PMUA เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน

PMUA เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน(ฝ่าย2)

สถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน จัดกิจกรรม LE Heroมุ่งสร้าง “ผู้ประกอบการ” ให้เป็น “ผู้นำ” ขับเคลื่อนธุรกิจชุมชน .....สถาบัน...
24/04/2026

สถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน จัดกิจกรรม LE Hero
มุ่งสร้าง “ผู้ประกอบการ” ให้เป็น “ผู้นำ” ขับเคลื่อนธุรกิจชุมชน
.....
สถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ LE Hero “กลไกการขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนผ่านการเสริมพลังและสานประโยชน์ในพื้นที่” ปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 22-26 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุม Somerset โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและขยายเครือข่ายธุรกิจชุมชน (Local Enterprises)
ไฮไลต์ของกิจกรรมตลอดทั้ง 6 วันนี้ คือ การให้ผู้เข้าร่วมซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนที่เคยเข้าร่วมโครงการ “ธุรกิจปันกัน” ภายใต้กรอบวิจัยการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ (Local Enterprises) บนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ ของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 30 รายจากทั่วประเทศ ได้มาเรียนรู้หลักคิดการเป็น LE Hero ที่จะช่วยปรับเปลี่ยนมุมมองการประกอบธุรกิจเพื่อการขยายผล ตลอดจนได้รับการเพิ่มพูนทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้การบริหารจัดการธุรกิจ อาทิ ด้านการเงิน การตลาด การวางแผนธุรกิจ และการจัดการความเสี่ยง เป็นต้น ภายใต้แนวคิด “คน-ของ-ตลาด” ผ่านการใช้เครื่องมืออย่าง “เกื้อกูลซูเปอร์บอร์ดเกม” และ “เกื้อกูลมินิแอป แอลอีฮีโร่” ซึ่งหลังจากได้เรียนรู้และทดลองทำแล้ว ผู้เข้าร่วมทุกคนจะต้องผ่านการทดสอบเพื่อทบทวนความรู้และแนวทางการประยุกต์ใช้ก่อนนำไปปฏิบัติจริง
โดยเป้าหมายหลักของกิจกรรม คือ การผลักดันให้ผู้ประกอบการยกระดับจากการบริหารจัดการธุรกิจของตนเอง สู่การเป็น “LE Hero” หรือ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่ทำหน้าที่เป็นทั้ง “ครู” ถ่ายทอดชุดความรู้ที่ถูกต้อง เป็น “หมอ” วิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริงได้อย่างแม่นยำ และเป็น “ผู้ใหญ่บ้าน” ช่วยดูแลและเป็นที่ปรึกษาให้กับเครือข่ายผู้ประกอบการ โดยนำชุดความรู้และเครื่องมือที่ได้รับไปถ่ายทอดแก่เครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่ของตนเองได้อีกอย่างน้อย 50 ราย เพื่อขยายผลความสำเร็จของเครือข่ายธุรกิจชุมชนต่อไป
#บพท #รวพ
#ธุรกิจปันกัน

#สถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน

ปั่นจักรยานขายเห็ด: ทางเลือกอาชีพชุมชนสู่ความยั่งยืนของครัวเรือนภาคการเกษตรท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่ต้นทุนพลังงา...
16/04/2026

