Good Old Days Good Old Days
วันเก่าๆ ที่ยังคิดถึง
ตอน ตามรอยเส้นทางวัฒนธรรมไทยจีน ศาลลูกศร ลพบุรี

💛โพสต์นี้ Good Old Days อยากจะขอบคุณเหล่าเพื่อนร่วมทาง ที่มาอยู่ด้วยกัน บางคนช่วยงานตั้งแต่ก่อนเริ่มอีเว้นท์ บางคนช่วยมา...
28/04/2026

💛โพสต์นี้ Good Old Days อยากจะขอบคุณเหล่าเพื่อนร่วมทาง ที่มาอยู่ด้วยกัน บางคนช่วยงานตั้งแต่ก่อนเริ่มอีเว้นท์ บางคนช่วยมาปรุงบรรยากาศให้สนุก บางคนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการประสานงานทั้งหมด และอีกหลายๆ คนที่มีส่วนร่วมช่วยกันทำให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์แห่งนี้ขึ้นมาในลพบุรี
แม้งานอีเว้นท์จบไปแล้วแต่งานนิทรรศการในศาลลูกศรจะอยู่ต่อไป ทุกคนยังสามารถไปเยี่ยมชมกันได้นะครับ เช่นเดียวกับเครือข่ายของคนรุ่นใหม่และรุ่นก่อนที่จะค่อยๆ เติบโตไปด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ภายใต้ร่มเงาของวัฒนธรรมท้องถิ่น

#ศาลลูกศร #ลพบุรี #คนรุ่นใหม่คืนถิ่น

เก็บตกบรรยากาศงานแห่เจ้าศาลลูกศรด้วยม้วนฟิล์ม 🪭🎞️เขาว่ากันว่าภาพในฟิล์มมันมีเวทมนตร์เก็บลมหายใจของช่วงเวลาได้🌊🫧   #แห่เจ...
18/04/2026

เก็บตกบรรยากาศงานแห่เจ้าศาลลูกศรด้วยม้วนฟิล์ม 🪭🎞️
เขาว่ากันว่าภาพในฟิล์มมันมีเวทมนตร์เก็บลมหายใจของช่วงเวลาได้🌊🫧

#แห่เจ้า #ศาลลูกศร #ลพบุรี #คนรุ่นใหม่คืนถิ่น

“มันก็ต้องเปลี่ยน มันก็ต้องทำตามคนที่ยังอยู่ชอบ มันถึงจะมีความสุข ถ้าการไปไม่ต้องโดนบังคับว่าจะต้องทำ ‘อันนี้’ แต่ ‘อันน...
16/04/2026

“มันก็ต้องเปลี่ยน มันก็ต้องทำตามคนที่ยังอยู่ชอบ มันถึงจะมีความสุข ถ้าการไปไม่ต้องโดนบังคับว่าจะต้องทำ ‘อันนี้’ แต่ ‘อันนี้’ มันคือเราชอบ อย่างไรเราก็ทำ”
ลูกสาวคนโต

พี่ต้าเป็นลูกสาวคนโตของน้องชายสองคน เติบโตมาในบ้านที่เป็นร้านขายเสื้อแถวหน้าวังฯ ตั้งแต่เด็กๆ ป๊าและแม่ เป็นลูกหลานคนจีน แม่แซ่ลิ้ม พ่อแซ่เอี๊ยะ ทั้งคู่พบรักกันที่กรุงเทพฯ ก่อนย้ายถิ่นฐานกลับมาทำงานในลพบุรี

พี่ต้าเล่าบรรยากาศในครอบครัวว่า ป๊าเป็นคนชอบทำอาหาร ตั้งแต่พี่ต้ายังตัวเล็ก เขาจะชอบไปชะเง้อยืนดูป๊าทำอาหารอยู่บ่อยๆ ก็คงเหมือนกับเด็กทั่วไปที่ตื่นตาตื่นใจเวลาได้ดูพ่อหรือแม่หยิบนู่นนี่ลงกระทะ จนโตขึ้น หน้าที่ทำอาหารให้คนในบ้านก็สลับมาเป็นของพี่ต้า พี่ต้าบอกว่า ด้วยความเป็นพี่คนโตก็จะต้องช่วยดูแลน้อง การทำอาหารจึงเป็นหนึ่งในการดูแลคนในบ้านสำหรับพี่ต้าด้วยเช่นกัน
ป๊า-แม่ แอบห่วง

เวลาที่เรานึกถึงพ่อและแม่ บางครั้งใบหน้าของพวกเขาก็มักจะลอยมาคู่กับคำสอนที่กล่อมเกลาใส่หูลูกๆ ทุกวันตั้งแต่เด็ก เป็นคุณค่าที่พ่อแม่ยึดถือและอยากส่งต่อสู่ลูกๆ ไม่ว่าคำสอนนั้นจะถูกใจเราจนเอาไปใช้ต่อ หรือจะไม่โดนใจจนอยากวางลง

ในบ้านของพี่ต้า คำสอนจากความห่วงใยของป๊ายังคงทำงานกับการใช้ชีวิตของพี่ต้า ไม่ว่าจะเป็นการสอนให้พี่น้องรักกัน อยู่ร่วมกันให้ได้ อย่าทะเลาะกัน ถึงจะทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ป๊าก็มักจะสอนให้พยายามใช้ภาษาดอกไม้คุยกัน หรือจะเป็นการสอนเรื่องการจัดการเงินของบ้านให้เป็นระบบอย่าง ‘กงสี’ เพราะถึงจะขยันทำมาหากินจนหาเงินมาได้ แต่การรักษาและจัดเก็บเงินไม่ให้รั่วไหล รวมถึงใช้เงินอย่างประหยัด ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันในการใช้ชีวิตให้มั่นคง โดยเฉพาะพี่ต้า ที่เป็นสาวโสดของบ้าน ทำให้ป๊าและแม่ก็แอบอดเป็นห่วงอนาคตไม่ได้

“เขาก็อยากให้แต่งงาน แต่คือพี่ไม่ได้ชอบเรื่องอย่างนี้ เพราะเห็นรุ่นอา เขาก็เป็นสาวโสดเหมือนกัน เขาก็ใช้ชีวิตสบายลั้ลลา เราก็เลยคิดว่ามันก็โอเค

“ป๊าเขาก็ห่วงล่ะ อย่างพี่สาวโสด ถ้าอยู่แก่ไปมันจะลำบากหรือเปล่า ถ้าเราไม่ประหยัด เขาก็บอกให้ทำมาหากิน ขยันค้าขาย เก็บเงินบ้าง อย่าใช้เยอะ เวลาเดือดร้อนแล้วเดี๋ยวมันจะไม่มี”
กราบไหว้หนึ่งครั้ง ได้บุญสองเด้ง

ในบ้านหรือร้านของพี่ต้ามีความเชื่อที่ผสมทั้งไทยและจีนอยู่ในชีวิตประจำวัน ถ้าเดินเข้าไปในบ้าน แค่เพียงระยะสายตา ก็จะเห็นทั้งพระไทยตั้งเรียงรายกันอยู่เหนือหัว และ ศาลเจ้าจีน หรือที่เรียกว่า “ตี่จู้เอี๊ยะ” เทพผู้คุ้มครองบ้าน ตั้งอยู่ด้านล่าง แม้วันครบรอบวันตายของบรรพบุรุษมาถึง ครอบครัวของพี่ต้าก็จะไหว้เคารพในแบบจีน และ ตักบาตรในแบบไทย อย่างที่พี่ต้าได้บอกไว้

“ความต่าง คือ ไหว้แบบจีนก็เหมือนเราทำกับข้าวและได้กินด้วย แต่ถ้าใส่บาตรก็คือไปกับพระเลย”

เรียกได้ว่าในบ้านหลังนี้ ถ้าหากกราบไหว้หนึ่งครั้ง ก็เท่ากับได้บุญสองเด้งทั้งแบบไทยและจีนกันไปเลย
เช็งเม้ง = ความเชื่อค้ำชูใจ + เสน่ห์ของโมเมนต์

“เช็งเม้งดิ่ ได้เจอญาติ ญาติที่แยกย้ายกันไปอยู่ต่างจังหวัด เราก็สามารถกลับมาเจอกัน มันเหมือนเป็นกุศโลบายให้ญาติพี่น้องที่อยู่แยกย้ายกันไปกลับมาเจอกัน”

เช็งเม้ง คือ เทศกาลทรงจำแรกที่พี่ต้านึกถึงอย่างไม่ต้องคิด เรานั่งนึกระหว่างพูดคุยกับพี่ต้าว่าทำไม ‘เช็งเม้ง’ ถึงเป็นคำตอบแรก สิ่งที่สัมผัสได้คงแปลงออกมาเป็นสมการ ‘เช็งเม้ง = ความเชื่อค้ำชูใจ + เสน่ห์ของโมเมนต์’ สมการนี้อาจเกิดขึ้นกับบางบ้านของครอบครัวจีน แต่ที่แน่ๆ มันสามารถอธิบายงานเทศกาล ‘เช็งเม้ง’ ของครอบครัวพี่ต้าได้เป็นอย่างดี

เพราะเบื้องหลังของการทำเช็งเม้ง คือ เพื่อต้องการเคารพบรรพบุรุษ สักหนในหนึ่งปี และความเชื่อที่ว่าหากทำแล้วก็จะทำให้บ้านนั้นตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ การค้าก็จะรุ่งเรือง เหมือนที่ครอบครัวพี่ต้าเชื่อมาตลอด เมื่อนำมาผสมๆกับกุศโลบายแฝงของเทศกาลที่อาจไม่ได้ถูกบอกกันโต้งๆ เสน่ห์ของโมเมนต์ที่ไม่ต้องอาศัยความเชื่อ แต่อาศัยความรู้สึกและการปฏิบัติต่อกันของคนในครอบครัว ก็จะปรากฏขึ้นมาเอง

จริงๆแล้ว กลิ่นอายของวันเช็งเม้งนั้นจะออกมาหน้าตาแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับครอบครัวนั้นๆ ซึ่งของบ้านพี่ต้าถึงจะไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันมาก แต่ก็พูดได้ว่าเป็นบ้านที่แจกความรู้สึกสบายใจให้กันเมื่อพบหน้า พี่น้องช่วยเหลือกันดีแม้ต่างคนจะอยู่คนละทิศคนละทาง

“ถ้าอยู่ใกล้ๆกัน บางทีมีปากเสียงบ้างเป็นธรรมดา ลูกหลานไม่ได้เยอะมาก แต่ก็อบอุ่นไง เพราะว่ามันอยู่กันแบบสบายๆ”

ถึงแม้จะเป็นกลางหน้าร้อนในเดือนเมษา แต่ช่วงเวลาที่ได้นั่งกินข้าวด้วยกันก็สุกงอมและคุ้มค่าพอตัวแล้ว กับคำว่า ‘นานทีปีหน’

“มีความสุข คือ ได้เจอญาติ ได้คุยกัน นานๆจะได้มาเจอญาติกันเยอะๆ ก็ได้กินข้าวด้วยกัน คนจีน เรื่องกินก็เรื่องใหญ่เนอะ เวลาพี่ไปบ้านป้า คำแรกที่เขาถาม กินข้าวมารึยัง (หัวเราะ)”
ปรับให้เป็นเรา

“ก็แล้วแต่นะ ของบ้านพี่คือทำตามที่พวกเราชอบกิน เพราะถ้าเราทำอะไรที่เราไม่กินมันเสียดายไง”

แน่นอนพอยุคสมัยเปลี่ยน โลกเปลี่ยน วิถีชีวิตคนเปลี่ยน ทรัพยากรสำคัญๆ ที่เรามีอย่างเวลาและเงิน ก็ต้องคิดแล้วคิดอีกมากขึ้นว่าจะใช้มันอย่างไร ทำเอาอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ‘ถ้าหากเรายังอยากให้มีอยู่ อะไรเดิมๆ ที่ทำกันมายังตอบโจทย์อยู่ไหม’ หลายๆบ้านก็เริ่มปรับให้สะดวกขึ้น กินเวลาน้อย ใช้จ่ายคุ้มค่าตามกำลัง อะไรหยวนกันได้ก็หยวน หลักๆ คนก็เริ่มปรับให้เข้ากับตัวเองที่สุด แต่ยังรักษาแก่นที่ไหว้เพื่อความศรัทธาและแสดงความเคารพบรรพบุรุษเอาไว้ เหมือนบ้านของพี่ต้าที่เริ่มคิดหาอะไรใหม่ๆ เข้ามาให้ตอบโจทย์บ้านตัวเองมากขึ้น จากแต่ก่อนของไหว้จะเป็นของชอบคนที่ตาย เดี๋ยวนี้ก็ผสมของชอบคนที่อยู่ เช่น ไก่ทอด หมูทอด หรือแม้แต่ขนมถุงกรุบกรอบ จะได้เอาไว้แจกให้หลานๆ หลังไหว้

“ถ้าเราไม่กินมันก็สิ้นเปลือง เราชอบกินอะไรเราก็ทำไปเหอะ พี่ยังเคยคิดเลยว่าซื้อเคเอฟซี แมคโดนัลล์ไปไหว้ได้ไหม ทำชาบูได้ไหม เพราะเราอยากกินชาบู ลุงก็บอก แล้วแต่มึงเลย จะทำอะไรก็ทำ แต่บางทีก็ต้องรอกูตายก่อนนะ บางทีกูก็ยังรับไม่ได้ มันใหม่เกิน (หัวเราะ)”
มันต้องเปลี่ยน?

