุทานออกมา...เฮ้ยยย ไข่ตกลงมากระทบพื้นดิน ดังขนาดนั้น ทำไมไข่มันไม่แตก
พรานเสาร์ส่งพรั่วเล็กๆ สำหรับเดินป่าให้ทิดทิ้ง
เอ้า..พวกเอง ไอ้ทิ้งไอ้เผือก ไปช่วยกันขุดตรงที่ไข่หล่นมาเร็ว
ทั้งคู่รีบไปทำตามที่พรานเสาร์สั่งทันที
ขณะที่ทั้งสองขุดดินลงไป ทั้งพรานเขียวและพรานเสาร์ ก็นั่งลงบริกรรมคาถากันทั้งคู่เหมือนกัน
ขณะที่ไอ้เผือกกับทิดทิ้งขุดดินอยู่นั้น
พลัน..ก็เกิดต้นไม้สั่นอย่างรุนแรง ปราณกับว่าต้นไม้ต้นนั้นมีชีวิต
พรานเสาร์พูดขึ้นว่า แหม...เองชั่งมีฤทธิ์มากจริงๆนะ..ไอ้พรายป่าตนนี้
แล้วทิดทิ้งก็ร้องดังลั่นขึ้นมาอย่างตกใจ
พะพะพรานเสาร์ จะจะเจอแล้ว นะนะนี่..มันโครงกระดูกผะผะผี
พรานเขียวเอ่ยขึ้นมาทันที
พวกเองไม่ต้องกลัว เอากระโหลกมันขึ้นมา
คะคะครับพรานเขียว
เมื่อทิดทิ้งเอากระโลกขึ้นมา พรานเขียวจึงเอากระโหลกของพรายป่า ขึ้นมาถือ
แล้วบริกรรมคาถาอีกครั้ง พร้อมกับล้วงมือลงไปในย่าม และเอามีดหมอออกมา
แล้วกรีดไปที่หน้าผากของกระโหลกนั้นทันที
เสียงหวีดร้องของพรายป่า ดังขึ้นทั่วทั้งป่าทันที
โอ้ยยยย...กลัวแล้ว
พรานเขียวพูดขึ้นมา..เออๆๆ..ข้าไม่ทำร้ายเองหลอก
แต่ข้ากำลังจะปลดปล่อยเอง ให้เองพ้นจากทุกข์ทรมาน ที่ต้องสิงสู่อยู่ในป่านี้
แล้วพรานเขียว ก็ใช้มีดหมอกรีดหน้าผากกระโหลกเป็นวงกลมแล้วแงะออกมา
แล้วส่งให้พรานเสาร์ เอาไปพรานเสาร์ เอาไปทำเป็นปั้นเหน่งให้ไอ้ทิ้งมัน มันจะได้มีของดีติดตัว
พรานเสาร์หัวเราะเบาๆ...พรานเขียว ยังจอมขมังข์เวทย์เหมือนเดิมนะ
พรานเขียวจึงเอากระโหลกที่เหลือไปวางที่หลุม ที่ขุดเอาหัวกระโหลกขึ้นมา
แล้วล้วงมือเข้าไปในย่าม ไปเอาข้าวสารออกมากำมือนึง
แล้วบริกรรมคาถา ก่อนที่จะขว้างข้าวสารเสกไปที่กระโหลกนั้นทันที
ฉับพลัน..ที่ข้าวสาร ที่ขว้างไปถูกกระโหลกพรายป่า
ไฟก็ลุกไหม้ขึ้นมาทันที พรานเสาร์พรึมพรำขึ้นมา...
จบสิ้นกันเสียที ไปผุดไปเกิดเสียนะเจ้าพรายป่า
เสียงกรีดร้องของพรายป่าก็ค่อยๆเงียบลง แล้วหายไปในที่สุด
พรานเขียวถอนหายใจเฮือก จบสิ้นกันเสียทีนะ
เอ้าาพวกเองไอ้เผือกไอ้ทิ้งพรานเสาร์ มาอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้มันหน่อย
มากรวดน้ำร่วมกัน " อิทัง เม ญาตีนังโหตุ สุขิตาโหนตุ ญาตะโย"เอาล่ะจบสิ้นกันที
ไป้..เราเดินทางต่อได้แล้ว
แต่วันนี้ เราคงออกจากป่าไม่ทันแน่เลย
คืนนี้เราคงต้องนอนในป่านี้อีกคืนแล้วล่ะนะพรานเสาร์
พรานเสาร์หันมาหาพรานเขียว..ข้าก็ว่าย่างนั้นแหละลุงพรานเขียว อีกอย่างไอ้เผือกคงจะไม่มีแรงเดินเป็นแน่ เจอเรื่องราวมาขนาดนั้น
รึว่าไงวะไอ้เผือก
เผือกหันมาทำหน้าจ้อยๆ..คะคะครับไม่ไหวครับ ผะผะผมยังหลอนอยู่เลยครับ
พรานเสาร์จึงหันมาพูดกับไอ้เผือก..นี่แหละไอ้เผือก เองได้มาเจอเรื่องราวแบบนี้ก็ดีนะเว้ย เองจะได้รู้ไงว่า แม้ข้างนอก อาจมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน
แต่ในป่า ยังมีอะไรอีกมากมาย ที่ไม่สามารถอธิบายได้
มันต้องเห็นด้วยตาตัวเองอย่านี้แหละเว้ย
ใช่ๆๆเลยครับ
หรือเองว่าไงวะไอ้ทิ้ง
ใช้จร้าพรานเสาร์ ฉันเอง แม้จะเข้าป่ามาหลายครั้ง
มาแต่ละครั้งไม่เคยคุ้นชินสักที มีอะไรที่แปลกๆ ตลอดเวลาเลยจริงๆนะ
พรานเขียวเลยพูดขึ้นว่า ไป..พวกเรารีบไปดีกว่า ขืนชักช้าจะมืดจะค่ำเอา
เดี๋ยวเดินสักธูปครึ่งดอก คงจะไปถึงตีนเขา
แถวๆนั้น คืนนี้คงพักได้
ไอ้เผือกรีบพูดสวนขึ้นมา..อีกอย่าง..จะได้ย่างเนื้อกินกันด้วย
แหมๆไอ้พรายป่ามันขัดลาภปากเสียได้
พรานเขียวหันมาถามพรานเสาร์
เออ..พรานเสาร์ นี่เองจะไปทางอื่นต่อหรือเปล่า
ฉันคงไม่ไปแล้วละพรานเขียว ฉันเองคงจะเดิมร่วมทางไปกับพรานเขียวด้วย
ฉันว่าฉันมีลางสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้เหมือนกัน เหมือนจะมีอะไร รอเราอยู่ข้างหน้าอีกก็ไม่รู้สิ
พรานเขียวหัวเราะ..หึหึ
เออๆๆ..ลางสังหรณ์ของเองตรงกับข้าเหมือนกันว่ะพรานเสาร์
ไป้.. เรารีบเดินกันดีกว่า คงต้องมีอะไรให้เราต้องทำอีกเยอะ..หึหึ
พรานเสาร์เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ลุงพรานเขียว ฉันว่าจุดที่เราจะไปพักแถวๆตีนเขา
เราต้องเดินผ่านป่าพิศวงน่ะสิพรานเขียว เอาไงดี หรือเราจะเสียเวลาเดินอ้อมเขาไป
พรานเขียวจึงถามกลับมาที่ทุกคนว่า...
