CODE Me ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก CODE Me, ทัศนศิลป์, 84 Boriphat Road , Ban Bat, Pom Prap, Bangkok.

“Culture Decoded, Stories Unfolded”
Architecture & Design | Fashion & Craftmanship | Visual & Performing Arts | Cultural Heritage | Innovations in Cultural Design

27/02/2026

🤟🏻🤟🏻🤟🏻

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของสตูดิโอที่เชื่อว่า“วัฒนธรรมคือทรัพยากร” และการออกแบบคือกระบวนการแปลงคุณค่าให้กลายเป็นมูลค่าบทควา...
27/02/2026

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของสตูดิโอที่เชื่อว่า
“วัฒนธรรมคือทรัพยากร” และการออกแบบคือกระบวนการแปลงคุณค่าให้กลายเป็นมูลค่า
บทความนี้เล่าถึงจุดเริ่มต้น วิธีคิด วิธีทำงาน รวมถึงความตั้งใจของเราที่อยากให้สถาปัตยกรรมและงานออกแบบ เชื่อมโยงความทรงจำ ผู้คน และอนาคตของเมืองเข้าด้วยกัน
CODE Me
ขอชวนทุกท่านร่วมอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ลิงก์ด้านล่างครับ
https://capitalread.co/code-studio/
เราหวังว่าเรื่องราวนี้จะชวนให้หลายคนเห็นว่า
วัฒนธรรมไม่ใช่เพียงอดีต แต่คือจุดตั้งต้นของการออกแบบร่วมสมัย ที่สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน บนเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์และคุณค่าเฉพาะของเราเอง
———.


คุณเคยได้ยินคำว่า ‘แม่ซื้อ’ วิญญาณผู้พิทักษ์ทารกในความเชื่อไทยหรือไม่? แม่ซื้อคือสัตว์เทพประจำวันเกิด และกลายมาเป็นคอนเซปต์ในการออกแบบ ‘แม่ซื้อไม้โยกเยก’ (The Wooden Rocking Thai Guardian Sidekick) ที่ได้แรงบันดาลใจจากม้าโยกไม้คลาสสิกที่หลายคนคุ้นเคย
เรากำลังอยู่กันที่ ‘แซมฟ้าการช่าง’ ร้านค้าไม้ผู้ผลิตประตูและหน้าต่างที่ตึกแถวถนนบริพัตร ย่านหลังวัดสระเกศ ซึ่งเป็นย่านค้าไม้เก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมานานกว่า 7-8 ทศวรรษ ปรัชญ์–ปรัชญ์ ทินราช และตุ่น–ศิวัช วิทยเลิศปัญญา ผู้ร่วมก่อตั้ง Cultural-Oriented Design Studio หรือ CODE Studio นำตำนานเรื่องแม่ซื้อจากศาลาวัดโพธิ์ และความเชื่อทางโหราศาสตร์ไทยเรื่องเทพนพเคราะห์และสีประจำวันเกิดมาออกแบบเป็น ‘แม่ซื้อไม้โยกเยก’ ทั้งหมด 7 ตัว แต่ละตัวมีหัวเป็นสัตว์ผู้พิทักษ์ประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน โดยผลิตด้วยเทคนิคของช่างไม้ไทยดั้งเดิม
คอลัมน์ Modern Nice ตอนนี้ชวนฟัง wisdom ในการถอดรหัสทางวัฒนธรรมที่นอกจากจะศึกษาโหราศาสตร์ไทยอย่างลึกซึ้งแล้ว สตูดิโอแห่งนี้ยังทำตู้กาชาปองที่ทำนายดวง รีโนเวตวังไชยาอายุ 120 ปี ออกแบบตาลปัตร และกำลังเตรียมจัดนิทรรศการ Recycling Building with CODE Studio ที่เล่าเรื่องราวการรีโนเวตอาคารเก่า ตลอด 4 ปีที่เปิดมา ซึ่งหากใครสนใจแวะไปชมได้ที่ CODE Studio ตั้งแต่ 14 มีนาคม - 30 เมษายนนี้

ลิงก์อ่านบทความในคอมเมนต์

#แม่ซื้อไม้โยกเยก

ใครไม่ซื้อ…แม่ซื้อเมื่อความเชื่อไทยถูกถอดรหัสเป็นของเล่นร่วมสมัย ในงาน Bangkok Design Week 2026CODE Me ขอเชิญร่วมชมนิทรร...
17/01/2026