“ใช่ มันก็ต้องเปลี่ยน มันก็ต้องทำตามคนที่ยังอยู่ชอบ มันถึงจะมีความสุข ถ้าการไปไม่ต้องโดนบังคับว่าจะต้องทำ ‘อันนี้’ แต่ ‘อันนี้’ มันคือเราชอบ อย่างไรเราก็ทำ” พี่ต้าเล่า

ในขณะที่เราได้พูดคุยกับพี่ต้าและกลุ่มเพื่อนของพี่ต้า พวกเขามองว่า ถ้ามีการบังคับ จะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กๆรุ่นหลังไม่อยากทำ เพราะความไม่เป็นส่วนหนึ่งมาจากสามปัจจัยหลักๆ หนึ่งคือทำไม่เป็น สองคือไม่กิน สามคือไหว้เสร็จแล้วต้องทิ้ง เพราะฉะนั้นความไม่สมดุลมีมากกว่า เด็กก็อาจจะมองว่าไม่จำเป็นสำหรับเขาอีกแล้ว แต่ถ้าเราเปลี่ยนการไหว้ มาเป็น ‘ฉันกินอะไร ไหว้แบบนั้น’ เด็กๆจะรู้สึกสะดวกที่จะจ่าย และอินที่จะทำมากกว่า

ซึ่งพี่ต้าก็ได้เล่าต่อถึงการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการทำพิธีของบ้านตนเอง เผื่อใจแลนด์ดิ่งความเชื่อที่อาจจะไม่ได้เข้าไปอยู่ในใจของลูกหลานเด็กรุ่นใหม่

“แต่สมัยนี้คนไม่นิยมละ เพราะถ้าลูกหลานไม่เอา ตามความเชื่อมันก็จะไม่ดีกับลูกหลาน การค้าหรืออะไรมันก็จะไม่ค่อยเจริญ ลุงก็เลยบอกว่า ถ้าหมดรุ่นเขาและเหลือเขาคนเดียว ก็ให้พวกพี่ไปเอาอากงอาม่าที่ฝังอยู่ออกได้เลย เพราะเขาดูแล้วรุ่นต่อจากพี่คงไม่ทำ เด็กสมัยนี้เขาไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้แล้วไง ก็น่าจะต้องเอาขึ้นมาทำบุญเหมือนไทย

“ก็ยังอยากให้มีนะ แต่ว่าข้างหน้าเราก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง มันห้ามไม่ได้ คาดการณ์ไม่ได้หรอก มันก็อยู่ที่คนเนอะ ว่าเขาจะคิดยังไงกับพิธีกรรมไหว้เจ้าหรืออะไรอย่างนี้ ถ้าเรามีใจที่ยังอยากสานต่อไปเรื่อยๆ มันก็ยังอยู่ไปเรื่อยๆนะ แต่ถ้าเราไม่อยากทำแล้วมันก็จะค่อยๆหายไป แต่พี่ว่าคนที่เขาทำอยู่และยังต้องสืบต่อไปก็ยังมีนะ เราก็ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะไม่ไหว”

#โต๊ะกินข้าว #ไทยจีน #ลานร่วม #คนรุ่นใหม่คืนถิ่น #ลพบุรี

16/04/2026

เมื่อหน้าตาของความเชื่อ อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิมเสมอไป

“ทำชาบูไหว้เช็งเม้งได้ไหม?”
คำถามทีเล่นทีจริงของพี่ต้า ลูกสาวคนโตในครอบครัวไทย-จีน
ที่เติบโตมาในบ้านร้านขายเสื้อหน้าวังนารายณ์

พอถึงวันสำคัญๆ
การไหว้แบบจีนและตักบาตรแบบไทย เป็นของคู่กันในบ้านหลังนี้

ความเชื่อสองวัฒนธรรมค่อยๆ ผสมกัน
เหมือนกับชีวิตของคนรุ่นใหม่ๆ
ที่ยังอยากรักษาบางอย่างไว้ แต่ก็อยากปรับมันให้เข้ากับสิ่งที่ตัวเองเป็น

เพราะสำหรับพี่ต้า พิธีกรรมจะยังคงอยู่ได้
ก็ต่อเมื่อคนที่ยังอยู่ “อยากทำมัน”

ติดตามเรื่องราวของพี่ต้า และบทสนทนาว่าด้วย ความเชื่อ และการปรับตัว ของครอบครัวไทย–จีน ในซีรีส์ “โต๊ะกินข้าว” ตอนที่ 3