เอาไงล่ะ..พวกเองจะกล้าลุยไหมวะ
ไอ้เผือกเลยถามขึ้นมา...แล้วมันพิศวงยังไงล่ะพ่อพรานเขียว
อันนี้มันก็พูดยากเว้ย เพราะเข้าไปในป่าพิศวงแต่ละครั้ง มันก็แล้วแต่ว่าจะเห็นเป็นอะไร
มันเหมือนโลกมายาเว้ย จากป่าอาจจะไปเห็นสมัยยุคหินก็ได้นะเว้ย
หรือบางทีก็ทะลุเข้าไปเมืองลับแลก็ได้
ไอ้เผือกหันมายิ้มๆ..อ้อลุง..เขาเรียกประตูมิติข้ามกาลเวลา
เออออ..เองก็ดูโดเรม่อนมากเกินไปรึป่าววะไอ้เผือก..หึหึหึ.
พรานเขียวหันมาถามอีกครั้ง..ข้ามี๒ทางให้พวกเองเลือกว่ะ
พวกเองจะยอมเดินผ่านเข้าไปในป่าพิศวง หรือจะอ้อมเขาไป เข้าไปในป่ากินคนด้านโน้นล่ะวะ
ไอ้เผือกไอ้ทิ้งล่ะ..เองว่ายังไง
ทิดทิ้งเอ่ยขึ้นทันที เราย้อนกลับทางเดิมดีกว่าไหมลุง
พรานเสาร์หัวเราะหึหึ ..ไอ้ทิ้ง..เองก็เข้าป่ามาหลายรอบแล้ว เองจำไม่ได้รึไงวะ เราเข้าอีกทาง เวลาออกก็ต้องออกอีกทาง
ถ้าขืนกลับทางเก่าที่เข้ามา..พวกที่เราทำร้ายพวกมันไว้ พวกมันคงยกพักพวกมาคอยพวกเราเต็มไปหมดแล้วล่ะตอนนี้
ไอ้เผือกถึงหน้าซีด โอโห..ไม่มีทางเลือกเลยรึครับพรานเสาร์
ข้าว่าตอนนี้ไม่มีทางเลือกแล้วล่ะว่ะ
ข้ามีลางสังหรณ์..เหมือนกับว่า มันมีอะไรที่อยู่รอบๆตัวเราในป่านี้ มันกำลังคอยต้อนรับเราอยู่เว้ยไอ้เผือก
ไอ้เผือกหันมาทางพรานเขียว...พ่อพรานเขียว...พ่อพรานเขีนว
มีอะไรอีกวะไอ้เผือก
คือ...คือ...คือว่า...
อึกอักอยู่ได้..จะถามอะไรอีกวะไอ้เผือก
คะ..คะ..คือ.. มีคนเขาถามผมครับพ่อพรานเขียว
ใครถามอะไรเองอีกว่ะไอ้เผือก
ก็มี..หลายๆคนเขาฝากมาถามพ่อพรานเขียวว่า
ตอนที่แล้ว ที่พ่อพรานเอาก้อนดินวางแปดทิศ แล้วท่องคาถา ใช้คาถาบทไหนครับพ่อพรานเขียว
เออออ..นี่คนอ่านอยากรู้ หรือว่าเองอยากรู้กันแน่วะไอ้เผือก..หึหึ
ข้าบอกก็ได้ ข้าก็บริกรรมคาถา มงคลจักรวาลแปดทิศสิวะไอ้เผือก
เองก็หัดท่องไว้บ้างนะ จะได้เอาไว้ป้องกันตัว จากสรรพสิ่งชั่วร้ายได้เว้ย
เห็นมั้ย..มัวมาถามเรื่องนอกเวลากับข้า คนอ่านเขาหงุดหงิดเองแล้วล่ะวะไอ้เผือก
ไป้ไป้ ตกลงจะเอาไง จะเลือกไปทางไหน
โหหห..ป่ากินคนผมไม่เอาดีกว่า
ไอ้ทิ้งล่ะ....
