Cirrus Halo Writer

12/09/2026

Title : The Gray Pulse_Short Animation
Writer & Producer : Cirrus Halo
Animation & Sound : Kling AI

เนื่องจากช่วงนี้ติดใจการใช้ AI สร้างอนิเมชั่น จึงคิดสร้างแบบยาวขึ้นมานิดหนึ่ง และนี่คือผลลัพธ์ส่วนหนึ่งค่ะ สามารถไปดูคลิปเต็มได้ใน Youtube นะคะ ชื่อช่องแจ้งไว้ทาง facebook.com/cirrushalo ค่ะ ฉากและเนื้อเรื่องที่ใช้ในอนิเมชั่นอ้างอิงจากเรื่องสั้นๆ ที่ Cirrus Halo เป็นคนเขียน และฉากบางฉากก็สร้างออกมาไม่ได้ถูกต้องตามความต้องการของผู้เขียนทั้งหมด บางฉากก็ออกมาตลกๆ แต่ทำยังไงก็แก้ไม่ได้ ใครดูแล้วมีคอมเมนต์หรือมีคำแนะนำยังไงก็แจ้งไว้ได้เลยค่ะ

#ลึกลับ #นิยาย

03/09/2026

Song Name : Stardust in Last Year
Lyrics Writer : Cirrus Halo
Vocal & Instrument : SUNO AI
Animation : Kling AI

ตามที่บอกไว้เมื่อวานนี้ว่าจะลองเอาเวอร์ชั่น SUNO มาให้ลองฟังเทียบกัน ส่วนอนิเมชั่นขอใช้ตัวเดิมนะคะ เนื่องจากต้องเติมเงิน และรอบนี้พอกลายเป็นเพลงช้า เวลาก็เลยขยายออกไปค่อนข้างมาก ฉากเลยไม่พอต้องเล่นซ้ำ 😆😆 ยังไงก็เน้นฟังความแตกต่างแทนละกันค่ะ

ส่วนตัวชอบเวอร์ชั่นนี้มากกว่า ถึงจะยังไม่ถูกใจก็ตาม แต่เนื้อเพลงนี้เหมาะกับเพลงช้า เน้นเสียง ซึ่งเสียงที่นำมาใช้ มาจาก AI นะคะ ไม่ใช่คนร้องจริง เป็นเพลงเพื่อโปรโมทย์เฉยๆ ค่ะ

02/09/2026

Song Name : Stardust in Last Year
Lyrics Writer : Cirrus Halo
Vocal & Instrument : Lyria AI
Animation : Kling AI

ต้องบอกก่อนว่าเนื้อเพลงเขียนโดย Cirrus Halo นะคะ แต่ทำนองและเสียงร้องใช้ Lyria AI ซึ่งเป็นโปรแกรมในโครงการ TH AI Passport ออกมาพอใช้ได้เหมือนกันแต่ส่วนตัวชอบเวอร์ชั่นของ SUNO AI ซึ่งจะช้ากว่า เพราะเนื้อเพลงนี้เหมาะกับเพลงช้ามากกว่าค่ะ พรุ่งนี้จะเอาเวอร์ชั่น SUNO AI มาให้ฟังเทียบกัน ที่จริงเขียนเพลงนี้เสร็จตั้งแต่ต้นปี แต่ยังหาเสียงร้องและดนตรีที่ถูกใจไม่ได้ ก็เลยทิ้งช่วงไปก่อน

ส่วนอนิเมชั่นอ้างอิงจากนิยายเรื่องใหม่ที่กำลังเขียนชื่อ คำสาปสุดท้าย (The Cursed Deal) ต้องบอกก่อนว่านิยายทุกเรื่องเขียนเอง ไม่ได้ใช้ AI แต่ถ้าโปรโมทย์นิยายจะใช้ AI ช่วยค่ะ ทำคนเดียวทุกอย่างไม่ไหว อนิเมชั่นสร้างจาก Kling AI แบบเสียเงินค่ะ ถือว่าทำออกมาได้น่าพอใจทีเดียว