ปั่นจักรยานขายเห็ด: ทางเลือกอาชีพชุมชนสู่ความยั่งยืนของครัวเรือนภาคการเกษตร
ท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่ต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคครัวเรือนและเกษตรกรต้องแบกรับภาระหนัก การพึ่งพารายได้ทางเดียวหรือทำเกษตรแบบดั้งเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องหาอาชีพทางเลือกใหม่ที่ลงทุนน้อย คืนทุนเร็ว และสามารถทำได้เองในระดับครัวเรือนเพื่อความอยู่รอด
วันนี้หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ หรือ บพท. ชวนทำความรู้จักอาชีพหนึ่งในชุมชนอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ที่ทำง่าย ใช้ต้นทุนต่ำ ขอเพียงมีแรงกาย พลังใจที่เต็มเปี่ยม และจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์คู่ใจก็สามารถเริ่มต้นได้ทันทีอย่าง “การปั่นจักรยานขายเห็ดโคนน้อย” ซึ่งเป็นการรวมตัวของ “ป้ออุ๊ย แม่อุ๊ย” หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่อยากหารายได้เสริม มาปั่นจักรยานหรือขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไปเก็บเห็ดโคนน้อยสดจากโรงเรือนเพาะเลี้ยงของผู้ประกอบการชุมชนหรือครัวเรือนเพาะเลี้ยงในราคาส่งประมาณ 100 บาทต่อกิโลกรัม แล้วนำไปแบ่งใส่ถุงเล็ก ๆ พ่วงกับรถตระเวนขายตามบ้านและตลาดชุมชน ซึ่งสร้างกำไรส่วนต่างได้ราว 20-30 บาทต่อกิโลกรัม
แก๊งปั่นจักรยานเหล่านี้ คือ ผู้กระจายสินค้า (Distributor) รายย่อยที่สะท้อนความสำเร็จของการสร้าง “ข้อต่อใหม่” ในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ซึ่งเป็นผลผลิตของ “โครงการสร้างศูนย์สร้างงานและกระจายรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานรากผ่านธุรกิจการเพาะเห็ดโคนน้อย” ภายใต้กรอบวิจัยการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ (Local Enterprises) บนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ ปีงบประมาณ 2567 โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ ภายใต้การกำกับของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.)
“โมเดลแก๊งปั่นจักรยานเกิดขึ้นจากการดึงจุดแข็งของพื้นที่ที่เป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท เป็นพื้นที่ราบ เดินทางสะดวก และมีตลาดชุมชนรองรับ ตลอดจนความสัมพันธ์ของชุมชนที่ไปมาหาสู่กันเป็นปกติอยู่แล้ว มาช่วยให้การกระจายสินค้าเข้าถึงครัวเรือนได้ง่ายขึ้น โดยแทบไม่ต้องเสียต้นทุนด้านพลังงานเลย” ดร.วุฒิพงษ์ ฉั่วตระกูล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการฯ กล่าว
ไม่เพียงแค่แก๊งปั่นจักรยานในอำเภอสารภีที่ทำหน้าที่เป็นข้อต่อธุรกิจปลายน้ำ แต่คณะวิจัยวิจัยยังเน้นการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอสารภี และอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่นำไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ และการกระจายรายได้ในชุมชน ผ่านการจ้างงานผู้สูงอายุและเยาวชนทำก้อนเชื้อเห็ด พร้อมส่งเสริมการเพาะเห็ดในครัวเรือนเพื่อลดรายจ่าย
ที่สำคัญยังส่งเสริมให้ “ผู้ประกอบการชุมชน” พัฒนาและยกระดับสู่การเป็น “นักนวัตกรรมและผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่น” เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตแม่เชื้อและก้อนเชื้อ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรและครัวเรือนผู้เพาะเลี้ยงมีแหล่งจัดหาก้อนเห็ดราคาถูก เพิ่มปริมาณการใช้วัตถุดิบและทรัพยากรภายในท้องถิ่น นำไปสู่การลดต้นทุนและภาระหนี้สินอย่างเป็นระบบ
ดร.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทำให้มองเห็นความสำคัญของการส่งเสริมธุรกิจชุมชนและการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็ง โดยมองว่าการเพาะเห็ดโคนน้อยซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นคือ “ความมั่นคงทางอาหาร” ของชุมชนในยุคข้าวยากหมากแพง และสามารถช่วย “ลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน” ได้จริง เนื่องจากเห็ดโคนน้อยเป็นเห็ดที่เพาะเลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย สามารถเก็บผลผลิตได้ไวภายใน 7 วัน ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ผู้เพาะเลี้ยง
ซึ่งสอดคล้องกับ นายสรพงษ์ ฟองมี ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืนบ้านหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะนวัตกรผู้ประกอบการชุมชน ที่ระบุว่า พื้นที่เพียงแค่ 2 ตารางเมตรรอบบ้านสามารถเพาะเห็ดโคนน้อยได้ถึง 200-300 ก้อน ทำให้ครัวเรือนมีรายได้จากการเพาะเห็ดขายประมาณ 150-200 บาทต่อวัน โดยชาวบ้านสามารถเพาะไว้บริโภคเองโดยไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอก หรือจะต่อยอดเพาะขายเพื่อสร้างเป็นรายได้เสริมให้ครอบครัวก็ได้
ท้ายที่สุดแล้ว ภาพของป๊ออุ๊ย แม่อุ๊ยที่เพาะ-เก็บ-ปั่นจักรยานขายเห็ดโคนน้อยในชุมชนอำเภอสารภี จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของการหารายได้เสริมยามว่าง แต่เป็นภาพสะท้อนของ “ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจการเพาะเห็ดโคนน้อย” ของชุมชน ที่เป็น “โอกาส” ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็น “นวัตกรรมแห่งการพึ่งพาตนเอง” ที่จะปลดล็อกศักยภาพของชุมชนให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่น แล้วเปลี่ยนให้เป็นภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งเพื่อรับมือและก้าวผ่านสถานการณ์โลกที่ผันผวนในปัจจุบันได้อย่างมั่นคง
#บพท #รวพ
#เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน

#เห็ดโคนน้อย #มหาวิทยาลัยแม่โจ้

สุขสันต์วันสงกรานต์ ๒๕๖๙ สวัสดีปีใหม่ไทย ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบันดาลให้ทุกท่านและครอบครัวมีความสุขกาย สบายใจ ส...
13/04/2026

สุขสันต์วันสงกรานต์ ๒๕๖๙

สวัสดีปีใหม่ไทย ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบันดาลให้ทุกท่านและครอบครัวมีความสุขกาย สบายใจ สุขภาพแข็งแรง อายุมั่นขวัญยืน เจริญรุ่งเรืองตลอดปี

๖ เมษายนวันจักรีร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเสด็จปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จ...
06/04/2026

๖ เมษายน
วันจักรี

ร่วมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเสด็จปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
คณะผู้จัดทำเพจ PMUA เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน

๒ เมษายนวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระเจริญด้วยเกล้าด...
02/04/2026

๒ เมษายน

วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
คณะผู้จัดทำเพจ PMUA เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน

ตลาดวัฒนธรรมปากน้ำโพ SUCHADA STREET STYLE  #7 (ครั้งที่ 7) “EVERY WAY IS RUNWAY”ณ  ถนนสุชาดา  อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวั...
26/03/2026

ตลาดวัฒนธรรมปากน้ำโพ
SUCHADA STREET STYLE #7 (ครั้งที่ 7)
“EVERY WAY IS RUNWAY”
ณ ถนนสุชาดา อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
เสาร์-อาทิตย์ที่ 28-29 มีนาคม 2569 ระหว่างเวลา 17.00 – 20.00 น.

พบกับ
• แฟชั่นโชว์สุดเก๋ บนรันเวย์สุดปัง
• กิจกรรมสุดฟิน (WorkShop Art @ Craft)
DIY กำไลข้อมือ
LEGO สร้างจินตนาการ
Bead Pixel Art งานคราฟต์สุดคิ้วท์
วาดหน้าเอ็งกอ สีสันสไตล์จีน
ระบายสีสิงโต-มังกร เสริมความเฮง
• ช้อป ชิม อาหาร เครื่องดื่ม สุดอร่อย สินค้าวินเทจ และของสะสม สุดชิค


หมายเหตุ จัดโดย มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา ร่วมกับเทศบาลนครสวรรค์ ภายใต้โครงการวิจัย “การพัฒนาตลาดปากน้ำโพด้วยฐานทุนวัฒนธรรมและกลไกความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และสำนึกท้องถิ่น” ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) หน่วยงานในสังกัดสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)

#รวพ #บพท
#เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน
#มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา
#การจัดการทุนทางวัฒนธรรม
#นครสวรรค์ #ปากน้ำโพ #ปากน้ำโพโซกู้ด

ตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ “ปากน้ำโพโซกู้ด”..ความสำเร็จของโครงการวิจัย “การพัฒนาตลาดปากน้ำโพด้วยฐานทุนวัฒนธรรมและกลไกความร่ว...
23/03/2026

ตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ “ปากน้ำโพโซกู้ด”..
ความสำเร็จของโครงการวิจัย “การพัฒนาตลาดปากน้ำโพด้วยฐานทุนวัฒนธรรมและกลไกความร่วมมือเพื่อ ส่งเสริมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และสำนึกท้องถิ่น” ของมหาวิทยาลัยปากน้ำโพ ส่วนหนึ่งเกิดจากการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั้งภาคประชาสังคม ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ให้เกิดขึ้น และทำให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญ มีเป้าหมายเดียวกัน รวมถึงเข้าใจในบทบาทของตนเองในการทำงานร่วมกัน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษณะ ดาราเรือง มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวถึงการฟื้นฟูพื้นที่ย่านตลาดเก่าของปากน้ำโพ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และยังมีวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนที่สืบทอดกันมานับร้อยปี สามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ซึ่งความท้าทายสำคัญของการฟื้นฟูย่านดังกล่าว คือ การทำให้ทุนวัฒนธรรมสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเทศกาลตรุษจีน แนวคิดจึงถูกพัฒนาไปสู่การสร้าง “ตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์”
ซึ่งนายสมศักดิ์ อรุณสุรัตน์ ประธานสภาเทศบาลนครนครสวรรค์ เพิ่มเติมว่า การพัฒนาเมืองเป็นการวางรากฐานให้กับลูกหลาน เนื่องจากเขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในพื้นที่ เมื่อดึงเขาเข้ามารับช่วงต่อในการพัฒนาเมือง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เขาต้องมีส่วนรับรู้เพื่อร่วมกันจัดการพื้นที่เมือง ดังนั้น ตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์แห่งนี้สำเร็จได้เพราะเกิดจากความร่วมมือของคนในชุมชนเป็นสำคัญโดยมีชุมชนและภาคธุรกิจเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก และภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของตลาดนี้แสดงให้เห็นว่า เมื่อคนในชุมชนร่วมมือและเป็นเจ้าของความคิด ทำให้ตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์มีความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
ไม่เพียงเท่านั้น การจัดตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ทำให้ถนนสุชาดากลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรม ขณะที่เทศบาลนครนครสวรรค์ให้การสนับสนุนด้านสถานที่และสาธารณูปโภค ส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนที่เคยเงียบเหงาเริ่มฟื้นคืนกลับมา ซึ่งนางรัสรินทร์ สวัสดิ์อุดมพร ผู้ผลิตขนมอังถ่อก้วย ร้านจีนจีน ยังกล่าวถึงการจัดตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ช่วยปลุกความทรงจำและวิถีชีวิตในอดีตให้กับผู้คนที่มาเดินตลาดได้รื้อฟื้นบรรยากาศแบบสมัยก่อน
นางสาวอรวรรณ ฉัตรอุทัย ผู้ประกอบการร้านคนกันเอง ร่วมสะท้อนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่า ปกติถนนสุชาดาจะเงียบมากหลังช่วงบ่าย แต่ทุกครั้งที่มีตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ผู้คนจะหลั่งไหลเข้ามาเดินเที่ยวเป็นจำนวนมาก เธอจึงนำขนมผักกาดสูตรดั้งเดิมของครอบครัวมาจำหน่ายหน้าบ้าน สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นอาคารพาณิชย์ที่เคยปิดกิจการกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง ทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านค้าต่าง ๆ
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/1XcY8q25u3/
#รวพ #บพท
#เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน
#มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา
#การจัดการทุนทางวัฒนธรรม
#นครสวรรค์ #ปากน้ำโพ #ปากน้ำโพโซกู้ด

เพจนี้จะดีขึ้นได้...ต้องเริ่มที่เสียงของคุณ!คุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว "PMUA เศรษฐกิจฐานราก" เราอยากขอบคุณที่ติดตามกันม...
23/03/2026

เพจนี้จะดีขึ้นได้...ต้องเริ่มที่เสียงของคุณ!

คุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว "PMUA เศรษฐกิจฐานราก" เราอยากขอบคุณที่ติดตามกันมาโดยตลอด และอยากขอเวลาไม่เกิน 5 นาที เพื่อตอบแบบสอบถามสั้นๆ เรื่องความพึงพอใจในการใช้งานเพจ

ความคิดเห็นของคุณ คือพลังสำคัญในการ:
💡 พัฒนาเนื้อหาให้ตรงใจและเป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น
🤝 เชื่อมโยงคุณเข้ากับผู้ประกอบการและเรื่องราวดีๆ ของชุมชน
🚀 สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่ง

แทนคำขอบคุณ: เราขอมอบผลิตภัณฑ์ชุมชนสุดพิเศษ 1 จาก 5 อย่าง ให้กับ 50 ผู้โชคดีที่สละเวลามาช่วยเรา! (เหรียญเจ้าแม่, มะขาม, พวงกุญแจมัดย้อม, กล้วยเส้นอบ, กะละแมโบราณ)

👉 คลิกตอบแบบสอบถามเลย: https://forms.gle/fk6vbYo8bdZ6xbJV6
⏳ ร่วมสนุกได้ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2569

มาช่วยกันทำให้เพจนี้ เป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดของพวกเราทุกคนนะคะ

ปากน้ำโพโซกู้ด @ Suchada Street Styleฟื้นย่านเศรษฐกิจเก่า สู่ตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของนครสวรรค์🍜🍭🫖🥤🥢🎨🫟🎼🎊🧧🖼️👓👚👜        “ป...
17/03/2026

