20/12/2020
ขอบคุณ Noisewriter มากๆครับ
Shade&Shadow : คอนเสิร์ตวันโลกแตก ของคนอยากปลดปล่อย @ Nineteens Up
เป็นครั้งแรกที่ผมมาที่ร้าน Nineteen Ups ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน คอนเสิร์ตวันโลกแตก นี้พอดี สถานที่จัดเป็นชั้นบนของร้านที่สมกับคำว่า 'Shade and Shadow' มากๆ กับห้องที่ปิดทึบเพื่อให้แสงจากโปรเจกเตอร์ฉายภาพ visual ลงบนผนังด้านหลังศิลปินพอดี หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือฉายลงบนตัวศิลปินบนเวทีเลยนี่แหละ บริเวณคนดูจึงเหมือนมีแต่ความมืดที่ช่วยขับเน้นให้แสงจากโปรเจกเตอร์มีความชัดขึ้น คือมืดจนแทบมองไม่เห็นหน้าคนดูคนอื่นเลยจริงๆ
DOGWHINE
เป็นเวลาประมาณสองทุ่มสิบที่วง Dogwhine วง Experimental Rock กลิ่นอายแจ๊ซที่คนน่าจะคุ้นเคยกันพอสมควร (อาจจะมีแค่สีผมที่ยังไม่คุ้นเคยเท่าไหร่) การยืนเรียงกันห้าคนเป็นแนวเดียวกันตรงหน้าเวทีทำให้เกิดภาพเงาทอดบนกำแพงที่ดูเท่ห์เอาเรื่อง ยิ่งกับวิชวลสุดเพี้ยนที่เต็มไปด้วยรูปหมาในอิริยาบถสุดครีเอทหลากหลายรูปแบบยิ่งส่งเสริมความติสท์แบบดิบๆ อย่างบอกไม่ถูก สำหรับเพลงที่นำมาเล่นก็จัดเต็มบทเพลงจากอัลบั้มที่ออกเมื่อปลายปีที่แล้ว 'Apologise for the Monument', 'Leader', 'Unemployment', 'Symphony Song', 'Dog of God', 'Democrazy' รวมถึงเพลงใหม่สองเพลงที่มีเพลงนึงเน้นความพังค์ดิบๆ ส่วนอีกเพลงมีจังหวะสวิงและเน้นเสียงแซกโซโฟนมากกว่า (ส่วนตัวชอบเพลงนี้) เพลงปิดท้ายเป็น 'Democrazy' ที่นักร้องลงมาแผลงฤทธิ์ด้านล่างเวทีและปิดท้ายโชว์ด้วยการชูสามนิ้วพร้อมประกาศกร้าว "ศักดินาจงพินาศ" ซึ่งก็สอดรับกับธีมงานที่จะนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กลุ่มศิลปะปลดแอกจริงๆ
Yooze
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ดูวงนี้ ซึ่งก็ประทับใจพอสมควรกับความดุดันสไตล์ Alternative Rock ที่แน่นไปหมดทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรีชิ้นไหน แถมยังมีการร้องที่ชัดถ้อยชัดคำฟังและร้องตามได้ง่าย เพลงที่พอจำได้คือเพลงเปิดสุดเดือด 'คู่ขนาน' กับเพลง 'สลาย' และ 'She' ทุกเพลงที่กล่าวมาผมเคยฟังจากช่องทางสตรีมมิ่งแต่ความชอบนี่ยกระดับขึ้นไปหลายเท่าตัวมากเมื่อได้มาดูจริงๆ หลังจบเพลง 'She' วงก็เริ่มเกริ่นถึงอัลบั้มต่อไปที่จะเน้นความเดือดมากขึ้น ซึ่งวงเองก็จัดให้อย่างไม่รอช้า กลิ่นอายเชื่องช้าแบบ Post-Rock ที่เคยมีอยู่ในเพลงก่อนๆ หายไปหมดพร้อมกับจังหวะที่รัวเร้าใจมากขึ้น รวมถึงช่วงสุดประทับใจที่ทิ้งคนดูให้อยู่ในทะเลของเสียงสะท้อนของกีต้าร์ (ขออภัยที่ไม่รู้จักชื่อเพลงนี้ แต่ชอบมาก) ในความเดือดก็ยังมีลูกเล่นของการทดลองต่างๆ ที่เสริมให้วงมีหลายมิติมากขึ้น เรียกได้ว่าประทับใจมากๆ แม้จะรู้จักชื่อแค่ไม่กี่เพลงก็ตาม
NUMAN Music
การแสดงสดของวงสไตล์ Math Rock นั้นเป็นอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ และถ้าพูดถึงวงไทยแล้ว ชื่อของ Numan ก็เป็นชื่อหนึ่งที่ตอบโจทย์ของการฟังเพลงสายนี้ได้ในทุกครั้งที่ดู หลังจากเพลงแรกที่เหมือนเสียงกีต้าร์ยังเบาไปหน่อย ก็เริ่มเข้าที่ในเพลงที่สอง 'Safe Street' ที่มีจังหวะชวนโยกขึ้นมาอย่างชัดเจน มองไปทางฝั่งคนดูก็เริ่มเห็นว่าทั้งหมดล้วนถูกตรึงไว้กับเมโลดี้ที่พริ้วไหวและรวดเร็วของเพลงนี้ไปพร้อมๆ กัน ภาพวิช่วลที่ฉายก็สอดรับด้วยภาพของชุดตัวเลขจำนวนมหาศาลที่ถ่ายทอดลงบนทั้งตัวศิลปินและกำแพงด้านหลัง เพลงที่นำมาเล่นนั้นคละจากทั้งสองอัลบั้มในสัดส่วนพอดิบพอดี ซึ่งเพลงในอัลบั้มใหม่อย่าง 'Wish We Were on Vacation' ที่มีคำร้องประกอบก็โดดเด่นขึ้นมาอย่างสังเกตได้ หันไปสังเกตปฏิกิริยาคนดู(อีกแล้ว) ก็รู้สึกว่าลีลาของ Numan ในวันนี้ตราตรึงจริงๆ หรืออาจจะด้วยสถานที่และรูปแบบงานที่ต่างออกไปทำให้ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรกของหลายๆ คนที่ได้ฟังวงนี้ ยังไงก็เถอะ เมื่อได้ดูซักครั้งนึงก็ไม่มีวันลืมแล้วล่ะ
INSPIRATIVE
มาถึงวง Post-Rock ที่เป็นที่รอคอยของหลายๆ คนที่เปิดมากับเสียงคลื่นที่บอกใบ้ว่าเพลงแรกก็คือ 'อุโมงค์เวลา' ที่ดำดิ่งในอารมณ์ด้วยการเว้นช่องว่างในการร้องระหว่างท่อน ให้ความเงียบได้ทำหน้าที่ของมัน น่าเสียดายที่มีเสียงคุยจ๊อกแจ๊กจากคนดูอยู่บ้างในช่วงนี้ หลังจบเพลงที่สองที่มีจังหวะกลองอันทรงพลัง (ถ้าจำไม่ผิดคือเพลง 'Basket Count, One Throw') วงก็หยิบผ้ายันต์ลายหมุดคณะราษฏรออกมาและโยนเข้าไปในความมืดของกลุ่มคนดู (ใช่ มันมืดจริงๆ) สานต่อด้วยเพลงส่วนหนึ่งจากอีพีล่าสุดที่ออก inertia Pt.2 กับเพลง 'พื้นที่ว่าง' ที่มีวิช่วลธีมธรรมชาติเป็นภาพประกอบ แม้จำนวนเพลงที่วงเล่นในวันนี้จะไม่ได้เยอะเท่าไหร่ (6 เพลง) แต่พลังที่ส่งทอดมาก็ยังคงเต็มอิ่มตอบสนองผู้คนที่มาในวันนั้นได้อย่างเพียบพร้อม ตอนที่วงเล่นเสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว คนดูบางส่วนเริ่มทยอยกลับไปอาจจะเนื่องด้วยภาระงานที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้
PLOT
ก่อนที่นักร้องนำจะขึ้นมาบนเวที สมาชิกคนอื่นๆ ของ Plot ที่เสริมตำแหน่งคีย์บอร์ดด้วยเต๊นท์จาก Summer Dress ก็เล่นอินโทรเพลง '5 ปี' รออยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งก็เป็นการวอร์มอัพคนดูที่หน้าเวทีที่ขยับโยกตัวกันอย่างบ้าคลั่งตั้งแต่เขาเริ่มร้องประโยคแรก ต่อด้วยเพลง 'มาดามอโศก' ที่เสียงร้องตามดังสนั่นจนต้องซ้ำสองรอบ เช่นเดียวกับหลายๆ เพลงที่โดยปกติจะยาวแค่ประมาณสองนาที ('ให้แม่และคุณ' กับ 'ไม่สนิทอย่าเล่น') ที่ถูกยืดให้ยาวขึ้นเพื่อความจุใจของคนดู เพลงที่นำมาเล่นก็กวาดมาหมดจากทั้งอัลบั้ม ANON โดยในช่วงกลางๆ ที่อัดไปด้วยเพลงโรแมนติก? อย่าง 'ให้แม่และคุณ' และ 'เพราะคุณเราเขียน' ก็เสริมด้วย 'คุณ, คนรัก' (ที่ออกในชื่อ JITIVI) ในช่วงท้ายเหมือนเป็นช่วงรวมความเดือดตั้งแต่เพลง 'ไม่สนิทอย่าเล่น' 'เสียงแสง' ไปจบที่ 'หยาบและห้าว' ที่ไม่ใช่ตอนจบจริงๆ ตามการเรียกร้องจากคนดู ทำให้ได้ยินเพลง '5 ปี' อีกรอบที่เป็นทั้งเพลงเปิดและเพลงส่งท้าย พลังงานที่พลุ่งพลานและความพังค์ที่ได้จากโชว์ของ Plot นี้คงจะอยู่กับคนดูอย่างเราต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าวงไม่หยุดเล่นไปซะก่อนน่ะนะ