ใครไม่ซื้อ…แม่ซื้อ
เมื่อความเชื่อไทยถูกถอดรหัสเป็นของเล่นร่วมสมัย ในงาน Bangkok Design Week 2026
CODE Me ขอเชิญร่วมชมนิทรรศการ
“ใครไม่ซื้อ…แม่ซื้อ“
The Wooden Rocking Thai Guardian Sidekick
ผลงานออกแบบของเล่นไม้ที่นำความเชื่อพื้นถิ่นไทยเรื่อง “แม่ซื้อ” มาถอดรหัส ตีความ และเล่าใหม่ผ่านกระบวนการออกแบบร่วมสมัย โดย CODE Studio
นิทรรศการนี้ตั้งต้นจากแนวคิดว่า
เรื่องราวทางวัฒนธรรมไม่ใช่อดีตที่หยุดนิ่ง
แต่เป็นทรัพยากรที่สามารถนำมาต่อยอด
ให้ “เล่นได้ ใช้ได้ และเล่าได้” ในชีวิตประจำวัน

จากความเชื่อ สู่ของเล่น
———
“แม่ซื้อ” คือผู้พิทักษ์แห่งชีวิตแรกเกิดในคติความเชื่อไทย ซึ่งผูกโยงกับวันเกิด สัตว์ประจำวัน และบุคลิกลักษณะเฉพาะ CODE Studio นำองค์ความรู้เหล่านี้มาถอดรหัส ออกแบบเป็นของเล่นไม้โยกเยกจำนวน 7 แบบ แทนผู้พิทักษ์ประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน
ของเล่นทุกชิ้นผลิตจากไม้ยางพาราประสาน
ใช้เทคนิคงานซ้อนไม้และการเข้าไม้แบบไทย
ผ่านฝีมือช่างไม้จากย่านค้าไม้หลังวัดสระเกศ
และชุมชนบางโพ โดยทำงานร่วมกับทีมออกแบบอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การออกแบบ ทดลอง ไปจนถึงการปรับปรุงชิ้นงานจริง

งานออกแบบที่มีชีวิต และมีชุมชนอยู่เบื้องหลัง
———
จุดเด่นของโครงการนี้คือการทำงานกับช่าง
ในฐานะ ผู้ร่วมสร้างความหมาย
ไม่ใช่เพียงผู้ผลิต
ทำให้ “แม่ซื้อไม้โยกเยก”
เป็นงานออกแบบที่มีเรื่องเล่า มีรากทางวัฒนธรรม
และมีความเชื่อมโยงกับชุมชนจริง
ของเล่นในนิทรรศการจึงไม่ใช่เพียงวัตถุ
แต่คือสื่อกลางที่เชื่อมโยง
ความทรงจำ ความเชื่อ และการเติบโตของเด็ก
เข้ากับโลกปัจจุบันอย่างอ่อนโยน

เชิญทดลองโยกไปพร้อมผู้พิทักษ์ของคุณ
———
ขอเชิญทุกท่าน
มาร่วมสัมผัส ทดลองเล่น และทำความรู้จัก
ผู้พิทักษ์ประจำวันเกิดของคุณ
ผ่านนิทรรศการ แม่ซื้อไม้โยกเยก
ในงาน Bangkok Design Week 2026
📍 สถานที่
CODE Studio, แซมฟ้าการช่าง
ตึกแถวถนนบริพัตร
ย่านค้าไม้หลังวัดสระเกศ กรุงเทพฯ
🗓 ทุกวันพฤหัสบดี-วันเสาร์
27 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2026
⏰ เวลา
10.00 – 17.00 น.

“Mae Sue Wooden Rocking Toy”
When Thai beliefs are decoded into contemporary play
at Bangkok Design Week 2026
CODE Studio warmly invites you to visit the exhibition
“Mae Sue”
The Wooden Rocking Thai Guardian Sidekick
This exhibition presents a series of handcrafted wooden rocking toys that reinterpret the Thai folk belief of Mae Sue—the guardian of newborn life—through a contemporary design process.
The project begins with a simple idea:
cultural stories are not a frozen past,
but valuable resources that can be reactivated—
to be played with, used, and told in everyday life.

From Belief to Play
———
In Thai belief, Mae Sue is a guardian spirit who protects newborn children during their most fragile stage of life. Each Mae Sue is connected to a child’s day of birth, represented by a specific animal and personality.
CODE Studio translates this body of knowledge into seven wooden rocking toys, each representing a Guardian Sidekick for one day of the week.
Every piece is crafted from laminated rubberwood, using traditional Thai joinery and layered wood techniques. The toys are handmade by skilled woodworkers from the historic timber trading districts behind Wat Saket and the Bang Pho community, developed through close collaboration with the design team—from concept and prototyping to final refinement.

A Living Design, Rooted in Community
———
What makes this project special is the collaboration with craftsmen as co-creators of meaning, not merely producers.
As a result, Mae Sue Wooden Rocking Toy becomes a living design—one that carries stories, cultural roots, and genuine connections to the communities behind its making.
The toys in this exhibition are more than objects.
They act as a bridge between memory, belief, and childhood growth—
gently reconnecting the past with the present.