นิยายเรื่องนี้ยังไม่ได้เผยแพร่ ถ้าเขียนเสร็จแล้วจะนำมาลงให้อ่านกัน ตอนนี้ยังเหลือ Undoubted Ritual ที่ยังไม่ได้ลงเลย ถ้าลงเมื่อไรจะแจ้งให้ทราบนะคะ

#นิยาย #คำสาป #สยองขวัญ #สืบสวน #คำสาปสุดท้าย

01/09/2026

เนื่องจากไปทดลองใช้ TH AI-Passport ดูก็เลยทำเป็นคลิปอนิเมะสั้นแนวตั้งประกอบเพลงมาให้ลองชมกัน (ทำได้แค่นี้เพราะจำกัด 10 คลิปต่อวัน เสียไปหลายคลิปอยู่ค่ะเพราะกำหนดมุมมองยาก อยากนำเครดิตเพลงมาใช้แทนเหมือนกันแต่คงไม่ได้) อยากทำภารกิจเพิ่มให้ได้เครดิตเพิ่ม ถ้าใครกดทำภารกิจได้บอกต่อด้วยนะคะ กดไปแล้วไม่มีภารกิจให้ทำ

ในฐานะชาวบ้านที่ได้ใช้ฟรีก็คิดว่าโครงการนี้มีประโยชน์ค่ะ ช่วยประหยัดได้มาก แล้วก็คิดว่าจะทำให้จบเพลงอยู่ค่ะ แต่คงต้องรอหน่อย ไม่รู้จะทำคลิปเสียอีกหรือเปล่า

ปล. ตัวละครกับเพลงที่ใช้เป็นของนิยายเรื่อง Legend of Bloodland (ดินแดนแห่งพันธะอาคม) เขียนโดย Cirrus Halo เองค่ะ คิดไว้นานแล้ว ก่อนจะนำมาใช้ในโครงการนี้นะคะ ปรากฏว่าพอสั่งทำภาพเคลื่อนไหวแล้วถือว่าน่าพอใจระดับนึงเลย ถ้าสนใจก็แวะไปอ่านได้ที่ Tunwalai หรือ Kawebook นะคะ

#นิยาย #พันธะอาคม #ดินแดนแห่งพันธะอาคม #แฟนตาซี #แอ็คชั่น

ครั้งนี้ลองมาทำความรู้จักกับนักล่ารัดคอ (Strangler) ผู้หญิงมากกว่า 50 คนแห่งชิคาโก (Chicago) กันดูบ้างเมืองชิคาโกในอดีตเ...
07/08/2026

ครั้งนี้ลองมาทำความรู้จักกับนักล่ารัดคอ (Strangler) ผู้หญิงมากกว่า 50 คนแห่งชิคาโก (Chicago) กันดูบ้าง

เมืองชิคาโกในอดีตเคยถูกเรียกด้วยชื่อวินดี้ซิตี้ (Windy City) ตั้งแต่ปี 1876 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับเมืองซินซินนาติ (Cincinnati) ด้วย ชื่อนี้อาจมาจากลักษณะสภาพภูมิอากาศที่อยู่ใกล้ทะเลสาบมิชิแกน งานจัดแสดงระดับโลก และการเมือง ปัจจุบันตั้งอยู่ในรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

วัฒนธรรมของชิคาโกจะเกี่ยวข้องกับศิลปะ วรรณกรรม ภาพยนตร์ โรงละคร ตลก อาหาร การเต้นและเพลงหลากหลายแนว อย่างที่เราอาจจะเคยได้ยินชื่อของวงชิคาโกซิมโฟนีออเครสต้า (Chicago Symphony Orchestra) หรือบริษัทโอเปร่าของอเมริกาที่ก่อตั้งในชิคาโก (Lyric Opera of Chicago) เป็นต้น นับเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีความเจริญทั้งทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
แต่ใครจะเชื่อว่าเมื่อสองทศวรรษก่อน มีการพบศพหญิงสาวมากกว่าห้าสิบคนถูกรัดคอทิ้งไว้ตามอาคารร้างและตรอกซอกซอยต่างๆ ในเมืองชิคาโกซึ่งเป็นสถานที่ที่พบศพได้ง่าย เหยื่อเกือบทั้งหมดล้วนเป็นผู้หญิงผิวสี มีอายุตั้งแต่วัยรุ่นตอนปลายจนถึงอายุ 50 ปลายๆ ในระหว่างปี 2001-2018 พวกเธอล้วนแต่มีชีวิตที่ยากลำบาก บ้างก็ติดยา บ้างก็ต้องทำงานค้าประเวณี ซึ่งเป็นเป้าหมายชั้นดีที่ถูกสังคมเมินเฉย

สภาพศพของเหยื่อคล้ายกันคือถูกทิ้งอยู่ในที่ร้าง มีร่องรอยการดิ้นรนจากการกดหรือบีบที่คอทำให้ขาดอากาศหายใจ โดยมีถุงพลาสติกคลุมศีรษะเอาไว้ เหยื่อส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเปลือยครึ่งตัวหรือทั้งตัวและมีร่องรอยการถูกล่วงละเมิดด้วย

เนื่องจากขาดการพิสูจน์หลักฐานโดยละเอียดทำให้ยากที่จะเชื่อว่ามันเป็นการลงมือสังหารโดยฆาตกรคนเดียวกัน ตำรวจเชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือของฆาตกรต่อเนื่อง แต่ก็ไม่อาจให้คำตอบกับครอบครัวของเหยื่อและสังคมได้ ทำให้ชาวเมืองเชื่อกันไปเองว่ามันน่าจะเป็นฝีมือของชายปริศนาเพียงคนเดียว คนที่พวกเขาตั้งฉายาให้ว่านักล่ารัดคอแห่งชิคาโก

สาเหตุที่ชาวเมืองเชื่อเช่นนั้นเพราะรูปแบบการลงมือที่คล้ายกันโดยมีเป้าหมายเพื่อล่วงละเมิด และเหตุเกิดในเขตสามพื้นที่ซึ่งอยู่ในความดูแลของตำรวจทางใต้และทางตะวันตกของชิคาโก พื้นที่สวนสาธารณะบางแห่งก็มีประวัติอาชญากรรมรุนแรงและยาเสพติด ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะจะลงมือฆาตกรรม แสดงให้เห็นว่าฆาตกรคุ้นเคยกับพื้นที่เหล่านี้ เป็นไปได้ว่าอาจทำงานหรืออาศัยอยู่ในละแวกนั้น

ในปี 2018 มีการนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ใหม่โดยโครงการตรวจสอบการฆาตกรรม (Murder Accountability Project (MAP)) ได้ข้อสรุปว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ฆาตกรจะเป็นคนๆ เดียวกันเพราะมีการพักการก่อเหตุในช่วงปี 2014-2017 ซึ่งอาจเกิดจากฆาตกรถูกกักขังหรือย้ายถิ่นฐานทำให้ลงมือไม่ได้

แต่ตำรวจก็มีหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าฆาตกรไม่ใช่คนเดียวกัน พวกเขารวบรวม DNA ได้มากกว่า 21 ตัวอย่างจากครึ่งหนึ่งของสถานที่เกิดเหตุ และ DNA ที่ตรวจพบบนศพที่ถูกล่วงละเมิดก็ไม่ได้ชี้ไปที่ชายผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว อีกประการหนึ่งคือตำรวจสามารถจับผู้ก่อเหตุได้ถึง 13 คนจากคดีมากกว่า 20 คดีที่เกิดขึ้น แม้จะปิดได้จริงเพียงคดีเดียวเท่านั้น เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุแต่ละแห่งมีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูงอยู่แล้ว จึงไม่น่าแปลกที่ฆาตกรหลายคนจะใช้เป็นที่ก่อเหตุ ซึ่งนักวิเคราะห์และนักอาชญวิทยาหลายท่านก็สนับสนุนข้อโต้แย้งนี้