ปากน้ำโพโซกู้ด @ Suchada Street Style
ฟื้นย่านเศรษฐกิจเก่า สู่ตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของนครสวรรค์🍜🍭🫖🥤🥢🎨🫟🎼🎊🧧🖼️👓👚👜 “ปากน้ำโพ” เป็นชื่อที่ใช้เรียกจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งสะท้อนบทบาทสำคัญของพื้นที่แห่งนี้ในฐานะจุดเชื่อมต่อการคมนาคมทางน้ำมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ในอดีตพื้นที่ปากน้ำโพเป็นศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่ เพราะเป็นจุดที่เรือสินค้าจากแม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่ ปิง วัง ยม และน่าน ล่องมารวมกัน ก่อนจะมีการคัดเลือกและประมูลสินค้าเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ ทั้งจากพ่อค้าทางภาคเหนือและจากกรุงเทพฯ จากศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำดังกล่าว ปากน้ำโพค่อย ๆ พัฒนาเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยเชื้อสายจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานและมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของเมืองนครสวรรค์ อย่างไรก็ตาม เมื่อความเจริญเข้ามาและการคมนาคมเปลี่ยนผ่านจากทางน้ำสู่ทางบก การสร้างเส้นทางรถไฟและสถานีรถไฟปากน้ำโพ รวมถึงถนนสายหลักและสะพานเดชาติวงศ์ ทำให้การเดินทางสู่ภาคเหนือสะดวกรวดเร็วขึ้น นครสวรรค์จึงกลายเป็น “เมืองผ่าน” มากกว่าเมืองศูนย์กลางการค้า เศรษฐกิจของเมืองค่อย ๆ เคลื่อนย้ายไปสู่พื้นที่ติดถนนสายหลักและย่านใหม่ ๆ ย่านตลาดเก่าที่เคยคึกคักจึงค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงอาคารเก่าและบ้านเรือนที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต บางแห่งถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัย ร้านอาหารเล็ก ๆ หรือร้านค้าชุมชน ซึ่งจะกลับมามีชีวิตชีวาเพียงช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น เทศกาลตรุษจีนหรือช่วงปลายปีเท่านั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษณะ ดาราเรือง มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา อธิบายถึงที่มาของการฟื้นฟูพื้นที่แห่งนี้ว่า ย่านตลาดเก่าแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และยังมีวิถีวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนที่สืบทอดกันมานับร้อยปี ซึ่งสามารถพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้ แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การทำวิจัยในโครงการ วิจัย “การพัฒนาตลาดปากน้ำโพด้วยฐานทุนวัฒนธรรมและกลไกความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และสำนึกท้องถิ่น” ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) หน่วยงานในสังกัดสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ที่มีเป้าหมายสำคัญในการนำ “ทุนทางวัฒนธรรม” ของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ประเพณี อาหารพื้นถิ่น หรือสถาปัตยกรรมเก่าแก่ มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวและกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อคืนชีวิตให้กับย่านเศรษฐกิจเก่าของเมืองนครสวรรค์
จากทุนวัฒนธรรมสู่ตลาดสร้างสรรค์ของคนทุกวัย ทีมวิจัยมองว่า ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ทุนวัฒนธรรมสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงช่วงเทศกาลตรุษจีนเพียงไม่กี่วัน แนวคิดจึงถูกพัฒนาไปสู่การสร้าง “ตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์” ที่ผสมผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัย เปิดพื้นที่ให้ผู้คนทุกช่วงวัยสามารถเข้ามาเดินเที่ยว เรียนรู้ และจับจ่ายใช้สอยได้ โดยภายในตลาดจะมีทั้งอาหารพื้นถิ่น อาหารโบราณของคนจีน ร้านค้าชุมชน งานศิลปะ การเขียนพู่กันจีน และการแสดงวัฒนธรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างบรรยากาศที่สะท้อนอัตลักษณ์ของปากน้ำโพอย่างแท้จริง สำหรับการทำงานภายใต้กรอบการวิจัยนี้ ทีมงานได้เริ่มต้นจากการสำรวจและค้นหาทุนวัฒนธรรมในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ การทำงานในระยะแรกมุ่งเน้นไปที่การพูดคุยและสร้างความเข้าใจร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ผู้ประกอบการ รวมถึงหน่วยงานในพื้นที่ เช่น เทศบาลนครนครสวรรค์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครสวรรค์ เพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจเดิมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จากการสำรวจย่านเก่า 7 แห่ง ได้แก่ ย่านวัดหัวเมือง ย่านตลาดลาว ย่านซุนหงส์ ย่านหน้าผา ย่านตลาดริมน้ำย่านวัดโพธาราม–ตลาดบ่อนไก่ และย่านตลาดสดเทศบาล จนได้ข้อสรุปลงตัวที่ “ย่านวัดหัวเมือง” บนถนนสุชาดา เป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากมีความโดดเด่นด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความพร้อมของสถานที่
พื้นที่ดังกล่าวจึงถูกพัฒนาเป็นตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ในชื่อ “ปากน้ำโพโซกู้ด @ Suchada Street Style”
โดยตลาดนี้จัดขึ้นใน วันเสาร์–อาทิตย์สุดท้ายของทุกเดือน และเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 เป็นต้นมา
ย่านวัดหัวเมือง เสน่ห์เก่าที่กลับมามีชีวิต ย่านวัดหัวเมือง หรือวัดนครสวรรค์เป็นย่านเก่าแก่ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ยาวนาน ภายในพื้นที่ยังมีโรงภาพยนตร์เก่าอายุกว่า 50 ปี และร้านอาหารพื้นถิ่นจำนวนมาก เช่น ก๋วยเตี๋ยวหมู ไก่ ปลา ขนมกุยช่าย รวมถึงร้านอาหารชื่อดังหลายแห่ง การจัดตลาดวัฒนธรรมทำให้ถนนสุชาดากลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรม ขณะที่เทศบาลนครนครสวรรค์ให้การสนับสนุนด้านสถานที่และสาธารณูปโภค ส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนที่เคยเงียบเหงาเริ่มฟื้นคืนกลับมา นางรัสรินทร์ สวัสดิ์อุดมพร ผู้ผลิตขนมอังถ่อก้วย ขนมโบราณของชาวจีนแต้จิ๋วที่ใช้ในงานมงคล เล่าว่า การจัดตลาดวัฒนธรรมช่วยปลุกความทรงจำของผู้คนเกี่ยวกับวิถีชีวิตในอดีต “คนที่มาเดินตลาดอยากรื้อฟื้นบรรยากาศแบบสมัยก่อน ทำให้ขนมอังถ่อก้วยขายดีมาก และอยากให้มีตลาดแบบนี้ต่อไป”
. เช่นเดียวกับ นางสาวอรวรรณ ฉัตรอุทัย ที่บอกว่า ปกติถนนสุชาดาจะเงียบมากหลังช่วงบ่าย แต่ทุกครั้งที่มีตลาด ผู้คนจะหลั่งไหลเข้ามาเดินเที่ยวเป็นจำนวนมาก เธอจึงนำขนมผักกาดสูตรดั้งเดิมของครอบครัวมาจำหน่ายหน้าบ้าน และสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นอาคารพาณิชย์ที่เคยปิดกิจการกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง ทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านค้าต่าง ๆ
ตัวเลขที่สะท้อนความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม จากการเก็บข้อมูลของทีมวิจัยพบว่า การจัดตลาดวัฒนธรรมตามแนวถนนสุชาดาระยะทางประมาณ 300 เมตร แต่ละครั้งมีร้านค้าร่วมจำหน่ายสินค้ากว่า 200 ร้านค้า โดยกว่า 80 เปอร์เซนต์เป็นผู้ประกอบการในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งการจัดตลาดแต่ละครั้งจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 9,000 คน และสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาทต่อครั้ง คิดเป็นผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ถึง 7.89 เท่า หรือกล่าวได้ว่า ลงทุน 1 บาท สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกลับมา 7.89 บาท ด้านนายสมศักดิ์ อรุณสุรัตน์ ประธานสภาเทศบาลนครนครสวรรค์ มองว่า ความสำเร็จของตลาดวัฒนธรรมแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือของคนในพื้นที่เป็นสำคัญ โดยมีชุมชนและภาคธุรกิจเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นรูปแบบความร่วมมือที่ทำให้โครงการสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน ตลาดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ “ปากน้ำโพโซกู้ด @ Suchada Street Style” จัดมาแล้ว 6 ครั้ง โดยครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายภายใต้โครงการวิจัย จะจัดขึ้นในวันที่ 28–29 มีนาคม 2569 หลังจากนั้น มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาให้กับคณะทำงานในพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนชุมชนผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการตลาดต่อไปได้ด้วยตนเอง ด้วยศักยภาพของคนในชุมชน และการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ตลาดวัฒนธรรมบนถนนสุชาดา รวมถึงพื้นที่ย่านเก่าอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จะเป็นกลไกสำคัญในการคืนชีวิตให้กับย่านเศรษฐกิจดั้งเดิมของนครสวรรค์ พร้อมทั้งสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาวปากน้ำโพให้คงอยู่ต่อไป