Come rock with your Guardian
———
CODE Studio invites everyone to experience, play with, and get to know
your Guardian Sidekick based on your day of birth
at the exhibition Mae Sue Wooden Rocking Toy
during Bangkok Design Week 2026.
📍 Venue
CODE Studio, Samfa Kan Chang
Boriphat Road,
Wood Trading District behind Wat Saket, Bangkok
🗓 Thursday-Saturday
27 January – 7 February 2026
⏰ Time
10:00 AM – 5:00 PM

Come rock with your Thai Guardian Sidekick.
———.








#ใครไม่ซื้อแม่ซื้อ

แม่ซื้อไม้โยกเยก
The Wooden Rocking Thai Guardian Sidekick
———
เมื่อของเล่นเล่าเรื่องวัฒนธรรม และวัฒนธรรมกลายเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน
———
ที่ CODE Studio เรามองว่า เรื่องราวทางวัฒนธรรมคือทรัพยากรที่มีคุณค่า เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการออกแบบ และการเชื่อมโยงผู้คนกับอดีตในรูปแบบใหม่ เมื่อวัฒนธรรมถูกตีความใหม่ด้วยมุมมองร่วมสมัย มันจึงสามารถกลับมามีชีวิตอยู่ร่วมกับปัจจุบัน กลายเป็นสิ่งที่ “เล่นได้ ใช้ได้ และเล่าได้” อย่างแท้จริง จากความเชื่อเรื่อง “แม่ซื้อ” ที่หลายคนอาจคุ้นชื่อ แต่ไม่เคยได้ยินเรื่องราวเต็ม ๆ เราจึงอยากชวนคุณย้อนกลับไปสำรวจเรื่องราวของความเชื่อนี้ และพบกับงานออกแบบที่ต่อยอดจากจินตนาการพื้นถิ่น ให้กลายเป็นของเล่นไม้ ที่มีทั้งเรื่องราว ศิลปะ และหัวใจของชุมชนรวมอยู่ในชิ้นเดียว
———
แม่ซื้อไม้โยกเยกถูกออกแบบทั้งหมด 7 แบบ ตามสัตว์ประจำวันเกิด เพื่อให้ผู้ใช้เลือกได้ตามวันเกิดของเด็ก เพิ่มมิติของความเฉพาะตัวของผู้ใช้งาน โดยชิ้นงานผลิตจากไม้ยางพาราประสาน ใช้เทคนิค งานซ้อนไม้ และการเข้าไม้แบบไทย ทุกชิ้นผลิตด้วยมือของช่างไม้จากย่านค้าไม้หลังวัดสระเกศ และชุมชนบางโพ ผ่านการออกแบบ ทดสอบ และปรับปรุงร่วมกันกับทีมออกแบบอย่างใกล้ชิด จุดเด่นของโครงการนี้คือการทำงานร่วมกับช่างในฐานะ ผู้ร่วมสร้างความหมายใหม่จากฝีมือที่มีอยู่ ผลิตภัณฑ์นี้จึงเป็นงานออกแบบที่มีชีวิต มีเรื่องเล่า และมีความเชื่อมโยงจากชุมชนจริง
———
แม่ซื้อไม้โยกเยก ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่คือผู้พิทักษ์ที่กลับมาอยู่เคียงข้างเด็ก ๆ อีกครั้ง ทุกชิ้นผ่านฝีมือช่างไม้ไทย และหัวใจของการออกแบบทางวัฒนธรรมให้ร่วมสมัย ให้เรื่องราวที่น่าสนใจเหล่านี้ได้ถูกนำมาเล่าใหม่ในโลกปัจจุบัน
———
Visit CODE Studio at Bangkok Design Week 2026
Come rock with your Thai Guardian Sidekick!
เชิญมาทดลองโยกไปพร้อมผู้พิทักษ์ประจำวันเกิดของคุณ
———
Mae Sue Wooden Rocking Toy
The Wooden Rocking Thai Guardian Sidekick

When toys tell cultural stories, and culture becomes part of everyday life

At CODE Studio, we believe that cultural narratives are valuable resources—serving as the starting point of design ideas and as a bridge that reconnects people with the past in new and meaningful ways. When culture is reinterpreted through a contemporary lens, it can once again live alongside the present, becoming something that is truly playable, usable, and tellable.
Inspired by the belief in Mae Sue—a guardian spirit many may recognize by name but rarely know in full—we invite you to rediscover this traditional belief and encounter a design that extends local imagination into a handcrafted wooden toy. Each piece brings together storytelling, artistry, and the heart of the community in a single object.

The Mae Sue Wooden Rocking Toy is designed in seven variations, each representing the animal associated with a specific day of birth. This allows users to choose a piece that corresponds to a child’s birthday, adding a personal and meaningful dimension to the experience.
Each toy is crafted from laminated rubberwood, using layered wood techniques and traditional Thai joinery. Every piece is handmade by skilled woodworkers from the timber trading districts behind Wat Saket and the Bang Pho community. The process involves close collaboration between artisans and the design team—through design development, testing, and refinement.
The core of this project lies in working with craftsmen not merely as producers, but as co-creators of new meaning, building upon their existing skills. As a result, each piece is a living design—rich in narrative, rooted in craftsmanship, and genuinely connected to its community.

