30/09/2020
เสาอินทขีล (ศาลหลักเมืองจังหวัดเชียงใหม่)
(Sao Inthakhin (Chiang Mai) City Pillar Shrine)
ปัจจุบันตั้งอยู่ ณ : ภายในบริเวณวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เลขที่ ๑๐๓ ถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ศาลหลักเมืองจังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะเป็นมณฑปจตุรมุขวิหาร ศิลปะแบบล้านนาประยุกต์ ตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นศิลปะล้านนา เป็นวิหารปิดแบบล้านนา โครงสร้างวิหารมีการสร้างผนังด้านข้างทั้ง ๔ ด้าน มีประตูเข้า-ออกและช่องแสงทั้ง ๔ ด้าน ลักษณะโครงสร้างของอาคาร เป็นการผสมผสานระหว่าง โครงสร้างก่ออิฐฉาบปูนขาวกับโครงสร้างไม้ ส่วนฐานของอาคารตลอดจนถึงผนัง ก่อด้วยอิฐฉาบปูนแบบโบราณ ส่วนเครื่องบนหรือหลังคา สร้างด้วยโครงสร้างไม้ในรูปแบบเสาและคาน มีลักษณะเฉพาะเป็นเอกลักษณ์ของวิหารล้านนา เรียกว่าโครงสร้างแบบม้าต่างไหม หลังคาเป็นทรงจั่ว ประดับช่อฟ้า, ใบระกา, ส่วนปลายของปั้นลมเป็นรูปมกรคายนาค, หลังคามุงด้วยแป้นเกล็ดหางปลามน (หลังคาแผ่นไม้)
ปราสาทเฟื้อง เป็นองค์ประกอบตกแต่งบริเวณกึ่งกลางของสันหลังคาวิหาร ทำเป็นรูปปราสาทเรียงกัน ๗ ชั้น เชื่อว่าเป็นแนวคิดในการออกแบบที่มีการอุปมาถึง เขาสัตตบริภัณฑ์ ในเรื่องคติจักรวาล
ภายในวิหารประดิษฐานเสาอินทขีล (เสาหลักเมืองจังหวัดเชียงใหม่) ปัจจุบันเสาอินทขีลได้รับการบูรณะเป็นเสาอิฐก่อสอปูนติดกระจกสี ทรง ๘ เหลี่ยม วัดรอบโคนเสาได้ ๕.๖๗ เมตร วัดรอบปลายเสาได้ ๓.๔ เมตร วัดขนาดความสูงของเสาได้ ๒.๒๗ เมตร นับเป็นส่วนของเสาอินทขีลอย่างแท้จริง....ที่โบราณกาลได้หล่อด้วยโลหะและฝังอยู่ใต้ดิน ซึ่งเป็นดั่งเสาหลักแห่งเมืองนครพิงค์ องค์จริงของเสาอินทขีลได้ตบแต่งประดับประดาด้วยลวดลายปูนปั้น และกระจกสี..ซึ่งได้รับการบูรณะให้สวยงามและปิดทองคำแท้ในส่วนของปูนปั้น
เหนือเสาอินทขีลมีพระพุทธรูปทองสำริดปางรำพึง ที่พลตรีเจ้าราชบุตร (วงศ์ตะวัน ณ เชียงใหม่) นำมาถวายวัดเจดีย์หลวงเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๑๔ ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในบุษบกเหนือเสาอินทขีล แท่นพระบนเสาอินทขีล มีขนาดความสูง ๙๗ เซนติเมตร รอบแท่นพระวัดได้ ๒.๔ เมตร บุษบกประกอบด้วยยอดฉัตรไม้ ๕ ชั้น หลังคาบุษบก ปัญจวิมานมาศ ๕ ชั้น, นาคทัณฑ์บุษบก มุมละ ๓ ตัว มีทั้งหมด ๑๒ ตัว, เสาค้ำตัวบุษบกทั้ง ๔ ด้าน มีเพียง ๔ ต้น (เสาค้ำบุษบก ค้ำชูดวงชะตา ค้ำฟ้า คำแผ่นดิน) ซุ้มประดับหน้าบุษบก กาญจนวิจิตร เรืองรัศมี ทั้ง ๔ ทิศ (ซุ้มประดับ...ปิดทอง ทำให้ตัวบุษบกและองค์พระดูเด่น ดั่งมีรัศมีเรืองรองส่องมาจากองค์พระ), แท่นฐานบุษบก ย่อมุมไม้ ๑๒” เป็นฐานของบุษบก, บัวครอบหัวเสาอินทขีล ชั้นบนทรง ๖ เหลี่ยม (มีความสำคัญมาก เพราะเป็นส่วนที่ครอบหัวเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมืองโบราณ ที่ก่ออิฐถือปูนและฝังลงไปในดิน...โดยครอบในส่วนบนของเสาอินทขีล นับเป็นส่วนบนสุดของเสาก่อนที่จะเป็นส่วนของบุษบก), บัวรูปใบหอกประดับรายรอบหัวเสา ๘ เหลี่ยมอยู่ทั้งสิ้น ๑๐๔ ใบ
ภายในวิหารยังมีการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง เป็นการเล่าตำนานของเสาอินทขีล และประวัติการสร้างพระธาตุเจดีย์ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบตำนานและประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเสาอินทขีลหรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่
แหล่งข้อมูลจาก : http://ศาลหลักเมือง.blogspot.com/2016/11/sao-inthakhin-chiang-mai-city-pillar-shrine.html?m=1