การที่คดีส่วนใหญ่ปิดไม่ได้อาจเป็นเพราะสาเหตุของการลงมือมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจหรือสังคมมากกว่าความต้องการของฆาตกรต่อเนื่องเพียงคนเดียว และสถานที่เกิดเหตุกับลักษณะของเหยื่อก็มีแนวโน้มจะถูกทำร้ายในรูปแบบนี้ได้มาก การที่ไม่เกิดเหตุในช่วงระหว่างปี 2014-2017 ก็อาจมาจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือปัจจัยภายนอกที่ทำให้ลดการเกิดอาชญากรรมได้

แล้วปริศนานักล่ารัดคอแห่งชิคาโกก็ถูกทิ้งไว้แบบนี้ มีเพียงคดีเดียวที่ระบุว่าไขคดีได้ นอกนั้นยังคงเป็นปริศนาต่อไป นักอ่านที่อ่านมาถึงตรงนี้คิดว่าการวิเคราะห์ของฝ่ายไหนน่าจะมีน้ำหนักมากกว่าก็สามารถคอมเมนต์บอกกันได้นะคะ สำหรับผู้เขียนแล้วคิดว่าหลักฐานและข้อมูลบางอย่างยังขาดไปจึงไม่สามารถบอกได้ว่าน่าจะเป็นไปทางไหนได้มากกว่ากัน แต่ก็แอบเอนเอียงไปทางฆาตกรต่อเนื่องค่ะ

ที่มา : historicmysteries.com, wikipedia
#นิยาย #ตำนานเมือง #ลึกลับ

คราวนี้ลองมาทำความรู้จักกับเกาะแห่งตุ๊กตา (La Isla de las Muñecas หรือ Island of the Dolls) กลางทะเลสาบเตชวีโล (Teshuilo...
04/08/2026

คราวนี้ลองมาทำความรู้จักกับเกาะแห่งตุ๊กตา (La Isla de las Muñecas หรือ Island of the Dolls) กลางทะเลสาบเตชวีโล (Teshuilo Lake) ที่ประเทศแม็กซิโก

ทะเลสาบเตชวีโลเป็นพื้นที่เล็กๆ ในแม่น้ำโซชิมิลโก (Xochimilco canal) ใกล้กับเมืองแม็กซิโก (Maxico City) การจะเดินทางเข้าไปที่เกาะแห่งตุ๊กตาจะต้องนั่งเรือจากท่าเรือที่เมืองแม็กซิโกซึ่งใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง

เรื่องนี้เกิดขึ้นจากชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ฮูเลียน ซานตานา บาเรรา (Julián Santana Barrera) ที่อ้างว่าเขาเห็นศพของเด็กผู้หญิงจมน้ำตายในทะเลสาบ แต่กลับไม่มีญาติหรือเพื่อนบ้านคนไหนของเขามองเห็นศพของเด็กผู้หญิงที่ว่าเลยและยังบอกว่าเขาน่าจะจินตนาการไปเองอีกด้วย ทว่าฮูเลียนกลับเชื่อในสิ่งที่เขาเห็นและแยกตัวออกจากครอบครัวของตนเองมาอาศัยอยู่ที่เกาะแห่งตุ๊กตา

