20/07/2026
เหรียญพิฆาตไพรี เมืองนครศรีธรรมราช
ตำนานเหรียญนักรบแห่งเมืองคอน อายุเกือบ 200 ปี
เหรียญพิฆาตไพรี ถือเป็นหนึ่งในเครื่องรางโบราณที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดของเมืองนครศรีธรรมราช เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัย เจ้าพระยานคร (น้อย) ตรงกับรัชกาลที่ 2–3 หรือราว พ.ศ. 2364–2365 เพื่อแจกจ่ายแก่กำลังพลก่อนออกศึกปราบกบฏไทรบุรี เป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะ ความกล้าหาญ และขวัญกำลังใจของนักรบ
จุดเด่นของเหรียญคือ
* ด้านหน้า เป็นรูป พญาครุฑ สัญลักษณ์แห่งพระมหากษัตริย์ อำนาจ และชัยชนะ
* ด้านหลัง เป็นรูป พญานาค ซึ่งตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายศัตรูหรือเมืองไทรบุรีในเหตุการณ์ครั้งนั้น จึงเกิดความหมายว่า “ครุฑพิฆาตนาค” หรือ พิฆาตไพรี อันเป็นนิมิตแห่งการมีชัยเหนือศัตรู
นักสะสมจำนวนมากยกให้เหรียญรุ่นนี้เป็น “เหรียญสงคราม” ของภาคใต้ และเป็นหนึ่งในเครื่องรางยุคต้นที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ชัดเจน
ความเก่าและความหายาก
หากอ้างอิงตามประวัติการสร้าง เหรียญรุ่นนี้มีอายุประมาณ 200 ปี ผ่านกาลเวลามาหลายชั่วอายุคน จึงพบสภาพสวยเดิมได้ค่อนข้างน้อย อีกทั้งยังมีหลายขนาดและหลายแม่พิมพ์ สะท้อนการผลิตอย่างเร่งด่วนเพื่อแจกจ่ายแก่กำลังพลในช่วงเตรียมศึก
รีวิวองค์ในภาพ
องค์นี้ให้ความรู้สึกของพระเก่าธรรมชาติ
* ผิวเนื้อชินแก่ดีบุกมีคราบอายุสม่ำเสมอ
* ขอบเหรียญมีความมนจากการใช้งานและกาลเวลา
* รายละเอียดครุฑและพญานาคยังพอมองเห็น
* มีการสึกตามธรรมชาติ ไม่ใช่ผิวใหม่
ประเมินสภาพสะสม: ประมาณ 70–75% เหมาะสำหรับนักสะสมสายพระกรุและเครื่องรางโบราณ
ความเชื่อ
ผู้ครอบครองนิยมเชื่อว่าเด่นด้าน
* แคล้วคลาดคงกระพัน
* ป้องกันภัยและศัตรู
* เมตตามหานิยม
* เสริมอำนาจ บารมี และความก้าวหน้า
ด้วยเรื่องราวการสร้างเพื่อทหารออกรบ เหรียญพิฆาตไพรีจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเครื่องรางสาย “นักรบ” ที่ทรงคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์และพุทธคุณของเมืองนครศรีธรรมราช
หมายเหตุ: ประวัติการสร้างของเหรียญพิฆาตไพรีส่วนใหญ่สืบทอดจากตำราพระเครื่อง นักสะสม และเอกสารท้องถิ่น ซึ่งมีรายละเอียดแตกต่างกันในบางประเด็น แต่โดยภาพรวมต่างยอมรับว่าเป็นเหรียญโบราณยุคเจ้าพระยานคร (น้อย) สร้างขึ้นในช่วงสงครามไทรบุรี และมีอายุราว 2 ศตวรรษ
“ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมืองไทรบุรีซึ่งประเทศราชของสยามด้วยฐานะจำยอม เพราะเกรงแสนยานุภาพของกองทัพไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๓๒๘ พระยาไทย(ปะแงร้น) เจ้าเมืองไทรบุรีคิดเอาใจออกห่างจากสยาม เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชเจ้าพระยานคร (น้อย) ในฐานะผู้กำกับเมืองไทรบุรี สืบทราบจากการที่สายลับจับจดหมายลับได้จากเรือพม่าลำหนึ่ง ซึ่งจดหมายของพระเจ้าปะดุง กษัตริย์พม่า ว่าให้เจ้าพระยาไทรบุรีร่วมทัพบุกโจมตีสยาม เจ้าพระยานคร(น้อย) จึงกราบบังคมทูลไปยังเมืองกรุงเทพมหานคร และทรงใช้อุบายให้เจ้าเมืองไทรบุรีเตรียมซื้อข้าวขึ้นฉางไว้เป็นเสบียงแก่กองทัพสยามเพื่อรับมือกับพม่าที่จะตีหัวเมืองปักษ์ใต้ ซึ่งการหยั่งท่าทีของเจ้าพระยาไทรบุรีและเพื่อจะเป็นข้ออ้างที่สมเหตุสมผลที่จะตีเมืองไทรบุรีได้หากบิดพลิ้วคำสั่ง ปรากฏว่าเจ้าพระยาไทรบุรี (ปะแงรัน) บิดพลิ้วตามความคาดหมาย เจ้าพระยานคร(น้อย) จึงนำทหารจากเมืองนครศรีธรรมราช สงขลา และพัทลุงประมาณ ๗๐๐๐ คน ทั้งทัพบกและทัพเรือเข้าตีเมืองไทรบุรีในปีพ.ศ. ๒๓๖๔ โดยเสียทหารไป ๗๐๐ คน ส่วนทหารเมืองไทรบุรีตายไปประมาณ ๑๕๐๐ คนเจ้าพระยาไทรบุรี (ปะแงรัน) ยกสมัครพรรคพวกหนีไปอาศัยอังกฤษที่เกาะ ปีนัง เมืองไทรบุรีก็ตกอยู่ในอำนาจของสยาม ต่อมาในปี พ.ศ.๒๓๖๕ ก็เกิดขบถ ขึ้นที่เมืองไทรบุรีอีกครัง แต่เจ้าพระยานคร(น้อย) ทราบเหตุเสียก่อน จึงตีทำลายกองทัพเมืองไทรบุรีแตกหนีไป
ในการยกทัพไปตีเมืองไทรบุรีครั้งนี้ ทางเมืองนครศรีธรรมราชซึ่งมีเจ้าพระยานคร (น้อย) เป็นเจ้าเมืองที่มีความรู้ความสามารถทั้งการสงครามการทูต การปกครอง และการบริหารบ้านเมืองมีเวลาเตรียมกองทัพ จึงได้จัดสร้างเหรียญพิมาตไพรีข่มนามศัตรู ในลักษณะทำนองเดียวกับเหรียญสิงห์กวางโดยใช้พระราชลัญจกรในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย คือพญาครุทเป็นนามเด่นข่มข้าศึกคือพญานาค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองของไทรบุรี เป็นที่น่าสังเกตว่าพญาครุฑในสมัยนี้มีขนใต้ปีกชั้นเดียวตรงกับลักษณะของพญาครุฑที่ปรากฏบนเหรียญ รูปพญาครุฑคู่กับรูปพญานาคเท่าที่พบมีถึง ๗ ขนาด ขนาดที่ใหญ่ที่สุดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔.๕ ซ.ม. ขนาดเล็กที่สุดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๓ ซ.ม. ขนาดใหญ่พบน้อยมากขนาดรองลงมาก็พบน้อยกว่าขนาดที่เล็กรองลงไป จำนวนที่พบก็ลดหลั่นกันลงมาตามขนาด ขนาดที่ ๒-๖ พบจำนวนมากที่สุด และยังพบว่ามีหลายพิมพ์อีกด้วย สันนิษฐานว่า ในขณะนั้นถึงแม้ว่าจะมีเวลาเตรียมกองทัพ แต่การจะสร้างเหรียญพิฆาตไพรีนี้ก็ต้องใช้เวลามาก จึงต้องระดมช่างมาแกะแบบพิมพ์และเทพิมพ์หลายคนช่วยกันทำ จึงปรากฏว่ามีหลายพิมพ์ การที่มีหลายขนาด ก็คงจะเป็นการสร้างให้กับทหารในกองทัพตามลำดับตำแหน่งใหญ่เล็กและหน้าที่ลดหลั่นกันลงมา เมื่อเสร็จจากศึกสงครามยกกองทัพคืนเมืองนครศรีธรรมราชแล้วทหารเหล่านั้นก็ทิ้งเหรียญที่นำไปออกศึกลงในลำคลองหรือตามวัด ไม่นิยมนำกลับเข้าบ้าน ทำให้พบเป็นหลักฐานแก่ชนรุ่นหลังโดยไม่ตั้งใจเหรียญดังกล่าวทั้งสองแบบ นับเป็นเหรียญที่ระลึกการออกศึกของทหารเมืองนครศรีธรรมราช”
Reference List
ผู้สืบค้นข้อมูล คุณ Pitakpoom Argaros
เงินตรานโมโบราณ (เชาวลิต อังวิทยากร)