The Mae Sue Wooden Rocking Toy is more than just a toy; it is a guardian returning to stand beside children once again. Crafted by Thai woodworkers and guided by a culturally driven design philosophy, these stories are reintroduced into the contemporary world with warmth, care, and relevance.

Visit CODE Studio at Bangkok Design Week 2026
Come rock with your Thai Guardian Sidekick!
Join us and experience rocking together with the guardian of your birthday.
———
29.01.2026 – 7.02.2026
10:00 – 17:00
at CODE Studio, Boriphat Rd., Bangkok
———
In collaboration with
The Roots Routes
Lumera ลูเมร่า
อนันต์จิตติมา เครื่องราชฯ เหรียญแพรแถบ เครื่องหมายชุดกากี ชุดขาว
———




#ใครไม่ซื้อแม่ซื้อ
#ย่านค้าไม้หลังวัดสระเกศ



31/12/2025

Rock the horse, ride into 2026!

Take a ride into the year
The horse will bring you up good cheers
With a clear path and gradual pace
No hesitation, Fortunes Await

With steady steps and hearts made bold.
Forward with kindness to all friends and foes.
Unwary speeding, leap up with no fear
Joyful rocking, through this wonderful year.

Happy New Year, with love from
CODE Studio.









#ใครไม่ซื้อแม่ซื้อ

Merry ChristmasWith warmest wishes———From a small wooden crafted idea to warm thoughts we’d like to share with you.Thank...
25/12/2025

Merry Christmas
With warmest wishes
———
From a small wooden crafted idea to warm thoughts we’d like to share with you.
Thank you for being part of our journey.
We look forward to sharing the Wooden Rocking Thai Guardian Sidekick project
as part of Bangkok Design Week 2026 at CODE Studio.
———
See you soon!
———.






K-Cultural Night | 문화의 밤⸻Korean Division, Chiang Mai University สาขาวิชาภาษาเกาหลี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ...
25/12/2025

K-Cultural Night | 문화의 밤

Korean Division, Chiang Mai University
สาขาวิชาภาษาเกาหลี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรม
K-Cultural Night | 문화의 밤
เมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568
บริเวณ HB6 Parking
เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเกาหลีในหลากหลายมิติ โดยมีนักศึกษา คณาจารย์ บุคคลภายนอกผู้สนใจ ทั้งชาวไทยและชาวเกาหลีใต้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเองและอบอุ่น

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ อาทิ
กิจกรรมการแสดง อาทิ การแสดงระบำพัดแบบเกาหลี การเต้น cover และ random dance กิจกรรมการสาธิตงานหัตถศิลป์เกาหลี เช่น การทำ 노리개 (โนรีแก) กิจกรรมการสาธิตอาหารเกาหลี ทั้ง โซต็อกโซต็อก 소떡소떡 และ กิมจิพาจอน 김치파전 รวมถึงการละเล่นเกาหลี ทูโฮ 투호 และ ตักจิชีกี 딱지치기 และกิจกรรมตอบคำถามความรู้รอบตัวเกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนานและเข้าถึงได้สำหรับผู้ร่วมกิจกรรมทุกกลุ่ม

กิจกรรมสำคัญในช่วงท้ายของงานคือ
Special Talk: 한양 – The Sacred Landscape of Seoul การบรรยายพิเศษเรื่อง “ภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ของเมืองฮันยาง” โดย นายปรัชญ์ ทินราช สถาปนิก นักเขียน Cultural-Oriented Design Studio และอดีตนักศึกษาจาก Korea National University of Arts ดำเนินรายการโดย อาจารย์พลอย นริศรา ไตรบุตร อาจารย์ประจำ สาขาวิชาภาษาเกาหลี คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
“เมื่อภูเขา แม่น้ำ และความเชื่อโบราณเป็นเบื้องหลังของเมืองที่มีชีวิต และกลายเป็นรากฐานแนวคิดในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง exhuma”
ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้พูดถึง “ความเชื่อ” อย่างลอยตัว แต่หยั่งรากอยู่บนประวัติศาสตร์เมือง ภูมิทัศน์ และความทรงจำของเกาหลีอย่างลึกซึ้ง
ประเด็นสำคัญของการบรรยายแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก

1) ฮันยาง: เมืองที่ถูกก่อตั้งจากความเชื่อ

ผู้บรรยายอธิบายว่า เมืองฮันยาง—เมืองหลวงแห่งราชวงศ์โชซอน หรือกรุงโซลในปัจจุบัน— ไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นจากเหตุผลทางการเมืองหรือยุทธศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ตั้งอยู่บนฐานความเชื่อเรื่อง 풍수지리–음양–오행 ที่มองว่า ภูเขา แม่น้ำ และทิศทาง คือระบบพลังงานที่หล่อเลี้ยงเมืองและผู้คนให้มีชีวิตที่สมดุล
เมืองจึงไม่ใช่เพียงพื้นที่อยู่อาศัย แต่เป็น “สิ่งมีชีวิต” ที่ต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติ มนุษย์ และอำนาจให้สอดคล้องกัน

2) การปกครองผ่านกายภาพ: เมื่ออาณานิคมพยายามควบคุมทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ

ในช่วงการปกครองของญี่ปุ่น เกาหลีไม่ได้ถูกควบคุมเพียงในเชิงการเมือง แต่ยังถูกแทรกแซงผ่านการเปลี่ยนแปลง กายภาพของเมือง ทั้งการสร้างอาคาร การวางผัง และการยึดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งมีผลโดยตรงต่อ “สมดุลพลังงาน” ของเมืองตามความเชื่อดั้งเดิม
การบรรยายชี้ให้เห็นว่า การกระทำเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการจัดการพื้นที่ แต่คือความพยายามควบคุมความทรงจำ ความศรัทธา และจิตวิญญาณของผู้คน ซึ่งสะท้อนแนวคิดเดียวกับที่ภาพยนตร์ Exhuma นำเสนอผ่านการ “ฝัง” และ “กดทับ” พลังบางอย่างไว้ใต้ผืนดิน

3) การทบทวนอดีต เพื่อสร้างพลังกลับคืนและการก้าวไปข้างหน้า

ผู้บรรยายอธิบายถึงกระบวนการของสังคมเกาหลีในการทำความเข้าใจอดีต ไม่ใช่เพื่อติดอยู่กับบาดแผล แต่เพื่อนำความรู้เรื่องความเชื่อ พลังงาน และภูมิทัศน์ กลับมาใช้ในการเยียวยาและพัฒนาเมืองในปัจจุบัน
ทั้งการรื้อถอนอาคารอาณานิคม การย้ายซากไปสร้างอนุสรณ์สถาน การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ และการยกย่องวีรบุรุษทางประวัติศาสตร์ ล้วนเป็นการ “จัดวางอดีต” ให้ทำหน้าที่เตือนความทรงจำ พร้อมเปิดทางให้สังคมก้าวต่อไปอย่างมีสติ

การบรรยายครั้งนี้ช่วยให้ผู้ร่วมกิจกรรมมองเห็นว่า
Exhuma ไม่ใช่เพียงภาพยนตร์สยองขวัญ แต่คือเรื่องเล่าที่ตั้งคำถามกับ “สิ่งที่ถูกฝังไว้ในเมือง ในผืนดิน และในประวัติศาสตร์”
เมื่อเข้าใจการก่อตัวของเมืองฮันยางในฐานะภูมิทัศน์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ชมจะสามารถรับชมภาพยนตร์ได้ลึกยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของพลังงาน ความเชื่อ และความทรงจำร่วมของสังคมเกาหลี

ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการฉายภาพยนตร์กลางแปลงเรื่อง Exhuma: ขุดมันขึ้นมาจากหลุม
ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่สวยงาม และอากาศที่เย็นสบาย สร้างประสบการณ์การรับชม ภาพยนตร์ที่ทั้งเข้มข้น ชวนคิด และน่าจดจำ
กิจกรรม K-Cultural Night ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นงานเฉลิมฉลองวัฒนธรรม แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยง ศิลปะ รากฐานทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และการสร้างสรรค์ ภาพยนตร์ เข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้งและร่วมสมัย
⸻.
Photo courtesy of Korean Division, CMU











CODE Me ชวนฟัง Special Talk @ K-Cultural Nightเมื่อเมืองไม่ใช่เพียงฉากหลังแต่คือพื้นที่ที่ความเชื่อ อำนาจ และความทรงจำซ้...
18/12/2025

CODE Me ชวนฟัง Special Talk @ K-Cultural Night

เมื่อเมืองไม่ใช่เพียงฉากหลัง
แต่คือพื้นที่ที่ความเชื่อ อำนาจ และความทรงจำซ้อนทับกัน

ร่วมฟัง Special Talk: 한양 (Hanyang) — Sacred Landscape of Seoul
ว่าด้วยการก่อรูปของกรุงโซล ผ่านภูมิทัศน์ ความเชื่อ และผังเมือง
ก่อนจะเชื่อมโยงแนวคิดเหล่านี้เข้าสู่ภาพยนตร์ Exhuma

🗓 เสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2025 | 18.20–19.00 น.
📍 HB6 Parking คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
🎬 หลังจบ Talk มีฉายหนังกลางแปลง Exhuma ต่อทันที