ฉันก็ไม่เอาทางที่ไปป่ากินคน แค่ชื่อฉันก็แหยงๆแล้ว
พรานเสาร์มองหน้าไอ้เผือกและทิดทิ้ง
เองแน่ใจกันแล้วนะ ที่จะทางป่าพิศวง
งั้นก็ออกเดินทางกัน ข้าขอสั่งไว้เลยนะ ไม่ว่าจะเห็นอะไร ก็อย่าทัก ปากหนักเข้าไว้ แล้วอย่าเดินห่างพวกข้า
พรานเขียวเห็นดังนั้น เออ...ข้าจะเดินนำหน้าเอง
ให้ไอ้เผือกกับไอ้ทิ้งอยู่ตรงกลาง แล้วพรานเสาร์เดินปิดท้ายก็แล้วกันนะ
พรานเสาร์มองขึ้นไปบนฟ้าซึ่งก็มีป่าปกคลุม แทบจะไม่มีแสงพระอาทิตย์รอดลงมาได้
ข้าว่า..รีบๆเดินกันเถอะ เหมือนฝนจะตกด้วยสิ
เผือกจอมสังสัย มองหน้าพรานเสาร์ แล้วถามพรานเสาร์
พรานเสาร์รู้ได้ยังไง ว่าฝนจะตกครับพรานเสาร์
ไปฟังกรมอุตุมาจากไหนครับเนี้ย
ไอ้เผือก..นี่เองมันชั่งสงสัยทุกเรื่องเน๊าะเองนี่
ข้าจะสอนไว้อย่างหนึ่งนะเว้ย เองเห็นอะไรนั้นไหมล่ะ ที่กำลังบินอยู่
อ้อ..ก็แมงเม่าไงพรานเสาร์
เออเออนั่นแหละ ถ้ามันออกมาบินกันเป็นฝูง แสดงว่ามันรู้แล้วล่ะว่าฝนจะตก
ถ้าฝนตกเมื่อไหร่ พวกมันก็จะบินขึ้นมา
แล้วปีกมันก็จะเปียก พอปีกมันเปียก มันก็จะสลัดปีกมันออก แล้วก็ไปเป็นปลวก สร้างจอมปลวกต่อไปไงล่ะไอ้เผือก เข้าใจรึยัง คะ..ครับเข้าใจแล้วครับ
ไป้..เดินต่อกันได้แล้ว
ไอ้เผือกหันมาหาพรานเสาร์..แต่แต่
ไม่ต้องแต่.. รีบเดินไป เดี๋ยวจะมืดค่ำกลางทาง เดี๋ยวจะแย่กว่าเก่าอีก
แย่ยังไงครับพรานเสาร์
ก็ไอ้พวกเสือสิงห์มันไม่น่ากลัวเท่าไหร่
แต่มันมีอย่างอื่นให้น่ากลัวกว่าล่ะสิ
ไอ้เผือกหันหน้ามามองพรานเสาร์ แล้วทำหน้าสงสัยๆ
ข้ารู้ว่าเองจะถามอะไรต่อ พอพอ..รีบเดินกันเถอะ
และเตรียมปืนให้พร้อมยิงด้วยนะเว้ย อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นะไอ้เผือก ครับๆ
พรานเขียวหันมามองไอ้ทิ้ง เองเป็นอะไรของเองว่ะไอ้ทิ้ง
ข้าเห็นเอง เดินมองซ้ายที มองขวาที อย่างกับเห็นผีเลยเอง
ฉะ..ฉัน..วะ..ว่า..ฉันเห็นผีน่ะลุงพรานเขียว
ผีอะไรของเองว่ะ ไหนพูดให้ข้าฟังสิไอ้ทิ้ง
ก็ตอนที่เรากำลังเดินมา ฉันรู้สึกได้ว่า
เหมือนมีใครแอบมองตลอดเวลาเลยลุง แต่พอฉันหันไปมองเร็วๆนะ
ฉันเห็นเหมือนมีหน้าคน หายแวบไปข้างต้นไม้ ทุกต้นเลยจ้าลุงพรานเขียว
เออเออ เองก็มีเซ้นต์ดีนี่หว่า ข้าอุตส่าไม่พูดแล้วเชียว กลัวว่าพูดไป เดี๋ยวพวกเองจะกลัวกัน
เผือกมองซ้ายมองขวา นะนะไหนทิดทิ้ง มะมะมันยะยะอยู่ตรงต้นไหน
ทิดทิ้งหันมาบอกไอ้เผือก..อยู่ทุกต้นเลยว่ะไอ้เผือก
เผือกพรึมพรำๆ เอาอีกแล้วกู พึ่งจะหลุดออกมาจากดงกล้วยป่ามาได้ จะเอาอีกแล้วหรือนี่
ทิดทิ้งเห็นไอ้เผือกหน้าเสีย
เออ..น๊าาา..มีทั้งลุงพรานเขียวและพรานเสาร์ มีอะไรต้องกลัวอีกล่ะวะไอ้เผือก
เผือกนึกในใจ...ก็พึ่งโดนมาหมาดๆจะไม่ให้ไม่กลัวได้ไงวะเนี้ย ค้างคาวผีงี้ ใบมะขามเสกงี้ ไข่ลอยได้งี้ โอ้ยยยไม่อยากเชื่อ ว่าสมัยนี้ยังจะมี เรื่องอะไรแบบนี้อีก
พรานเขียวหันมาหัวเราะ..หึหึหึ
นี่มันคือบทเรียน เบื้องต้นสำหรับการเดินป่าอาถรรพ์เว้ยไอ้เผือก
เผือกหันหน้ามาหาพรานเขียวแบบงงงง..
อ่านใจฉันออกอีกแล้ว ว่าคิดอะไร
พรานเขียวหันมายิ้มมุมปาก..เองก็รู้ ตั้งแต่แรกแล้วนี่หว่า เองจะมางงอะไรอีกวะไอ้เผือก
ไป้..เรารีบเดินกันเถอะ เหมือนว่าเรายิ่งรีบเดิน ก็เหมือนยิ่งช้าลงๆเว้ย
แล้วทั้งสี่คนก็รีบเดินไป เพื่อจะได้ ไม่ให้มืดกลางทางเสียก่อน ก่อนที่จะไปถึงที่หมาย
ขณะที่ทุกคนกำลังเร่งฝีเท้าเดินให้เร็วขึ้น
พรานเสาร์เองสังเกตุเห็นอะไรอยู่เหนือหัวพวกเขา บริเวณยอดไม้ มันไหวลู่ลม ตามหลังมา
เรื่องราวจะเป็นเช่นไรต่อ พวกเขาจะต้องเจอกับอะไรในป่าอีก ติดตามตอนต่อไปนะครับ

บุกป่า อาถรรพ์ กับพรานเขียว ตอนที่ ๔/๑๒ (ไอ้เผือกเกือบสิ้นชื่อ)บทประพันธ์ จากนายหัว เผือกหันมาย้อนถามพรานเขียว..ของดีอะไ...
