08/11/2025
🔥จำเป็นไหมที่จะต้องมี Bitcoin? ฟังจากปากของ CK Cheong, CPA และ เซียนมี่ ทิวา ชินธาดาพงศ์
📌ใน Session นี้เป็นการพูดคุยกันระหว่างคุณ CK CEO จาก Fastwork และ คุณทิวา ชินธาดาพงศ์ นักลงทุนหุ้นคุณค่า ในเรื่องของการลงทุนทั้งใน Bitcoin และหุ้น โดยใน Session นี้มีประเด็นสำคัญ 6 อย่าง ดังนี้ 👇🏼
✅ สินทรัพย์ที่ป้องกันเงินเฟ้อได้ดีที่สุด?
🔵คุณ CK: ฝั่งคุณ CK มองว่า S&P500 ดีที่สุด โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องการลงทุนมาก สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้แน่นอน โดยที่ผ่านมา S&P500 เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ส่วน BTC ก็สามารถลงได้ แต่ควรมีความรู้ในระดับหนึ่ง
🔴คุณทิวา: มองว่าในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้า เงินเฟ้อจะไม่ได้น่ากลัวอย่างในอดีตที่ผ่านมา ปัญหาที่มองว่าน่าจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าคือการเข้ามาของ AI ที่จะสร้างอัตราการว่างงานระดับสูง แต่ถ้าเรามองถึงเงินเฟ้อ คุณทิวาเชื่อว่าเงินเฟ้อจะส่งผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงแทบทุกอย่าง เช่น ตลาดหุ้น คริปโตฯ
✅ จะลงทุนยังไงในอีก 5-10 ปีข้างหน้า?
🔵คุณ CK: มองว่าคนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเงินและการลงทุนอยู่มาก ถ้าอยากรวยให้เน้นการหาเงินให้มากขึ้น แล้วค่อยทยอยเติมพอร์ต เพราะจะเน้นลงทุนเพื่อให้รวยอย่างเดียวนั้นทำได้ยาก
🔴คุณทิวา: ถ้ามีความสามารถในการหาหุ้นขนาดเล็ก Underdog ที่มีโอกาสเติบโตได้ ก็มีโอกาสได้ 10-100 เด้งได้ แต่จะยากสักหน่อย มองว่านักลงทุนคนคือนักเลือก ข้อดีคือเราไม่ต้องเก่งในการทำงานเองก็ได้
✅ ทั้งสองคนสร้าง Wealth มาจากอะไร?
🔵คุณ CK: พอร์ตเติบโตมาจากทั้งหุ้นและคริปโตฯ โดยซื้อหุ้น Amazon, Facebook และ Nvidia มานานมาก ส่วนคริปโตฯ ทยอยซื้อ BTC ตั้งแต่ 600-700 ดอลลาร์, ETH ทยอยซื้อตั้งแต่ 36-86 ดอลลาร์ และยังซื้อ SOL ตั้งแต่ 0.25 ดอลลาร์ โดยกลยุทธ์เน้นการเข้าซื้อในจุดที่คนไม่เชื่อ และถือยาวหลายๆปี
🔴พอร์ตของคุณ CK ในปัจจุบัน มีคริปโตฯเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุด (ประมาณ 25% โดยถ้านับแค่ BTC มี 1000 BTC) รองลงมาเป็นหนี้ และ หุ้นตามลำดับ
🔵คุณทิวา: สร้าง Wealth มาจากหุ้นไทยเป็นหลัก เคยลงทุนในเหรียญ LUNA แต่ขาดทุนไปเยอะ คุณทิวามีมุมมองว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการลงทุนคือระหว่างทาง คือเราต้องหาสินทรัพย์ที่ถือแล้วนอนหลับได้ จึงต้องเป็นอะไรที่เราเชื่อจริงๆ
🔴พอร์ตของคุณทิวาในปัจจุบันมีหุ้นไทย 70%, หุ้นจีน 30% และที่เหลือมีคริปโตฯเล็กน้อย
✅ ระหว่างหุ้นเทคฯ VS. คริปโตฯ เลือกอะไร?
🔵คุณ CK: เลือกหุ้น เพราะมองว่า Talent ในปัจจุบันไปทำด้าน AI กันหมด ดังนั้นนวัตกรรมและเงินจาก VC น่าจะไปอยู่ที่หุ้น AI ส่วนคริปโตฯมีนวัตกรรมที่เริ่มชะลอตัวลงกว่า ไม่เหมือนกับยุคปี 2020-2021 ที่มี DeFi เป็นนวัตกรรมใหม่ในตอนนััน
🔴คุณทิวา: เห็นด้วยกับคุณ CK เพราะมองว่าทุกวันนี้ Infrastructure มันพร้อมสำหรับการเติบโตของ AI แต่ถึงแม้ว่าจะเลือกหุ้น แต่เริ่มลงในคริปโตฯด้วย สุดท้ายมองว่าเราไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถกระจายความเสี่ยงได้ ตราบใดที่เรามี Edge ในสินทรัพย์ที่เราเลือก
✅ความเสี่ยงในหุ้น AI?
🔵คุณ CK: ไม่เชื่อว่าหุ้น AI จะเกิด Bubble เพราะสถานการณ์ไม่เหมือนตอนที่เกิด Dotcom bubble เลย โดยตอนนี้เป็นการเข้ามาของกลุ่มหุ้นอย่าง Mag7 ที่มี Fundamental และเงินจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมองว่า เรายังอยู่ในจุดที่ Early ที่ AI ยังเติบโตได้อีกมาก (New S-Curve)
🔴คุณทิวา: มีมุมมองที่แตกต่าง โดยคิดว่าตอนนี้จีนอาจเข้ามาเป็นความเสี่ยงต่อหุ้น AI ของสหรัฐฯ ซึ่งแนวทางของจีนอาจสร้างมาเป็น Software ฟรี และเน้นขาย Hardware ซึ่งอาจทำให้หุ้นAI ของสหรัฐฯ เกิดสะดุดได้ ดังนั้นให้จับตาดูจีนให้ดี
✅ มุมมองต่อ BTC?
🔵คุณ CK: มองว่าถ้าถือ BTC ยังไงในอนาคตก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นแน่นอนเพราะว่าเงินเฟ้อ แต่ถ้าถือเงินสด จะมีมูลค่าลดลงเรื่อยๆ อย่างน้อยที่สุดถือตราสารหนี้สหรัฐฯเสี่ยงน้อยกว่าถือเงินสดในธนาคาร
🔴คุณทิวา: ทุกวันนี้ยังหาหุ้นลงทุนได้อยู่ แต่ก็มีถือ BTC ไว้เพื่อติดตามตลาด และเทรนด์การเงินของอนาคตด้วย สุดท้ายมองว่าเราสามารถเลือกถือสินทรัพย์อะไรก็ได้ที่เราถนัด
📝สำหรับใครที่รอคลิปย้อนหลัง รอชมได้เลย อีกไม่นานเกินรอ!!
📌พรุ่งนี้ยังมีงานอีกวัน ใครสะดวกมาเจอกันได้ บอกเลยสนุกไม่แพ้กัน🔥