ฮูเลียนอุทิศชีวิตตนเองให้กับศพของเด็กหญิงคนนั้น ในตอนแรกเขานำตุ๊กตาไปแขวนคอที่ต้นไม้เพื่อปลอบดวงวิญญาณของเด็กผู้หญิงที่ตายไปแล้ว ต่อมาเขาเริ่มรู้สึกว่าตุ๊กตาตัวเดียวไม่เพียงพอ เขาจึงไปรวบรวมตุ๊กตาจากลำคลองบ้าง กองขยะบ้าง หรือแม้แต่แลกเปลี่ยนสิ่งของกับตุ๊กตาของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น ตุ๊กตาที่ได้มีสภาพไม่ค่อยสมบูรณ์นัก บ้างก็ชำรุด บ้างก็หัวหาย บ้างก็ชิ้นส่วนหาย แต่ฮูเลียนไม่ได้ซ๋อมแซมหรือทำความสะอาดตุ๊กตาเหล่านั้น เขาเพียงแค่นำมันมาแขวนตามต้นไม้ทั่วทั้งเกาะ รวมถึงบนเพดานและกำแพงในบ้านตัวเองด้วย ตลอดเวลาที่อยู่บนเกาะ ฮูเลียนมองว่าตุ๊กตาเหล่านี้เป็นเครื่องรางปกป้อง เขาต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูปส่วนต่างๆ ของบ้านแลกกับค่าธรรมเนียมเล็กน้อย

และในปี 2001 ฮูเลียนก็ถูกพบเป็นศพจมน้ำอยู่ในลำคลอง จุดเดียวกับที่เขาอ้างว่าเจอศพของเด็กผู้หญิง แต่นั่นกลับไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเกาะตุ๊กตา เมื่อนักท่องเที่ยวมากมายนำตุ๊กตาของตนเองไปแขวนไว้ที่เกาะเพื่อเป็นการระลึกถึงฮูเลียนและศพของเด็กผู้หญิงที่เขาอ้างว่าเคยเห็นด้วย มันจึงกลายเป็นธรรมเนียมในหมู่นักท่องเที่ยวอยู่ช่วงหนึ่งที่จะต้องไปดูเกาะพิลึกแห่งนี้ถ้าไปเยือนแม็กซิโก

สำหรับผู้เขียนแล้ว การกระทำของฮูเลียนสะท้อนบางอย่าง ประการแรกไม่ใช่คนทั่วไปที่จะอุทิศตนเองได้ถึงขนาดนี้หากมีสติสัมปชัญญะมากพอ แต่ถ้าหากเขาทำไปทั้งที่มีสติแล้วเขาทำไปเพื่อเป้าหมายอะไร แล้วทำไมจึงต้องเป็นศพของเด็กผู้หญิง แต่ประเด็นเหล่านี้คงไม่เป็นที่ถกเถียงอีกแล้ว เมื่อผู้กระทำการนั้นจากโลกนี้ไปแล้ว คงเหลือเพียงแต่ร่องรอยว่าครั้งหนึ่งเขาเคยทำแบบนั้น

ที่มา : discovery.com, atlasobscura.com
#ลึกลับ #นิยาย #ตำนานเมือง

คราวนี้มารู้จักกับเทศกาลนักเดินทาง (Festival du Voyageur) ของประเทศแคนาดา (Canada) กันบ้างเทศกาลนักเดินทางจะจัดขึ้นปีละส...
03/08/2026

คราวนี้มารู้จักกับเทศกาลนักเดินทาง (Festival du Voyageur) ของประเทศแคนาดา (Canada) กันบ้าง

เทศกาลนักเดินทางจะจัดขึ้นปีละสิบวันในฤดูหนาวในเขตเซนต์โบนิฟาซ (Saint-Boniface) เมืองวินนิเพ็ก (Winnipeg) ในรัฐแมนิโตบา (Manitoba) ของประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นเทศกาลฤดูหนาวที่ใหญ่ที่สุดที่จัดขึ้นในแคนาดาตะวันตก โดยเริ่มครั้งแรกในปี 1970 มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนความสุขในการใช้ชีวิต (joie de vivre) ด้วยการนำเสนอและอนุรักษ์วัฒนธรรมฝรั่งเศสที่ได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ทั้งทางศิลปะ การศึกษาและภาษาถิ่นที่หลากลายจากนักเดินทางในยุคนั้น