05/03/2025

บุกป่า อาถรรพ์ กับพรานเขียว ตอนที่ ๔/๑๒ (ไอ้เผือกเกือบสิ้นชื่อ)
บทประพันธ์ จากนายหัว
เผือกหันมาย้อนถามพรานเขียว..ของดีอะไรหรือครับที่ลุงพรานจะให้ฉัน
พรานเขียวหันมาตอบไอ้เผือก มันเป็นคาถาโบร่ำโบราณเว้ย ถ้าเองท่องไว้ในขณะเดินทางนะ ไม่ว่าเองจะไปไหนมาไหน เองก็จะแคล้วคลาดปลอดภัยเว้ย
ไอ้เผือกจอมสงสัยหันมาถามพรานเขียวต่ออีก ไอ้แคล้วคลาดจะแคล้วคลาดจากอะไรล่ะครับลุงพรานเขียว
พรานเขียวชักอยากจะเข็กตัวไอ้เผือกสักโป๊ก บ๊ะๆๆไอ้นี่.. ก็รอดพ้นจากสรรพสิ่งที่จะมาทำร้ายเองยังไงละเว้ย
เผือกหันมายิ้ม..ดีสิครับลุงพรานเขียว ฉันยิ่งกลัวๆอยู่ เอ้าบอกมาเลยครับลุงพรานเขียว...ฉันพร้อมแล้วครับ
บอกมาเลยครับลุงพราน
เองต้องตั้งนะโม๓จบก่อนสิว่ะ เอ้า..ท่องตามข้านะ " ฆะเฏสิ ฆะเฏสิ กิงการะณา ฆะเฏสิ อะหัง ปิตัง ชานามิ ชานามิ "
ลุงๆถ้าคนอ่านเขาเอาไปท่องตามจะเป็นไงล่ะลุง
เขาก็เดินทางปลอดภัย ไปไหนมาไหนก็แคล้าคาดปลอดภัย รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวงสิว่ะไอ้เผือก..หึหึ
เอ้าอย่ามามัวแต่ถามอะไรมากมายเลยวะ..เรารีบเดินทางกันเถอะวะไอ้เผือก
ไอ้เผือกหันมาพยัคหน้า ครับๆลุงพรานไปครับเดินทางกันครับ
ไอ้เผือกยังไม่ทันก้าวขาเดิน กลับมีคำถามใหม่มาถามพรานเขียวอีก ว่าแต่ถ้ำเสือสมิงมันอยู่แถวไหนหรือครับลุงพรานเขียว
พรานเขียวทำหน้าดุขึ้นมาทันที เอ้าๆ..ยังจะมาถามอะไรอีกวะ เองนี่มันไม้รู้จักจำจริงๆเว้ย..ไป..ไป..รีบเดินเถอะเอง แล้วอย่าเดินห่างจากข้ามากนะเว้ย เดี๋ยวเสือ มันจะแอบมาคาบเองไปกินนะไอ้เผือก
เผือกยิ้มมุมปาก..ลองให้มาตอนนี้สิครับลุงพราน
พวกมัน จะได้เจอกระสุนจากไรเฟิลของฉันสิครับลุงพราน
พรานเขียวหันมายิ้มมุมปาก เออ..เออ..เองเก่ง ไป..ไป..เดี๋ยวจะมืดค่ำกลางทางเสียก่อน ก่อนที่จะได้ออกจากป่า
เดี๋ยวก่อนสิครับลุงพราน..ฉันขอถามอีกนิดเดียวนิดเดียวจริงๆครับ
พรานเขียวหันมาทำหน้าดุดุ เอ๊ะ..อะไรของเองอีกว่ะไอ้เผือก
ไอ้เผือกถึงกับหน้าจ๋อยๆ ปะ..ปะ..เปล่าเรื่องมากครับลุงพราน คือตั้งแต่เจอเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน
ตัวฉันเอง..ลืมขี้ลืมเยี่ยวไปเลยละครับลุงพรานเขียว ฉันจะขอ ไปถ่ายทุกข์เสียหน่อยนะครับลุงพรานเขียว
พรานเขียวหันมาหัวเราะ..หึหึ มันขนาดนั้นเลยรึว่ะไอ้เผือก...หึหึหึ
เอ้าๆ..เองเอาปืนสั้นข้าติดตัวไปด้วยเว้ย ถ้าเกิดมีอะไรไม่ชอบมาพากลเองก็ยิงปืนขึ้นฟ้าเลยนะเว้ยข้าเองจะได้ไปช่วยได้ทันเว้ย
แล้วพรานเขียวก็ชี้มือไปทางป่าละเมาะข้างทาง
เองเข้าไปตรงป่าละเมาะนั้นนะ แล้วทำธุระเสียให้เสร็จเรียบร้อยล่ะ จะได้รีบๆออกจากป่านี้เสียที่เว้ย
อ้อ..แล้วก่อนทำธุระ อย่าลืมยกมือขอขมาบอกกล่าวเจ้าป่าเจ้าเขาเสียหน่อยนะไอ้เผือก
เดี๋ยวเจ้าที่เจ้าทางจะตามเองไปเล่นงานเองถึงบ้านได้นะเว้ย
ไอ้เผือกถึงกัยหน้าจ๋อยเลยทันที โหๆๆ..ลุงพูดเสียฉันแทบจะหายปวดเลยล่ะครับ
เออ..น๊าา...รีบไปรีบมา ข้าจะรอเองตรงนี้แหละ
แต่..ไหนๆ ก็เสียเวลาแล้ว ข้าจะเอาเนื้อกวางมาย่างกินสักหน่อย จะได้เอาไว้กินระหว่างเดินทาง เพราะเราต้องเดินทางกันอีกไกลเลยเว้ยไอ้เผือก
ครับๆลุงพรานเขียวฉันไปแป๊บเดียว..ฉันจะรีบมาครับ
ขณะที่เผือกเดินไปในที่ป่าละเมาะ เพื่อไปทำธุระส่วนตัว
พรานเขียวก็ก่อไฟ เพื่อย่างเนื้อกวางบางส่วนเพื่อไว้กินในช่วงเดินทาง
เผือกเอง เดินเข้าไปที่ป่าละเมาะทันที จนกระทั่งทำธุระจนเสร็จ พอทำธุระเสร็จ เผือกหันไปเห็นกล้วยป่าสุกเต็มเครือพอดีเลย
ไอ้เผือกพรึมพรำกับตัวเอง โอ้โฮ..คงจะหอมหวานน่าดูเชียว เดี๋ยวเราเด็ดกล้วยไปฝากลุงพรานเขียวดีกว่า
ไอ้เผือกเดินตรงเข้าไปที่ดงกล้วยป่าทันที แต่ต้นกล้วยป่าลำต้นสูงมาก
ไอ้เผือกพยายาม เอื้อมมือจะจับกล้วยแต่ก็เอื้อมเอาไม่ถึง
ไอ้เผือกจึงเอามีดสปาต้าที่เหน็บเอวมาด้วยออกมาเพื่อจะฟันต้นกล้วย
แล้วไอ้เผือกก็เงื้อมีดฟันฉับลงไปที่ต้นกล้วยทันที ด้วยคมมีดที่คมกริบฟันฉับแค่ครั้งเดียวทำเอาต้นกล้ยวแทบขาดจากกัน
เมื่อเผือกหันไปดูกล้วยที่ตัด..เผือกถึงกับผวาเฮือก
เพราะมีเสียงร้องออกมาจากต้นกล้วย โอ้ยยยยย..ร้องเสียงออกมา..อย่างโหยหวนตามมาทันที
ไอ้เผือกได้ยินเสียงร้องจากต้นกล้วยไอ้เผือกถึงกับชักมีดกลับมาแทบไม่ทัน
ไอ้เผือกสงสัยว่าเสียงของใครกันแน่ หรือว่าหูแว่วไปเอง
แต่พอเผือกจะฟันซ้ำอีกที ปรากฏว่า อยู่ๆก็มีลมพัดมาปะทะ ร่างของเผือกอย่างรุนแรง
และแรงลมยังทำให้ใบตองกล้วยแกว่งไปมาเสมือนมือคน ที่โบกสะบัดไปมา
เหมือนจะห้าม ไม่ให้เผือกตัดต้นกล้วย
ไอ้เผือกตกใจมาก ถึงกับเดินถอยหลังออกมาจากดงกล้วยเลยทีเดียว
ไอ้เผือกถึงกับอุทานออกมา..เฮ้ยนี่มันเกิดอะไรขึ้นว่ะเนี้ย
ไอ้เผือกเห็นท่าไม่ดีเสียแล้ว เลยติดเปลี่ยนใจ..ไม่เอากล้วยแล้วล่ะ ไอ้เผือกคิดว่า จะรีบเดินกลับไปหาลุงพรานดีกว่า
แต่เผือกเอง ก็รู้สึกได้ว่า มันเริ่มมีเหตุการณ์ อะไรแปลกๆเกิดขึ้นเสียกับตัวของมันแล้วในตอนนี้
แต่พอไอ้เผือกหันหลังเผื่อจะเดินกลับจากดงกล้วยป่า เพื่อจะเดินกลับไปหาพรานเขียว
แต่สิ่งที่ไอ้เผือกเห็น ไอ้เผือกเอง..ก็ต้องแทบช็อค
ไอ้เผือกถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นดิน เพราะด้วยขาที่หมดเรี่ยวหมดแรง เพราะทางที่ไอ้เผือกพึ่งจะเดินมาเมื่อกี้ มันหายไปแล้ว
แต่กลับเปลี่ยน เป็นแม่น้ำที่ขวางทางอยู่ข้างหน้าไอ้เผือก
ไอ้เผือกถึงกับร้องอุทานออกมา...เฮ้ยมันเกิดอะไรขึ้นว่ะเนี้ย เมื่อกี้ เราเดินมายังไม่เห็นว่า...มีแม่น้ำลำธารอะไรเลยนี่หว่า
ไอ้เผือกเกิดความสับสนในใจเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่า..ตัวเองเดินข้ามแม่น้ำมาตั้งแต่ตอนไหน มาได้ยังไง
ไอ้เผือกนึกถึงคำของพรานเขียวที่สั่งไว้ว่า..ถ้ามีอะไรให้ยิงปืนขึ้นฟ้า
ไอ้เผือกรีบชักปืนสั้นที่พรานเขียวให้ติดตัวมาด้วยออกมาทันที แล้วยกปลายกระบอกปืนขึ้นฟ้าเหนี่ยวไกลปืนทันที
เสียงปืนดัง..แชะๆๆ
ไอ้เผือกกับช็อคเลยทีเดียว เอ้า...เฮ้ย...ทำไมปืนยิงไม่ออกวะเนี้ย
ไอ้เผือกกำลังสับสนปนทั้งความกลัวอย่างมาก..คิดแต่ว่ามันเกิดอะขึ้นกันอีกว่ะเนี้ย
ไอ้เผือกนึกในใจ ใช้ปืนพรานเขียวไม่ได้ ใช้ปืนไรเฟิลของตัวเองก็ได้นี่หว่า
เผือกเอาไรเฟิลออกมาปลดเซฟทันที..เหนี่ยวไกทันที แชะๆๆๆ
ไอ้เผือกถึงกับร้องออกมา เฮ้ย...นี่มันเป็นอะไรกันแน่ว่ะเนี้ย
ไอ้เผือกเริ่มเหงื่อแตกไปทั้งตัวในใจก็คิดว่า เอาไงดีว่ะเนี้ย
ไอ้พรานนึกในใจว่า.... แล้วเราจะข้ามแม่น้ำกลับไปฝั่งโน้นได้ยังไง
เรือก็ไม่มีสักลำ
แล้วที่แปลกใจมากๆ..คือไม่รู้ว่าตนเองข้ามแม่น้ำ มาตั้งแต่ตอนไหน
ไอ้เผือกพูดกับตัวเอง... นี่มันเรื่องจริงหรือความฝันว่ะเนี้ย
ไอ้เผือกถึงกับลองหยิกแขนตัวเอง...เฮ้ยมันก็เจ็บนี่หว่า
แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราว่ะเนี้ย
ไอ้เผือกเริ่มเครียด..คิดแต่ว่า แล้วเราจะไปหาพรานเขียวได้ยัง ไอ้เผือกอยากร้องไห้เสียแล้วตอนนี้ .....ฝ่ายพรานเขียว....
ก็กำลังยืนมองหาไอ้เผือก เอ้..ไอ้เผือก มันไปทำอะไรของมันนานจริงๆเลยเว้ย
นี่..จนข้าย่างเนื้อสุกแล้ว ยังไม่เห็นโผล่หัวมาอีก ก็ไอ้แค่ป่าละเมาะแค่นี้นะเองทำไมมันนานจริงวะ เอ๊..หรือว่า..
พรานเขียวรู้สึกได้ว่า เหมือนมันจะมีเรื่องอะไรที่ไม่ค่อยจะปกติเกินขึ้น กับไอ้เผือกเสียแล้ว
พรานเขียวพูดพรึมพรำๆ..ท่าไม่ค่อยดีเสียแล้วสิ
พรานเขียวจึงรีบดับไฟที่ก่อไว้ แล้ว รีบห่อเนื้อใส่เป้แล้วรีบเดินเข้าไปที่ป่าละเมาะทันที
พรานเขียวเดินไปถึงป่าละเมาะ ได้เรียกหาไอ้เผือกทันที ไอ้เผือก... ไอ้เผือกโว้ย.. เองทำธุระ ของเองเสร็จรึยังว่ะ .....ทุกอย่างเงียบกริบ.... ไม่มีเสียงตอบกลับมา
พรานเขียวพรึมพรำ เห็นท่าจะไม่ดีเสียแล้ว
พรานเขียวเลยก้มดูที่พื้นดินเพื่อแกะดูรอยเท้าของไอ้เผือก
เมื่อพบรอยเท้าของไอ้เผือก พรานเขียวจึงเดินตามรอยเท้าของไอ้เผือกไป แต่รอยเท้าของไอ้เผือกมันไปสิ้นสุดตรงดงกล้วยป่า
พรานเขียวทำหน้าสงสัย เฮ้ย..รอยเท้ามันมาหยุดแค่นี้นี่หว่า แล้วมันหายไปไหนละวะเนี้ย
พรานเขียว เริ่มมองสำรวจไปรอบๆบริเวณนั้น
และเหลือบตาไปเห็น ร่องรอยของต้นกล้วยที่มีรอยฟันจากมีดต้มกล้วยหักลงมากองกับพื้นดิน
พรานเขียวพรึมพรำขึ้นมาทันที เอาแล้วไหมล่ะวะ ไอ้เผือก ก่อเหตุจนได้เรื่องเสียจนได้สิวะไอ้เผือกเอ๋ย
ฝ่ายทางไอ้เผือกเองก็ขวัญหนีดีฝ่อ ไม่รู้จะเอาไงดีอกสั่นขวัญแขวนจนทำอะไรไม่ถูก
ไอ้เผือกนึกในใจ...ทำไมในป่า มันอาถรรพ์ขนาดนี้เชียวรึนี่ หรือนี่คือ ป่าพรางตา เหมือนที่คนสมัยก่อนเขาเล่าลือกัน
ไอ้เผือกนึกอยู่ในใจ จะเอาไงต่อดี จะเดินไปต่อ หรือนั่งรออยู่ตรงนี้ ตอนนี้..ไอ้เผือกเองก็สับสนในใจ..จนไม่รู้จะทำอย่างไร
ทางฝ่ายพรานเขียว ได้เดินไปหยิบก้อนดินก้อนเล็กๆมา๘ก้อน แล้วไปวางเป็นวงกลม ให้ตรงทั้ง๘ทิศ แล้วพรานเขียว ก็นั่งลงตรงกลางของก้อนดินที่แกวางไว้ทั้งแปดทิศ แล้วพรานเขียว ก็ล้วงมือเข้าไปในย่าม
เอาเทียนไขออกมา๑เล่ม เอาธูปออกมา๑๖ดอก แล้วจุด ธูปเทียน..แล้วปักลงดินตรงหน้าของแก
ขณะที่พรานเขียว กำลังจะบริกรรมคาถาพรึมพรำอยู่นั่เอง ..อยู่ๆได้มีลมพัดมาอย่างแรง พัดจนดงกล้วยข้างหลังพรานเขียวโยกไปโยกมาแทบจะหัก
พรานเขียว..สวดพระคาถาพรึมพรำๆดังขึ้นมาเรื่อยๆ และนึกขึ้นมาในใจ ไอ้เผือกเอ้ย..มันขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเองแล้วนะเว้ยไอ้เผือก ข้าเอง..จะช่วยเองเท่าที่ช่วยไหวนะเว้ยไอ้เผือกเอ้ย ถ้าบุญเองยังพอมี บารมียังพอจะค้ำจุนไว้ เองคงได้รอดกลับมานะโว้ยไอ้เผือกเอ้ย
พรานเขียว...เริ่มบริกรรมคาถา พรึมพรำๆ
ขณะที่บริเวณที่พรานเขียวนั่งทำพิธีนั้น
ได้เกิดลมพัดกรรโชกอย่างรุนแรง พร้อมทั้งมีเสียงหวีดหวิว เหมือนดั่งเสียงของผีป่าซาตานเข้ามารุมล้อมตัวของพรานเขียวเต็มไปหมด
พรานเขียวนั่งหลับตานิ่ง บริกรรมคาถาไปเรื่อยอย่างสงบ
ขณะเดียวกัน ลมที่พัดเกิดเป็นลมหมุน หมุนวนเข้าหาพรานเขียวที่นั่งทำพิธีอยู่อย่างบ้าคลั่ง
แต่ลมที่หมุนอย่างรุนแรง ก็ไม่สามารถผ่านก้อนดินทั้งแปดก้อนที่พรานเขียววางไว้รอบตัวพรานเขียวทั้ง๘ทิศ เข้าไปให้ถึงตัวพรานเขียวได้
พรานเขียวได้ล้วงมือเข้าไปในย่ามของแก
แล้วหยิบเอาใบพลูออกมา แล้วกำไว้ในมือก่อนจะบริกรรมคาถาอีกครั้งหนึ่ง จากนั้น ก็โยนใบพลูที่เสกไปข้างหน้าของแก
จากใบพลูเล็กๆ เมื่อมันถูกโยนลงไปถึงพื้นดิน มันกลับกลายเป็นเรือไม้ทันที แล้วก็หายวับไปในพริบตา....ส่วนทางไอ้เผือกเอง ขณะที่ตอนนี้ยังติดอยู่กับแม่น้ำที่ขวางกั้นอยู่ข้างหน้าไอ้เผือกนั้น
แล้วอยู่ๆก็มีเรือแล่นตรงเข้าไปหาไอ้เผือก
ไอ้เผือกรู้สึกดีใจที่ได้เห็นเรือรอยตรงเข้ามาหา แต่ไอ้เผือกเองก็ระแวงระวังเป็นอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าเป็นเรือของใครและมาจากไหนและตรงมาหามันทำไม แล้วจะไว้ใจได้ไหม แล้วถ้าจะใช้เรือลำนั้นข้ามฝั่งมาจะได้จริงไหม
ขณะที่ไอ้เผือกครุ่นคิด ใมแต่ความสับสนอยู่ในหัวเต็มไปหมด
แต่แล้วอยู่ๆ ไอ้เผือกก็ได้ยินเสียงใครคนนึงที่ลอยมาตามสายลมดังแว่วมาแต่ไกลๆ
ไอ้เผือกพยายามเงียบเพื่อจะฟังเสียนั้น.. ไอ้เผือกๆๆ.....เองเห็นเรือนั่นไหมวะ ถ้าเองมองเห็นมัน เองจงนั่งเรือลำนั้นกลับมานะไอ้เผือกเอ๊ย
พอไอ้เผือกได้ยินจนจับใจความได้ไอ้เผือก....ถึงกับน้ำตาไหลออกมา โดยไม่รู้ตัว
ไอ้เผือกถึงกับรำพึงรำพันขึ้นมา พะ..พะ..พรานเขียว นั่น..นั่น..มัน..สะ..สะเสียงพรานเขียวนี่
ไอ้เผือกอุทานออกมา ด้วยความดีใจ
เสียงพรานเขียวดังขึ้นมาอีกครั้ง...ไอ้เผือกเอ๋ยเองจงตั้งจิตให้ดีให้มั่น แล้วก้าวขึ้นเรือรำนั้น แล้วท่องคาถาที่ข้าสอนเองไว้ก่อนเดินทาง จงท่องอย่าได้หยุดนะไอ้เผือกเอ๋ย แล้วเรือลำนั้น จะพาเองกลับมาที่เดิมนะไอ้เผือกเอ๋ย
เผือกได้ยินเสียงของพรานเขียวที่แว่วมากับสายลม ไอ้เผือกถึงกับเข่าทรุดทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น ถึงตอนนี้จะไม่เห็นตัวของพรานเขียว แต่ก็ดีใจเป็นที่สุด พร้อมกับพูดขึ้นว่า ช่วยฉันด้วย..พ่อพรานเขียว..
พรานเขียวพรึมพรำๆ.. เออ..ไอ้เผือกเอ้ย เองมันมีวิบากกรรมว่ะไอ้เผือก ที่เองต้องมาบุกป่าฝ่าดง ต้องมาเจอกับเรื่องอาถรรพ์เหล่านี้ ก็เพราะวิบากกรรมของเองแท้ๆเลยไอ้เผือกเอ้ย เองอดทนเอานะไอ้เผือกเอ้ยเดี๋ยวมันก็จะผ่านไปได้เอง ..กลับมาทางด้านพรานเขียว พรานเขียวเองก็ต้องเจอกับสิ่งที่รุมเล้าเข้ามาทดสอบคาถาอาคมของแกอย่างหน้ากลัว
พรานเขียวยังคงนั่งทำพิธิในอาการสงบนิ่ง..
แล้วพรานเขียวก็พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้นมา.. ไอ้พวกผีพรายทั้งหลาย พวกเองเป็นภูติผีปีศาจที่ตายไปแล้ว แทนที่จะตั้งมั่น ช่วยเหลือผู้คน เพื่อสร้างบารมี จะได้ไปเกิดในภพภูมิที่สูงส่ง แต่พวกเองกลับมาคิดร้าย พรางตาฆ่าชีวิตคน พวกเองต้องตกนรกหมกไหม้ หลายกับหลายกัณฑ์เลยนะพวกเอง
ขณะที่พรานเขียวพูดกับผีพรายอยู่นั้น...จากลมพายุที่หมุนเป็นวงกลมรอบตัวพรานเขียว ตอนนี้..กลับกลายเป็นฝูงค้าวคาวผีฝูงใหญ่มืดฟ้ามัวดินบินเต็มบริเวณนั้นส่งเสียงร้องแจ๊กๆๆๆดังไปทั่วป่า
พวกมันทั้งบินวนและพยายามจะบินเข้าฝ่าวงล้อม ก้อนดินทั้ง๘ทิศของพรานเขียว เพื่อเข้าไปให้ถึงตัวของพรานเขียวให้ได้
พรานเขียวจึงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุดันขึ้นมาทันที
พวกเอง..มันก็ไอ้พวกทาสผีพรายป่า คิดจะมาพรางตาฆ่าคน อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะเว้ย
พรายเขียว..ตวาดเสียงอีกครั้งว่า...เองจะไปดีดี หรือว่าเองอยากให้ดวงวิญญาณของพวกเอง ต้องสูญสลายหายไป
พรานเขียวยิ่งพูด ดูเหมือนไอ้พวกค้างคาว จะไม่กลัวพรานเขียวเอาเสียเลย
ฝูงค้างคาว กลับบินเข้าหาโจมตีพรานเขียวอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งมีตัวที่เป็นค้างคาวจ่าฝูงตัวใหญ่มาก มันบินลงมาที่พื้นดินแล้วพยายามเข้าไปหาก้อนดิน ที่พรานเขียวตั้งไว้รอบตัวพรานเขียว
มันพยายามบิน ลงมาชนกระแทกก้อนดินที่พรานเขียววางไว้
และจนในที่สุด ก้อนดินก็กระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง
ทำให้ค้างคาวทั้งฝูง บินเข้าโจมตีพรานเขียวทันที .ตอนนี้..พรานเขียวตกอยู่ในสถาณการณ์ไม่ดีเสียแล้ว.... ....ส่วนทางของฝ่ายไอ้เผือกเอง....
ไอ้เผือกได้ก้าวขึ้นเรือ ตามที่เสียงพรานเขียวสั่ง และเมื่อก้าวขึ้นเรือ เรือลำนั้นก็ค่อยๆลอยออกมาจากฝั่งทันที
ไอ้เผือกนั่งนิ่งอยู่ในเรือนั้น พร้อมทั้งท่องคาถาที่พรานเขียวสอนไว้ตลอดเวลา
พอเรือลอยออกมาได้เพียงนิดเดียว
ไอ้เผือกก็หัวใจแทบหยุดเต้น ไอ้เผือกได้มองเห็น ข้างหน้ามีฝูงจรเข้ฝูงใหญ่ กำลังมุ่งหน้าเข้ามาหาเรือของเผือกอย่างมากมาย
ไอ้เผือกนึกในใจ....เราจะต้องเอาชีวิตมาทิ้ง กลางแม่น้ำแห่งนี้เสียแล้วหรือนี่
ขณะนั้น...เสียงพรานเขียว ก็ดังแว่วมาอีกครั้ง... เองจงตั้งมั่น ทำใจให้แน่วแน่เข้าไว้ไอ้เผือกเอ้ย และท่องคาถาไว้อย่าได้หยุดแล้วเองจะปลอดภัยไอ้เผือกเอ้ย
ไอ้เผือกพูดลอยๆออกมา...ครับพ่อพรานฉันจะพยายามทำตามคำพ่อพรานเขียวสั่งนะครับพ่อพรานเขียว
....ย้อนมาทางฝั่งพรานเขียวเอง....
ตอนนี้....พรานเขียวก็ กำลังจะพลาดท่าเสียที ให้กับพวกปีศาจค้างคาวเสียแล้ว .
แล้วก็มีเสียงดังขึ้นมาจากต้นไม้ใหญ่ ที่อยู่ข้างหน้าของพรานเขียว
ไอ้พรานเขียว วันนี้เองชะตาขาดแล้วละ...พวกเอง... พวกเอง ต้องตายทั้งหมด
มาทางด้านของไอ้เผือก..ไอ้เผือกเองก็นั่งหลับตามาบนเรือและบริกรรมคาถามาตลอดทาง
พอเรือของไอ้เผือกลอยมาถึงฝูงจรเข้....พวกมันก็เข้าโจมตีเรือของเผือกทันที
พวกมันเอาหาง ฟาดเรือของไอ้เผือกอย่างบ้าคลั่ง
ในใจไอ้เผือกเอง... นึกภาวนาในใจ...ถ้าไม่ถึงที่ตายคงไม่ตายนะครับพ่อพรานเขียว
แต่ถีงแม้ พวกจรเข้พวกนั้น จะฟาดหัวฝาดหาง จะพุ่งเข้าชนเรือเท่าไหร่เรือของเผือกก็แล่นไปเรื่อยๆ ไม่มีบุบสลายเลยแม้แต่น้อย
เรือที่ไอ้เผือกนั่ง..ลอยฝ่าฝูงจรเข้มาได้จนถึงฝั่ง
เสียงพรานเขียวแว่วมาอีกครั้ง.....
ไอ้เผือกเอ้ย...เองไม่ต้องหันไปมองข้างหลังนะ ก้าวขึ้นมาเลยนะไอ้เผือกเอ้ย
ไอ้เผือกรีบรับปากพรานเขียว ด้วยความหวาดกลัวจนสุดขีด คะ...คะ...ครับพ่อพรานเขียว ......พอไอ้เผือกก้าวขึ้นจากเรือ ไอ้เผือกก็ถึงกับแทบช็อคอีกครั้ง....
เฮ้ยย....ทำไมเรามาอยู่ในดงกล้วยวะเนี้ย
ไอ้เผือกก้าวออกจากดงกล้วย ก็มองเห็นพรานเขียวทันที อ้าว....พ่อพรานเขียว
พอไอ้เผือกเรียกชื่อพรานเขียว
พวกค้างคาว..ก็บินกรูเข้าหาไอ้เผือกทันที
เสียงพรานเขียวตะโกนดังขึ้น......ไอ้เผือกมาหลบข้างหลังข้าเร็ว
ไอ้เผือกรีบวิ่งไปหาพรานเขียว แล้วหลบข้างหลังพรานเขียว
ฝูงค้างคาวผี ก็บินวนเข้าโจมตีทั้งคู่ทันที
เสียงพรานเขียวหันไปกระซิบกับไอ้เผือก...ถ้าขืนเราปล่อยให้เป็นแบบนี้..เราเสร็จมันแน่
พรานเขียวกระซิบไอ้เผือก...เองฟังข้าดีดีนะไอ้เผือก
พรานเขียวชี้ไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกงจากที่พวกเขายืนนัก เองเห็นต้นไม้ต้นนั้นไหมวะไอ้เผือก
เดี๋ยวข้า จะสาดกระสุนยันพวกมันไว้ก่อน ข้าจะให้เองไปที่ต้นไม้ต้นนั้น
ไอ้เผือกทำหน้า งงๆ....เองไม่ต้องมาสงสัยถามอะไรข้าตอนนี้
เองฟังข้าดีดีนะไอ้เผือก เดี๋ยวเอง..วิ่งไปให้เร็ว ไปที่ต้นไม้ต้นนั้น แล้วใช้มือซ้ายของเอง รูดใบไม้มันมาให้ข้ากำมือนึง
ไอ้เผือกรีบรับปาก พรานเขียว.ได้ครับพ่อพราน
พรานเขียวหันมามองหน้าไอ้เผือก แล้วยิ้มที่มุมปาก...
เออ..กลับมาคราวนี้ถึงกับเรียกพ่อเลยเชียวหรือวะไอ้เผือก
ไอ้เผือกเองก็ทำหน้าจ้อยๆ...พ่อพรานมีบุญคุณกับฉัน เหมือนช่วยให้ฉัน ได้มีชีวิตใหม่กลับมา
เหมือนกับฉันเองได้เกิดใหม่อีกครั้งเลยนี่ครับพ่อพรานเขียว
เออ..เออ..อย่ารีบมาพูดอะกันตอนนี้เลยเว้ยไอ้เผือก
เดี๋ยวเองรีบไปทำตามที่ข้าบอก เดี๋ยวข้าจะล่อมันไว้เอง
พรานเขียวหันไปบอกเผือก....ไอ้เผือก..ปืนสั้นที่ข้าให้เองไป ยังอยู่กับเองหรือเปล่า
อยู่ๆ...ครับพ่อพรานเขียว แต่มันยิงไม่ออกนะครับ
เออ..เองเอามานี่เอามันมาให้ข้าสิไอ้เผือก
ครับพ่อพรานเขียว ...พรานเขียวคว้าปืนสั้นจากมือของไอ้เผือกได้ ก็ปลดล็อค...แล้วท่องมนต์เสียง...พรึมพรำๆ...แล้วเป่าที่ปลายกระบอกปืนทันที เพี้ยงๆๆ
แล้วเล็งกระบอกปืน ไปที่ตัวจ่าฝูงค้างคาวตัวนั้น แล้วเหนี่ยวไกปืนทันที เปรี้ยงๆๆ ....เสียงปืนดังกังวานไปทั่วผืนป่า......
พรานเขียว ส่งสัญญาณให้ไอ้เผือกทันที..... ไป๊ๆๆ..ไอ้เผือกวิ่ง
ไอ้เผือกรีบวิ่งฝ่าฝูงค้างคาวไป ซึ่งค้างคาวกำลังแตกตื่นจากเสียงปืนของพรานเขียว
ไอ้เผือกรีบวิ่งไปที่ต้นไม้ต้นนั้นทันที
สิ้นเสียงปีน ค้างคาวจ่าฝูง ร่วงลงมายังฝืนดินแล้วเกิดฟลุกสลายหายไปทันที
สวนค้างคาวที่เหลือมันต่างสงเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน .....
ไอ้เผือกเองรีบเอามือซ้ายรูดใบไม้ แล้วกำไว้แน่น แล้วรีบวิ่ กลับมาแล้วส่งให้พรานเขียวทันที
นี่ครับพ่อพรานเขียว เออให้มันได้อย่างนี่สิวะไอ้เผือก
แต่..แต่..
มาต่งมาแต่ อะไรตอนนี้อีกว่ะไอ้เผือก งั้นเอาไว้ตอนหน้าค่อยถามก็แล้วกันนะเว้ยไอ้เผือก..
(อย่าลืมติดตามอ่านตอน๖ตอนต่อไปนะครับ)

ที่อยู่

Bangkok

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เรื่องเล่า จากนายหัวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์