11/06/2026
“ค็อกเทลสอนให้ผมล้ม สอนให้ผมลุก สอนให้ยืน ให้ชีวิตใหม่ผม ตลอด 8 ปีที่ได้ร่วมเดินทางกับวงจากเด็กจบใหม่ จนมาถึงวัยกลางคน ช่วงเวลานี้มันถือเป็นหนึ่งในช่วงชีวิตที่ผมภูมิใจ”
จากช่างภาพ “ฟรีแลนซ์” สู่ช่างภาพ “ประจำวงค็อกเทล”
ก่อนหน้านี้ผมเป็นเพียงตากล้องฟรีแลนซ์ที่รับทำโปรดักชันทั่วไปครับ ย้อนกลับไปช่วงเดือนมีนาคมปี 2018 ผมบังเอิญไปรับงานถ่ายภาพแทนเพื่อนในงานบรรยายที่มีพี่หมี (ผู้จัดการวง) และพี่โอมเข้าร่วมบรรยายด้วย
ระหว่างที่ผมนั่งพัก จู่ ๆ พี่หมี ผู้จัดการวงก็เดินเข้ามาทักทายพูดคุย และถามว่าผมรับถ่ายวิดีโอด้วยไหม ผมก็ตอบไปว่าปกติก็ทำหมดเลยครับพี่ แล้วคุยไปคุยมาเขาก็ถามผมตรง ๆ เลยว่า "สนใจมาร่วมงานกับวงค็อกเทลไหมครับ"
ตอนนั้นผมตกใจมากจนต้องถามพี่หมีกลับไปว่า "เอางั้นเลยเหรอพี่?" ทั้งที่ตอนนั้นพี่ ๆ เขายังไม่เคยเห็นผลงานของผมเลยด้วยซ้ำ แต่พอจบงานบรรยายและได้พูดคุยกับพี่หมีและพี่โอมอีกรอบ ผมก็ตัดสินใจตอบตกลง หลังจากนั้นเพียง 2 - 3 วัน ผมก็ขึ้นรถตู้เพื่อร่วมทัวร์ภาคอีสานและข้ามไปลาวกับวงทันทีครับ
สารภาพตามตรงว่าแรกเริ่มเดิมที ผมรู้จักผลงานของพี่ ๆ เขาแค่เพลง "คุกเข่า" ที่เคยเล่นสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมไม่ได้รู้จักคาแรกเตอร์หรือตัวตนลึก ๆ ของวงเลย แต่พอได้มาคลุกคลีและใช้ชีวิตร่วมกัน สิ่งที่ผมเห็นมาตลอดคือพี่ ๆ เขาเป็นคนไม่ถือตัว ติดดิน และไม่อยากได้รับสิทธิพิเศษใด ๆ ทั้งสิ้น อย่างเวลาไปรับประทานอาหารตามร้านแล้วเจ้าของร้านขอเลี้ยงหรือขอแถมของให้ วงก็จะพยายามปฏิเสธอย่างสุภาพเสมอ หรือแม้กระทั่งกับทีมงานเอง ความสัมพันธ์มันมีความเป็นครอบครัวสูงมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอสมาชิกในวง
ซึ่งตรงจุดนี้เองความไม่ถือตัว ความเป็นกันเอง และการวางตัวเท่ากันกับทุกคน คือสิ่งที่ผมอยากสื่อสารผ่านภาพถ่ายที่ผมได้ถ่ายวงค็อกเทล อยากให้คนเห็นว่าวันแต่ละวันของวงที่ผ่านไปมันมีความเรียบง่าย ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ชนอะไร มันคือความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นวงหรือคนดู เราเท่ากันหมด ในการถ่ายคอนเสิร์ต ผมเลยตั้งใจเก็บภาพคนดูให้เยอะที่สุด อยากให้เขารู้สึกว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของโชว์เหมือนกัน
“ความรู้สึก” ในวันที่รู้ว่าวงกำลังเดินทางไปสู่ “บทสรุป”
สำหรับคอนเสิร์ตใหญ่อำลาที่ราชมังฯ มันเป็นความรู้สึกที่ "ดีใจที่ได้มาเหยียบ แต่ก็เสียใจที่มันเกิดแค่ครั้งเดียว” ยอมรับว่าผมแบกรับความกดดันไว้เยอะมากครับกับการถ่ายคอนเสิร์ต COCKTAIL EVERLIVE จนพอมาถึงโชว์ 77EVER TOUR อันนี้แหละที่ทำให้เรามีเสียน้ำตา จากคนที่เป็นคนร้องไห้ยาก เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังนับถอยหลังสู่การจบลงจริง ๆ
อย่างวันสุดท้ายที่วงได้แสดงที่สนามกีฬาเทพหัสดิน ปกติผมไม่ค่อยออกไปด้านหน้าเวทีเท่าไหร่ แต่พอได้ออกไปก็มีแฟนคลับเดินมาขอบคุณ บางคนเราเจอเขาตั้งแต่วันแรก ๆ ในหลายทัวร์จนถึงวันนี้เขาก็ยังมาดู มีหลายคนมาขอบคุณซึ่งผมก็ดีใจแต่ก็ทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยิ้มและตอบกลับไปว่าผมทำตามหน้าที่ครับ แต่มันก็จะมีคำพูดประมาณว่า ขอบคุณพี่โจวที่เก็บภาพเหล่านี้ไว้ ภาพที่จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว มันเป็นเหมือนการบันทึกภาพประวัติศาสตร์ไว้เลยนะพี่
ผมยินดีและภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเขียนประวัติศาสตร์ว่าประเทศเราเคยมีวงดนตรีวงนี้อยู่ และในอนาคตผมสามารถเอาไปพูดให้ลูกหลานฟังได้เต็มปากเลยว่า...
“สิ่งที่เห็นทั้งหมด ภาพที่เห็นทั้งหมด มาจากนิ้วชี้ของลุงนะ... มันคือพาร์ทหนึ่งของชีวิตที่โคตรภูมิใจ”
“เส้นทางต่อไป” ในวันที่ค็อกเทลจบลง
หลังจากวงค็อกเทลจบลง ตอนนี้ผมได้เปิดคาเฟ่ล้างฟิล์มที่ชื่อว่า Analox ครับ ตั้งใจให้ที่นี่เป็นเหมือนจุดศูนย์รวมและคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ให้พี่ ๆ ในวงได้แวะเวียนกลับมาเจอกันได้ ส่วนเส้นทางอาชีพก็ยังคงรับงานตากล้องฟรีแลนซ์ และมีรับงานเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงร่วมกับพี่เชาว์ที่เริ่มมีงานเข้ามาบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ
แล้วก็มีอีกพาร์ทใหม่ของชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้น เห็นพี่ ๆ เขาสำเร็จเราก็เลยอยากลองกล้าได้กล้าเสี่ยงบ้าง จึงตัดสินใจลองดูอีกสักครั้งในการทำวงกับน้อง ๆ ซึ่งเป็นวงที่เคยอยู่ค่าย Gene Lab ชื่อวง 20Hz แต่ตอนนี้ออกมาเป็นศิลปินอิสระแล้วครับ คิดว่าอัลบั้มใหม่น่าจะได้ฟังกันภายในปีนี้ครับ
—-
อีกหนึ่งเรื่องราวเบื้องหลัง
ของทีมงานที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
ในการเดินทางของวงค็อกเทล
ภาพถ่ายที่เราได้เห็นใน
ป๋าเต็ดทอล์ก ตอน
ครั้งสุดท้ายของ COCKTAIL
ที่ 'ราชมังคลากีฬาสถาน'
| คุยคุ้ยคอน : COCKTAIL EVERLIVE
คือผลงานของ ลุงโจว
ทรงพล เกตุราม
ที่เราอยากชวนทุกคนรับชมครับ : )
#คุยคุ้ยคอน