ดนตรี Classic บันลือโลก

ดนตรี Classic บันลือโลก เรื่องราวเรื่องเล่าเหตุการณ์สำคัญ? เรื่องราวเรื่องเล่าเหตุการณ์สำคัญเบื้องหน้าเบื้องหลังข่าวและบุคคลสำคัญในแวดวงดนตรี Classic

Concert ของวง HR Frankfurt  Orchestra ที่ผมได้ไปชมมาเมื่อกลางเดือนเมษายน 2026 ที่ผ่านมา ทาง Arte นำมาลงไว้ให้รับชมกันได้...
13/06/2026

Concert ของวง HR Frankfurt Orchestra ที่ผมได้ไปชมมาเมื่อกลางเดือนเมษายน 2026 ที่ผ่านมา ทาง Arte นำมาลงไว้ให้รับชมกันได้แล้วครับ(เปิดให้ชมฟรีจนถึง เมษายน 2027)

Sergey Khachatryan and the Frankfurt Radio Symphony Orchestra, conducted by Alain Altinoglu, perform Aram Khatchatourian's Violin Concerto. Also on the programme, Igor Stravinsky's 'Rite of Spring'.

Programme:
Aram Khatchaturian - Adagio from Spartacus und Phrygia
Aram Khatchaturian – Violin Concerto
Igor Stravinsky – The Rite of Spring

https://www.arte.tv/en/videos/130503-000-A/sergey-khachatryan-performs-khachaturian/?fbclid=Iwb21leASZgidleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAwzNTA2ODU1MzE3MjgAAR5OG2w0pbZ24XXpM4OoXHAQRWw-GEkYg6ZhM0kVFa7O5YucKAfwCQwwOXz_2g_aem_a6xzpi-ux5elBZ4CyaO53Q

Sergey Khachatryan and the Frankfurt Radio Symphony Orchestra, conducted by Alain Altinoglu, perform Aram Khatchatourian's Violin Concerto. Also on the programme, Igor Stravinsky's 'Rite of Spring'. Programme: Aram Khatchaturian - Adagio from Spartacus und Phrygia Aram Khatchaturian – Violin Conce...

https://www.facebook.com/share/p/18R4oaxA6r/
07/06/2026

https://www.facebook.com/share/p/18R4oaxA6r/

ไวโอลินประดับลายไทยหลังนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการนำเครื่องดนตรีตะวันตกมาปรับให้สอดคล้องกับรสนิยมและศิลปกรรมไทย ตัวเครื่องเดิมมีลักษณะเช่นเดียวกับไวโอลินแบบตะวันตก ก่อนจะนำมาขัดผิวเอาชะแล็กเดิมออก แล้วตกแต่งใหม่ด้วยการลงรัก เขียนลายหรดาล และปิดทอง จนมีรูปลักษณ์งดงามในลักษณะเดียวกับเครื่องดนตรีไทยชั้นสูง

ลักษณะเช่นนี้สอดคล้องกับความนิยมในช่วงปลายรัชกาลที่ ๕ ถึงต้นรัชกาลที่ ๗ ซึ่งวงดนตรีไทยได้ทดลองนำเครื่องดนตรีตะวันตกเข้ามาผสมผสานในการบรรเลง ทั้งไวโอลิน แมนโดลิน แบนโจ ออร์แกน และเครื่องดนตรีอื่น ๆ จนเกิดรูปแบบที่เรียกว่า “เครื่องสายผสมไวโอลิน” อันสะท้อนการเปิดรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากโลกตะวันตกของสังคมไทยในยุคนั้น

เครื่องดนตรีชิ้นนี้เป็นของที่คุณยายเพิ่ม ดุริยางกูร มอบให้แก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี โดยตระกูลดุริยางกูรเป็นตระกูลนักดนตรีและช่างทำเครื่องดนตรีที่มีชื่อเสียง เคยดำเนินกิจการร้าน “ดุริยบรรณ” ร้านจำหน่ายและซ่อมเครื่องดนตรีบริเวณถนนตะนาว ใกล้ทางเข้าถนนข้าวสารจากถนนราชดำเนิน อีกทั้งยังเป็นลูกหลานของบ้านพระประดิษฐไพเราะ (ครูมี ดุริยางกูร) ปรมาจารย์ดนตรีไทยผู้มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการดนตรีไทยในสมัยรัตนโกสินทร์

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ หน้าของลายเทวดาประดับบนตัวไวโอลินมีลักษณะใกล้เคียงกับเทวดาบรรเลงซอซึ่งปรากฏอยู่ในเครื่องหมายการค้าของร้านดุริยบรรณ ทั้งในด้านรูปแบบเครื่องทรง องค์ประกอบของภาพ และแนวคิดการนำเทวดาผู้บรรเลงดนตรีมาเป็นสัญลักษณ์ของกิจการ แม้จะยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าไวโอลินหลังนี้สร้างหรือตกแต่งโดยร้านดุริยบรรณโดยตรง แต่ความคล้ายคลึงดังกล่าวก็ชวนให้เห็นถึงรสนิยมทางศิลปกรรมและโลกของช่างทำเครื่องดนตรีไทยในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันร้านดุริยบรรณได้ปิดกิจการลงแล้ว เหลือไว้เพียงเครื่องดนตรี เรื่องราว และความทรงจำของช่างฝีมือและนักดนตรีผู้มีส่วนสำคัญในการสืบทอดมรดกทางดนตรีไทย ดังเช่นไวโอลินประดับลายไทยตัวนี้ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของยุคสมัยที่ดนตรีไทยและดนตรีตะวันตกได้รับการผสมผสานและสร้างสรรค์ร่วมกันอย่างงดงาม

ไวโอลินประดับลายไทยชิ้นนี้ยังคงได้รับการเก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ให้ผู้สนใจได้ร่วมชื่นชมทั้งคุณค่าด้านศิลปกรรม งานช่าง และประวัติศาสตร์ดนตรีไทยสมัยใหม่ที่สะท้อนผ่านเครื่องดนตรีเพียงชิ้นเดียว

เรื่อง: อันตรกาล

#ดนตรีไทย #ประวัติศาสตร์ดนตรีไทย #เครื่องสายผสมไวโอลิน #เครื่องดนตรีไทย #พระประดิษฐไพเราะ #ดุริยบรรณ #ดุริยางกูร #พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี #สิงห์บุรี #มรดกวัฒนธรรม #เจริญกรุง

https://www.facebook.com/share/p/1EMzDhsKkM/
06/06/2026

https://www.facebook.com/share/p/1EMzDhsKkM/

Today's Orchestra Sound สำหรับผม

ผมแอบสังเกตและมองเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกี่ยวกับเสียงของวง Orchestra ในโลกนี้ครับ เป็นสิ่งที่ที่นักวิจารณ์และคนในวงการคลาสสิกทั่วโลกยอมรับและพูดถึงกันมากครับ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "The Globalization of Orchestral Sound" หรือการกลืนกลายทางวัฒนธรรมทางเสียง

ในอดีต จนถึงยุค 80-90 ผมสังเกตว่าเราสามารถแยกแยะ "เสียงแบบรัสเซีย" ที่ดุดัน ดิบเถื่อน หรือ "เสียงแบบฝรั่งเศส" ที่พริ้วไหว เบาบาง หรือ "เสียงแบบอเมริกัน" ที่สว่าง เจิดจ้า และแม่นยำ ได้ทันทีที่ฟัง แต่ในปัจจุบัน เสียงเหล่านั้นกลับคล้ายคลึงกันไปหมด (Homogenization) แม้ผมจะไม่ได้มีชาติกำเนิดในประเทศต้นทาง หรืออายุมากพอที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงอันยาวนาน แต่อันนี้ผมขอเดาล้วนๆ เดาจากประสบการณ์ในช่วงชีวิตอาชีพการทำงานของผมเอง และอธิบายและแบ่งปันเป็นภาษาไทยว่า การเปลี่ยนแปลงที่ผมสังเกตเกิดจากสาเหตุหลักๆที่เจอ ประมาณ 4 อย่างดังนี้ครับ