เทศกาลนี้จะเน้นความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพ่อค้าขนสัตว์ซึ่งเป็นนักเดินทางชาวแคนาดาฝรั่งเศสตั้งแต่ปีคริสต์ทศวรรษที่ 1690-1890 ซึ่งเป็นประเพณีของชนพื้นเมืองกลุ่มแรก (First Nations) และชาวเมติส (Metis) ชาวเมติสนี้แต่เดิมเป็นชาวท้องถิ่นดั้งเดิมอาศัยอยู่ในเขตแพรรี (Prairie Province) ซึ่งเป็นชื่อเรียกรวมของสามเขต ได้แก่อัลเบอร์ตา (Alberta) ซัสแคตเซวัน (Saskatchewan) และแมนิโตบา (Manitoba) คำว่า Voyageurs หรือนักเดินทางมีความหมายถึงลูกจ้างที่ทำงานให้กับบริษัทค้าขนสัตว์

ในปี 1971 รูปปั้นหิมะที่ชนะเลิศคือรูปจำลองรองเท้าบู๊ตหนึ่งคู่กับหมวกถักไหมพรม ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการออกแบบตัวมาสคอตของเทศกาลที่เรียกว่าลีโอ ลา ทูค (Leo la Tuque) หลังจากนั้นก็มีการย้ายสถานที่จัดงานและขยายพื้นที่เพื่อรองรับการจัดคอนเสิร์ต งานเลี้ยง งานประชุมหรือแม้แต่งานแสดงสินค้า โดยอาคารแรกสร้างขึ้นจากโกดังเก็บของเก่าเรียกว่าคองเด้วู (the Render-Vous) ต่อมาจึงสร้างอาคารขนาดใหญ่ขึ้นที่ฟอร์ต ยิบรอลตาร์ (Fort Gibraltar) และในปี 2001 จึงได้รับการสนับสนุนจากทั้งเอกชน รัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลางจึงมีการสร้างอาคารจัดงานโดยเฉพาะที่เรียกว่าเมซง ดู บูซัวร์ (Maison du Bourgeois)

ในปี 2005 จึงเปิดเป็นศูนย์ตีความทางประวัติศาสตร์ (Historical Interpretation Center) ซึ่งจัดโครงการมากมายให้กับโรงเรียนและสาธารชน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน พนักงานจะแต่งกายด้วยชุดประเพณีเพื่อสะท้อนวิถีชีวิตของนักเดินทางในยุคค้าขนสัตว์นั่นเอง

ในปี 2006 มีการขายคองเด้วูออกไปและย้ายอาคารที่ทำการไปที่เซนต์โบนิฟาส โดยพื้นที่นี้จะเปิดร้านค้าเพื่อขายสินค้าจากงานเทศกาลนักเดินทางในรอบปี ภายในงานเทศกาลจะจัดการแข่งที่แปลกตาและสร้างสรรค์ เช่น ประกวดไว้หนวด การแข่งจักรยานบนน้ำแข็ง การแข่งไม้กวาดลูกบอล เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีคอนเสิร์ต งานคราฟต์ การศึกษาและความบันเทิงอีกหลายอย่าง
สมัยก่อนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมส่วนใหญ่มาจากการเดินทางทางเรือ เพราะเป็นเส้นทางเดียวที่ทำให้ไปถึงทวีปอื่นๆ ได้ และอาชีพที่ได้เดินทางบ่อยก็คงหนีไม่พ้นพ่อค้า ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เทศกาลนักเดินทางจะกลายเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศแคนาดาค่ะ

ที่มา : ebsco.com
#ตำนานเมือง #นิยาย #ลึกลับ

ที่อยู่

Bangkoknoi
Bangkok
10700

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Cirrus Haloผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Cirrus Halo:

ทางลัด

แชร์