#รวพ #บพท
#เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน
#มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา
#การจัดการทุนทางวัฒนธรรม
#นครสวรรค์ #ปากน้ำโพ #ปากน้ำโพโซกู้ด #ถนนสุชาดา

กลับมาอีกครั้ง กับกิจกรรมตอบแบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้งานเพจ PMUA เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน โดยครั้งนี้ เร...
09/03/2026

กลับมาอีกครั้ง กับกิจกรรมตอบแบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้งานเพจ PMUA เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน
โดยครั้งนี้ เราได้จัดเตรียมผลิตภัณฑ์ชุมชน 5 อย่าง เพื่อมอบให้กับ 50 ผู้โชคดีที่ตอบแบบสอบถามกลับมา (เลือกได้ 1 อย่าง) ประกอบด้วย
1. เหรียญเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ชุมชนหัวตลาดปัตตานี จังหวัดปัตตานี
2. มะขามแกะไร้เมล็ด กลุ่มผลไม้แปรรูปบ้านเสี้ยว จังหวัดอุตรดิถต์
3. พวงกุญแจจากผ้ามัดย้อมแม่อิงชิโบริ กลุ่มผ้ามัดย้อมชิโบริสีธรรมชาติอิง จังหวัดพะเยา
4. กล้วยเส้นอบ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสบายใจ จังหวัดสมุทรสงคราม
5. กะละแมโบราณนครพนม กลุ่มผู้ประกอบการกะละแมโบราณนครพนม จังหวัดนครพนม
สามารถตอบแบบสอบถามจากการสแกน QR-Code บนโปสเตอร์ หรือที่ https://forms.gle/fk6vbYo8bdZ6xbJV6
(ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2569)
คำตอบของท่าน คือส่วนสำคัญที่ทำให้เพจนี้ เป็นพื้นที่ดีๆ ของการสื่อสารงานเศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน ที่เป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจชาติ

💫“ตลาดรอมฎอน ซี.เอส” ต้นแบบกระจายรายได้-สร้างบุญปันสุขเดือนถือศีลอด พลังความร่วมมือไตรภาคี บพท.-ม.อ.ปัตตานี-เอกชน เสริมแ...
09/03/2026