1) โลกาภิวัตน์ หรือ Globalized Personnel

ในอดีต นักดนตรีในวงมักเป็นคนท้องถิ่นที่โตมากับโรงเรียนดนตรี (Music School) ประจำชาตินั้นๆ แต่ปัจจุบัน วงชั้นนำเปิดรับสมัครคนจากทั่วโลกผ่านการออดิชั่น ทำให้โรงเรียนดนตรีระดับโลก อาทิ Juilliard หรือ Curtis (จากฝั่งอเมริกา) หรือ Royal College of Music (จากฝั่งอังกฤษ) กลายเป็นมาตรฐานกลางที่ผลิตนักดนตรีป้อนสู่ทุกวง เสียงของแต่ละวงจึงถูกหล่อหลอมด้วยมาตรฐานเดียวกัน

2) การเดินทางท่องโลกของวาทยากรรับเชิญ

ยุคก่อน วาทยากร (Music Director) จะปักหลักอยู่กับวงเดียวเป็นทศวรรษทำให้เกิดเฉพาะตัว เช่น Karajan กับวง Berlin ท่าน Solti กับ Chicago หรือ Haiting กับ Concertgebouw) แต่ยุคนี้ วาทยากรหนึ่งคนมักควบตำแหน่ง 2-3 วงทั่วโลก และบินไปเป็น Guest Conductor สลับไปมา ซึ่งผมคิดว่า วาทยากรเหล่านี้ไม่มีเวลาสร้าง "Signature Sound" ให้กับวงใดวงหนึ่งอย่างแบบลึกๆ

3) เทคโนโลยีการบันทึกเสียง

ค่ายเพลงและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งในยุคปัจจุบันต้องการเสียงที่ "สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ และสะอาด" (Flawless & Clean) ความต้องการนี้บีบให้วงดนตรีต้องลดทอนความดิบหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่อาจเสี่ยงต่อความผิดพลาด อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัวเลยครับว่า การบันทึกเสียงเดี๋ยวนี้ไม่มี Long Take มากนัก กลายเป็นหั่นเป็นท่อนๆเพื่อความสมบูรณ์แบบ ส่วนตัวผมจะชอบฟัง Album ที่มีการบีนทึกเสียงสดๆครับ แต่อย่างไรก็ตาม แม้วงที่บอกว่า อัลบั้มนี้เป็น "Live Recording" ก็มาจากการแสดง 2-3 ครั้งที่เล่นซ้ำๆรวมกันเป็นหนึ่งครับ ผมไม่ได้ว่า "ได้ยินมา" แต่ผมประสบด้วยตัวเองเลยครับ

4) การเปลี่ยนไปใช้เครื่องดนตรีมาตรฐานเดียวกัน (Standardized Instruments)

เหตุผลนี้อาจจะไม่ใหญ่มาก แต่วงส่วนใหญ่ในโลกหันมาใช้เครื่องดนตรีจากแบรนด์มาตรฐานเดียวกัน หรือต้นกำเนิดเดียวกัน เพื่อความง่ายในการเล่นร่วมกันและการจูนเสียง ส่งผลให้โทนเสียง (Timbre) ของแต่ละวงคล้ายกันมากขึ้น เช่นถ้าเราจะไป Audition เพื่อเข้าวงในเยอรมัน การไม่ใช้ Rotary Trumpet คงยากเลยครับ เป็นต้น

สำหรับผม มันก็ยังมีนะครับ กับวงที่ยังคงรักษา "เอกลักษณ์ทางเสียง" ไว้ได้ซึ่งในยุคปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงนี้ ยังมีเพียงไม่กี่วงในโลกที่เมื่อฟังแล้ว ยังพอมี "ลายเซ็น" ที่เด่นชัดจนจับสังเกตได้ ผมอาจจะไม่ได้เดินทางไปฟังวงต่างๆด้วยตัวเองมากเหมือนสมัยก่อน แต่การได้ยินจากระบบ Globalization ของโลกนี้อย่างการ Streaming ของการแสดงต่างๆ ทำให้เราได้ยินการแสดงที่แทบจะล่าสุดเสมอๆ ผมเลยสรุปเท่าที่เจอว่ามีวงที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ได้มาก ประมาณนี้ครับ

Vienna Philharmonic สำหรับผม เป็นวงที่รักษาเอกลักษณ์ได้เหนียวแน่นที่สุดในโลก เพราะพวกเขายังคงใช้เครื่องเป่าเดิมๆ เช่น Vienna Horn, Viennese Oboe แม้ทรัมเปทก็ใช้ปากเป่าแบบเฉพาะทางมาก ซึ่งให้เสียงที่แตกต่างจากวงอื่นอย่างชัดเจน รวมถึงการสืบทอดเทคนิคการใช้ Bow แบบเวียนนาดั้งเดิม ซึ่งแน่นอน มันถูกเขียนในโน๊ตต้นฉบับของวง เผลอๆการใช้ Bow ของ Mahler Symphonies ก็มาจากตอนที่ Mahler ควบคุมวงในปีนั้นๆเองเลยด้วยซ้ำครับ

Staatskapelle Dresden ซึ่งเป็นวงดนตรีเก่าแก่ของเยอรมัน ที่ขึ้นชื่อเรื่อง "Dark German Sound" เสียงเครื่องสายจะมีความหนา และลึกมาก ไม่สว่างจ้าเหมือนวงอเมริกัน ผมว่ามันเป็นผลมาจากการรักษาประเพณีการบรรเลงโอเปร่าของเยอรมันมาอย่างยาวนานครับ

Czech Philharmonic โดดเด่นมากในกลุ่มเครื่องเป่าลมไม้ (Woodwinds) ที่ยังมีสำเนียงและโทนเสียงแบบโบฮีเมียน (Bohemian sound) ที่มีความเป็นพื้นบ้าน อบอุ่น และมีชีวิตชีวา ต่างจากเสียงลมไม้ที่เรียบร้อยและเนี้ยบของวงในยุโรปตะวันตก และเรื่องสำเนียงนี้แหละทำให้เสียงโดยรวมของวงแตกต่างเลยครับ

Royal Concertgebouw Orchestra เอกลักษณ์คือความโปร่งแต่ไม่ใช่สว่าง นักวิจารณ์มักเปรียบเปรยว่าเครื่องสายของวงนี้เสียงเหมือน "กำมะหยี่" เครื่องทองเหลืองเหมือน "ทองคำ" และเครื่องลมไม้มีสำเนียงจำเพาะตัวที่ประสานกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผมคิดว่าสิ่งที่มีส่วนในเสียงของวงที่มีเอกลักษณ์ก็คือ นักดนตรีในวงที่สืบทอดเสียงและสำเนียงมาไปไร้รอยต่อ และอีกเรื่องคือ Hall ครับ เป็น Hall ที่เป็นห้องกล่องสี่เหลี่ยมที่มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์มากที่ทำให้นักดนตรีต้อง "ปรับตัวเข้าหา" ห้องแสดงครับ ผมเคยได้มีโอกาสเล่นใน Hall นี้ตอนปี 1998 ก็เลยพอจะทราบว่า "เสียง" ที่เกิดจาก Hall นี้ต้องใช้วิธีการเล่นอีกแบบ นักดนตรีต้องปรับตัวพอสมควรเลยครับ

การที่วงดนตรียุคนี้มี "ความเนี้ยบ ไร้ที่ติ (Flawless)" แต่อาจจะขาดจิตวิญญาณเฉพาะตัวไปบ้าง มันทำให้อรรถรสในการฟังสดหรือการฟังซีดีของคุณลดลงไปไหม? คุณคิดว่าระหว่าง "Vienna Philharmonic" ที่ยังรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิม กับ "Berlin Philharmonic" ที่ยอมรับความเป็นโลกาภิวัตน์และไฮเทคเต็มตัว วงไหนมีแนวโน้มจะอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่ากันในศตวรรษที่ 21 นี้? เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ คิดกันยังไงครับ

สุดท้ายไม่มีผิดและมีถูกสำหรับเรื่องเสียงและสำเนียงนะครับ มันคือแค่ข้อสังเกตของผมเอง เท่านั้นเอง

ภาพวง BSO ปี 2004 เดือนมีนาคม ตอนผมเล่น Haydn Concert กับ Maestro Yazaki ครับ

ที่อยู่

Bangkok Yai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดนตรี Classic บันลือโลกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท