Jaroenta Art Gallery

Jaroenta Art Gallery Contemporary &Old-master art dealer and also supported Thai artists who continuously work to be known

❌SOLD❌ศิลปิน: อาจารย์ สะอาด ถนอมวงศ์ เทคนิค:สีนำ้มันบนผ้าใบ ขนาด: 30x40 cm (เฉพาะรูป)ปี :1974
15/04/2026

❌SOLD❌
ศิลปิน: อาจารย์ สะอาด ถนอมวงศ์
เทคนิค:สีนำ้มันบนผ้าใบ
ขนาด: 30x40 cm (เฉพาะรูป)
ปี :1974

อ.สวัสดิ์ ตันติสุข (24 เมษายน พ.ศ. 2468 – 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552) ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2534...
20/03/2026

อ.สวัสดิ์ ตันติสุข (24 เมษายน พ.ศ. 2468 – 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552) ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2534 ราชบัณฑิตสำนักศิลปกรรมประเภทวิจิตรศิลป์ สาขาจิตรกรรม อาจารย์สวัสดิ์เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญ ผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่ของประเทศ มีผลงานจิตกรรมดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะทั้งในอดีตและปัจจุบัน ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานกว่า 65 ปี การบุกเบิกงานจิตรกรรมที่สำคัญ คือ ได้สร้างสรรค์ผลงานจากแบบที่เป็นรูปธรรมเข้าสู่แบบนามธรรมซึ่งมีผลต่อพัฒนาการด้านจิตรกรรมของศิลปินรุ่นหลังเป็นอย่างมาก ทำให้ศิลปินไทยประสบความสำเร็จในวงการศิลปะนานาชาติ และยังได้อุทิศตนให้กับการสอนและการเผยแพร่ศิลปะโบราณและสมัยใหม่ให้แก่นักศึกษาในสถาบันการศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้ร่วมแสดงผลงานในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ศิลปะนานาชาติ และการแสดงศิลปะอื่น ๆ มากมายจนถึงปัจจุบัน ผลงานศิลปะและวิชาการทางศิลปะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในทางสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก

ผลงานศิลปินแห่งชาติ อาจารย์ สวัสดิ์ ตันติสุข
เทคนิค : ปากาบนกระดาษ
ขนาดผลงาน : W24 x H 25 cm.
ขนาดงานรวมกรอบ: W68.5 x H 68.5 cm.

อินสนธิ์ วงค์สามศิลปินผู้เป็นตำนานการสร้างสรรค์งานศิลปะของศิลปินนั้นมีองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยเสริมให้ผลงานมีคุ...
19/03/2026

อินสนธิ์ วงค์สาม
ศิลปินผู้เป็นตำนาน
การสร้างสรรค์งานศิลปะของศิลปินนั้นมีองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งที่ช่วยเสริมให้ผลงานมีคุณภาพคือ ประสบการณ์ ได้แก่ ประสบการณ์ชีวิตและประสบการณ์ศิลปะ ศิลปินต้องสั่งสมประสบการณ์ทั้งสองประเภทไว้ เป็นเชื้อเพลิงที่ช่วยให้เกิดพลังสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ศิลปินจะต้อง มีจินตนาการ ในโลก แห่งนามธรรมที่สามารถแปรเป็นรูปธรรมด้วยกลวิธีทางศิลปะที่ตนถนัดและเชียวชาญ ประการสุดท้ายศิลปินต้องมี ปัญญา ที่แยบยลพอที่จะประมวลประสบการณ์ จินตนาการให้เป็นศิลปกรรมที่แสดงให้เห็นความรู้สึกนึกคิดของตนออกมาได้อย่างมีคุณภาพ
อินสนธิ์ วงค์สาม เป็นศิลปินร่วมสมัยของไทยที่คุณสมบัติดังกล่าวทุกประการ เฉพาะประสบการณ์ชีวิตและประสบการณ์ทางศิลปะนั้น อินสนธิ์ได้ผ่านมาแทบทุกรูปแบบเป็นวลาหลายสิบปี ยากที่ศิลปินไทยคนใดจะเสมอเหมือน จนกล่าวได้ว่า ชีวิตอินสนธิ์เป็นตำนานในวงการศิลปะไทย

อินสนธิ์เริ่มสั่งสมประสบการณ์ด้วยการเดินทางจากซีกโลกตะวันออกไปตะวันตกด้วยจักรยานยนต์ หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากรในปี พ.ศ.๒๕๐๔ ค.ศ. 1961) เพื่อไปศึกษาและหาประสบการณ์ทางศิลปะที่ประเทศอิตาลีซึ่งเป็นศูนย์กลางของศิลปะสำคัญของตะวันตกและถิ่นกำเนิดของอัจฉริยะศิลปินอย่าง มีเกลันเจโล บูโอนาร์โรตี(Michelangelo Buonarroti:1475-1564) เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci-1452-1519) รวมทั้งศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (Corrado Feroci:1892-1962)อาจารย์ ของอินสนธิ์ การเดินทางข้ามประเทศเมื่อเกือบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาไม่ง่ายเหมือนทุกวันนี้ ยิ่งยากลำบากมากขึ้นเมื่อขาดปัจจัยสำคัญในการเดินทางสอง อย่างคือ เงินและความรู้เรื่องภาษาต่างประเทศ แต่ทั้งสองสิ่ง ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับอินสนธิ์เพราะเขาคิดว่า เงินนั้นสามารถหาได้หากมีฝีมือและมีปัญญา ส่วนเรื่องภาษานั้น “ภาษา..(หมา)เรียนได้..” ในเมื่อเขาเป็นคนทำไมจะเรียนรู้ภาษาของคนด้วยกันไม่ได้
การเดินทางและการแสวงหา
การเดินทางไปประเทศอิตาลีของอินสนธิ์ต่างจากคนอื่นซึ่งสมัยนั้นคือมักเดินทางด้วยเรือโดยสารรอนแรมไปในทะเลนานนับเดือน แต่อินสนธิ์ต้องการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ สร้างความตื่นเต้นให้เพื่อนฝูงและผู้คนใน ขณะนั้นอย่างมาก เพราะโลกในอดีตนั้นใหญ่โตกว้างขวาง ยากที่จะเดินทางข้ามโลกได้เพียงลำพัง แต่สิ่งเหล่านี้ไมใช่เรื่องใหญ่เกินความมุ่งมั่นของอินสนธิ์ เขาเสนอความคิดการเดินทางข้ามโลกด้วยจักรยานยนต์แก่ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์จากอิตาลีในประเทศไทยบริษัทหนึ่งว่า หากมอบรถจักรยานยนต์สกูตเตอร์(Lambretta Scooter) ให้แก่เขาคันหนึ่งเขาจะขับจากประเทศไทยไปถึงประเทศอิตาลี ความคิดของอินสนธิ์ได้รับการตอบสนองด้วยดี เขาได้รับรถจักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์ตามต้องการ หลังจากนั้นเขาก็เอาความคิดนี้ไปเสนอบริษัทผู้ผลิตน้ำมัน เพื่อขอเติมน้ำมันฟรีตลอดการเดินทาง ซึ่งก็ได้รับการตอบสนองด้วยดีเช่นเดียวกัน ดังนั้นปัญหาเรื่อง ยานพาหนะในการเดินจึงหมดไป แต่ยังมี ปัญหาเรื่องเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวระหว่างการเดินทาง ซึ่งอินสนธิ์แก้ปัญหาด้วยการนำผลงานภาพพิมพ์ของเขามากกว่า 500 ชิ้นติดตัวไปเพื่อจัดแสดงและจำหน่ายหาเงินมาเป็น คำใช้จ่ายในการเดินทาง
หลังจากวางแผนและตระเตรียมทุกอย่างพร้อมอินสนธิ์ก็ออกเตินทางจากกรุงเทพฯในปีพ.ศ.๒๕๐๕ ด้วยรถสกู๊ตเตอร์ไปปีนัง ประเทศมาเลเซียเพื่อลงเรือ ไปขึ้นที่เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย จากนั้นเดินทางไปตะวันตกเรื่อยๆ จนถึง กรุงนิวเดลล์ เมืองละฮอร์(Lahore)เมืองการาจี ปากีสถาน กรุงเตหราน ประเทศอิหร่าน นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี และ กรุงเอเธนส์ประเทศกรีซ และอาศัยอยู่กับชาวประมงบนเกาะคอร์ฟู(Corfu) ประมาณ 5 เดือนเพื่อสร้างงานภาพพิมพ์แม่พิมพ์ไม้ชุดใหม่ เพื่อเป็นปัจจัยในการเดินทางต่อไป ตลอดการเดินทางอินสนธิ์ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ แต่ในที่สุดเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ

การเดินทางของอินสนธิ์เสมือนการไปนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในนครแห่งศิลปะ เพื่อชื่นชมศิลปกรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลกตามสถานที่ต่างๆระหว่างที่อยู่ในอิตาลีอินสนธิ์ได้จัดแสดงผลงานที่เมืองฟลอเรนซ์และเดินทางไปจัดแสดงผลงานที่เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย และนครซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์หลายครั้ง ในปี พ.ศ.๒๕๐๖ อินสนธิ์เดินทางไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสขณะที่แทบไม่มีเงินติดตัวเลย เขาพำนักและทำงานในกรุงปารีสอยู่ระยะหนึ่ง และมีโอกาสเข้าศึกษาศิลปะเพิ่มเติมที่ L Ecole Nationale Superieure des Arts Decoratifs จนถึง พ.ศ. ๒๕๐๙ อินสนธิ์จัดแสดงงานศิลปกรรม(Haut Pave Gallery ซึ่งประสบความสำเร็จพอสมควร ทำให้เขามีทุนพอที่จะเดินทางไปแสวงหาประสบการณ์ในประเทศตะวันตกที่ยิ่งใหญ่ คือ สหรัฐอเมริกา
อินสนธิ์เดินทางไปถึงนครนิวยอร์ก ขณะที่มีเงินเหลืออยู่ในกระเป๋าเพียงหนึ่งดอลลาร์เท่านั้น แต่เงินไม่เป็นปัญหา เพราะหลายปีในต่างแดนทำให้เขาเรียนรู้ว่าการหาเงินไม่ใช่เรื่องยาก ในที่สุดอินสนธิ์ก็สามารถสร้างสตูดิโอที่หมู่บ้านตะวันออก (East Village) ได้สำเร็จ เขาพำนักอยู่ในนครนิวยอร์กประมาณ ๖ ปี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่ Atlantic Highlands มลรัฐนิวเจอร์ซี(New Jerseyอินสนธิ์ใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกาประมาณ ๗ ปี (พ.ศ.๒๕๑๐ – ๒๕๑๗ ) เขาได้รับประสบการณ์ที่มีค่าอย่างยิ่ง ได้เรียนรู้ว่าการมีชีวิตอยู่ในโลกทุนนิยมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและค่าครองชีพสูงนั้นยากลำบากเพียงไร แต่อินธิ์สนก็เอาตัวรอดได้ด้วยความสามารถรอบตัวของเขา ตั้งแต่ทำเครื่องโลหะ เช่น เครื่อง เงิน เครื่องทองเหลืองจำหน่าย โดยใช้ความรู้และ ฝีมือช่างทองที่สืบทอดมาจากพ่อและทีนานทางศิลปะที่ดีซึ่งได้รับมาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ทำให้อินสนธิ์มีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ยากลำบากนัก แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบบีบคั้นของเมืองใหญ่ทำให้เขาเห็นว่า ถ้าอยู่ต่อไปโนโลกที่แล้งน้ำใจ คงไม่เป็นผลดีต่อจิตใจที่อ่อนไหวของเขา อินสนธิ์จึงตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนนานกว่าสิบปี สิ่งที่อินสนธิ์นำติดตัวกลับมาคือ ประสบการณ์ชีวิตและประสบการณ์ศิลปะ โดยปราศจากทรัพย์สินและเงินทอง อินสนธิ์กล่าวว่า “..เมื่อไปมือเปล่า ก็กลับมามือเปล่า..”

ผลงานศิลปินแห่งชาติ อาจารย์ อินสนธิ์ วงศ์สาม
เทคนิค : ภาพพิมพ์ พิมบนผ้าไหม
ปี : 2016
ขนาดผลงาน : W183 x H 70 cm.
ขนาดงานรวมกรอบ: W 211 x H 97 cm.

Artist : Vichit NongnualTitle:Blue of dreamMedium:Mix mediaSize : 160 cm.(diameter)           #ททท  #ท่องเที่ยวทั่วไทย  ...
20/01/2026

Artist : Vichit Nongnual
Title:Blue of dream
Medium:Mix media
Size : 160 cm.(diameter)
#ททท #ท่องเที่ยวทั่วไทย #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

๕ ธันวาคม สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 🙏
05/12/2025

๕ ธันวาคม
สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 🙏

มาชมงานและมาร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนหมี วัฒนพล กิจบุรินทร์ At MeArt Gallery presentDaughter of the Great Mountain — ลู...
30/10/2025

มาชมงานและมาร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนหมี วัฒนพล กิจบุรินทร์
At MeArt Gallery present
Daughter of the Great Mountain — ลูกสาวของขุนเขา
Solo Exhibition by Wattanapon Kitburin
30 Oct 2025 - 16 Nov 2025
at MeArtGallery R250., 2nd Fl.
River City Bangkok

: Daughter of the Great Mountain

This exhibition, "Daughter of the Great Mountain,"
tells a story of longing, care, and affectionate sorrow I have for our daughter, our little dog Su-Su-Pe
My wife found her at a military camp on a Japanese war film set in Sattahip Naval Base when she was just a month old. We bonded as a family—a father, a mother, and a daughter—and those were the most beautiful days of our lives.
But time in our lives passes as quickly as the blink of an eye, or the fleeting moment a tiny insect flutters its wings. No one ever warns you that everything will pass like a gust of wind, catching you off guard, without a chance to hold on to anything.
Four years ago, on January 10th, I lost my father to cancer. My whole family was unprepared, or perhaps it was just me who refused to understand the situation.
On January 10, 2024, our 14-year-old daughter—an old dog with wobbly hind legs—wandered away from home, and we never saw her again.
Since that day, besides crying, we’ve done everything imaginable, everything we possibly could to find her. But it was all in vain.
I couldn't paint, couldn't live normally. Sometimes, even breathing felt painful—not physically, but in my soul. I shattered into a thousand tiny pieces of glass, scattered and blown away by the wind.
Today, time has helped a little. We no longer cry so often.
"Daughter of the Great Mountain" is like a story of the last five years we shared together in our little home by the Nan River. We would huddle together under thick blankets on cold days, climb mountains, play in the river, run through rice fields, and simply love and care for her in her final years.
Thank you for coming to love me, and for teaching a father how to love

วันนี้เดินสายชมงานศิลป์🚶‍♀️🚶‍♀️🎨✍🏻
30/10/2025

วันนี้เดินสายชมงานศิลป์🚶‍♀️🚶‍♀️🎨✍🏻

มาชมงานของน้องSuntod ยินดีด้วยนะค่ะ
30/10/2025

มาชมงานของน้องSuntod ยินดีด้วยนะค่ะ

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย 🤍                                            ขอถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม...
25/10/2025

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย 🤍 ขอถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 🤍🙏🏼

ธ.สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ ๑๓ ตุลาคม 🙏💛
13/10/2025

ธ.สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ ๑๓ ตุลาคม 🙏💛

มณเฑียร บุญมา ผู้บุกเบิกงานศิลปะร่วมสมัยของไทย ในเดือน สิงหาคมปี 2020 นี้ เป็นวาระครอบรอบ 20 ปี การจากไปของศิลปินร่วมสมั...
06/10/2025

มณเฑียร บุญมา ผู้บุกเบิกงานศิลปะร่วมสมัยของไทย

ในเดือน สิงหาคมปี 2020 นี้ เป็นวาระครอบรอบ 20 ปี การจากไปของศิลปินร่วมสมัยคนสำคัญที่สุดของเมืองไทย ศิลปินผู้นั้นมีชื่อว่า
มณเฑียร บุญมา
ศิลปินร่วมสมัยชาวไทย ที่มีผลงานร่วมแสดงในนิทรรศการศิลปะและเทศกาลศิลปะที่โดดเด่นในระดับนานาชาติมากมายหลายแห่งในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่
แรกเริ่มเดิมที หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาจิตรกรรม จากมหาวิทยาลัยศิลปากรในปี 1978 มณเทียรได้เดินทางไปศึกษาต่อในสาขาประติมากรรมที่สถาบัน École nationale supérieure des beaux-arts และกลัมมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่สาขาจิตรกรรม ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ในช่วงนี้ มณเฑียร เปลี่ยนจากการทำงานจิตรกรรมสองมิติ หันมาเขามุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม สื่อผสม ศิลปะจัดวาง ที่ใช้วัสดุธรรมดาสามัญ หรือวัสดุพื้นบ้านที่หาได้จากธรรมชาติ อย่างดิน ขี้เถ้า ฟางข้าว และเศษวัสดุเหลือใช้ต่างๆ มาทำงานศิลปะ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากกระแสเคลื่อนไหวทางศิลปะอาร์เต้ โพเวร่า (Arte Povera) ในอิตาลี ที่หยิบเอาวัสดุที่ไร้คุณค่าไร้ราคาที่มีอยู่เกลื่อนกลาดดาษดื่นทุกหนทุกแห่ง รวมถึงเก็บตกของเก่า ของเหลือใช้ และชำรุดทรุดโทรม มาทำงานศิลปะ หากแต่เขาพัฒนา ต่อยอดความคิด จนกลายเป็นรูปแบบทางศิลปะอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สะท้อนแนวความคิดเกี่ยวกับธรรมชาติ สังคม และการรุกคืบของอุตสาหกรรม ภายใต้การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของไทยหลักในช่วงทศวรรษที่ 90 ซึ่งนับเป็นงานศิลปะที่มีแนวทางก้าวล้ำนำหน้าในยุคสมัยนั้นเป็นอย่างมาก
แต่หลังจากที่ภรรยาของเขาป่วยด้วยโรคมะเร็ง เขาก็หันเหเข้าสู่กระบวนการคิดและการตั้งคำถามเชิงพุทธปรัชญาต่อความหมายของการเกิด มีชีวิต และความตาย และผสมผสานแนวคิดเกี่ยวกับสมุนไพรและสถานพยาบาลในลัทธิมหายานของอาณาจักรเขมรโบราณเข้ากับงานศิลปะร่วมสมัย เขาเป็นศิลปินไทยคนแรกๆ ที่ผสมผสานแนวทางศิลปะแบบคอนเซ็ปช่วลอาร์ตของตะวันตกเข้ากับปรัชญาตะวันออกและพุทธศาสนาได้อย่างลุ่มลึกและลงตัว
นอกจากบทบาทการเป็นศิลปิน มณเฑียรยังมีบทบาทอันโดดเด่นในฐานะอาจารย์สอนศิลปะที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ริเริ่มแนวทางการสอนศิลปะโดยเน้นแนวความคิดที่ชัดเจนและมีเหตุผล เปิดโอกาสให้นักศึกษาค้นคว้าเพื่อหาแนวทางความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ศิลปะ
และยังเปิดกว้างต่อการทดลองของนักศึกษา โดยสามารถนำเอาวัสดุหรือเรื่องราวใกล้ตัวมาประกอบสร้างและตั้งคำถามให้เป็นงานศิลปะได้ ลูกศิษย์หลายคนของเขาได้รับการถ่ายทอดอิทธิพลทางความคิดจากมณเฑียรและก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น นาวิน ลาวัลย์ชัยกุล, ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์, โฆษิต จันทรทิพย์, มนตรี เติมสมบัติ ฯลฯ
นอกจากนั้น มณเฑียรยังเป็นผู้สนับสนุนและผลักดันให้นักศึกษาและเพื่อนอาจารย์ได้รวมตัวกันสร้างกิจกรรมทางศิลปะอย่าง “เทศกาลเชียงใหม่จัดวางสังคม” ที่มีความเชื่อมโยงกับชุมชนและก้าวออกจากพื้นที่หอศิลป์มาแสดงในพื้นที่สาธารณะของเชียงใหม่ในช่วงปี 1992-1995 จนกลายเป็นหมุดหมายสำคัญอันหนึ่งของวงการศิลปะร่วมสมัยของไทยไปในที่สุด
หลังจากที่ภรรยาของเขาเสียชีวิต มณเฑียรได้ย้ายไปเป็นอาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษให้กับหลายมหาวิทยาลัย และมีส่วนร่วมในการสร้างบุคลากรทางศิลปะมากมาย และสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับคนในวงการศิลปะอย่างสูงในเวลาต่อมา
ด้วยระยะเวลากว่า 20 ปีในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ มณเฑียร บุญมา อุทิศแรงกายแรงใจให้กับการทำงานศิลปะและตระเวนแสดงงานศิลปะทั้งในและต่างประเทศมากมาย แม้กระทั่งในยามที่ป่วยหนักและร่างกายไม่เอื้ออำนวยเขาก็ยังคงมุ่งสร้างผลงานศิลปะจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต มณเฑียร บุญมา จากโลกนี้ไปในวันที่ 17 สิงหาคม 2000 ด้วยวัยเพียง 47 ปี นับเป็นความสูญเสียอย่างยิ่งของวงการศิลปะร่วมสมัยของไทยและสากล

ศิลปิน: อาจารย์ มณเทียร บุญมา
เทคนิค: ภาพพิมพ์
ขนาด: 18×28.ซม.
ปี คศ.1969

ที่อยู่

Amphoe Bang Yai

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:30
อังคาร 09:00 - 20:30
พุธ 09:00 - 20:30
พฤหัสบดี 09:00 - 20:30
ศุกร์ 09:00 - 20:30
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:30

เบอร์โทรศัพท์

+66899826488

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Jaroenta Art Galleryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Jaroenta Art Gallery:

แชร์

ประเภท