18/12/2025
MIMESIS – เมื่อนาฏกรรมดั้งเดิมของเกาหลีร่ายรำไปพร้อมกับโลกยุคใหม่———“เมื่อร่างกายกำลังเต้นรำ ศิลปะและวัฒนธรรมก็ยังคงหายใ...
14/11/2025

MIMESIS – เมื่อนาฏกรรมดั้งเดิมของเกาหลีร่ายรำไปพร้อมกับโลกยุคใหม่
———
“เมื่อร่างกายกำลังเต้นรำ ศิลปะและวัฒนธรรมก็ยังคงหายใจ”
———
คณะนาฏศิลป์กรุงโซล Seoul Metropolitan Dance Theater | (서울시무용단) | Sejong Center for the Performing Arts (세종문화회관) ได้สร้างสรรค์ผลงาน “นาฏกรรมเกาหลีร่วมสมัย” ที่มีการนำนาฏศิลป์เกาหลีมาตีความใหม่ เป็นการแสดงชุด 《MIMESIS (미메시스)》 โดยผู้อำนวยการ Metropolitan Dance Company Director Yoon Hye-jeong (윤혜정) ได้อธิบายว่าการแสดงชุดนี้คือการถอดรหัส “รากแห่งจิตวิญญาณเกาหลี” และนำเสนอในภาษาการแสดงร่วมสมัย ผ่านการร้อยเรียงระบำเกาหลีดั้งเดิม 8 ชุด โดยมี Ki Moogan (기무간) นักเต้นดาวรุ่งจาก The Choom (더 춤) มาร่วมแสดงเป็น Soloist ผู้เชื่อมอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกันอย่างสง่างาม
———
ตลอดเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา คณะนาฏศิลป์กรุงโซล (Seoul Metropolitan Dance Theater) ได้เดินหน้าค้นหา “สุนทรียศาสตร์ใหม่จากรากแห่งประเพณี” โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การสืบสานและตีความจิตวิญญาณของนาฏศิลป์เกาหลีให้สอดคล้องกับยุคสมัย จากความพยายามดังกล่าว คณะได้ค่อยๆ พัฒนา “ภาษาการเคลื่อนไหวใหม่” ที่นำอดีตและปัจจุบันมาหลอมรวมอยู่ในร่างกายของผู้รำอย่างกลมกลืน
ผลงานชุด MIMESIS จึงเกิดขึ้นและสืบต่อจิตวิญญาณนั้น ถือเป็นผลงานที่ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องธรรมชาติผ่านจังหวะของร่างกายมนุษย์ และเป็นหนทางที่ทำให้ความงามอันเกิดจากธรรมชาติและมนุษย์มาบรรจบกันอย่างลงตัว
การแสดงชุด MIMESIS แบ่งเป็น 8 องค์ ซึ่งร้อยเรียงจากระบำดั้งเดิมของเกาหลีทั้งแบบราชสำนักและการแสดงจากพิธีกรรม โดยตีความขึ้นใหม่ให้ร่วมสมัยและมีการผนวกแนวคิดด้านวัฒนธรรมความเชื่อดั้งเดิมเข้าไป ทำให้แต่ละบทเปรียบเสมือนองค์ประกอบของจักรวาล ตั้งแต่น้ำ ลม ดิน ไปจนถึงไฟและแสง เป็นการเดินทางจากรูปธรรมสู่จิตวิญญาณ
———
1. ความสงบนิ่งของสายน้ำ | Gyobangmu (교방무)
การรำของสตรีในราชสำนัก “คโยบัง” แสดงความสงบอ่อนช้อยของน้ำ การเคลื่อนไหวละเอียดประดุจระลอกคลื่น สื่อถึงพลังแห่งความนุ่มนวล มั่นคง และความสงบเยือกเย็น
2. รูปแห่งสายลม | Hallyangmu (한량무)
การร่ายรำของสุภาพบุรุษ “ฮันรยัง” ตัวแทนของลม ผสมระหว่างความสำรวมและความเสรี ท่วงท่าของผ้า พัด และเสื้อคลุมโบกสะบัดอย่างมีชีวิตชีวา สะท้อนพลังแห่งอิสระภาพ
3. การสื่อสารของดิน | Sogo Dance (소고춤)
ระบำกลองเล็กของเกษตรกร โซโก คือจังหวะแห่งชีวิตที่สอดคล้องกับผืนดิน แรงหมุนและเสียงกลองก้องกังวานแทนแรงงาน ศรัทธา และพลังชีวิตของผู้คน
4. คมของสายฟ้า | Janggeommu (장검무)
ระบำดาบยาวที่ถือกำเนิดจากพิธีขับไล่วิญญาณร้าย ดาบในที่นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเที่ยงธรรม ท่ารำเฉียบคมเฉือนอากาศราวสายฟ้า แสดงออกถึงความสง่างามและความกล้าหาญ
5. ร่องรอยแห่งอากาศ | Maenson Salpuri (맨손살풀이)
ระบำปลดปล่อยด้วยมือเปล่า แสดงความเศร้า การยอมรับ และการเยียวยา โดยสือสารผ่านร่างกาย ที่มีการปล่อยจิตสู่การปล่อยวางอย่างสงบ
6. ลวดลายแห่งสวรรค์ | Seungmu (승무)
ระบำพระสงฆ์ที่ผสานพุทธศิลป์ การภาวนา และการทำสมาธิ การเคลื่อนไหวแบบพุทธ และบทสวดแห่งการหลุดพ้น สะท้อนพลังของจิตที่สงบนิ่งแต่ยิ่งใหญ่
7. จิตวิญญาณแห่งเปลวไฟ | Mudangchum (무당춤)
ระบำหมอผีหญิง การเคลื่อนไหวรุนแรงและเสรีเหมือนเปลวเพลิงที่ลุกโชน เป็นเปลวไฟที่เต้นระบำ เป็นภาพแทนพลังเพศหญิงผู้เชื่อมฟ้าดิน สื่อถึงศรัทธา และพลังชีวิตอันไม่สิ้นสุด
8. ห้วงเวลาแห่งแสง | Taepyeongmu (태평무)
ระบำแห่งสันติภาพและความร่มเย็นของแผ่นดิน บทสรุปของจักรวาล เมื่อแสงของธรรมชาติและจิตวิญญาณหลอมรวมเป็นหนึ่ง กลายเป็นภาพแห่งความสมดุลและสันติของมนุษย์