#โต๊ะกินข้าว #ไทยจีน #ลานร่วม #คนรุ่นใหม่คืนถิ่น #ลพบุรี

13/04/2026

สวัสดีวันปีใหม่ไทย ขอให้ทุกท่านมีแต่ความร่มเย็นและมีความสุขตลอดปีครับ
ชวนชมบรรยากาศการตั้งโต๊ะ ไหว้เจ้า ขบวนแห่รอบเมืองลพบุรี 🐉🏮
ประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีนที่สืบสานกันมาอย่างยาวนาน ในชื่อ “งานแห่เจ้าศาลลูกศร” ครั้งที่ 59 ที่ได้จัดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 🎉 ในวันที่ 28 มีนาคม 2569
ให้ชาวลพบุรี ไม่ว่าเชื้อสายไหน ได้สักการะบูชาเทพเจ้าจีน 🙏 สัมผัสบรรยากาศอันอบอวลไปด้วยความศรัทธา พร้อมเปิดรับความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต
เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่รวมใจของคนหลากหลายช่วงวัย ให้เชื่อมโยง ร้อยพลังผ่านพิธีกรรมย่อย ๆ ในงานแห่เจ้า เกิดเป็นภาพความสำเร็จร่วม ที่ชาวลพบุรีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือกัน ✨
และหากคุณมีโอกาสไปร่วมงานปีนี้ อย่าลืมมาแบ่งปันภาพถ่ายหรือเรื่องราวเล็ก ๆ ใต้โพสต์นี้ได้เลยนะครับ
📸
ให้ความทรงจำดี ๆ ได้ถูกส่งต่อไปอีกไกล 🙂

#แห่เจ้า #ศาลลูกศร #ลพบุรี #คนรุ่นใหม่คืนถิ่น

เจียะ ปึ่ง บ่วย ขอทักทายทุกคนด้วยการถามไถ่และห่วงใย เพราะเราไม่ได้เจอกันนานเลยนี่ก็เกือบสองสัปดาห์แล้วของกิจกรรม "Good O...
06/04/2026

เจียะ ปึ่ง บ่วย ขอทักทายทุกคนด้วยการถามไถ่และห่วงใย เพราะเราไม่ได้เจอกันนานเลยนี่ก็เกือบสองสัปดาห์แล้วของกิจกรรม "Good Old Days: Homecoming | กลับมาส่องใจ ใต้เงาเทพเจ้า" ที่ได้จัดไปที่ศาลลูกศร ตอนนี้ทีมงานได้ชาร์จพลังกันเต็มที่ทุกคน แล้วทุกคนละเป็นยังไงกันบ้าง งานสนุกมั้ย ชอบอะไรไม่ชอบอะไรแชร์ให้ทีมงานฟังกันได้เลยน้า

ในฐานะผู้จัดงานขออนุญาตเล่าให้พี่ๆ เพื่อนๆ ฟังก่อนเป็นคนแรกน้า พวกเราจากเด็กที่โตมาแบบใช้ชีวิตรู้บ้างไม่รู้บ้างเกี่ยวกับบ้านเกิดของตัวเอง การได้กลับบ้านมารอบนี้หวังใจไว้ตั้งแต่แรกว่าอยากจะใช้ประสบการณ์ที่ได้ไปทำงานและเที่ยวเล่นในหลายๆ ที่เอามาใส่พลังแบบให้เหมือนวัยเด็กอีกครั้งที่ลพบุรี ซึ่งเจ้า Good Old Days นี้ก็เกิดขึ้นมาง่ายๆ แบบนั้นเลย

ภาพในหัววันแรกที่พวกเราคุยกันจนถึงภาพที่เกิดขึ้นในงาน มันเป็นอะไรที่สวยงามมากๆ พวกเราได้เห็นชีวิตที่เติบโตรอบตัวเราในแบบที่ไม่เคยได้สังเกตมาก่อน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ พวกเราในวัยกลางคนไม่เคยได้ใช้ช่วงเวลาบ่อยนักกับผู้สูงอายุที่ไม่ใช่คนในครอบครัว แต่ความงดงามของความทรงจำในครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่าเราเติบโตและงอกเงยได้เสมอไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ เรื่องประวัติศาสตร์สิ่งที่เป็นไฟล์ทบังคับให้ต้องศึกษาซึ่งก็ทำให้พวกเรารู้สึกผูกพันและหวงแหนมรดกและความทรงจำร่วมในพื้นที่แห่งนี้

การจัดงานครั้งนี้ความตั้งใจของพวกเราต้องการสร้างพื้นที่กลางขึ้นมาสักที่หนึ่งเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้คนแต่ละวัยได้มาพบปะเจอหน้ากัน บางคนก็อาจจะรู้จักกันมานานแล้วแต่ไม่รู้ตัว พอได้พูดคุยถามว่าที่้บ้านทำอะไร บ้านอยู่แถวไหนจากคนแปลกหน้าก็กลายเป็นคนคุ้นเคยภายในเวลาอันสั้น เราเชื่อว่าพื้นที่ทางกิจกรรมที่ Good Old Days อยากจะไปให้ถึงนั้นจะนำมาสู่ชุมชนหรือสังคมที่มีการพูดคุยกันมากขึ้นและลดระยะห่างความสัมพันธ์ระหว่างอายุให้แคบลงได้

แม้โจทย์จะเป็นงานวัฒนธรรมประเพณีและประวัติศาสตร์ พวกเราก็ตั้งใจออกแบบให้เป็นกิจกรรมที่สนุก ไม่เครียด ละลายภาพการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในห้องเรียนแบบเดิมออกไป พวกเราเลือกกิจกรรมที่เกี่ยวบ้างไม่เกี่ยวบ้างเข้ามาให้คนได้มา ‘ลอง’ มา ‘เล่น’ เรียนรู้ไปด้วยกันแม้แต่ละคนอาจจะมีต้นทุนที่ต่างกันแต่เราสามารถทำอะไรไปด้วยกันและพร้อมกันได้ เหมือนภาพที่ภาพที่อาม่า อาซิ้มจากชมรมไทเก๊กมาร่วมคอร์สพิลาทิสด้วยกันกับเด็กรุ่นลูกรุ่นหลาน ช่วงเวลานั้นช่างเป็นความธรรมดาที่มหัศจรรย์สำหรับพวกเรา เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าขอแค่มีพื้นที่ให้กันและกันแล้วทุกอย่างจะตามมา หรือบรรยากาศที่อาซื้มไปตามเพื่อนๆ ที่บ้านเพื่อมาเรียนปั้นแป้งซาลาเปาด้วยกันก็ทำให้พวกเราหุบยิ้มไม่อยู่ หรือการนั่งเขียนพู่กันจีนที่เปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่กลับไปเป็นเด็กในตอนที่พวกเขายังทันเรียนภาษาจีนที่โรงเรียนจีน และเปิดโอกาสให้เด็กได้เชื่อมความทรงจำต่อรากเหง้าผ่านชื่อหรือแซ่ที่ติดตัวกันมาตั้งแต่เกิด

อีกหนึ่งบทเรียนสำคัญในกิจกรรมครั้งนี้ คือ เรื่องของแพสชั่นไม่ได้เกี่ยวกับอายุ ในตอนเช้าของวันเสาร์อาทิตย์ช่วงวันงานจะเป็นคิวนำทัวร์ชุมชนถนนพระรามของอาจารย์สมพงษ์ นิติกุล พวกเราได้สังเกตแววตาของอาจารย์ทุกครั้งที่ได้เล่าเรื่องบนถนนที่เขาเองเกิดและเติบโตมา แววตาของอาจารย์เปล่งประกายทุกครั้งเวลาที่ได้เล่าชีวิตริมน้ำให้กับคนแปลกหน้ารุ่นหลานฟัง

สำหรับ Good Old Days การกลับมาระลึกถึงเรื่องในวันวาน ไม่ใช่เพียงรสนิยมหรือประโยคฮีลใจ แต่เราอยากที่จะสื่อสารออกไปว่า ความสุขของแต่ละคนไม่ว่าจะรุ่นหลานหรือรุ่นใหญ่ สามารถส่งถึงกันได้เสมอและเรียนรู้กันได้เสมอ แม้หน้าตาความสุขของแต่ละคนจะต่างกันตามบริบทและยุคสมัย แต่ภายใต้หน้าตาของมันนั้นพวกเราเชื่อว่าเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือสิ่งเดียวกัน

ขอขอบคุณสำนักสร้างสรรค์โอกาส จากสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ที่ให้ Good Old Days เป็นส่วนหนึ่งในโครงการคนรุ่นใหม่คืนถิ่น รุ่น 3

ขอขอบคุณมูลนิธิลพบุรีสามัคคีสงเคราะห์และคณะกรรมการเถ่านั้ง กรรมการศาลลูกศร ที่เมตตาและคอยช่วยเหลือพวกเราเหมือนเป็นลูกเป็นหลานจริงๆ

ขอขอบคุณชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี สำหรับการประสานงานและคำปรึกษาในการดำเนินงานกิจกรรมครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วง

ที่สำคัญขอบคุณผู้ร่วมงานทุกคนที่มาอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 วันที่ Good Old Days จัดงานนะ!! :D ขอบคุณทุกรอยยิ้มและกำลังใจที่ส่งถึงกัน ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าในความทรงจำระหว่างกัน อารมณ์ความรู้สึก เสียงหัวเราะ พลังงานเหล่านี้จะคงอยู่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าบนถนนเส้นนี้ เซียมซีในศาลเจ้า โต๊ะม้าหินตัวนั้น ผืนหญ้าในวัดปืนและอีกมากมายที่ทุกคนได้มาใช้เวลาร่วมกันใน 5 วันของกิจกรรม

สุดท้ายสายสัมพันธ์ครอบครัวของคนจีนไม่ได้สิ้นสุดที่ความตาย เช่นเดียวกันกับงานอีเว้นท์ของพวกเราที่จะจบลงไปแล้ว ทุกคนก็สามารถฝากติดตามคอนเทนต์จากเพจ Good Old Days ได้ต่อไปนะครับ พวกเรายังมีคอนเทนต์ออนไลน์ที่เล่าเรื่องภายในวัฒนธรรมไทย-จีนที่จะชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำกันและกัน เพื่อที่วันหนึ่งเราจะได้ไม่ลืมกัน

#ศาลลูกศร #ลานร่วม #คนรุ่นใหม่คืนถิ่น #ลพบุรี

04/04/2026

ขอบคุณ Lopburian มากๆ เลยค่า ที่มาร่วมทริปถ่ายทอดบรรยากาศกิจกรรม ☺️

ชวนอ่านค่ะ ‘ภารกิจพาผงธูปอากงกลับบ้านที่ซัวเถา‘ 🌏
29/03/2026

ชวนอ่านค่ะ ‘ภารกิจพาผงธูปอากงกลับบ้านที่ซัวเถา‘ 🌏

ในช่วงเทศกาลเช็งเม้ง วันที่หลายครอบครัวเดินทางไปไหว้บรรพบุรุษ คอลัมน์ Travelogue รอบนี้ ชวนตามติดภารกิจพาผงธูปอากงกลับบ้านที่ซัวเถา ผ่านการเดินทางของหลานชายที่ค่อย ๆ แกะรอยจากเบาะแสเพียงไม่กี่อย่าง ทั้งชื่อหมู่บ้านบนป้ายหินหน้าหลุมศพ และความทรงจำที่พร่าเลือนของอาม่าวัย 93

จากข้อมูลเพียงเท่านี้ เขาจะตามหาบ้านที่ไม่เคยไปเจอได้จริงหรือไม่ และเมื่อผงธูปอากงกลับถึงบ้าน เขาจะได้พบประสบการณ์อะไรบ้าง ติดตามได้ที่ https://readthecloud.com/living/family-guide/ah-gong-hometown-swatow/

ส่วนใครมีประสบการณ์การเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก แล้วอยากแบ่งปันไว้ในคอลัมน์นี้ ติดตามกติกาที่ท้ายบทความได้เลย

พบกับเรื่องราวอื่น ๆ ของ The Cloud ได้ที่เว็บไซต์ readthecloud.com

#ซัวเถา #จีน #เช็งเม้ง #ไหว้บรรพบุรุษ

“องค์เจ้าแม่สมมติ” ไม่ใช่ใครก็ได้... แต่ต้องเป็นคนที่ “ฟ้าเลือก” เท่านั้น 🙏🐉ถ้าใครเคยไปชะเง้อยืนดูขบวนแห่เจ้าศาลลูกศร นอ...
28/03/2026

“องค์เจ้าแม่สมมติ” ไม่ใช่ใครก็ได้... แต่ต้องเป็นคนที่ “ฟ้าเลือก” เท่านั้น 🙏🐉

ถ้าใครเคยไปชะเง้อยืนดูขบวนแห่เจ้าศาลลูกศร นอกจากสิงโตและมังกรเกล็ดทองตัวยาว กับ ขบวนล่อโก้วสุดอลังที่ซ้อมกันมาเป็นเดือน เชื่อว่าก็จะต้องสะดุดเห็นผู้หญิงสวยๆ ใส่ชุดขาว นั่งสงบนิ่งอยู่บนรถแห่ พร้อมด้วยเด็กบริวารหญิง-ชายขนาบข้างแน่ๆ

ใช่แล้ว~ หนึ่งในไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดในขบวนแห่เจ้าศาลลูกศร ก็คือ “องค์สมมติเจ้าแม่กวนอิม“ นั่นเอง

กว่าจะได้รับโอกาสที่เป็นมงคลจนได้มานั่งอยู่บนรถแห่แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรือเป็นเรื่องที่กำหนดได้เหมือนที่หลายคนคิดว่า “องค์สมมติเจ้าแม่กวนอิม” จะได้รับการคัดเลือกจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

แต่จริงๆ เกิดจาก “การเสี่ยงทาย” ที่เชื่อว่าเจ้าแม่ท่านเลือกให้เป็นต่างหาก!

ทางศาลลูกศร จ.ลพบุรี ของเรา ก็ได้จัดพิธีเสี่ยงทายองค์สมมติเจ้าแม่กวนอิม ในวันที่ 28 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา บรรยากาศภายในงานตั้งแต่เช้า เป็นไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ แต่คึกครื้นและสนุนสนาน พ่อแม่น้าอา ปู่ย่าตายาย ก็พากันมาออรอบๆศาล ยืนรอลุ้นผลเสี่ยงทายไปกับลูกหลานที่แห่สมัครกันเข้ามา

ภายในงาน พิธีเสี่ยงทายจะประกอบไปด้วย “การเสี่ยงทายองค์สมมติเจ้าแม่กวนอิม” และ “การเสี่ยงทายกิมท้ง–เง็กนึ่ง (ลูกศิษย์เจ้าแม่กวนอิม)”

โดยผู้สมัครต้องคุกเข่าอธิษฐานจิตต่อหน้าองค์เจ้าแม่
แต่จังหวะที่ลุ้นที่สุดจะเป็นตอนไหนไปไม่ได้ 🙊
นั่นคือตอนโยนไม้ "ปัวะโป้ย" (ไม้เสี่ยงทาย) ที่ทำเอาคนดูลืมหายใจกันเป็นแถบ

กติกาง่ายๆ แต่ยากมาก (กำหนดโดยคณะกรรมการศาลลูกศรของเรา) คือ ใน 3 ครั้งที่โยน จะต้องได้ "คว่ำอัน-หงายอัน" ติดต่อกัน 2 ครั้ง และ "คว่ำ-คว่ำ ทั้งคู่" ในครั้งสุดท้าย

บางคนโยนยังไงก็ไม่ได้ พลาดตั้งแต่ครั้งแรกที่โยน บางคนเหลืออีกแค่ครั้งที่สามก็เกือบจะได้แล้ว วนรอบเสี่ยงทายกันไปหลายรอบ ลุ้นอยู่นานสองนาน
จนในที่สุดก็เจอคนที่ ”ถูกเลือก“ ทุกคนพากันเฮ ตีฆ้องสนั่นลั่นศาล🎉

ปีนี้เป็นปีแรกของน้องตัวแทนองค์สมมติที่มาร่วมเสี่ยงทายและก็ได้รับเลือกจากเจ้าแม่ตั้งแต่ปีแรกทันที ซึ่งก่อนจะถึงวันงานแห่ 3 วัน ผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องกินเจ เพื่อเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม

ขบวนแห่เริ่มแล้ววันนี้! เพียงหนึ่งครั้งต่อปีเท่านั้น ใครอยากชมความสง่างามของ “องค์สมมติ” ที่เจ้าแม่ท่านเลือกมาเอง ก็อย่าลืมเตรียมกล้องให้พร้อม แล้วไปเจอกันที่ขบวนแห่เจ้าศาลลูกศร ประจำปี 2569

เวลาชมยังเหลือนะ ห้ามพลาดดด

#ศาลเจ้าลูกศร #ลพบุรี #งานประจำปี #องค์สมมติเจ้าแม่กวนอิม

อีกหนึ่งภาพจำในวัยเด็กของใครหลายคนอาจเป็นช่วงเวลาที่ได้นั่งบนบ่าหรือขี่คอพ่อ มองดูขบวนแห่มังกรอย่างตื่นตาตื่นใจเป็นความท...
25/03/2026

อีกหนึ่งภาพจำในวัยเด็กของใครหลายคน
อาจเป็นช่วงเวลาที่ได้นั่งบนบ่าหรือขี่คอพ่อ มองดูขบวนแห่มังกรอย่างตื่นตาตื่นใจ
เป็นความทรงจำเล็ก ๆ ที่ผ่านไปนานเท่าไรก็ยังนึกถึงด้วยความสุข
และในอีกไม่กี่วันนี้ ชาวเมืองลพบุรีจะได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศนั้นอีกครั้ง
กับงานแห่เจ้าศาลลูกศร ครั้งที่ 59 ประจำปี 2569
งานสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อสักการะบูชาเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนเคารพศรัทธา
ไม่ว่าจะเป็น เจ้าแม่กวนอิม เจ้าพ่อเจ้าแม่ศาลลูกศร เจ้าแม่ทับทิม
เจ้าพ่อเขาตก และเทพกวนอู
ผ่านขบวนแห่อันงดงามที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้มีส่วนร่วม
เพื่อร่วมรับพรและความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต
กำหนดการเบื้องต้น
- วันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 : งิ้วคืนแรก
- วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 : ทำบุญถวายภัตตาหารเช้า เวลา 7.00 น. และชมการแสดงสิงโตดอกเหมย มังกรทองลุยไฟ แสง สี เสียง ณ มหากรุณานุสรณ์กุศลสถาน เวลา 18.00 น.
- วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 : งานแห่เจ้า ณ ศาลลูกศร เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป
จัดโดย กรรมการศาลลูกศร ปี 2569 และมูลนิธิลพบุรีสามัคคีสงเคราะห์
ขอชวนทุกคนมาร่วมรับชมขบวนแห่เจ้าด้วยตาตนเองสักครั้ง
และสัมผัสบรรยากาศของศรัทธา ความงดงาม และความผูกพันของผู้คนในเมืองลพบุรี
เพราะบางช่วงเวลา ไม่ได้เป็นเพียงงานประเพณี
แต่อาจกลายเป็นความทรงจำแสนดี ที่เราจะหวนกลับมานึกถึงด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง ^^

#ศาลลูกศร #ลานร่วม #คนรุ่นใหม่คืนถิ่น #ลพบุรี

ที่อยู่

Lop Buri

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Good Old Daysผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์