💫“ตลาดรอมฎอน ซี.เอส” ต้นแบบกระจายรายได้-สร้างบุญปันสุขเดือนถือศีลอด พลังความร่วมมือไตรภาคี บพท.-ม.อ.ปัตตานี-เอกชน เสริมแกร่งเศรษฐกิจชุมชน 🕌✨

🤝เครือข่าย บพท.ผนึกภาคี มอ.ปัตตานี-ภาคเอกชน ปั้น”ตลาดรอมฏอน ซีเอส” เมืองปัตตานี เป็นตลาดต้นแบบกระจายรายได้จากผู้ซื้อ สู่ผู้ขาย ไปถึงผู้ผลิตต้นน้ำในชุมชนหมู่บ้าน เสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก ด้วยชุดความรู้ระบบบริหารจัดการข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ ควบคู่การสร้างบุญปันสุข แจกฟรีอาหารแก่ผู้ขาดแคลน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://pmua.or.th/29374/

ชุมชนภูเขาทอง จากรากเหง้าสู่ความยั่งยืน..เทศกาลไหว้วัดภูเขาทอง เมื่อวันที่ 10-11 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น ประสบความสำเร...
07/03/2026

ชุมชนภูเขาทอง จากรากเหง้าสู่ความยั่งยืน..
เทศกาลไหว้วัดภูเขาทอง เมื่อวันที่ 10-11 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมานั้น ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย และได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรา ดอกไม้ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ ได้กล่าวว่า แม้จะดำเนินการภายใต้งบประมาณที่จำกัด แต่การขับเคลื่อนภายใต้โครงการวิจัยฯ นี้ สามารถผลักดันทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในพื้นที่ให้เบ่งบานและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม จนเกิดเป็นภาพจำของพื้นที่ทุ่งภูเขาทอง นอกจากนี้ การลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ทำให้ตนมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงบริบทพื้นที่ ตลอดจนความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ซึ่งส่งผลให้การขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
ทางด้าน นางสาวรุจิเรช ศรีโสภณ เลขานุการคณะทำงานอนุรักษ์และพัฒนาวัดภูเขาทอง นักวิจัยชุมชนกล่าวเสริมว่า ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมนี้เกิดจากการสื่อสารอย่างจริงใจและชัดเจน ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความภาคภูมิใจ ทำให้ชุมชนตระหนักถึงคุณค่าของทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายในพื้นที่ ทั้งโบราณสถานวัดภูเขาทอง งานหัตถกรรม อาหารพื้นถิ่น และประเพณีโบราณ โดยมหาวิทยาลัยและนักวิจัยชุมชนทำหน้าที่เป็นเพียงกลไกสนับสนุน ขณะที่หัวใจสำคัญคือการที่คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และเกิดความตื่นตัวที่จะอนุรักษ์ สืบสาน ตลอดจนขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนถึงคนรุ่นหลังต่อไปด้วยตนเอง
นอกจากนี้ นายกฤษฎา บัวรังสี หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หน่วยงานท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพื้นที่มากที่สุด ทั้งในมิติของการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น หากมีวิสัยทัศน์และสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการได้ จะช่วยแก้ปัญหาความไม่ต่อเนื่องของการพัฒนาท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังย้ำชัดเจนว่าความสำเร็จของงานแสดงแสงสีเสียงที่จัดขึ้นภายในงานเทศกาลไหว้วัดทุ่งภูเขาทองที่ผ่านมานั้น ไม่เพียงแต่เป็นต้นแบบการบูรณาการที่ดี ทั้งจากภาครัฐ มหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น และชุมชน แต่ยังเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยภายในพื้นที่ ซึ่งสามารถยกระดับเศรษฐกิจชุมชนได้จริง
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/18DKUpAs4j/

#รวพ #บพท
#เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน
#มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
#การจัดการทุนทางวัฒนธรรม
#ทุ่งภูเขาทอง #เทศกาลไหว้วัด #วัดภูเขาทอง

ที่อยู่

Program Management Unit On Area Based Development (PMU A)
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PMUA เศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์