ความพิเศษของ MIMESIS ที่มีความตั้งใจพื้นฐานจากความต้องการพัฒนานาฏศิลป์ดั้งเดิมด้วยการใช้วิธีการสร้างสรรค์ของยุคสมัย ทำให้เราได้เห็นการคลี่คลาย และขับเน้นองค์ประกอบของการแสดง โดยยังคงให้ความสำคัญกับท่วงท่าและลีลาการร่ายรำเป็นหลัก ผู้ชมสามารถเข้าใจและเข้าถึงสุทรียภาพอันงดงามของภาพรวมการแสดง ผ่านการผสมผสานองค์ประกอบของงานออกแบบทั้ง 4 ด้านที่สร้างสรรค์มาได้อย่างพอเหมาะ
1. ด้านการเคลื่อนไหว : ร่างกายที่เคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ
ทุกจังหวะการร่ายรำเผยให้เห็นความเข้าใจต่อ “สภาวะธรรมชาติ” อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเกิดจากการทำความเข้าใจจังหวะของลมหายใจอันเป็นพื้นฐานของระบำเกาหลี นำมาผนวกใช้กับจังหวะของการเคลื่อนไหว ท่วงท่าที่ร่วมสมัย มีการตีความร้อยเรียงเรื่องราวของผู้แสดง ทำให้ผู้ชมได้เห็นเป็นเส้นสายที่มีความสบาย คลี่คลาย ล่องลอย สนุกสนาน ร้อนแรง และบางครั้งก็ดุดัน ตามลมหายใจที่สอดคล้องกับการตีความอารมณ์นั้นๆ
2. ด้านการออกแบบแสง : แสงที่ช่วยกำกับจังหวะของการร่ายรำ
แสงที่ใช้ในการแสดง ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ส่อง แต่ถูกใช้เป็น “เครื่องมือกำหนด” การเคลื่อนไหวของผู้แสดง ในขณะเดียวกันก็ส่งผลต่อการรับรู้และอารมณ์ของผู้ชม เช่น การทำแสงเป็นรูปทรงเรขาคณิตบนพื้นเวที เพื่อกำหนด space และปรับเปลี่ยนแสงเพื่อเชื่อมโยง space ทำให้แสงให้มี direction เห็นเป็นทิศทาง หรือการกำหนดมวลของพื้นที่เคลื่อนไหว ซึ่งเมื่อแสงถูกใช้เป็นองค์ประกอบอย่างมีนัยสำคัญของการแสดงทำให้ช่วยส่งเสริมและบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างแยบคายมากขึ้น
3. ด้านเครื่องแต่งกาย : ศิลปะการออกแบบที่พลิ้วไหว
ผ้า สี และโครงสร้างของ ฮันบก ถูกตีความใหม่ด้วยสุนทรียะร่วมสมัย การเคลื่อนไหวของเนื้อผ้ากลายเป็น “การเต้นของผ้า” ที่มีชีวิต การซ้อนทับกันของ layer ผ้าที่ถูกสอดสลับสี ทั้งคู่สีตรงข้าม และคู่สีใกล้เคียงกัน การใช้ texture รวมทั้งคุณสมบัติโปรง บาง และเบาของเนื้อผ้า จัดวางเป็นจังหวะเส้นสายซึ่งก่อให้เกิดเป็นองค์ประกอบที่สร้างความงามบนเวที ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเพื่อสร้างบทสนทนาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน
4. ด้านการเรียบเรียงและประพันธ์ดนตรี : เสียงขับร้องแห่งจิตวิญญาณ
เสียงร้องสดๆ ดนตรีสดๆ จากศิลปะพื้นบ้าน และเครื่องดนตรีประจำชาติ ไม่ว่าจะเป็นการร้องพันโซรี (판소리) การบรรเลงเครื่องสายเกาหลีขับเคลื่อนการแสดงอย่างสงบ บางครั้งเบาเหมือนสายลมด้วยเสียงเครื่องเป่า บางครั้งหนักแน่นด้วยเสียงกลองหลากชนิด เสียงทั้งหลายถูกร้อยเรียงให้เป็นบทเพลงที่ร่วมสมัยแต่ยังคงมนต์เสน่ห์ของศิลปะพื้นบ้านได้อย่างมีเอกลักษณ์

MIMESIS คือผลงานที่ทำให้เห็นว่า “ศิลปะดั้งเดิม” ไม่จำเป็นต้องอยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่สามารถโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวาได้ในโลกยุคใหม่ ด้วยการตีความ ออกแบบ และการทำความเข้าใจรากฐานของมันอย่างลึกซึ้ง และนำเสนอโดยเน้นให้เห็นถึงกระบวนการสร้างสรรค์และสุนทรียศาสตร์ที่ผู้ชมจะได้รับผ่านประสาทสัมผัสและประสบการณ์ทั้งหมดได้
เมื่อการรำทั้งแปดบทสิ้นสุด ผู้ชมสัมผัสได้ถึงการเดินทางของมนุษย์ — จาก Traditional สู่ Contemporary — จากร่างกายสู่จิตใจ — จากพิธีกรรมสู่ความศรัทธา — นี่คือชุดการแสดงที่ทำให้สุนทรียศาสตร์และวิถีชีวิตกลายเป็นสิ่งเดียวกัน และประทับอยู่เป็นความทรงจำอันงดงามของผู้ได้รับชม
การแสดง 《MIMESIS (미메시스)》
โดย Seoul Metropolitan Dance Theater | (서울시무용단)
ทำการแสดงเมื่อวันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2568
ที่ M Theater, Sejong Center for the Performing Arts, Seoul
การแสดงได้รับเสียงตอบรับจากผู้ชมมากมาย ขายบัตรหมดทุกรอบการแสดง ผู้อ่านสามารถรับชมส่วนหนึ่งของการแสดงจาก ลิงก์ YouTube ในคอมเม้นท์
———
Text and Photo: Prat T.
———.









Thai–Korean Cultural Dialogue toward the 60th Anniversary of Thai Studies at HUFS———เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ภาควิชา...
14/11/2025

Thai–Korean Cultural Dialogue toward the 60th Anniversary of Thai Studies at HUFS
———
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ภาควิชาไทยศึกษา มหาวิทยาลัยฮันกุ๊กภาษาและกิจการต่างประเทศ (HUFS) กรุงโซล จัดงานเฉลิมฉลอง ครบรอบ 59 ปี โดยมี ท่านเอกอัครราชทูตธานี แสงรัตน์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมความร่วมมือจาก BUFS, สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานโซล, Thai Culture Corner และ Korean Association of Thai Studies
ภายใต้บรรยากาศแห่งมิตรภาพ HUFS ได้เชิญ CODE Studio ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมไทยผ่านการบรรยายพิเศษ หัวข้อ
• “Essence of Thai and Southeast Asian Arts” โดย อาจารย์ณัฐกฤต สุนทรีรัตน์
• “The Bloom of Culture: Symbolism behind the Thai Culture Corner Logo” โดย ปรัช ทินราช CVO, CODE Studio
ในโอกาสเดียวกัน ภาควิชาไทยศึกษา HUFS, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล และ CODE Studio ได้หารือแนวทางพัฒนาโครงการต่อยอดจากงานวิจัยด้าน ภาพพุทธประวัติไทย–เกาหลี ที่นำเสนอในเวที AABS ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเตรียมสู่กิจกรรมสำคัญในปี 2569
ได้แก่ นิทรรศการ “ภาพพุทธประวัติไทย–เกาหลี”, การเข้าร่วมเวทีวิชาการนานาชาติ และการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เนื่องในวาระ ครบรอบ 60 ปี ภาควิชาไทยศึกษา HUFS ในปี 2569
———.









26/10/2025

Her Grace, Forever Woven
The hand that wove a nation’s grace — inspired by Queen Sirikit of Thailand.


With profound respect and heartfelt remembrance of Her Majesty Queen Sirikit.
CODE Studio Co., Ltd.

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า บริษัท โค้ด สตูดิโอ จำกัด

ที่อยู่

84 Boriphat Road , Ban Bat, Pom Prap
Bangkok
10100

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CODE Meผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท